ความเงียบในห้องชุดหรูบนยอดตึกสูงเสียดฟ้าหนักอึ้งจนแทบจะได้ยินเสียงอัตราการเต้นของหัวใจ ลลิลยืนนิ่งงัน ฝ่ามือเล็กที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก สายตาของเธอไม่ละไปจากดวงตาสีรัตติกาลที่แฝงไปด้วยความท้าทายและอำนาจของผู้ชายตรงหน้า
ลมหายใจของภาคินร้อนผ่าวเมื่อเขารอคอยการตัดสินใจของเธอ เขาไม่ได้ใช้พลังบงการจิตใจ ไม่มีกระแสอำนาจลี้ลับใดๆ แผ่ซ่านออกมา มีเพียงความปรารถนาเบื้องลึกและสัญชาตญาณดิบที่กำลังต้อนแม่กวางสาวให้เดินเข้าสู่กรงทองด้วยความเต็มใจ
ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด เธอกัดริมฝีปากล่างจนห้อเื ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปจับปกเสื้อคลุมสีดำที่สวมทับอยู่ ปลายนิ้วของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะค่อยๆ ขยับปลดมันออกจากลาดไหล่
เสื้อคลุมตัวนั้น... เกราะป้องกันที่เธอใช้สร้างระยะห่างจากผู้คนและซ่อนเร้นความอ่อนแอมาตลอดสิบห้าปี เลื่อนหลุดจากท่อนแขนเรียวและร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ไร้เสียงกึกก้อง ทว่ากลับสั่นะเืไปถึงก้นบึ้งความรู้สึกของคนทั้งคู่
ตอนนี้เหลือเพียงชุดกระโปรงผ้าซาตินสีเขียวมรกตที่แนบชิดไปกับสัดส่วนโค้งเว้า ผิวขาวเนียนละเอียดบริเวณเนินอกและลาดไหล่ปรากฏแก่สายตา ภาคินกวาดสายตามองภาพตรงหน้าด้วยความรุ่มร้อนที่ปะทุขึ้นในอก ลำคอของเขาแห้งผาก ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นด้วยจังหวะที่ผิดแปลกไปจากเดิม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่สมองและความเย่อหยิ่ง แต่ความเด็ดเดี่ยวที่กล้าแลกทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย กลับทำให้เธอดูเย้ายวนจนน่าอันตราย
"คุณได้ในสิ่งที่คุณ้าแล้ว" ลลิลเอ่ยเสียงพร่า พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น "ส่งแฟ้มนั้นมาให้ฉัน"
ภาคินขยับยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่ปราศจากการเย้ยหยัน แต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง เขาก้มลงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมา แล้วยื่นมันไปตรงหน้าเธอ
ลลิลรีบคว้ามันมาถือไว้แน่นราวกับเป็ฟางเส้นสุดท้ายในชีวิต เธอฉีกซองออกอย่างร้อนรน ดึงกระดาษและรูปถ่ายทั้งหมดออกมาอ่านใต้แสงไฟสลัว ดวงตากลมโตไล่อ่านตัวอักษรทุกบรรทัด รูปถ่ายสภาพศพและรายงานการชันสูตรที่ถูกบิดเบือน ภาพของโกดังที่เหลือเพียงเถ้าถ่าน และหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงการตายของพ่อแม่เธอเข้ากับบัญชีมืดของทรงพล
หยาดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมากระทบแผ่นกระดาษ ลลิลทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดแรง กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างไว้พังครืนลงมาในพริบตา เสียงสะอื้นที่หลุดรอดออกมาจากลำคอเต็มไปด้วยความเ็ปและความเคียดแค้นที่อัดอั้นมาค่อนชีวิต
เธอโง่เขลามาตลอดสิบห้าปี ทำงานรับใช้และก้มหัวให้กับคนที่สั่งฆ่าครอบครัวตัวเองอย่างเืเย็น
ภาคินมองดูแผ่นหลังบางที่สั่นเทา เขารู้จักความเ็ปนี้ดีกว่าใคร ความรู้สึกที่ถูกกระชากหัวใจออกไปเหยียบย่ำจนแหลกสลาย ชายหนุ่มย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเธอ ฝ่ามือใหญ่และร้อนจัดเอื้อมไปประคองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาให้เงยขึ้นมาสบตาเขา
"ร้องไห้ให้พอ ลลิล" ภาคินกระซิบ เสียงทุ้มของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มของเธออย่างแ่เบา "แล้วจดจำความเ็ปนี้ไว้ ใช้มันเป็เชื้อเพลิง เผาผลาญพวกมันให้ย่อยยับ"
ััของเขาไม่ได้หยาบกระด้างเหมือนที่เธอจินตนาการไว้ มันมีความอบอุ่นบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามาปลอบประโลมความหนาวเหน็บในใจ ลลิลไม่ได้ปัดมือเขาออก เธอช้อนสายตาที่แดงก่ำขึ้นมองเขา ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้เธอได้กลิ่นลมหายใจที่เจือกลิ่นบรั่นดีของเขาชัดเจน
"ทำไมคุณถึงมีเอกสารพวกนี้" เธอถามเสียงสะอื้น "คุณ้าอะไรจากทรงพลกันแน่"
"ผมก็เหมือนคุณ ลลิล... ผมมีหนี้แค้นที่ต้องชำระกับมัน หนี้ที่ต้องจ่ายด้วยเืและชีวิตของคนทั้งตระกูลมันเท่านั้น" แววตาของภาคินวาวโรจน์ขึ้นด้วยไฟแค้นที่ดำมืด ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็ความลุ่มหลงเมื่อสายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมาที่ริมฝีปากอิ่มของเธอ
เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเฉียดกัน มือที่ประคองใบหน้าเธออยู่เปลี่ยนเป็สอดเข้าไปในกลุ่มผมนุ่ม ััที่ท้ายทอยออกแรงรั้งเบาๆ ให้เธอไม่อาจถอยหนี
"มาเป็คนของผม" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนลลิลต้องเผยอปากขึ้นรับอากาศ "ร่วมมือกับผม แล้วผมจะมอบหัวของทรงพลให้คุณใส่พาน"
หัวใจของลลิลเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของเธอร้อนผ่าวไปทุกสัดส่วนที่เขาัั แรงดึงดูดทางเพศที่เขาสาดซัดใส่มันรุนแรงจนสติสัมปชัญญะของเธอแทบจะหลอมละลาย เธอรู้ว่าเขากำลังใช้เสน่ห์ของบุรุษเพศเพื่อล่อลวงให้เธอตกหลุมพราง ให้เธอยอมศิโรราบและกลายเป็หมากตัวหนึ่งของเขาอย่างสมบูรณ์
แต่ถ้ามันหมายถึงการได้แก้แค้นให้ครอบครัว... เธอก็พร้อมจะกระโจนลงไปในกองไฟ
ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะทาบทับลงมา ลลิลยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ ออกแรงต้านเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะหยุดการกระทำของนักล่า
"ฉันจะร่วมมือกับคุณ" ลลิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมาหนักแน่นและเยือกเย็น แม้ลมหายใจจะยังคงหอบถี่ "แต่ในฐานะ 'พันธมิตร' ไม่ใช่เครื่องมือหรือนางบำเรอของคุณ... ฉันจะช่วยคุณหาทางเจาะเข้าห้องนิรภัยของทรงพล แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งบงการชีวิตฉัน และถ้าฉันรู้ว่าคุณหลอกใช้ฉันเมื่อไหร่ ข้อตกลงนี้เป็อันยกเลิก"
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอ เขายอมผละใบหน้าออกห่าง แต่ยังคงกักขังเธอไว้ในวงแขน สายตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความท้าทายที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
"ฉลาดต่อรองดีนี่" ภาคินเหยียดยิ้ม "ตกลง... พันธมิตรก็พันธมิตร แต่ผมเตือนไว้ก่อนนะ ลลิล สมรภูมิที่เรากำลังจะลงไปเล่น มันไม่มีเส้นแบ่งระหว่างเื่งานกับเื่ส่วนตัว... และผมจะรอดู ว่าคุณจะรักษากำแพงข้อตกลงนี้ไปได้นานแค่ไหน เมื่อร่างกายของคุณเรียกร้องหาผม"
เขายอมปล่อยมือจากเธอ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"กลับไปซะ ทำตัวให้เป็ปกติที่สุด พรุ่งนี้ทรงพลคงเรียกคุณไปรายงานเื่งานเลี้ยงประมูลภาพวาด จับตาดูความเคลื่อนไหวของมันให้ดี แล้วผมจะติดต่อไปหาคุณเอง"
ลลิลรีบพยุงตัวลุกขึ้น เธอรวบแฟ้มเอกสารทั้งหมดไว้แนบอก หยิบเสื้อคลุมที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาพาดแขน ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนกอดอกมองเธออยู่เื้ั หญิงสาวก้าวเดินออกจากห้องชุดหรูนั้นด้วยจังหวะที่รวดเร็ว ราวกับกำลังวิ่งหนีออกจากปากเหวที่พร้อมจะสูบเธอลงไปทุกเมื่อ
ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่ปิดลง ภาคินเดินไปหยิบแก้วบรั่นดีที่วางทิ้งไว้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด ั์ตาสีรัตติกาลทอดมองไปยังบานประตูที่หญิงสาวเพิ่งจากไป พลังบงการจิตใจของเขาอาจจะใช้กับเธอไม่ได้ผล แต่สัญชาตญาณของเธอกำลังสั่นคลอน การที่เธอยอมรับข้อตกลง คือก้าวแรกของการเดินเข้ามาในกับดักที่เขาวางไว้
เขาจะค่อยๆ เลาะกำแพงของเธอออกทีละชั้น ทำให้เธอเสพติดการมีเขาอยู่ เสพติดััของเขา จนสุดท้าย... เธอจะเป็ฝ่ายร้องขอให้เขาเธอเอง
ภายในรถยนต์ยุโรปคันหรูที่จอดสนิทอยู่ชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียม ลลิลนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย แสงไฟสลัวจากลานจอดรถสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
เธอเปิดไฟในเก๋งรถ หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกจากซองเอกสารมาดูอีกครั้ง มันคือรูปถ่ายของชายสวมหมวกกันน็อกที่ยืนมองกองเพลิง ลลิลเพ่งมองสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกไขว้ที่ปักอยู่บนหลังเสื้อแจ็กเก็ตของชายคนนั้น
เมื่อครู่ตอนที่อยู่ในห้องของภาคิน ความเสียใจทำให้เธอไม่ได้สังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่าง แต่ตอนนี้ เมื่อตั้งสติได้ ภาพบางอย่างก็วาบขึ้นมาในหัว
ตอนที่ภาคินคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ตอนที่เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนเสื้อเชิ้ตของเขาแหวกออก... ลลิลจำได้ว่าเธอเห็นรอยสักสีดำจางๆ บริเวณไหปลาร้าด้านซ้ายของเขา มันโผล่พ้นรอยแยกของเสื้อเชิ้ตออกมาเพียงนิดเดียว แต่สัญลักษณ์ที่สักอยู่นั้น...
มันคือรูปหัวกะโหลกไขว้... ลวดลายเดียวกับแก๊งอันธพาลที่ลงมือฆ่าครอบครัวของเธอไม่มีผิดเพี้ยน!
มือที่ถือรูปถ่ายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ลลิลเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปตามไขสันหลัง ข้อเสนอที่ดูเหมือนจะเป็ทางสว่างในการแก้แค้น กลับกลายเป็ปริศนาที่มืดมิดและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
ผู้ชายคนที่บอกว่าจะช่วยเธอแก้แค้น... แท้จริงแล้วเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคืนอำมหิตนั้นได้อย่างไร? เขาเป็อดีตคนของทรงพลที่หักหลังเ้านาย เป็ผู้รอดชีวิตอีกคน หรือว่า... เขาคือหนึ่งในมัจจุราชที่ลงมือจุดไฟเผาบ้านของเธอในคืนนั้นกันแน่?
ลลิลกัดฟันแน่น สายตาของเธอตวัดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า เกมนี้ไม่ใช่แค่การเดินหมากเพื่อโค่นล้มทรงพลอีกต่อไป แต่มันคือการกระโจนลงไปในบ่อเืที่เต็มไปด้วยคำลวง
"คุณเป็ใครกันแน่... ภาคิน" หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ท่ามกลางความเงียบงันที่ซุกซ่อนความลับอันดำมืดไว้รอวันปะทุ
ภาคินเริ่มเปลี่ยนแผนแล้วนะ นักอ่านอย่าลืมกดติดตามไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดการชิงไหวชิงพริบในตอนหน้า แวะมาทิ้งคอมเมนต์เดาทางกันได้นะว่าใครจะชนะในหมากตานี้