เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 เซียวเฉินเป็นฆาตกร

            เมื่อเซียวเฉินฟื้นแล้วก็นอนอยู่บนเตียงพันผ้าพันแผลไว้ทั้งตัว เห็นได้ชัดว่าร่างของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลจากการต่อสู้

            เซียวเฉินแยกเขี้ยว

            “ซี้ด...เจ็บจัง...”

            ขยับนิดเดียวก็กระเทือนบาดแผล เขาเจ็บจนสูดปากตลอด

            เซียวเฉินหมดสติไปสามวัน ในที่สุดก็ฟื้น

            “เจ้ายังรู้จักเจ็บหรือ?” ด้านนอกมีเสียงโกรธเกรี้ยวดังขึ้น มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์เดินเข้ามา เมื่อเห็นเซียวเฉินได้สติแล้วดวงตาก็ฉายแววยินดี แต่ใบหน้ายังขุ่นเคือง

            “รู้ชัดๆ ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซือถูอู่ เหตุใดยังต้องอวดเก่ง? สมควรตายนัก” มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์นั่งอยู่ข้างเตียงทุบเขาหนึ่งที เจ็บจนเซียวเฉินร้องโอ๊ย

            เซียวเฉินค่อยๆ ระบายลมหายใจแล้วจึงเอ่ยว่า “หากเขาไม่มาล่วงเกินข้าก่อนข้าก็คร้านจะสนใจเขา”

            “ในเมื่อแตะต้องข้าก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน แม้ว่าข้าถูกเขาทุบตีจนปางตายแต่เขาก็ถูกข้าตัดแขนไปข้างหนึ่ง ไม่สิ พวกเราถือว่าสู้เสมอกัน”

            เซียวเฉินไม่ได้บอกว่าซือถูอู่วางแผนจัดการเขาฉวยโอกาสหลังจากเขาผ่านมาสองศึกแล้วซุ่มโจมตีเขา

            เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ขอบตาของมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ก็แดงก่ำ

            ดวงตาที่มองเซียวเฉินมีโทสะ

            “สู้เสมอกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าสู้เสมอของเจ้าต้องนำสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนเผาศักยภาพแฝงให้ลุกไหม้ เจ้าบ้าหรือเปล่า? สู้ไม่ได้ทำไมไม่หนี รอจนมีความสามารถแล้วค่อยไปทวงคืนไม่ได้หรือ? ทำไมเจ้าดื้อรั้นขนาดนี้เสมอเลย!”

            เซียวเฉินอึ้งงัน มองมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์แบบใจสั่นสะท้าน

            “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

            มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์สูดจมูกแล้วเอ่ยเสียงขึ้นจมูก “อาจารย์บอกข้า”

            เห็นมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์เป็นห่วงตนเอง หัวใจของเซียวเฉินรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกครั้งหนึ่งเขาเคยไม่มีสิ่งใดเลย มีเพียงท่านแม่ที่รักและทะนุถนอมเขา แต่ตอนนี้เขามีมิตรสหายและมีคนที่เป็นห่วงเขาแล้ว

            “ลำบากเจ้าแล้ว”

            เนิ่นนาน เซียวเฉินจึงเอ่ยช้าๆ

            เขารู้แล้วว่าตนเองออกจากกิจกรรมล่าสัตว์ก่อนกำหนดส่วนมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ก็ออกจากกิจกรรมก่อนกำหนดเพราะตนเองเป็นสาเหตุเซียวเฉินรู้สึกผิดต่อมู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์อยู่บ้าง

            มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ไม่ได้เอ่ยอะไร มองเซียวเฉินแวบหนึ่ง จากนั้นหันกายจากไป

            “เจ้าพักผ่อนดีๆ เถอะ...”

            หลังเดินออกนอกห้อง มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ก็กระซิบว่า

            “ตาทึ่ม...”

            ภายในห้อง เซียวเฉินกำลังรักษาอาการบาดเจ็บ เขามีความสามารถในการรักษาอาการบาดเจ็บเหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่าเพราะคัมภีร์หงสาบรรพกาลนิรวาณ

            เปลวเพลิงรุนแรงห้อมล้อมเขาไว้ เผาไหม้ทุกสิ่งบนร่างของเขาจนสิ้น จากนั้น บาดแผลบนร่างก็หายดีด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ

            พริบตา เวลาก็ผ่านไปสามวัน

            เซียวเฉินเปลี่ยนเป็นคึกคักเปี่ยมพลัง อาการบาดเจ็บทั้งหมดก็หายดีดังเดิมแต่เขารู้ว่าอาการบาดเจ็บภายในยังไม่ฟื้นฟูโดยสมบูรณ์ ศึกนั้นเขาจ่ายค่าตอบแทนมากไป เกินกว่าที่เขาจะแบกรับไหว

            หากไม่มีคัมภีร์หงสาบรรพกาลนิรวาณคุ้มครองกายเกรงว่าเวลานี้ตนเองคงเป็นคนพิการไปแล้ว

            ดวงตาของเซียวเฉินลึกล้ำ

            “ซือถูอู่ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้...”

            ภายในที่พัก เซียวเฉินโคจรคัมภีร์หงสาบรรพกาลนิรวาณชำระและหล่อเลี้ยงอาการบาดเจ็บของตนเองรอบแล้วรอบเล่าแต่กลับมีผลน้อยนิด เรื่องนี้ทำให้เซียวเฉินมีสีหน้าหนักใจ

            หากอาการบาดเจ็บไม่หายดีจะสร้างความเสียหายที่เรียกคืนไม่ได้ต่ออนาคตของเขา

            ตูม!

            ภายในร่างกายของเซียวเฉินส่งเสียงทึบหนักๆ อย่างต่อเนื่องเซียวเฉินหลั่งเหงื่อดุจสายฝน อดทนต่อความเจ็บปวดในร่างกายฝึกวิชาอย่างต่อเนื่องดังเดิม หนึ่งชั่วยามต่อมา เหงื่อก็ชุ่มเต็มเสื้อ ทว่าเขายังคงดื้อรั้น

            เสื้อเปียกแล้วแห้ง แห้งแล้วเปียกอีก จนกระทั่งสิบชั่วยามต่อมาอาทิตย์ใกล้อัสดง เซียวเฉินจึงหยุด

            “ท่าทาง มีเพียงบรรลุนิรวาณขั้นสามจึงเป็นไปได้ว่าข้าจะฟื้นฟูโดยสมบูรณ์”เซียวเฉินถอนหายใจ แต่นิรวาณขั้นสามนั้นยากเย็นเพียงใด เหตุไฉนจะบรรลุได้ง่ายๆ!

            แต่เขาไม่มีทางเลือก

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้คือเวลาที่กิจกรรมล่าสัตว์สิ้นสุดลง เซียวเฉินบรรลุขั้นแปดชั้นฟ้าในเวลาหนึ่งเดือนทว่าในช่วงนี้ เขาได้ยินข่าวเรื่องหนึ่ง

            ทุกคนที่ติดตามซือถูอู่ไปทำร้ายเซียวเฉินในกิจกรรมล่าสัตว์ถูกทุบตีอย่างหนักหนึ่งยกในบรรดานั้นรวมถึงเยี่ยเฉินซึ่งอยู่อันดับเจ็ดบนผังชางหวงด้วย

            เซียวเฉินได้ยินข่าวนี้ก็ยิ้ม

            “เชี่ยนเอ๋อร์ต้องเป็นคนทำแน่ๆ”

            หนึ่งเดือนนี้ เซียวเฉินพยายามเสมอมา แต่ถูกม่านขวางกั้นมาโดยตลอดกระโดดข้ามไปไม่ได้สักที พอจะบรรลุก็ถูกสะเทือนกลับอย่างรุนแรงทำเอาเซียวเฉินเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่

            ดุจอัคคีร้อนแรงเผากาย

            แต่เซียวเฉินแน่วแน่เพียงใด ไม่ได้ล้มเลิกมาโดยตลอดเขาตัดสินใจจะทะลวงนิรวาณขั้นสาม ดังนั้น ในระยะเวลาสั้นๆ ต่อมาเซียวเฉินพยายามฝึกวิชาโดยไม่ออกไปข้างนอก

            ในความน่าเบื่อแฝงความแน่วแน่

            เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว

            พริบตาก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน เซียวเฉินยังไม่มีความเคลื่อนไหวดังเดิมทว่าในระยะเวลาสั้นๆ นี้ มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ก็ไม่เคยมาหาเขาและเลือกที่จะเก็บตัวฝึกวิชาเช่นกันเพราะนางถูกลงโทษให้กักบริเวณ

            สาเหตุเนื่องจากทุบตีสหายร่วมสำนัก

            เซียวเฉินไม่รู้เรื่องทุกอย่างเลยสักนิด

            ตูม!

            วันนี้ จู่ๆ ที่พักของเซียวเฉินก็มีแสงเพลิงพวยพุ่งตรงดิ่งสู่นภากาศเผาไหม้เมฆาจนแดงเป็นแถบ ส่วนเซียวเฉินในเวลานี้ กำลังรับการทดสอบอันไร้เทียมทาน

            อัคคีเทวะเผากาย

            เซียวเฉินเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็ยังยืนหยัดดังเดิม

            “ขอเพียงผ่านไปได้ ก็เป็นนิรวาณขั้นสามแล้ว...”

            “ยืนหยัด...”

            “เซียวเฉิน เจ้าทำได้ เจ้าทำได้”

            เซียวเฉินปลุกใจตนเองอย่างต่อเนื่องเขารู้สึกได้ว่าร่างกายเบาสบายและเปี่ยมพลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในที่สุดเขาก็รู้สึกโล่งใจ เพราะเขาทำได้แล้วจริงๆ

            เขาบรรลุนิรวาณขั้นสาม

            พรวด!

            พ่นโลหิตสดออกมาคำหนึ่ง เซียวเฉินรู้สึกได้ว่าตนเองผ่านการชำระล้างจากอัคคีเทพหงสาจนฟื้นฟูกลับมาเป็นดังเดิมและถึงขั้นเหนือกว่าเดิม

            เซียวเฉินตื่นเต้นอย่างยิ่ง

            จากนั้นดวงตาก็มีเจตนาสังหารพวยพุ่ง

            “ซือถูอู่ ความแค้นระหว่างพวกเราก็สมควรจัดการได้” ว่าแล้ว เซียวเฉินก็สาวเท้ายาวๆมุ่งไปยังที่พักของซือถูอู่

            เห็นใบหน้าของเซียวเฉินเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเจตนาสังหาร

            ทุกคนพากันหลีกทาง ไม่มีใครกล้ายั่วโทสะเขา

            ดูท่า ครั้งนี้ซือถูอู่คงหนีไม่รอดเงื้อมมือของเซียวเฉินมิเพียงไม่ได้สังหารเขา กลับยังถูกเขาตัดแขนไปข้างหนึ่งด้วยบัดนี้ยังไม่ฟื้นฟูโดยสมบูรณ์ เกรงว่าเซียวเฉินคงไม่ปล่อยซือถูอู่ไปง่ายๆ

            ทุกคนพากันวิพากษ์วิจารณ์

            คนที่ในอดีตมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซือถูอู่ก็ไม่กล้าออกมาเพราะเซียวเฉินทำให้พวกเขาหวาดกลัวจริงๆ ทว่ามู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ทำให้พวกเขาพรั่นพรึงยิ่งกว่า

            มีคนจากไปทันที เหมือนไปตามคนมา

            แต่เซียวเฉินกลับไม่แยแส

            เพราะเขาจะฆ่าแค่ซือถูอู่!

            เซียวเฉินยืนถือกระบี่อยู่นอกประตูห้องของซือถูอู่ เอ่ยเสียงชืดชา“ซือถูอู่ ไสหัวออกมา”

            ซือถูอู่ที่อยู่ภายในห้องตกใจสุดขีด แต่ไม่ได้ส่งเสียง

            ครู่ต่อมา เซียวเฉินก็พังประตูเข้าไปทันที

            ซือถูอู่ที่อยู่ในห้องมองเซียวเฉินด้วยสีหน้าหวาดกลัวและตื่นตระหนกถึงกับมีเหงื่อหยดจากหน้าผาก ไหนเลยยังมีมาดของอันดับห้าบนผังชางหวง!

            เซียวเฉินมองเขาแล้วเอ่ยช้าๆ “ข้าเคยพูดว่า หากเจ้าฆ่าข้าไม่ได้ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย เจ้ายังจำได้หรือไม่?”

            ซือถูอู่รีบถอยหลัง

            “เซียวเฉิน ที่นี่คือสถานศึกษา มิใช่ภูเขาต้าฮวง เจ้ากล้าหรือ?”

            เซียวเฉินยิ้มเย็น

            “เจ้าดูข้ากล้าหรือไม่”

            กระบี่ยาวในมือออกจากฝัก ประกายกระบี่วูบวาบ จ่อกระบี่ใส่ซือถูอู่

            จากนั้น ปราณกระบี่ดุดันเหิมเกริม อานุภาพกระบี่แผ่ไพศาล

            “ใบไม้ร่วงพันสารท ประกายวาบห่านป่าตื่น!”

            ฉั๊วะ!

            สิ้นแสงเจิดจรัส ซือถูอู่ล้มอยู่กลางสีเลือด โลหิตสดกระจายทั่วพื้นทุกคนเงียบกริบเหมือนจักจั่นยามเหมันต์ มองเซียวเฉินเดินออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่งอย่างหวาดหวั่นพรั่นพรึง

            เซียวเฉิน สังหารซือถูอู่แล้ว!

            เขากล้าสังหารคนในสถานศึกษา!

            เจ้าคนบ้านี่!

            เซียวเฉินก้าวเท้ายาวๆ จากไป เสียงดังสะท้อน

            “เซียวเฉินเป็นฆาตกร!”

            หลังเซียวเฉินจากไป ก็มีชายชราผู้หนึ่งเดินมาช้าๆเห็นซือถูอู่ตายอยู่ในที่พักของตนเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม

            “ใครทำ?”

            มีคนเอ่ย “เซียวเฉิน...”

    คล้ายกับเรื่องเหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน