น้ำแข็งพยายามเดินไปข้างหน้า พาตัวเองมาอยู่ในเื่เรียน ตั้งใจให้มากยิ่งกว่าเดิม ทั้งที่นอนร้องไห้ด้วยความคิดถึงและเ็ปหัวใจทุกคืน
ส่วนที่เวหาก็เอาแต่บ้าคลั่งดื่มเหล้าร้องไห้ บางวันก็เดินตากฝนเป็พระเอกมิวสิก เขาทำอย่างนั้นไม่ใช่สิ้นสติ แต่เขาไม่รู้จะระบายความรู้สึกที่ยังไม่พร้อมให้น้ำแข็งจากไปได้อย่างไร
“เลิกบ้าสักทีเถอะมึง ยังไงพี่ไอซ์ก็ไม่มีวันกลับมา และยิ่งมึงทำตัวแบบนี้คิดเหรอว่าเขาจะมอง นับวันเขายิ่งสูง ส่วนมึงใกล้คำว่าหมาเข้ามาทุกที”
“จริงของไอ้ธาร อีกไม่นานพี่ไอซ์ก็จะได้เป็หมอ นับวันยิ่งสูง การศึกษาอาชีพ จุดที่เขาอยู่มันไม่ได้เหมาะกับมึงเลยตอนนี้”เป็ต่อพูด
วันเสาร์เพื่อนๆนัดเตะบอล และมีปาร์ตี้ปลอบใจคนอกหัก ถึงแม้แก๊งเพื่อนๆจะแยกย้ายเรียนคนละที่ แต่มีเวลาก็จะนักรวมตัวกันอยู่บ่อยครั้ง
“กูรักและคิดถึงเขาวะ กู..”
เวหาในเวลานี้ตัวซูบผอมผิวพรรณหมองคล้ำ หน้าตาอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด มือสองข้างพันผ้าพันแผลไว้ตลอด เพราะบ่อยครั้งที่ชกต่อยผนังจนมือแตก เขาไม่รู้ต้องทำอย่างไร ได้แต่นั่งถอดถอนลมหายใจวันละร้อยๆ รอบ
“กูว่ามึงไม่รู้จักความรัก มึงแค่คลั่ง”ธารพูดต่อ
“คลั่ง”เวหาเอ่ยเสียงเบา
“ถ้ามึงรู้จักคำว่ารัก มึงจะเริ่มต้นจากตัวมึงเอง และเมื่อมึงรักตัวเองมากพอ มึงก็จะรู้ว่าคนอื่น้าความรักแบบไหน กูเชื่อว่าพี่ไอซ์ก็ยังรักมึง แต่เขารักตัวเองมากพอ มากจนพาตัวเองเดินไปตามฝัน”
“เชี่ย!ธาร วันนี้มึงพูดดี”เพื่อนอีกคนนั่งฟังถึงกับชื่นชม
“กูว่าพี่ไอซ์คงเจ็บมาก จนถึงขนาดกรีดข้อมือ”
เป็ต่อพูดขึ้นหลังจากเก็บงำสิ่งที่รู้มาเอาไว้ เพราะเขาอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับกอไผ่ลได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านสะดวกชื้อหน้าหมู่บ้าน จนรุ่นพี่เผลอเล่าให้ฟัง
“กรีดข้อมือ/..เชี่ย!”
เวหา/ธาร สบถคำขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่เวหาจะก้มหน้าต่ำฟังเสียงพร่ำด่าจากเพื่อนๆซึ่งมันไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทการรับฟังของเขาแม้แต่น้อย
เพราะความคิดของเขากำลังคิดย้อนกลับไป ในตอนที่ตามง้อน้ำแข็ง่แรก ๆ เขาเห็นข้อมือเล็กถูกผ้าพันเอาไว้ แต่เขากลับไม่ได้สนใจ เพราะมุ่งแต่จะง้อ น้ำตาเม็ดกลมหล่นลงจากดวงตาลูกผู้ชายอย่างไร้แรงข่ม ด้วยความเสียใจ จนทำให้เพื่อนทุกคนที่กำลังก่นด่าอยู่ ถึงกับหยุดชะงัก
“กายรักไอซ์”