หนึ่่งเดือนผ่านไป
"ดูแลตนเองด้วยนะลูก"มารดาของไป๋หงเอ่ยอย่างรู้สึกเป็ห่วง เมื่อลูกห่างกายใจจึงไม่นิ่งพอ คนเป็แม่แค่ในนามแต่ก็ยังรักเปรียบสายเืแท้ๆ
"ท่านแม่อย่าร้องสิเ้าคะ ข้าจะกลับมาหาท่านอย่างแน่นอน"นางกอดร่างเพรียวบางนั่นอย่างรู้สึกใจหายตนเองแทบไม่เคยห่างอกของคนๆนี้เลย
"น้องหง ขอให้เ้าเดินทางไร้อันตรายทั้งปวง"ไป๋ฮุ่ยที่หนึ่งเดือนมานี้เขาดูขรึมมากขึ้นเพราะเนื่องจากเขาเริ่มจริงจังกับชีวิตมากขึ้นจนได้รับรู้การเป็ผู้สืบทอดหน้าที่ต่อท่านพ่อของเขาที่เป็จ้าวแห่งปักษานี้ยิ่งรู้สึกผิดมากไปอีกที่ตนหลงระเลิงเที่ยวเล่นเสียเวลานั้นไปอย่างไร้สาระจึงเริ่มฝึกฝนอย่างนัก
"ท่านพี่ท่านอย่าหักโหมเกินไปนะเ้าคะ"ไป๋ฮุ่ยยิ้มแล้วโยกหัวเล็กๆนั้นอย่างรักใคร่
"ท่านพ่อ"ไป๋หงหันไปกล่าวเรียกกับชายที่เป็ทั้งพ่อและอาจารย์ของนาง ที่เปรียบดั่งหัวใจที่มืดบอดของนางได้มีชีวิตมาอยู่กับบิดานั้น เขาสอนนางทุกอย่างที่บิดามี ให้ได้ทุกอย่างที่บิดาจะให้ได้ ยังคิดเลยขนาดพี่ฮุ่ยเป็บุตรชายของท่านพ่อแท้ๆท่านยังเคร่งครัดกว่านางเสียอีก
"หืม ทำหน้าแบบนั้นไม่สมกับเป็บุตรีของบิดาไป๋หานเช่นข้าเลยนะลูกรัก"ไป๋หานเอ่ยแหย่บุตรสาวที่ทำหน้าสลดที่ยังรู้สึกผิดต่อตนเื่ต้องห่างจากครอบครัวไป ซึ่งเขาทีแรกก็ทำใจไม่ได้หรอกแต่พอคิดอีกที นางช่างนิสัยเหมือนเขามากนักต่อให้ตามใจผู้ใหญ่แต่อีกใจของนางที่สงบนิ่งนั้นหาได้สงบนิ่งไม่
"การจะแข็งแกร่งได้นั้นต้องมีประสบการณ์ เ้าเลือกมันถูกแล้วลูกหง พ่อจะสนับสนุนเ้าเท่าที่พ่อผู้นี้ทำได้ เพราะพ่อรู้ดีบุตรีของพ่อคงไม่ทำให้พ่อที่ตั้งใจสั่นสอนวิชาแก่เ้าคงไม่ทำให้ผิดหวัง"ไป๋หงยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างรู้สึกมีความสุข นางมีทุกอย่างที่เพรียบพร้อมแม้นางจะรู้ว่านางเป็ลูกบุญธรรมแต่นางไม่เคยขาดเลยที่ได้มาอยู่ในตระกูลไป๋ หรือเผ่าพันธ์ปักษาที่ยิ่งใหญ่นี้
"นี่ก็ยามเฉิน(7.00-8.59)แล้วเ้าจงเดินทางเถิดลูกหง"ไป๋หวงเอ่ยทักบุตรีที่ยังพูดคุยกับพ่อไม่เลิกลาเสียที
"งั้นข้าขอตัวลา โปรดดูแลตนเองด้วยนะเ้าคะ"นางมองไปที่ทั้งสามที่พามาส่งที่ทางออกปักษาสุดเขตแดนเวทย์มนต์คุ้มครองป่าแห่งนี้มายาวนานจนนางที่ออกไปท่องยุทธ์ก็หายห่วงั้แ่ที่บิดาบอกเกี่ยวกับเวทย์อักขระนี้
"อูยา"พรึ่บ!!!นกฮูกที่่ตัวใหญ่ผิดขนาดนั้นบินโฉบลงมาเบื้องหน้าของทั้งสี่ ซึ่งครอบครัวนางอดจะรู้สึกทึ่งไม่ได้กับนกตนนี้ มันให้ความรู้สึกว่านกตนนี้ลึบลับนัก ไม่นึกว่าจะอยู่ในป่าปักษาตนได้ เพราะไป๋หานตรวจตราป่ามายาวนานไม่เคยเห็นเผ่าพันธ์นกฮูกนี้เลย แต่ทำไมเขากลับเชื่อใจและไว้วางใจต่อนกตนนี้ที่มันต้องสมารถดูแลบุตรรีของเขาได้แน่ ข้าขอฝากนางไว้กับเ้าด้วย ไป๋หานส่งคำพูดผ่านจิตไปหานกฮูกตัวนั้น ซึ่งมันก็สะดุ้งนิดหน่อยมันก็ก้มหัวลงอย่างรับทราบ ต่อให้ท่านผู้นี้ไม่ฝากตนก็ต้องดูแลเ้านายของมันอยู่แล้วต่อให้แลกด้วยชีวิตของมันก็ตาม
พรึบๆๆๆ!เสียงกระพือปีกของอูยาบินหายลับไปจนสุดสายตาของทั้งสามที่เฝ้ามอง ทั้งสามเกิดความเงียบระหว่างทางกลับบ้านเพราะรู้สึกใจหายที่ไม่รู้ว่าไป๋หงจะกลับมาหาตนเมื่อไหร่ ขาดคนใดคนหนึ่งไปมันช่างอ้างว้างเสียจริง
ผ่านไปสามวันที่ไป๋หงเดินทางข้างป่าข้ามเขามาอย่างไม่มีพักผ่อนบ้างครั้งก็นอนบนหลังของอูยาที่นางพยายามให้อูยาพักบ้างแต่เหมือนมันไม่อยากพักเพราะห่วงความปลอดภัย มันไม่กล้าที่จะให้นายของมันพักในป่า แต่ด้วยตัวมันเองเป็ที่ไม่วิเศษอะไรแต้ความอดทนเยอะย่อมต้องมีล้า ทั้งสองจึงลงแวะพักที่ธารน้ำใสที่ไหลจากยอดเขาอันไกล เพื่อให้นายของมันชำระล้างเนื้อตัวบ้าง
"นี้มันดินแดนูเาร้อยลูกนี่"นางที่มองแผนที่ที่ท่านพ่อให้นางมาหลายฉบับ ทั้งเล่าเื่ประวัติศาสตร์ของอณาจักรต่างๆให้ฟัง ทั้งที่นางคิดว่าจะมาหาข่าวที่เมืองจะถึงนั้น ก็ต้องล้มเลิกไปเพราะที่ท่านพ่อเล่าให้ฟังนั้นได้มากกว่าที่คิดไว้เยอะ ไม่ต้องเหนื่อยหาประวัติของเมืองต่างๆเอง ท่านพ่อนี้ท่านช่างทำให้ข้าในับครั้งไม่ถ้วน ซักอยากรู้เื่ท่านพ่อตอนอดีตที่ยังไม่เป็จ้าวแห่งปักษานี้ซะแล้วแต่ก็ต้องเลิกคิดไปเพราะที่ท่านพ่อไม่เล่าอาจจะยังไม่ถึงเวลาของเรา
"อาหารในแหวนมิติก็จะหมดสินะ มีแต่เงินตรา หาได้มีประโยชน์ตอนนี้ไม่ เฮ้อ"นางนั่งอวดครวญเพราะตลอดสามวันที่ไม่พักผ่อนนางก็กินอาหารที่มีนั้นไปด้วยพร้อมทั้งให้อูยาด้วย
"ข้าจักต้องหาสัตว์ป่าสักตัว"
ร่างเล็กที่สวมหมวกสานเสื้อผ้าคล้ายคนป่า ตาข้างเดียวที่คนอื่นอาจคิดว่าตาบอดแต่หารู้ไม่ผ้าที่ปิดตานั้นสามารถมองเห็นได้เช่นกัน ไม่มีใครสามารถถอดมันได้นอกจากนางคนเดียวแม้นางจะไม่มีสติก็ตาม ระหว่างที่นางเดินเข้าป่าเรื่อยๆที่มีแตู่เาเรียงรายช่างสมชื่อว่าดินแดนูเาร้อยลูกจริงๆ แต่กลับไม่พบสัตว์ป่าที่น่าจะกินได้เลยสักตัวทั้งที่นางเดินหามา1ชั่วยามแล้ว(2ชั่วโมง)แต่อยู่ๆนางที่เดินไปเรื่อยๆเท่าไหร่กับรู้สึกถึงแรงกดดันนั้นมากขึ้น นางเหงื่อท่วมหน้า นางไม่ได้กลัวเลย แต่ทำไมเหงื่อไหลไม่หยุด ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของสตรีที่ยังเด็กย่อมเป็ธรรมดาที่ต่อให้มันน่ากลัวข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกสั่นขนาดนี้ นางใช้วิชาเท้าปีกเวหาที่ที่โบยบินไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วแม้แรงกดดันนั้นจะหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถหยุดยั้งนางได้ จวบจนมาหยุดที่หน้าถ้ำลึกลับอันเป็ต้นเหตุของแรงกดดันนี้ยิ่งเข้าใกล้นางก็ยิ่งขนลุก
"จะเข้าไปดีไหมเรา"นางช่างใจสับสนเพราะถ้ามันอันตรายเกินตัวนางก็รับไหวก็ไม่อยากเสี่ยง แต่อีกใจก็อยากที่รู้ว่าคืออะไร นางคิดอยู่อย่างนั้นราว หนึ่งเค่อ(15นาที)ก็ตัดสินใจ
"ช่างมันประไร มาขนาดนี้แล้ว "นางเดินเข้าไปในถ้ำมืดมิดนั้น จนนางต้องเสกไฟขึ้นมาที่เบื้องหน้าเพื่อส่องทางเขาไปในถ้ำนั้น
ผ่านไป 1ก้านธูป นางเดินมาถึงโถงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่แหลมคมนั้น หากใครไม่ระวังอาจพลาดพรั้งล้มใส่แน่ นางมองอย่างรู้สึกใจเต้นมานิดๆที่คิดดีแล้วหรอ นางส่องไฟไปรอบๆก็เจอทางที่แบ่งออกเป็สี่ทาง ซึ่งนางไม่รู้จะเลือกทางใดดี ซึ่งแต่ละทางนั้นแตกต่างกันมาก อย่างทางแรก เป็ช่องเล็กขนาดเท่าตัวนาง ทางที่สอง ขนาดใหญ่กว่านางพอให้เข้าไปได้ ทางที่สามขนาดเท่ากันกับทางที่สองแต่รูปทางเข้ามันออกจากเป็สี่เหลี่ยมมากกว่าทางอื่น แต่ที่เตะตานางมากที่สุดน่าจะเป็ทางที่สี่นี่เอง มันช่างใหญ่ผิดปกติ เพราะนางก็ไม่ชอบทางแคบๆเท่าไหร่หรอก นางตัดสินใจจึงเดินไปทางที่สี่อย่างไม่ต้องคิด ร่างเด็กน้อยเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วเพราะนางแค่มาดูอะไรบางอย่างเท่านั้นหากอยู่นานก็ไม่ดี
"นั่นมันช่างงดงามมาก"เมื่อเดินมาจนมาหยุดที่ภาพเบื่องหน้า ไป๋หงแทบใจเต้นไม่หยุด เป็ไปได้อย่างไร ที่ถ้ำไร้ผู้อาศัยทั้งมนุษย์และสัตว์ จะมีที่ที่คล้ายบ้านตนเองนัก เพราะภายนอกถ้ำที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ไม่คิดว่าในถ้ำที่ห่างไกลลึกลับนี้จะซ่อน คลังสมบัติสีทองอร่ามมากมายขนาดนี้ แม้ไม่เท่าคลังสมบัติของท่านพ่อนางหรอกซึ่งคลังสมบัติพ่อนางก็พร่องลงเพราะนางเช่นกัน หึหึ ถ้านางไม่ออกท่องยุทธ์นางก็ไม่อาจทราบได้ว่าท่านพ่อของนางจะซ่อนคลังสมบัติเงินตรามากมายตั้งสามคลังในถ้ำลับที่รู้แค่พวกเราสี่คนเท่านั้นและนางได้เงินตรามากมายนั้นมาเดินทางก็รู้สึกผิดที่ท่านพ่อเก็บมานานต้องมาถูกใช้ไปเพราะนาง
"นั่นแท่นอะไรกันมีกล่องสามใบด้วย"นางมองขึ้นไปข้างบนที่ตรงกลางกองสมบัติมหาศาลเท่าูเาลูกเล็ก ก็ต้องสนใจมันมากกว่าเพราะมันเป็แท่นขนาดใหญ่ที่สร้างจากน้ำแข็งเป็บันไดสองร้อยคั่น จนไปถึงยอดกล่องที่วางอยู่นั้น และนางรู้สึกเห็นว่ามันมีบ่อน้ำอะไรสักอย่างสองบ่อข้างๆแท่นหินของกล่องสามใบนั้นแต่มันไกลจากสายตานักเลยไม่รู้ว่าบ่ออะไร
"สิ่งใดที่มารบกวนสถานที่ของข้า"เสียงทุ้มกล่าวอย่างโมโหเพราะมันอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้มานานนับหนึ่งพันปี ไม่คิดเลยว่าจะมีสิ่งรบกวนมัน ขนาดที่มันจำศีลยังอดไม่ได้ที่จะออกมา ช่างรบกวนมันยิ่งนัก
"น่ะ ...นั้นมันตัวอะไรกัน"ไป๋หงที่ใจเต้นไม่หยุดเพราะเริ่มกลัวรูปร่างใหญ่มหึมานั้นที่ปรากฎขึ้นที่บนบันไดสูงนั้นพร้อมกับแรงกดดันที่นางตามเข้ามา ที่แท้แรงกดดันคือเ้าตัวนี้นี่เอง ไป๋หงหอบหายใจอย่างอย่างหนัก แค่การปรากฎตัวของมันทำเอานางเริ่มทรงตัวไม่ไหว หากนางไม่อยู่ในระดับขาวนางคงตกตายไปแล้ว นางที่หอบหายใจพรางคิดไปด้วยมันคือตัวอะไรกันแน่ จนเค้นข้อมูลในหัว ที่อ่านหนังสือที่นางได้จากท่านพ่อมากมาย ตำราอสูรมากมายที่ให้นางศึกษาพอนึกได้ก็ตาเบิกกว้างเพราะรูปลักษณะข้างหน้านี้ช่างเหมือนเผ่าพันธ์ัโบราณกาลมาก มันไม่ใช่สูญพันธ์ไปแล้วหรือ ไป๋หงมองรูปร่างที่ที่ใหญ่ ผิวของมันสีดำสนิท ตาสีแดงเื จ้องมองมาที่นางด้วยใบหน้าที่ออกจะไม่ชอบนางที่มองมันอย่างไม่กลัวเกรง
"บังอาจนัก เป็มนุษย์ช่างไม่รู้จักรักตัวกลัวตาย ไสหัวไปจากที่ของข้าบัดเดี๋ยวนี้ อย่าหาว่าข้าผู้นี้ไม่เตือน"ัที่แม้จะดุร้ายแต่มันก็ไม่สามารถฆ่าใครได้พร่ำเพื่อ เพราะมันเป็เป็สัตว์เทพที่มีคุณธรรมมากพอควร ด้วยความรักสงบและไม่อยากยุ่งวุ่นวายโลกภายนอก
"ขออภัยที่ข้ามารบกวนท่าน แต่ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหรอกนะ แต่ไม่รู้มีสิ่งใดในนี้ที่เรียกร้องให้ข้ามา จนมาเจอสถานที่นี้"บอกตามจริงนางไม่อยากเอาตนเองมาเสี่ยงอันตรายหรอก แต่มีสิ่งหนึ่งรบกวนนางมากที่จิตใจ เพราะเหมือนแรงกดดันนั้นพ่วงมาด้วยสิ่งเรียกร้องให้นางต้องไปหามันด้วยเหมือนสิ่งรั้งรอตัวนางมายาวนานมากแล้ว ไม่ใช่ว่านางจะเป็คนดื้อดึงขนาดนั้น ัั์ได้ยินมนุษย์ตัวจิ๋วเอ่ยก็ขมวดคิ้ว สิ่งที่เรียกร้องให้นางมาหรือ แล้วทำให้มันนึกได้ว่าถ้ำแห่งนี้เขาลงอาคมที่ปกปิดทางมาสถานที่ของตนนี่เหตุใดมนุษย์ผู้นี้ถึงมองเห็นกัน มันก็จริงที่มีทางอยู่สี่ทางให้เลือกเดินแต่มีทางเดียวก็คือทางมายังสถานที่ตนนั้น ถ้าไม่ใช่เป็คนผู้นั้นจริงก็นอกจากปีศาจชั่วช้านั้นที่มีระดับมากกว่ามันถึงจะมองเห็น มันสงสัยไม่มีทางเป็คนผู้นั้นไปได้ ตามันจึงหรี่ลงแล้วเอ่ย
"อย่ามากล่าวโป้ปดต่อหน้าข้า ข้าเกลียดนักวาจาที่หลอกลวงของพวกมนุษย์กิเลสตัณหาเยอะ ข้าเตือนเ้าแล้วว่าให้รีบหนีไป อย่าหาว่าข้าใจร้าย ตายซะ"มันพ่นลมหายใจมาสายหนึ่งอย่างรวดเร็วลมหายใจนั้นที่เป็ลมหายใจของมันแต่กลับแรงเร็วดั่งพายุคร่าชีวิตให้ตกตายได้ทันทีหากโดนมัน
ฟู่ววววววว!!!
ตานางเบิกกว้างแม้จะประสาทััดีก็ช้าไม่มีทางที่จะหลบพ้นลมสายแรงที่พุ่งมาดั่งค้อนั์ นางเรียกลมปราณป้องกันสาดใส่แต่กลับสลายไปจนลมนั้นสาดใส่ร่างของนางจนกระเด็นพุ่งใส่ผนังถ้ำที่หินย้อยแหลมคมที่โผล่ จนถากแขนนางเป็ทางยาว บวกกับร่างกายที่กระแทกอย่างแรงก็จุกจนกระอักเื
อั๊ก!! ไม่ได้นางสู้ัตนนี้ไม่ได้ และนางยังได้รับรู้ถึงระดับของมันที่ไม่เหมือนมนุษย์ มนุษย์ลมปราณจะเป็ระดับของสี แต่สำหรับสัตว์อสูรก็คล้ายมนุษย์เช่นกัน แต่ระดับที่ปล่อยออกมานี้คล้ายของบิดามารดานางมากนัก เป็ลมปราณที่มีแต่สัตว์เทพเท่านั้น และสัตว์ตนนี้ก็คือัที่อยู่ในระดับาอีกเทียบเท่าบิดาตน ไป๋หงที่นอนหายใจรวยรินตาก็เริ่มพร่ามัว เืที่ไหลจากแขนก็อาบไปทั่วหลังเพราะแผลลึกยาวนั้นจนน่ากลัว ัที่มองดูก็กำลังจะฆ่ามนุษย์ผู้นี้ไปเสียเพราะถ้าปล่อยไปอาจจะนำความวุ่นวายมาสู่มันเป็แน่ โดยเฉพาะมนุษย์ที่ชอบล่าสัตว์อสูรไว้ ัโบราณพ่นไฟที่สามารถแผดเผาแค่ไม่กี่เค่อได้อย่างสิ้นซากไม่เหลือฝุ่นนั้นพุ่งไปที่ร่างที่หายใจรวยรินนั้น แต่ แต่มันกลับตาเบิกกว้างเพราะมีแสงที่ห่อหุ้มร่างของมนุษย์ผู้นั้นเป็แสงสีทอง แถมยังมีแสงก้อนหนึ่งพุ่งมาป้องกันเกิดเป็โล่สีทองวงกลมมีลวดลายอักขระภาษาโบราณทีมันไม่คิดว่าจะได้เจอ โล่สีทองอร่ามสว่างจ้าที่ปกป้องเด็กน้อยที่นอนหมดสติไปแม้นางจะมองไม่เห็นชัดมากแต่นางกลับรู้สึกเห็นว่ามีแสงอะไรบางอย่างพุ่งมาป้องกันนางแต่ก็ไม่อาจมองชัดๆได้ก็สติดับไปก่อน
ส่วนัโบราณนั้นเห็นโล่สีทองอร่ามเบื้องหน้าที่สลายพลังของมันก็เข่าทรุดลงทันทีกลายร่างเป็บุรุษรูปงามผมยาวสยายสวมอาภรณ์สึดำทั้งตัวตาสีแดงปนขาวที่หลั่งน้ำตาอย่างไม่อยากเชื่อว่าภาพเบื้องหน้าที่คิดว่าหายสาบสูญจากมันไปนานกว่าหนึ่งพันปีจะปรากฎมาตรงหน้าที่มันอุตส่าตามหามาหลายปีในดินแดนมนุษย์ร่างกายบุรุษัมองโล่สีทองนั้นอย่างสั่นสะท้าน ความรู้สึกมันตอนนี้คือสับสนปะปนไปหมด ทั้งคิดถึง ห่วงหา โหยหา รอคอย
"โล่า์"ปากัหนุ่มที่อายุรางหนึ่งหมื่นปีเพราะโล่า์เป็อาวุธป้องกันที่มันไม่มีวันลืม เป็โล่ที่ผู้เป็นายของมันใช้รบาที่ก่อนหายสาบสูญไปซึ่งเป็ครั้งแรกของมันด้วยที่เห็นนายมันนำออกมาใช้เวลาที่คับขันและไม่สามารถต้านได้ตอนนั้น โล่นี้จะสามารถใช้ได้นอกจากสายเืของนายมันเท่านั้นและต้องมีระดับลมปราณระดับาเท่านั้นอีกด้วย เพราะมันเป็โล่ที่ทำจากเืนั้นเอง เขานึกอย่างเ็ป เหม่อลอย โล่ที่คอยป้องกันร่างเด็กน้อยก็สลายหายไปในร่างของเด็กสาวทันที แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงลึกลับทั่วโถงถ้ำน้อย่างกังวาลเอ่ยกับัหนุ่ม
"เทียนหลงเอ๋ย เ้าช่างเปลี่ยนไปนัก เหตุใดต้องทำร้ายคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้ ถ้านางไม่ใช้สิ่งสำคัญของข้า และเ้ายังเป็สหายเก่าข้า อย่าคิดว่าเ้าจะได้มีชีวิตให้ข้าได้กล่าวตักเตือนแบบนี้"ัหนุ่มที่ใทันที ใช่เสียงสตรี นี่ ใช่แน่ๆนั้นนางจริงๆ
"ทะ...ท่านจริงๆด้วย จักรพรรดินีอสูร์ ท่านไปอยู่ที่ใดเหตุใดข้าถึงไม่สามารถหาท่านเจอ"ัหรือนามว่าเทียนหลงเอ่ยอย่างรู้สึกปีติยินดีที่มันได้เจอจ้าวแห่งอสูร์ จักพรรดินีองค์เดียวที่หายสาบสูญไปกว่าหนึ่งพันปี เนื่องจากาแห่งเทพและแดนอณาจักรอสูร์นั้น
"สหายข้า ข้าคงบอกแก่เ้าไม่ได้มาก ข้าจักบอกแค่ว่าตัวข้านั้น สบายดี อย่าได้ห่วงเลย แต่ตอนนี้เ้าต้องรีบช่วยบุคคลสำคัญของข้าเสีย ไม่งั้นข้าจะฆ่าเ้าแน่หากนางเป็อะไรไป!"เสียงที่ติดโมโหเพราะัเทียนหลงได้กระทำสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตนางยิ่งกว่าสิ่งไหน เทียนหลงที่สะดุ้งเพราะเสียงตะคอกใส่มันก็สั่นๆ แค่เสียงยังขนาดนี้ ช่างเป็สตรีที่น่ากลัวเช่นเดิม เขามองไปที่ร่างของมนุษย์จิ๋วผู้นั้นก็แปลกใจไม่รู้ว่ามนุษย์ผู้นี้มีความสำคัญใดต่อจักพรรดินีของเขากันแน่นางถึงได้อารมณ์กรุ่นใส่ข้าได้ ขนาดถึงฆ่าก็ยังได้ นางช่างน่าสนใจนัก มันรีบไปยกร่างเล็กนั้นที่ที่เืไหลอาบแต่ก็หยุดลงเพราะรู้ว่ามีแสงสีทองที่หุ้มร่างก่อนหน้านี้ช่วยไว้ ซึ่งน่าจะเป็จักรพรรดินีของเขาเป็แน่
ัเทียนหลงรักษาร่างบนเตียงน้ำแข็งซึ่งมันเสกขึ้นมา ัเทียนหลงเป็สัตว์เทพที่มีสองสายเืบริสุทธ์คือ สายเืของัอัคคีเพลิงซึ่งเป็บิดา และัเหมัณห์ที่เป็มารดา
"ดีนักที่ร่างกายนางฝื้นตัวเร็วอย่างแปลกประหลาด"เทียนหลงเอ่ยเบาๆแต่กลับมีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เพราะข้าช่วยนางไว้ต่างหาก ไม่มีข้าแล้วนางคงได้ตกตายเป็แน่ เ้าัโง่เง่า"เทียนหลงเสียวสันหลังวาบเพราะน้ำเสียงดูจะโกรธมันไม่น้อย ที่ไปแตะต้องสิ่งสำคัญไม่ระวังแบบนี้ แทบอยากจะตบกะบาลตนเองโง่เง่าเช่นนางว่า
"ขอบพระทัยที่พระองค์ไว้ชีวิตข้า "
"อย่ามากพิธีเ้าเป็สหายข้า อย่าพูดห่างเหินกันเพียงนั้น"
"นางไม่เป็อันใด แผลนี้ข้าสมานจนหายไม่มีร่องรอยแล้ว โปรดวางใจ"เทียนหลงกล่าวพรางมองหน้าเด็กสาวนางนี้ที่ตามีผ้าปิดข้างหนึ่งซึ่งเขาอยากลองรักษาแต่กลับเปิดผ้านั้นออกไม่ได้ จึงรอให้นางฟื้นค่อยถามเื่ตาของนาง ซึ่งจักรพรรดินีที่รู้ว่าเทียนหลงสงสัยในเื่ตาอีกข้างที่ปิดอยู่ก็เอ่ย
"เ้าไม่ต้องรักษานางหรอก ตาข้างนั้นไม่ได้บอดหรอก ซึ่งจะดีไม่ต้องถามเื่นี้กับนาง ถ้านางอยากเล่าเ้าก็จะรู้เอง"ัเทียนหลงก็พยักหน้าเข้าใจ
"ข้าคงต้องกลับสู่ร่างของนางแล้ว เพราะเ้าเป็สหายข้าข้าถึงออกมา เพราะข้าก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเ้า หมดเวลาข้าแล้ว ฝากดูแลนางด้วย อยากให้เ้ารู้ไว้นางสำคัญกับข้ามาก"พรึ่บ!เสียงลมที่มองไม่เห็นลอยเข้าสู่ร่างของไป๋หงที่นอนไม่ได้สติอยู่ ซึ่งเทียนหลงที่ก็รับรู้ทันทีว่านางหายไปแล้ว ที่แท้จักรพรรดินี สหายเก่าและยังเป็นายของมันอีก อยู่ในร่างนี้มาตลอดตามคำบอกเล่าของนาง นางที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง สตรีหน้าตายที่ชายใดหาได้เคียงคู่ไม่ เพราะนางใจแข็งดั่งหินผา แต่ความรู้สึกของัเทียนหลงมันบอกกว่าเด็กน้อยผู้นี้สำคัญแม้กระทั่งชีวิตสตรีหน้าตายนั้นที่แทบไม่เคยยิ้มและไม่เคยมีสหายหรือครอบครัวที่เคียงข้างนางนอกจากเขาที่เป็สัตว์เทพคู่กายนางที่ไว้ใจตนเดียวเท่านั้น พูดแบบนี้ทำให้เขาคิดไม่ตกเลยว่าถ้านางผู้นี้ไม่ได้มีพระคุณต่อนางก็อาจจะเป็สายเืของนาง หรือบุตร เทียนหลงส่ายหัวอย่างปวดหัว ตลอดพันปีมานี้ จักรพรรดินีเ้าทำอันใดไปกันแน่ เหตุใดเ้าถถึงไม่บอกกล่าวกับข้าเื่ราวที่เ้าปิดบังทั้งหมดนั้น อยู่ๆก็มีเสียงดังเข้ามาในหัว
"เ้าจักจะรู้เองหากเ้าติดตามนาง"แล้วก็หายไป มันถอนหายใจ ใช่ มันจะต้องติดตามอยู่แล้วเพราะที่มันอยู่นี่เพราะรอคอยผู้เป็นายกลับมาและมันก็ไม่มีอันใดที่ต้องอยู่เพราะนายมันได้มาอยู่ในร่างของเด็กผู้นี้
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
ร่างเล็กที่นอนบนเตียงน้ำแข็งมาหนึ่งสัปดาห์นั้นก็ขยับเล็กน้อย ตาที่ปิดสนิทลืมขึ้นอย่างยากลำบาก มองไปรอบๆที่คุ้นเคยเพราะเป็ที่ที่นางอยู่ก่อนสติดับไปนั้นแหละ แต่ทำไมด้านหลังนางรู้สึกเย็น แต่เป็ความเย็นที่รักษานาง ไป๋หงลุกขึ้นอย่างยากลำบากมือยันตัวที่ไม่ได้ขยับมานาน ก็ต้องขยับยากอยู่ดี แม้ร่างกายที่าเ็ก่อนหน้านี้ก็หายไปหมดสิ้นแล้วก็ตาม นางขมวดคิ้วงง ระหว่างหาสาเหตุอยู่นั้นร่างบุรุษก็ปรากฎขึ้น คือเทียนหลงนั้นเองก็เดินมาหานางด้วยใบหน้าที่นิ่ง
"นอนหลับสบายจนผ่านหนึ่งสัปดาห์เลยนะแม่หนู"เสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้น ไป๋หงมองไปตามเสียงก็ต้องตาโตเพราะบุรุษเบื้องหน้านี้ช่างรูปโฉมหล่อเหลาล่มบ้านล่มเมือง ขนาดพี่ชายนางหรือบิดายังหาใครมิเปรียบได้ ไม่คิดว่าจะมีใครที่มีออร่ามากกว่าท่านพ่อท่านพี่นางได้ นางจ้องบุรุษแปลกหน้าจนลืมตัว เทียนหลงที่เห็นนางจ้องตาไม่กระพริบก็กระแอมเล็กน้อย แล้วมานั่งบนเตียงน้ำแข็งตรงข้ามนาง จนทั้งสองนั่งห่างกันแค่ราวห้าฝ่ามือ โอ้ ข้าป่วยหรือนี่ ทำไมหน้าถึงร้อน ท้องไส้ปั่นป่วน นางรีบยกมืออังหน้าผากดูว่าตัวร้อนไหม ก็ไม่นิ เทียนหลงมองกิริยาของนางก็ขมวดคิ้ว งงๆ นางเป็อะไร
"เ้ายังเจ็บตรงใดหรือไม่"เทียนหลงกล่าวออกไปเพื่อทำลายความเงียบ
"เอ่อ...ข้าไม่เป็ไรแล้ว ท่านคือ.."ไป๋หงมองบุรุษที่นั่งมองหน้านางนิ่งๆอย่างไม่ได้รู้สึกอะไร จนนางทนต่อสายตานั้นไม่ไหวก็เสมองไปทางอื่นบ้าง
"ข้าเทียนหลง หรือัที่เ้าเจอหลายวันก่อนนั้น"นางเบิกตากว้างอย่างใ แต่นางก็สงบลงเพราะตอนอ่านตำราก็รู้ได้ว่าสัตว์ที่มีระดับสูงเช่นันี้ถ้าอยู่ในระดับาก็สามรถแปลงร่างได้ พอคิดได้นางหันขวับมามองแล้วถอยร่นห่างจากเขา ซึ่งเตียงที่ไม่ได้กว้างนัก นางถอยที่ไม่ได้ดูก็เสียหลักจะหงายหลังลง แต่เทียนหลงรีบคว้าไว้ทัน ก่อนจะมองนางอย่างดุๆ
"ข้าไม่ทำอันใดเ้าหรอก ข้าต่างหากที่ต้องขออภัยเ้าด้วยที่ล่วงเกินเ้าไป"เทียนหลงวางร่างเด็กน้อยนั้นลงตรงเดิม ซึ่งไป๋หงได้ยินก็เบาใจลง แล้วก็สงสัยเหตุใดัตนนี้ถึงช่วยนางไว้
"เหตุใดท่านถึงไม่ฆ่าข้าล่ะทั้งที่ตอนนั้น..."
"อืม ข้าก็อธิบายยาก เอาเป็ว่าข้านั้นแค่สั่งสอนเ้าเท่านั้น แต่ข้าไม่ใจร้ายถึงขนาดฆ่าใครไม่มีเหตุผล"เขาผายมือไปทีหนึ่งก็มีโต๊ะน้ำแข็งขนาดเล็กมีสำรับอาหารที่เนื้อสัตว์ป่าที่ย่างสุก ผลไม้สามชนิด จนหอมน่ากินชวนให้ท้องนางร้องโครกครากอย่างน่าอายต่อเทียนหลง
"ทานเถิด เ้าไม่ได้ทานอะไรมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว"เทียนหลงขบขันเล็กน้อย นางช่างเหมือนนายเก่าของมันนักท่าทางนั้นที่มีแต่เขาเท่านั้นที่สามารถเห็นมันได้ตนเดียว
"งั้นข้าไม่เกรงใจละกัน"นางรีบจับเนื้อที่ย่างสุกหอมนั้น กินอย่างมุมมาม เทียนหลงมองก็ส่ายหน้า ช่างทำตัวไม่เหมือนสตรีเลย
สามวันผ่านไป
"ท่านเทียนหลงบ่อสองบ่อนี้คืออันใด ทั้งกล่องสามใบนั้นด้วย มันช่างแตกต่างจากกองสมบัติูเาของท่านเยี่ยงนัก ข้าสงสัยมานานแล้วแต่ไม่กล้าถามท่าน "เทียนหลงได้ยินก็เงยหน้าจากการนั่งเดินลมปราณอยู่ก็หยุดลง ก่อนจะมองไปที่บ่อนั้นที่เขาเฝ้ามาหลายพันปี มันคือบ่อ เืของท่านแม่และท่านพ่อของเทียนหลงที่หมดอายุไขไป เทียนหลงมองบ่อน้ำเืฝั่งซ้ายที่มีสีฟ้าเข้มซึ่งทุกปีครั้งหนึ่งเืท่านแม่จะจับตัวกันจนเป็น้ำแข็งประมาณหนึ่งเดือนก็กลับมาเป็น้ำสีฟ้าเข้มเช่นเดิมอย่างกับไม่ใช่เื ซึ่งมารดาของมันแตกต่างจากเผ่าัทั่วไปด้วยซ้ำเพราะมารดามันเป็ัที่สืบสายเืกายาับริสุทธ์ขนาดเขาเป็บุตรแท้ยังไม่สามารถรับกายาัเหมัณห์ของท่านแม่ได้ เพราะเป็ัลูกครึ่ง แต่ก็เป็ครึ่งบริสุทธ์แต่ร่างกายตนตอนเกิดเจ็บป่วยบ่อยจนไม่อาจรับภาระที่ร่างกายัแกร่งทั้งสองตนนั้นไหว มันรับได้อย่างละครึ่งเท่านั้น แต่ก็เกินกว่ามากนัก มันจึงอาการกำเริบเพราะพลังไม่เสถียรจนเขาเกือบตกตาย แต่จึงมีจักรพรรดินีนายของมันเองนั้นได้ช่วยไว้เพราะปราณธาตุของพระองค์มีถึงสี่ธาตุพิเศษที่ไม่มีใครจะมีได้นอกจากนางมากสุดก็แค่สองธาตุพิเศษเท่านั้น ส่วนเืฝั่งขวาเป็สีแดงเข้มจนเกือบดำนั้นเป็ของบิดาที่เป็ัอัคคีเพลิงซึ่งเขาจะมีด้านพลังนี้มากกว่าสายเืท่านแม่อีกด้วย และเป็สายเืที่เทียนหลงพัฒนาการรวดเร็วกว่าของท่านแม่ด้วยซ้ำ แต่ยังไงตนก็ต้องทำทั้งสองให้เท่าเทียมกันไม่งั้นร่างกายจะไร้สิ้นสายเืัเหมัณห์และจะใช้พลังหิมะนั้นไม่ได้ เทียนหลงนึกเื่ราวใบหน้าสลดลงทำให้ไป๋หงที่รอคำตอบก็รู้สึกผิดที่ถามอะไรไม่เข้าเื่
"ขออภัยท่านด้วยที่ข้าถาม ท่านไม่จำเป็ต้องตอบข้าก็ได้ข้าเข้าใจ "ไป๋หงหันกลับไปหยิบกล่องสมบัติสีทองมากมายที่ที่เรียงรายจนลายตา น่าเสียดายนักหากไม่ใช่ก็เหมือนของไร้ค่า
"ไม่เป็ไรข้าบอกเ้าได้อยู่แล้ว"ไป๋หงที่ได้คำตอบก็วิ่งมานั่งลงข้างเทียนหลงที่นั่งขัดสมาธิอยู่อย่างกับเทพ์
"จริงหรือ "ไป๋หงทำหน้าตื่นเต้น
"อืม ก็ไม่มีอันใดหรอก สองบ่อนี้คือเืัเหมัณห์และัอัคคีเพลิงที่สิ้นอายุไขไป แต่ก่อนสิ้นอายุไข ท่านทั้งสองทำพิธีถวายเืไว้ให้ข้าเพื่อให้ข้าได้มอบมันให้แก่คนสำคัญของข้าที่ข้ารอมานาน ซึ่งัทั้งสองตนคือบิดามารดาข้าเอง"ไป๋หงตาโต พร้อมถาม
"เืของบิดามารดาท่าน มันสำคัญอย่างใดหรือ เหตุใดต้องถวายเืนี่ให้กับคนๆนั้น"ไป๋หงถามอย่างสงสัย เืันั้นมีประโยชน์ด้วยหรือนอกจากแก่นแท้ของสัตว์ทุกตัวเท่านั้นไม่ใช่หรือที่สามารถมีประโยชน์อย่างเดียวได้นางอ่านตำราไม่เห็นจะบอกประโยชน์ของพวกสัตว์เทพเลย
"สำคัญสิ แต่เืเฉพาะสัตว์เทพเท่านั้นนะที่จะสามารถถ่ายพลังเืนี้ได้ สัตว์อสูรดินแดนมนุษทำไม่ได้หรอกไม่มีประโยชน์ด้วยซ้ำ"
"อ่อ เป็เช่นนี้นี่เอง"ไป๋หงพยักหน้า
"แต่ข้าคงมอบให้นายของข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว"แม้จะมีแค่จิติญญาก็เถอะ อันนี้เขาเอ่ยในใจเพราะเื่ที่มันเจอนายของมันผ่านร่างกายไป๋หงนั้น พระองค์ได้ให้เขาปิดปากห้ามเอ่ยเื่ราวของพระองค์เป็อันขาด
"ข้าเสียใจกับท่านด้วย"ไป๋หงที่เห็นสีหน้าท่านเทียนหลงที่เอ่ยถึงบุคคลนั้นคงจะสำคัญไม่แพ้บิดามารดาของเขา พร้อมทั้งบิดามารดาของท่านเทียนหลงยังถวายเืศักดิ์สิทธิ์นี้ให้อีก บุคคลนั้นข้าซักอย่างรู้เื่ราวแล้วสินะ แต่ก็ได้เก็บง่ำไว้ในใจ
"ข้าไม่เป็ไร แล้วเ้าจะเดินทางไปเมื่อใด"ไป๋หงนึกได้ว่านางจะเดินทางท่องยุทธ์นี่ ไงนางถึงได้ลืมไปเล่า นี่จะผ่านไปสองอาทิตย์ล่ะที่นางติดอยู่ในถ้ำนี้เพื่อรักษาตัว
"อ่า ข้าลืมเสียสนิทเลย ขอบใจท่านมากที่เตือนข้า"
(เทียนหลงสหายข้า ของบิดามารดาของเ้าที่ที่ถวายให้ข้าผู้นี้จงมอบมันให่แก่นางเถิดข้าคงไม่อาจรับได้แล้ว)เสียงที่ดังขึ้นมาในจิตของเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเขาคงต้องมอบให้นางผู้นี้อยู่แล้ว ด้วยตัวมันจะติดตามไปกับนางด้วย จึงไม่คิดว่าจะกลับมายังที่แห่งนี้อีก
"ไป๋หง เ้าจะยอมรับข้าหรือไม่ หากข้าขอยอมติดตามเ้าไปด้วย ด้วยการทำพันธะสัญญารับใช้"ไป๋หงตาเบิกกว้าง เดี๋ยวนะ นางคงไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช้ไหม
"หา ท่านอย่าพุดล้อเล่นกับข้า ข้าไม่อาจให้ท่านที่สูงส่งกว่าข้ามาเป็สัตว์ในพันธะของข้าได้ เท่ากับท่านละทิ้งชีวิตอิสระเลยนะ และข้าไม่อยากบังคับสิ่งใดมาอยู่ใต้อาณัติข้าหรอก "ขนาดอูยาขอทำพันธะกับนางนางยังคิดแล้วคิดอีก มันก็ไม่ยอมจนนางต้องทำให้
"ข้าเบื่อถ้ำนี้แล้วอยากออกไปโลกภายนอกบ้างขอให้ข้าติดตามเ้าเถิด "ไป๋หงคิดอย่างหนัก
"เฮ้อ...แล้วแต่ท่านละกัน"ไป๋หงแพ้สายตาที่คล้ายกับอูยาตอนขอนางมากนัก นี่นางให้อูยาอยู่กับท่านเทียนหลงมากไปใช้ไหมถึงติดนิสัยมาได้ ตลอดสามวันที่ผ่านมานี่ที่นางอยู่กับเขาและได้ปล่อยให้อูยาออกมาภายนอกเพราะนางไม่ชอบที่จะกักขังเท่าไหร่
เทียนหลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งต่อหน้านางที่นั่งบนเตียงน้ำแข็งนั้นอย่างสง่าผ่าเผย ท่านี้ทำให้นางหน้าร้อนไม่น้อย มาอีกแล้วอาการแบบนี้ สรุปนางป่วยจริงๆหรือเนี่ย นางสลัดความคิด ใบหน้าหล่อเหลาเกิดมนุษย์มนาของเทียนหลงจ้องมองมายังใบหน้าเล็กที่มองเขาเหมือนกัน เทียนหลงนำกริชมากีดที่นิ้วแล้วนำเืหนึ่งหยดนำมาป้ายที่หน้าผากมนของนางอย่างแ่เบาพร้อมพูดด้วยคำสัตย์สาบาน
"ข้าัโบราณกาลนามว่าเทียนหลง ข้าให้คำสัตย์สาบานต่อหน้าของนายท่านไป๋หงว่า ข้าจะจงรักภักดี ไม่คิดทรยศต่อ่ท่าน หากผิดคำสัตย์ขอให้ข้าตกตายทันที"ไป๋หงใกับคำกล่าวนั้น แต่สงบลงแล้วรีบกรีดนิ้วให้มีเืแล้วเอาไปป้ายหน้าผากนั้นอย่างนุ่มนวลเป็ััที่เทียนหลงรู้สึกราวกับว่านี้คือััของจักรพรรดินีเอง เขาน้ำตาไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ แสงสว่างด้านหน้าผากที่นางป้ายเืไปนางจึงกล่าวสัตย์ต่อเทียนหลง
"ข้านามว่าไป๋หง ข้ายังไร้วิชาอ่อนด้อยมากนัก หากท่านเทียนหลงมัรกรโบราณกาลเลือกที่จะติดตามข้า ข้าก็ขอรับด้วยความจริงใจ และข้าคิดว่าเขาก็เปรียบเสมือนครอบครัวของข้าผู้หนึ่งที่มากกว่าสัตว์ในพันธะสัญญาท่านโปรดจงรับรู้"เทียนหลงที่ได้ยินคำกล่าวก็ตะลึงไม่คิดว่าประโยคที่กล่าวมาของไป๋หงจะเหมือนกันมากกับนายเก่าของมันที่มองมันเป็หนึ่งในครอบครัว ข้าเลือกถูกแล้วจริงๆพระองค์ ชีวิตนี้ข้าไม่โดดเดี่ยวแล้ว
"ขอบพระคุณท่านด้วย นายของข้า ท่านไป๋หง"เทียนหลงก้มหัวเคารพอย่างรู้สึกซึ่ง
"ท่าน! อย่ากล่าวมากเกินไป เรียกข้าว่าไป๋หงเฉยๆก็พอ ข้าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่มันดูห่างเหินนัก เข้าใจไหม"ไป๋หงกล่าวอย่างดุๆ อย่างน้อยเทียนหลงก็ดูเป็าุโกว่านาง เทียนหลงยิ้มเล็กน้อย
"ก็ได้ๆ ไป๋หง ก่อนอื่นเ้าก็เป็นายของข้าแล้ว แล้วต้องออกเดินทางพร้อมเ้า และของในถ้ำนี้ข้าไม่อาจปล่อยไว้ได้ เพื่อส่งต่อเจตจำนงของบิดามารดาของข้า ฉะนั้นข้าจะมอบสมบัติทั้งหมดในนี้และมอบเืของพวกท่านให้แก่เ้า"ไป๋หงตาเบิกกว้าง วันนี้นางเล่นใไปหลายรอบเลยก็ว่าได้
"นี่ท่าน พูดบ้าอะไร บ่อเืนี่ไม่ใช่ว่าบิดามารดาของท่านถวายแค่บุคคลที่ท่านรอไม่ใช่หรือ และข้าไม่คิดว่ามันจะมีผลต่อข้าได้ ข้าไม่เหมาะ"
"ได้สิ เืนี่มันทำขึ้นมาเพราะนายเก่าของข้าก็จริงแต่นายของข้านางได้ปฏิเสธแก่มันแล้ว เพราะฉะนั้นเืนี่สามารถมอบให้คนอื่นได้แต่ผู้นั้นต้องมีจิตใจเข้มแข็งและร่างกายไม่อ่อนแอ หากตกเป็ของคนเลวข้าคงรับไม่ได้ จึงขอมอบแก่เ้าคนเดียวเท่านั้น"เทียนหลงพอจะทราบดีหากนางอ่อนแอคงรับพลังเืัทั้งสองตนไม่ไหวแน่ นางยังเยาว์วัยมากนัก อาจตกตายได้เลย เขากังวลจนจักรพรรดินีที่ติดต่อเขาจนเขาเริ่มชิน ที่บอกแก่เขาว่านางมีกายที่บริสุทธ์และแข็งแกร่งมากอาจมากกว่าพระองค์ด้วยซ้ำเพียงแต่ยังเยาว์วัยนางก็กังวลเช่นกัน แต่นางเชื่อว่าไป๋หงย่อมทำได้ หากทำไม่ได้อนาคตข้างหน้านางจะแบกรับภาระที่รอคอยนางอยู๋ได้อย่างไร จักรพรรดินีที่คิดได้รู้สึกเศร้าที่ไม่อาจช่วยอะไรกับไป๋หงของนางได้ เทียนหลงที่ได้ฟังคำฝากฝังของจักรพรรดินีที่บอกจะจำศีลแล้ว เพราะไม่รู้อีกเมื่อไหร่นางได้ฝืนคืนสติ เพราะเป็เพียงจิติญญา ที่ออกมาได้เพราะรับรู้ถึงอันตรายของร่างไป๋หงจึงฝืนจิติญญาจนเสียพลังไปมากจึงต้องเข้าจำศีลทันทีเพราะนางเป็สัตว์เทพที่เป็ถึงจักรพรรดินีของเหล่าสัตว์เทพบน์
"ท่านจะมอบให้ข้าจริงๆหรือ"
"อืม ข้าเลือกแล้วเ้ามีใจที่อดทนข้าย่อมคิดว่าเ้าทำมันได้"ไป๋หงคิดหนัก ดูบ่อเืที่นิ่งสงบนั้นก็ขนลุก
"ท่านคิดดีๆเถอะ"
"ไป๋หง โลกใบนี้คนแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่ได้ เ้าจะปกป้องครอบครัวได้อย่างไรหากเ้าไม่ไขว่คว้า ควรเห็นแก่ตัวเพื่อตนเองบ้าง"ไป๋หงคิดตามเทียนหลงก็จริงโลกภายนอกที่ท่านพ่อเคยกล่าวถึงแม้ข้าจะพัฒนาการเร็วเกินอายุ แต่นางก็ยังด้อยประสบการณ์การ
"อืมถ้างั้นข้าก็ขอรับไว้ก็แล้วกัน"เทียนหลงมองดวงตาสีดำสนิทดั่งรัติกาลที่เป็สายตาที่แน่วแน่ไม่หลงเหลือความไร้เดียงสาดั่งอายุของนางเหมือนดวงตานั้นผ่านโลกมาเยอะมากก็รู้สึกภูมิใจ
"งั้นข้าจะช่วยเ้าเอง เชิญเ้ามาทางบ่อเืัเหมัณห์เถิด"ไป๋หงพยักหน้าแล้วเดินไปหยุดที่บ่อน้ำที่มีสีฟ้าเข้มดั่งมหาสมุทรนั้น

อิมเมจของท่านเทียนหลง
#ขออภัยผู้อ่านทุกท่านอาจมีบางคำที่พิมพ์ผิดซึ่งจะกลับมาแก้ยามว่างอีกทีหนึ่ง เพราะรีบพิมพ์เนื่องจากหาเวลาว่างมาเพิ่มตอนได้ ก็มีงานเข้าอีก และก็ ติชมได้จ้า