ฉินเฟิงเดินเข้า
“เจ้ามีสองทาง”
“หนึ่ง ส่งเหรียญแล้วกลับตระกูลกับข้า”
“สอง ข้าหักแขนเจ้า แล้วค้นเอง”
ฉินกังเหงื่อไหล
สุดท้ายยื่นมือเข้าอก
แต่สิ่งที่หยิบออกมาไม่ใช่เหรียญ
เป็นผงสีดำ!
เขาสาดใส่ฉินเฟิง
ฟุ่บ!
ฉินเฟิงถอย
พยัคฆ์พ่นลม
ผงกระจาย
ฉินกังวิ่ง
ฉินเฟิงมีสายตาเย็น
“เจ้าตัดสินใจเอง”
พลังอัสนีระเบิดที่ขา
เขาพุ่ง
ระยะลดทันที
ฉินกังหันฟัน
ฉินเฟิงหลบ
กระบี่แทงต้นขา
ฉึก!
ฉินกังล้ม
ฉินเฟิงเหยียบมือ
กร๊อบ!
กระดูกนิ้วแตก
เสียงร้องดัง
เขาค้นเสื้อ
พบเหรียญครึ่งวงจริง
นำออก
ประกบกับชิ้นของอาเฉิง
แกร๊ก!
พอดีสนิท
ด้านหลังเมื่อประกบกัน ปรากฏอักษรเล็ก ๆ หนึ่งตัว
“โม่”
ฉินเฟิงมอง
ฉินกังหน้าซีด
หลักฐานอยู่ในมือแล้ว
ฉินเฟิงถาม
“ฉินโม่เฉิงอยู่ไหน?”
“ข้าไม่รู้!”
กระบี่แทงลงข้างคอ
ฉึก!
ห่างเพียงนิ้วเดียว
“ตอบใหม่”
“เขาหนีไปแล้ว!”
“ทางไหน?”
“ประตูตะวันออก!”
“ไปหาใคร?”
“ข้าไม่รู้จริง!”
ฉินเฟิงมองดวงตา
ครั้งนี้เหมือนไม่รู้
เขาไม่ฆ่าฉินกัง
ยังต้องใช้เป็นพยาน
จึงใช้เข็มผนึกการหมุนปราณ
จากนั้นโยนขึ้นหลังพยัคฆ์
“กลับตระกูล”
แต่ยังไม่ทันออกจากตลาด
เสียงระฆังเตือนภัยของเมืองก็ดัง
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
ไม่ใช่จากจวนเจ้าเมือง
มาจากประตูตะวันออก
ตามด้วยเสียงคนตะโกน
“มีคนถูกฆ่าที่ประตูตะวันออก!”
ฉินเฟิงมีสีหน้าเปลี่ยน
“ไปดู!”
พยัคฆ์เร่ง
เมื่อถึงประตูเมือง คนจำนวนมากรวมตัว
องครักษ์กำลังกันพื้นที่
ตรงกลางมีศพหนึ่ง
ฉินเฟิงลง
เดินเข้า
เมื่อเห็นใบหน้า
เขาหยุด
ฉินโม่เฉิง
ตายแล้ว
ถูกกระบี่แทงจากหลังทะลุหัวใจ
ฆ่าปิดปากอีกคน
ฉินเฟิงมองศพ
จากนั้นมองความมืดนอกเมือง
คนเบื้องหลังลงมือเร็วมาก
ฉินโม่เฉิงเพิ่งรู้ว่าความลับแตก
ยังหนีไม่พ้นเมืองก็ตาย
หมายความว่าผู้บงการตัวจริงเตรียมคนไว้ทุกจุด
และยอมฆ่าแม้แต่พวกเดียวกันเพื่อไม่ให้สาวถึงตน
ฉินกังที่ถูกจับมาด้วยเห็นศพ
หน้าซีดจนไม่มีสี
“นายท่าน…”
ฉินเฟิงหันทันที
“เจ้ารู้ว่าใครฆ่า?”
ฉินกังสั่น
“ไม่…”
“เมื่อครู่เจ้าเรียกเขาว่านายท่าน”
ฉินกังรู้ตัวว่าพลาด
“ข้า…”
ฉินเฟิงจับคอเสื้อ
“ใครอยู่เหนือฉินโม่เฉิง!”
ฉินกังไม่ตอบ
ฉินเฟิงจ้อง
“ถ้าไม่พูด”
“เจ้าจะเป็นศพคนถัดไป”
ฉินกังมองฉินโม่เฉิง
ความกลัวทำลายความภักดีในที่สุด
“ข้าพูด…”
“ผู้ที่สั่งท่านโม่เฉิง…”
เขากลืนน้ำลาย
“คือ…”
ฟึ่บ!
เสียงบางอย่างพุ่งจากความมืด
ฉินเฟิงรู้สึกก่อน
เขาดึงฉินกังลง
ลูกดอกผ่านศีรษะไป
ฉึก!
ปักกำแพง
“มีนักฆ่า!”
องครักษ์ตะโกน
ฉินเฟิงหันมองนอกเมือง
เงาดำหนึ่งกำลังหนี
คราวนี้เขาไม่คิดปล่อย
“เสี่ยวเหลย!”
มังกรน้อยพุ่งขึ้นฟ้า
สายฟ้าส่อง
ทำให้เห็นเงาชัด
ฉินเฟิงกระโดดขึ้นพยัคฆ์
“ตาม!”
พยัคฆ์คำราม
พุ่งออกจากประตูเมือง
เสียงองครักษ์ตามหลัง
“คุณชายฉิน อย่าออกไป!”
แต่ฉินเฟิงไม่หยุด
นักฆ่าคนนี้พยายามฆ่าพยานต่อหน้าต่อตา
ถ้าปล่อยอีก
ศัตรูจะคิดว่าทุกครั้งเพียงส่งคนมาฆ่าปิดปากก็จบ
ครั้งนี้เขาจะตาม
และจะฆ่า
ระยะห่างลด
เงาดำเร็ว
ระดับเปิดชีพจรขั้นสาม
พยัคฆ์เร็วกว่า
หนึ่งร้อยก้าว
แปดสิบ
ห้าสิบ
นักฆ่าหัน
ยิงลูกดอก
ฉินเฟิงปัด
เคร้ง!
สามสิบก้าว
นักฆ่ารู้ว่าหนีไม่พ้น
จึงหยุด
ชักดาบ
“เด็กน้อย เจ้าต้องการตายจริง!”
ฉินเฟิงลงจากพยัคฆ์
“คนที่คิดฆ่าข้า”
“คนที่วางยาบิดาข้า”
“คนที่ฆ่าพยานของข้า”
เขาชักกระบี่
“ข้าไม่ปล่อย”
นักฆ่าหัวเราะ
“เจ้าขั้นเจ็ด!”
“คิดฆ่าข้าขั้นเปิดชีพจรขั้นสาม?”
ฉินเฟิงตอบ
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะสู้คนเดียว”
แสงสองสายสว่าง
พยัคฆ์สามเขายืนด้านซ้าย
จิ้งจอกจันทราสามหางปรากฏด้านขวา
เสี่ยวเหลยบินเหนือศีรษะ
สัตว์ผู้พิทักษ์สามตน
นักฆ่ามีสีหน้าเปลี่ยน
“เจ้า…”
ฉินเฟิงยกกระบี่
“ฆ่า”
พยัคฆ์พุ่งก่อน
โฮก!
นักฆ่ายกดาบ
กรงเล็บกระแทก
เคร้ง!
เขาถอย
จิ้งจอกสามหางสร้างเงาสามร่าง
พุ่งคนละทิศ
นักฆ่าฟันผิดตัว
ฉินเฟิงเข้าจากด้านหลัง
“กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”
ฉึก!
กระบี่แทงไหล่
นักฆ่าคำราม
หมุนฟัน
ฉินเฟิงถอย
เสี่ยวเหลยปล่อยอัสนี
เปรี๊ยะ!
ร่างชาชั่วครู่
พยัคฆ์ตบ
ปัง!
นักฆ่ากระเด็น
แต่ขั้นเปิดชีพจรขั้นสามยังแข็งแกร่ง
เขาลุก
พลังระเบิด
“ดาบโลหิตตัดชีพ!”
แสงดาบสีแดงพุ่ง
พยัคฆ์หลบไม่หมด
เกิดแผลที่ไหล่
ฉินเฟิงมีสายตาเย็น
“เสี่ยวเหลย ตา!”
สายฟ้าพุ่งเข้าหน้า
นักฆ่ายกมือป้อง
จิ้งจอกสร้างภาพลวง
เงาฉินเฟิงสามคนปรากฏ
นักฆ่าตกใจ
“อะไร!”
เขาฟันหนึ่ง
ภาพแตก
ตัวจริงอยู่ด้านซ้าย
กระบี่แทงเข่า
ฉึก!
ขาทรุด
พยัคฆ์กระโจน
กัดแขนถือดาบ
กร๊อบ!
"อ๊ากกก.!!"
เสียงกระดูกแตก
ดาบตก
นักฆ่าร้อง
ฉินเฟิงไม่หยุด
พุ่งตรง
ปราณทั้งหมดรวมที่ปลาย
“กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”
ฉึก!
กระบี่แทงกลางหน้าอก
ทะลุหัวใจ
นักฆ่าเบิกตากว้าง
เลือดไหลนองพื้น
“หอ…เงาโลหิต…ไม่ปล่อย…จะ..เจ้า..”
ฉินเฟิงดึงกระบี่ออก
“ให้มันมา”
ร่างล้ม
ตาย
ฉินเฟิงยืนเหนือศพ
ไม่ปล่อยให้หนี
ไม่ปล่อยให้กลับไปแก้แค้น
คนที่รับงานฆ่าเขาและบิดา ไม่มีเหตุผลให้ไว้ชีวิต
เขาค้นศพ
พบตรางูพันดาบ
เงิน
ยาพิษ
และจดหมายเล็กหนึ่งฉบับ
ไม่มีชื่อผู้ว่าจ้าง
แต่มีข้อความ
“เป้าหมายรอง — ฉินเฟิง”
“เป้าหมายหลัก — ฉินเทียนหยาง”
“ค่าหัวรวมสามหมื่นเหรียญทอง”
ดวงตาฉินเฟิงเย็นจัด
ค่าหัวบิดากับเขาถูกตั้งไว้แล้ว
หมายความว่าแม้จัดการคนในตระกูลได้ หอเงาโลหิตอาจยังส่งนักฆ่ามา
ต้องถอนราก
แต่ตอนนี้มีพยาน
ฉินกังยังมีชีวิต
ฉินเฟิงกลับเมือง
เมื่อถึงประตู องครักษ์กำลังเฝ้าฉินกัง
ชายผอมเห็นเขากลับมาพร้อมเลือดบนกระบี่
สีหน้าหวาดกลัว
ฉินเฟิงเดินถึงหน้า
“คนที่พยายามฆ่าเจ้า”
“ตายแล้ว”
ฉินกังสั่น
ฉินเฟิงย่อตัว
“ตอนนี้พูดต่อ”
“ใครอยู่เหนือฉินโม่เฉิง?”
ฉินกังมองรอบ
จากนั้นตอบด้วยเสียงสั่น
“ท่านอารอง…”
“ฉินซวนเฮ่อ”
แม้ฉินเฟิงคาดไว้แล้ว
แต่เมื่อได้ยินคำยืนยัน ดวงตายังเย็นลง
“เขาเป็นคนสั่งวางยาท่านพ่อ?”
ฉินกังพยักหน้า
“ใช่…”
“เหตุผล?”
“หากหัวหน้าตระกูลตาย…”
“ตำแหน่งหัวหน้าจะต้องเลือกใหม่”
“และถ้าท่านตายด้วย…”
เขามองฉินเฟิง
“สายของท่านอารองจะไม่มีคู่แข่งสำคัญ”
ฉินเฟิงถาม
“ฉินเหว่ยรู้หรือไม่?”
ฉินกังลังเล
“เรื่องวางยา…ข้าไม่แน่ใจ”
“แต่เรื่องโอสถเดือดโลหิตสำหรับการประลอง…”
“เขารู้”
ฉินเฟิงลุกขึ้น
ดี
ตอนนี้ชัดแล้ว
ฉินซวนเฮ่อหมายฆ่าบิดา
จ้างนักฆ่า
สั่งฆ่าเขา
และเตรียมใช้ลูกชายสังหารเขาบนเวที
นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งเล็กน้อยในครอบครัว
เป็นศัตรูหมายชีวิต
ฉินเฟิงมองท้องฟ้าก่อนรุ่งสาง
“พากลับตระกูล”
องครักษ์ถาม
“ต้องแจ้งจวนเจ้าเมืองหรือไม่?”
ฉินเฟิงหยิบป้ายองค์หญิง
“ข้าจะนำพยานเข้าตระกูลก่อน”
“จากนั้นขอให้จวนเจ้าเมืองส่งคนมาร่วมเป็นพยาน”
องครักษ์พยักหน้า
“ได้”
ฉินเฟิงขึ้นหลังพยัคฆ์
พาฉินกังกลับ
เขาไม่คิดรออีกสามวัน
ไม่คิดปล่อยให้ฉินซวนเฮ่อเตรียมแผนใหม่
หลักฐานพอแล้ว
พยานมี
จวนเจ้าเมืองรู้เรื่อง
ป้ายองค์หญิงอยู่ในมือ
เช้าวันนี้
เรื่องต้องจบ
เมื่อถึงตระกูลฉิน แสงตะวันยามเช้าเพิ่งปรากฏตรงขอบฟ้า
ฉินเฟิงลงจากหลังพยัคฆ์
ยามหน้าประตูมองฉินกังที่ถูกมัดด้วยความตกใจ
“คุณชาย นี่…”
“เปิดประตู”
“ขอรับ!”
ประตูใหญ่เปิด
ฉินเฟิงเดินเข้า
พยัคฆ์สามเขาเดินข้าง
เสี่ยวเหลยบินเหนือไหล่
จิ้งจอกสามหางตามด้านหลัง
ฉินกังถูกลากตามมา
สมาชิกตระกูลที่ตื่นเช้าเริ่มออกมาดู
เสียงพูดคุยดัง
ฉินเฟิงไม่สนใจ
เขาเดินตรงไปยังลานกลาง
จากนั้นกล่าวกับยาม
“ตีระฆังรวมตระกูล”
ยามตกใจ
“คุณชาย ระฆังใหญ่ใช้ได้เฉพาะหัวหน้าตระกูลหรือผู้อาวุโส…”
ฉินเฟิงหยิบป้ายหยกองค์หญิงวางในมือเขา
“บอกทุกคน”
“วันนี้มีคดีลอบสังหารหัวหน้าตระกูล”
สีหน้ายามเปลี่ยน
ฉินเฟิงกล่าวต่อ
“จวนเจ้าเมืองจะส่งคนมา”
“ตีระฆัง”
ยามไม่กล้าลังเลอีก
ไม่นาน
เคร้ง!
เสียงระฆังใหญ่ดังทั่วตระกูล
เคร้ง!
ครั้งที่สอง
เคร้ง!
ครั้งที่สาม
ประตูเรือนทุกแห่งเปิด
ผู้อาวุโส
ผู้เยาว์
ผู้ดูแล
คนรับใช้
ต่างมุ่งมายังลานกลาง
ฉินเทียนหยางเองได้รับข่าวและกำลังมา
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
ประตูเรือนฉินซวนเฮ่อเปิด
ชายวัยกลางคนเดินออก
สีหน้าเคร่ง
ฉินเหว่ยตามหลัง
เมื่อเห็นฉินกังถูกมัดอยู่กลางลาน
สีหน้าฉินซวนเฮ่อเปลี่ยนเพียงชั่วพริบตา
ฉินเฟิงเห็น
ทั้งสองสบตากัน
ฉินซวนเฮ่อกล่าว
“เฟิงเอ๋อร์”
“เช้าตรู่เช่นนี้ เจ้ากำลังทำอะไร?”
ฉินเฟิงยืนกลางลาน
กระบี่ที่เอวยังมีคราบเลือดของนักฆ่า
เขามองอารองของตนอย่างสงบ
“ข้ากำลังทำสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เมื่อคืน”
ฉินซวนเฮ่อขมวดคิ้ว
“หมายความว่าอย่างไร?”
ฉินเฟิงหยิบเหรียญทองแดงสองครึ่งออกมา
ประกบเข้าด้วยกันต่อหน้าทุกคน
แกร๊ก!
ตัวอักษร โม่ ปรากฏ
จากนั้นโยนจดหมายของอาเฉิงลงบนโต๊ะ
ตามด้วยตราหอเงาโลหิต
และจดหมายค่าหัว
ทีละชิ้น
รอบลานเงียบลงเรื่อย ๆ
ฉินซวนเฮ่อมองของเหล่านั้น
ใบหน้าเริ่มแข็ง
ฉินเฟิงกล่าว
“เมื่อคืนมีคนพยายามฆ่าท่านพ่อ”
“มีคนจ้างหอเงาโลหิต”
“มีคนสั่งอาเฉิงเปลี่ยนยา”
“มีคนฆ่าฉินโม่เฉิงปิดปาก”
“และมีคนเตรียมโอสถเดือดโลหิตไว้ให้ฉินเหว่ยใช้ฆ่าข้าบนเวทีอีกสามวัน”
ฉินเหว่ยหน้าซีดทันที
“เจ้าโกหก!”
ฉินเฟิงหันมอง
“อีกเดี๋ยวค้นห้องเจ้าก็รู้ว่ามีโอสถหรือไม่”
ฉินเหว่ยชะงัก
สีหน้าบอกทุกอย่าง
เสียงฮือฮาดังรอบลาน
ฉินซวนเฮ่อตวาด
“พอ!”
แรงกดดันระดับสูงแผ่ออก
แต่ฉินเฟิงไม่ถอย
พยัคฆ์สามเขาคำราม
เสี่ยวเหลยกางปีก
ฉินเฟิงกล่าว
“ข้ายังพูดไม่จบ”
“ฉินกัง”
ชายที่ถูกมัดสั่น
ฉินซวนเฮ่อมองเขา
แววตาเย็นจัด
ฉินกังยิ่งกลัว
ฉินเฟิงถาม
“ต่อหน้าทุกคน”
“ใครเป็นผู้สั่ง?”
ฉินกังอ้าปาก
ฉินซวนเฮ่อพลันตวาด
“คนทรยศ! เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า!”
พลังปราณรวมที่ฝ่ามือ
เขาพุ่งหมายฆ่าฉินกัง!
ฉินเฟิงคาดไว้แล้ว
“พยัคฆ์!”
โฮก!
พยัคฆ์สามเขาพุ่งขวาง
ตูม!
ฝ่ามือชนกรงเล็บ
พยัคฆ์ถอย
แต่ฉินกังรอด
ทุกคนในลานมีสีหน้าเปลี่ยน
ฉินซวนเฮ่อพยายามฆ่าพยานต่อหน้าทุกคน!
ฉินเฟิงชักกระบี่
สายตาเย็นถึงที่สุด
“อารอง”
“เหตุใดต้องรีบฆ่าเขา?”
ฉินซวนเฮ่อรู้ตัวว่าพลาด
แต่สายไปแล้ว
ฉินกังตะโกนทันทีด้วยความกลัว
“เป็นเขา!”
“เป็นท่านฉินซวนเฮ่อ!”
“เขาสั่งทั้งหมด!”
เสียงระเบิดขึ้นทั่วลาน
ฉินเทียนหยางซึ่งเพิ่งเดินมาถึงประตูหยุด
ใบหน้าซีด
มองน้องชาย
“ซวนเฮ่อ…”
ฉินซวนเฮ่อหัน
“พี่ใหญ่ ฟังข้า…”
ฉินกังตะโกนต่อ
“เขาสั่งวางยาท่าน!”
“เขาจ่ายเงินหอเงาโลหิต!”
“เขาสั่งให้ท่านโม่เฉิงจัดการอาเฉิง!”
“และเขาเตรียมโอสถให้คุณชายเหว่ยฆ่าคุณชายฉินเฟิง!”
ฉินซวนเฮ่อคำราม
“หุบปาก!”
เขาพุ่งอีกครั้ง
คราวนี้ไม่คิดปิดบัง
แต่เสียงหนึ่งดังจากประตูใหญ่
“ผู้ใดกล้าฆ่าพยานต่อหน้าคนของจวนเจ้าเมือง!”
องครักษ์เมืองหลายสิบคนเดินเข้ามา
ด้านหน้าเป็นชายวัยกลางคนในเกราะเงิน
แรงกดดันระดับสูงแผ่ออก
ฉินซวนเฮ่อหยุด
สีหน้าซีดลง
ฉินเฟิงมองเขา
ไม่มีความสงสาร
ไม่มีความลังเล
คนผู้นี้พยายามฆ่าบิดา
พยายามฆ่าเขา
ฆ่าพวกเดียวกันปิดปาก
หากวันนี้ปล่อยไว้เพราะคำว่าญาติ
วันหน้าผู้ที่ตายอาจเป็นคนที่เขารัก
ฉินเฟิงเก็บกระบี่ช้า ๆ
“อารอง”
“เมื่อคืนท่านอาจคิดว่าข้ายังเป็นฉินเฟิงคนเดิม”
“คนที่ท่านอยากกำจัดเมื่อใดก็ได้”
เขามองตรงเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย
“แต่ท่านคิดผิด”
ฉินซวนเฮ่อกำหมัด
ฉินเฟิงกล่าวต่อ
“คนที่หมายเอาชีวิตข้า”
“ข้าจะไม่ปล่อยให้มีโอกาสครั้งที่สอง”
แสงตะวันยามเช้าส่องลงบนลานตระกูลฉิน
ความจริงที่ถูกซ่อนมานานกำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคน
และสำหรับฉินเฟิง
นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดโปงผู้ทรยศในตระกูล
แต่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับชาติมาเกิดที่เขากำลังจะถอนรากศัตรูซึ่งซ่อนอยู่ใกล้ตัวที่สุดออกให้สิ้นซาก
โดยไม่ปล่อยให้มันหนีไปสร้างภัยในวันหน้าอีก