เมืองภายใต้เงา
เช้าวันใหม่เมืองเอ็นโดโปลิสยังคงสว่างไสวด้วยป้ายโฮโลแกรมและแสงนีออนแต่ในตรอกซอกลึกของเขตสลัม กลับเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบถึงกฎใหม่ของรัฐบาลทุกจอภาพกลางเมืองฉายประกาศอย่างเป็ทางการ
“เพื่อความมั่นคงและป้องกันการก่อการร้ายรัฐบาลเมกะโลเซียจะดำเนินโครงการ ติดตั้งชิปควบคุมในแรงงานโฮโมเซเปียน ทุกคนเริ่มจากโรงงานอุตสาหกรรมในเขตต่ำ”
เสียงของผู้ประกาศAI ดังราบเรียบแต่สำหรับแรงงานแล้ว มันคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เรมิโอยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนงานที่ดูข่าวแววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและโกรธเกรี้ยว แต่ไม่มีใครกล้าะโออกมา
ท่อนแทรก A: ความต่างของสองโลก
ในย่านหรูของเอ็นโดโปลิสชนชั้นสูงนั่งจิบไวน์สังเคราะห์ในร้านอาหารกระจกสูงหัวเราะพูดคุยใต้เสียงประกาศของรัฐบาลที่ดังก้อง
“แรงงานก็ต้องควบคุมสิ ถึงจะปลอดภัย”หนุ่ม H1 คนหนึ่งพูดพลางหัวเราะ
“ถูกแล้ว คนพวกนั้นไม่รู้จักวินัยถ้าไม่มีชิปก็ไม่ต่างจากสัตว์” หญิงสาวอีกคนเสริม
ในเวลาเดียวกันแรงงานในสลัมกุมกำปั้นแน่น บางคนร้องไห้ บางคนสบถสาปแช่งท่ามกลางจอประกาศเดียวกันโลกเดียวกัน แต่แตกต่างราวเหวลึก
จลาจลย่อย
โรงงานเหล็กในเขตอุตสาหกรรมเกิดเหตุไม่สงบแรงงานบางส่วนปฏิเสธที่จะรับการฝังชิป เกิดการปะทะกับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหุ่นยนต์ลาดตระเวนบินวนเหนือหัว ส่งเสียงไซเรนก้อง
ในความชุลมุนมีชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาคุมสถานการณ์ เขาในชุดตำรวจปราบจลาจล สายตาเฉียบคมนั่นคือ อะมาเดโอลิเบอเรโต ลูกผสมR2
“ทุกคนสงบ! ถ้าไม่หยุดเราจะถูกสั่งใช้กำลัง!” เขาะโก้อง
แต่เสียงโห่ร้องของแรงงานกลับดังขึ้นยิ่งกว่าเดิมก้อนหินถูกขว้างใส่เกราะของเขา อะมาเดโอขบกรามแน่นความรู้สึกในใจสั่นไหว—เขาไม่อยากปราบปรามคนเหล่านี้แต่หน้าที่บังคับให้เขาต้องยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม
การปะทะเดือด
ก้อนอิฐก้อนหนึ่งถูกขว้างใส่โล่ปราบจลาจลเสียงแตกดังสนั่น หุ่น AI ปล่อยไฟฟ้าช็อตเข้าใส่แรงงานคนหนึ่งจนร่างกระตุกล้มลงควันไฟจากยางรถที่ถูกจุดเผาลอยคลุ้ง กลบกลิ่นเืและเหงื่อที่โชยไปทั่วอากาศ
อะมาเดโอพยายามควบคุมสถานการณ์“หยุดเถอะ! อย่าบังคับให้เราใช้ความรุนแรง!” แต่เสียงะโ “อิสรภาพ!”ของแรงงานกลับดังกลบ
การพบพานท่ามกลางเื
เสียงะเิควันดังตูม!แรงงานหลายคนสำลักล้มลง บางรายถูกหุ่นยนต์กระแทกจนเือาบ
ในวินาทีนั้นหญิงสาวร่างเล็กในชุดแพทย์วิ่งฝ่าควันเข้ามา เธอคือ วิเวียน่า พริโม มนุษย์แท้ที่อาสาเป็แพทย์สนามเธอคุกเข่าลงช่วยปฐมพยาบาลชายแรงงานที่เืไหลไม่หยุด
อะมาเดโอหันมาเห็นพอดี“คุณ! ออกไป มันอันตราย!”
วิเวียน่าะโกลับทั้งน้ำตา“ถ้าฉันไม่ช่วย เขาจะตาย!”
สายตาของทั้งคู่สบกันท่ามกลางความวุ่นวาย—ตำรวจR2 ผู้ถืออำนาจกับแพทย์หญิงมนุษย์ผู้ถือเพียงความเมตตา
ความใกล้ชิดของแพทย์และตำรวจ
หลังเหตุการณ์ยุติวิเวียน่ากำลังทำแผลให้ชายแรงงานที่ถูกยิงถากเธอเงยหน้ามองอะมาเดโอที่ยืนคุมเชิงอยู่
“คุณรู้ใช่ไหมว่าสักวันพวกเขาจะลุกขึ้นสู้อีก”
เขานิ่งไปก่อนตอบ“ผมรู้…แต่หน้าที่ผมคือทำตามคำสั่ง”
“แล้วหัวใจคุณล่ะ”วิเวียน่าถามเสียงแ่
อะมาเดโอหลบสายตาแต่ในดวงใจกลับเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่เคยถูกถามเช่นนี้มาก่อน
เงื่อนไขที่บีบคั้น
เหตุจลาจลถูกปราบลงในที่สุดแรงงานหลายคนถูกจับกุม บางส่วนาเ็สาหัส
วิเวียน่าถูกเ้าหน้าที่ขัดขวางไม่ให้เข้าไปต่อแต่เธอยังดื้อรั้น อะมาเดโอจึงลอบช่วยให้เธอเข้าไปปฐมพยาบาลอย่างลับ ๆ
“คุณทำแบบนี้เสี่ยงถูกสอบสวนได้นะ”เธอกล่าวเสียงเบา
เขาตอบเพียงสั้น ๆ“ผมก็ไม่อยากเห็นใครตายโดยไม่จำเป็”
นั่นเป็ครั้งแรกที่หัวใจของทั้งสองเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
บ้านจูเลียน่า
คืนนั้นที่คฤหาสน์โต๊ะอาหารหรูหราเหมือนเดิม พ่อแม่ของจูเลียน่านั่งฟังข่าวเหตุจลาจลด้วยสีหน้าเฉยชา
“พวกแรงงานพวกนั้นก่อปัญหาไม่รู้จักจบสิ้นสมควรถูกจัดการแล้ว” พ่อเอ่ยเสียงเรียบ
แม่พยักหน้า“การฝังชิปยิ่งต้องทำให้เร็วที่สุด จะได้ไม่มีใครกล้าต่อต้านอีก”
จูเลียน่านั่งเงียบขณะหัวใจเจ็บแปลบ เธอนึกถึงเรมิโอ และเด็ก ๆที่เธอสอนในสลัม—พวกเขาก็คือแรงงานเ่าั้ไม่ใช่หรือ
เรมิโอกับความจริงใหม่
คืนนั้นในสลัมเรมิโอนั่งฟังเพื่อนร่วมงานเล่าถึงเหตุการณ์จลาจลที่โรงงานเหล็กความโกรธแค้นเริ่มก่อตัวในหมู่คนงาน
“ถ้าเรายอมให้ฝังชิปวันหนึ่งเราจะไม่มีแม้แต่เสรีภาพจะหายใจ” เพื่อนคนหนึ่งะโ
เรมิโอเงียบแต่ในใจเดือดพล่าน เขารู้ว่าจูเลียน่าคือครูที่เปล่งแสงสว่างในโลกมืดหม่นนี้ทว่ากำแพงแห่งชนชั้นและกฎเหล็กของรัฐบาลกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
เขาไม่รู้เลยว่าความรักเล็ก ๆ ที่กำลังก่อตัว จะถูกทดสอบด้วยพายุครั้งใหญ่ที่กำลังมาเยือน
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นที่ถูกไฟนีออนจากเอ็นโดโปลิสบดบังรู้สึกเหมือนกำแพงเหล็กสูงใหญ่กำลังปิดล้อมชีวิตของเขาทีละน้อย
ห้องประชุมของรัฐบาลAI
ในตึกทำเนียบรัฐบาลแห่งเอ็นโดโปลิสห้องประชุมทรงกลมถูกส่องสว่างด้วยแสงโฮโลแกรมกลางโต๊ะกราฟและข้อมูลเหตุจลาจลในโรงงานเหล็กถูกฉายขึ้นอย่างละเอียด
เบนิโตอัลฟอนโซ ประธานาธิบดีผู้เป็H1 ชั้นสูงนั่งอยู่หัวโต๊ะสีหน้าสงบนิ่งแต่สายตาแข็งกร้าว
“แรงงานพวกนี้ลืมตัวเกินไปแล้วถึงเวลาเราต้องกดให้ชัดเจน”
ปิเอโตร ลูกชายคนโตโยนแฟ้มข้อมูลลงบนโต๊ะ “ผมเสนอใช้กองทัพเข้าปราบขั้นเด็ดขาดถ้าปล่อยให้พวกมันรวมตัวอีก จะกลายเป็ไฟลาม”
เรนาตา น้องสาวเอ่ยเสียงเย็นชัด “ไม่ใช่แค่กำลังทหาร แต่ต้องควบคุมผ่านระบบเครือข่ายทั้งหมดฉันจะเร่งพัฒนาอัลกอริทึมใหม่ที่ติดตามพฤติกรรมแรงงานได้แม่นยำกว่าชิปธรรมดา”
เบนิโตพยักหน้าช้าๆ “ดี… จัดการให้เรียบร้อย โลกนี้ไม่้าเสียงของชนชั้นที่หมดคุณค่าแล้ว”
แสงโฮโลแกรมสะท้อนในดวงตาของพวกเขาคล้ายเปลวไฟที่กำลังลุกเผาอิสรภาพของแรงงานทีละน้อย
บทสนทนาที่สลัม
ค่ำวันเดียวกันในตรอกมืดของสลัม จูเลียน่าแอบมาหาเรมิโอหลังเลิกสอน เด็ก ๆ แยกย้ายกลับไปแล้วเหลือเพียงเงาไฟจากหลอดนีออนที่กระพริบ
“คุณได้ยินข่าวจลาจลหรือยัง”เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยกังวล
เรมิโอถอนหายใจ “ได้ยินครับเพื่อนหลายคนอยากลุกขึ้นสู้ แต่ผม… ผมไม่กลัวตายหรอก” เขาหันมาสบตาเธอ“สิ่งเดียวที่ผมกลัวคือไม่ได้เจอคุณอีก”
จูเลียน่าสะอึกดวงตาเธอพราวระยับราวน้ำค้างที่สะท้อนแสงไฟ “คุณไม่ควรพูดแบบนี้เลย มันอันตราย”
เขายิ้มจาง ๆ“บางทีความรักก็อันตรายที่สุดแล้ว… แต่ผมก็เลือกมันอยู่ดี”
เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะยื่นมือมาแตะมือเขาเบา ๆ ในความมืดเงามืดของหุ่นตรวจการณ์บินผ่านเหนือหัว แต่ทั้งคู่ยังคงยืนนิ่งไม่ปล่อยมือจากกัน
จบตอนที่ 3
( 2 ก.ย. 68 )