ฝักที่19
ครอบครัวของสิงห์นั้นย้ายกันมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณครึ่งปีแล้วและในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นก็มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้เห็นกันจนชินตานั่นก็คืออาการเหมือนคนอดหลับอดนอนของเสือที่มีในทุกๆเช้านั่นเองซึ่งนอกจากจะมีขอบตาดำคล้ำเป็หมีแพนด้าแล้วผิวพรรณของเ้าตัวนั้นก็ดูแห้งหยาบกระด้างขึ้นด้วยดูเหมือนว่าจะมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงร่วมด้วยในตอนแรกๆทุกคนต่างก็สนใจสอบถามอาการด้วยความเป็ห่วงกันตลอดแต่ใน่หลังๆมานี้ก็กลายเป็สิ่งที่เห็นเป็ปกติไปแล้ว
แต่นั่นช่างผิดกับเ้านัทซึนักที่ดูมีน้ำมีนวลผิวพรรณเปล่งปลั่งจนผิดหูผิดตาไปมากหากเป็โลกที่ผ่านมานั้นตัวเขาก็คงจะคิดว่าเ้าตัวแสบต้องแอบไปกินอาหารเสริมมาแน่นอนแล้วอาหารการกินทุกอย่างของเ้าตัวนั้นเป็เขาเองที่จัดเตรียมให้ทุกวันจึงเป็ไปไม่ได้ที่ตนนั้นจะไม่รู้ว่าเ้านัทซึกินอะไรไปบ้างในแต่ละวันหรือมันมีอะไรที่เขายังไม่รู้กันนะ!!
!!เฮ้อ…อ…!!!
!!!เฮ้ออออ……อ…!!!!
!!!!เฮ้ออออออ...อ………!!!
“นายท่านเป็อะไรหรือเ้าคะพวกข้าเห็นท่านเดินไปเดินมาแล้วถอนหายใจมาั้แ่เช้าแล้วนะเ้าคะ” ภูตน้อยเห็นนายตัวเองเดินวนไปวนมาก็รูึสึกเวียนศีรษะแทน
"ก็ข้าคิดไม่ออกน่ะสิว่าจะทำกิจการค้าอะไรดีที่มันมีกำไรเยอะๆนี่น๊า เย็นนี้คงต้องปรึกษาท่านพี่เสียแล้วล่ะมั้ง"
“โอ๊ยยยยยยย...ย~~~”
“ก้อนกรวดที่ไหนมาตกอยู่ตรงนี้เนี่ย”ดินก้มลงเก็บก้อนกรวดเม็ดใหญ่ที่ตนเผลอเหยียบเสียเต็มแรง
“โอ๊ย~เจ็บชะมัดเลยแต่เอ๊ะ!ทำไมก้อนกรวดเม็ดนี้มันถึงได้สะท้อนแสงเป็ประกายระยิบระยับอย่างนี้ล่ะเนี่ย”เขาพลิกซ้ายพลิกขวาดูก็ไม่ใช่อัญมณีที่อยู่ในห้องโถงนี้แน่นอนเพราะหากเป็อัญมณีที่ห้องโถงนั้นมันจะต้องเปร่งแสงออกมาได้
“ไหนเ้าคะนายท่านอ่อ...มันคือก้อนหินก้อนกรวดที่อยู่ในมิติของพวกข้าน่ะเ้าค่ะสงสัยคงมีใครเก็บมันมาเล่นแล้วเผลอทำตกเอาไว้เฮ้อ...ข้าล่ะไม่ชอบเ้ากรวดพวกนี้เลยเ้าค่ะมันทั้งแข็งทั้งแหลมคมเวลาข้าลงไปเดินที่พื้นทีไรพวกมันก็มักจะตำเท้าข้าทุกทีเลย”เ้าภูตอัคคีทำหน้าหงุดหงิดเมื่อพูดถึงพวกกรวดที่อยู่ในมิติภูต
“ใช่…ข้าเองก็ไม่ชอบมันเหมือนกันแล้วข้าก็เคยขนมันเอาไปทิ้งที่มิติโลกมาหลายครั้งแล้วด้วยแต่ขนไปทิ้งเท่าไหร่มันก็เกิดขึ้นมาใหม่เสียทุกครั้งจนข้าต้องยอมแพ้ไปแล้วก็ยังมีพวกโลหะสีเหลืองนั่นอีกข้าก็ลองขนไปทิ้งเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็เช่นเดิมอีกเฮ้อ~”
“หืม~โลหะสีเหลืองงั้นเหรอสีมันเป็อย่างนี้หรือไม่”ดินหยิบเหรียญทองออกมาให้พวกภูตดูเป็ตัวอย่าง
“ใช่เลยเ้าค่ะนายท่านเอามานี่เ้าค่ะข้าจะเอามันไปทิ้งให้ท่านเอง”ภูตน้อยฉกเหรียญจากมือเขาไปแล้วก็ตั้งท่าจะบินเอาทิ้งให้ด้วยความหวังดีเพราะคิดว่ามันเป็เพียงขยะไร้ค่าเท่านั้น
“หยู๊ด~~หยุดก่อน!นั่นมันไม่ใช่ขยะไร้ค่าในโลกมนุษย์นะเ้าเอามันมาคืนข้าเถอะเดี๋ยวข้าจะเล่าให้พวกเ้าฟังว่ามันมีค่าอย่างไรในโลกนี้ดีมั้ย”ดินใจหายใจคว่ำคิดว่าจะต้องเสียเหรียญทองนี้ไปแล้วมันมีค่าไม่ใช่น้อยเลยนะถึงแม้ตอนนี้ตนจะยังมีเหรียญทองเหลืออยู่เยอะก็ตามแต่หากมีแต่ใช้ไปเรื่อยๆอีกไม่นานก็จะต้องหมดลงอย่างแน่นอน
ดินจึงเล่าเื่ทองคำและเพชรให้เหล่าภูตได้ฟังว่าคนเรานั้นให้คุณค่ากับมันมากขนาดไหนซึ่งไอ้ก้อนกรวดที่ตนเผลอเหยียบนั้นเขาคิดว่ามันน่าจะเป็เพชรแน่ๆแต่ก็ต้องเอาไปให้ร้านขายพวกอัญมณีช่วยดูให้เสียก่อนจึงจะสรุปได้อย่างแน่ชัด
“มนุษย์นี่ก็แปลกนะเ้าค่ะขยะพวกนี้กลับชอบกันสู้พวกดอกไม้ต้นไม้ก็ไม่ได้”พวกภูตแถวนั้นต่างพยักหน้าเห็นด้วยกันยกใหญ่
“ก็เพราะว่ามันเป็สิ่งหายากอย่างไรเล่าแล้วพวกเ้าพาข้าไปที่มิติภูตได้หรือไม่ข้าอยากจะไปดูสักครั้งว่ามันสวยแค่ไหน”
“อ้าว~นายท่านไม่รู้หรือเ้าคะว่าท่านเองก็สามารถไปมิติภูตได้แต่พวกข้านั้นพาท่านไปไม่ได้หรอกนายท่านต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเท่านั้นเ้าค่ะ”
“พวกเ้าไม่เห็นเคยบอกข้าเื่นี้เลยนะ”พวกภูตต่างมองหน้ากันไปมาเหมือนกำลังมองหาคนผิดกันอยู่
“โธ่~ก็แล้วทำไมนายท่านไม่ถามล่ะเ้าคะในเมื่อนายท่านนั้นได้หลอมรวมกับเถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิตแล้วท่านก็คือนายเหนือหัวแห่งมิติภูตนั้นแหละเ้าค่ะฉะนั้นนายท่านจะไปที่มิติภูตเมื่อไหร่ก็ยอมได้”เมื่อหาคนผิดไม่ได้ก็เลยโยนความผิดมาให้เขาแทนสินะเ้าพวกนี้นี่นะหากเป็เด็กจะจับตีก้นเสียให้เข็ดทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอย่างนี้
“แล้วเื่เถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิตก็เช่นกันนะเ้าคะแท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็เถาวัลย์อย่างที่ท่านนั้นเข้าใจแต่ที่ท่านเห็นเช่นนั้นเป็เพราะจินตนาการของท่านเองน่ะเ้าค่ะ”
นี่ก็เป็อีกเื่ที่เขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนอีกเหมือนกันจนถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่ามันคือต้นเถาวัลย์วิเศษอยู่เลย
“อ้าว~แต่พวกเ้าก็เรียกมันว่าเถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิตเหมือนกันนะ”
“พวกข้าก็แค่เรียกตามนายท่านเท่านั้นเองน่ะเ้าค่ะอิอิอิ” สงสัยเขาจะต้องจับเ้าภูตพวกนี้มาตีจริงๆแล้วล่ะมั้ง ดูสิช่างกล้าตอบออกมาอย่างนี้
“เถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิตที่นายท่านเข้าใจนั้นมันไม่มีรูปลักษณ์หรอกนะเ้าคะมันเป็เพียงกลุ่มพลังเวทย์เท่านั้นพวกเาาวภูตต่างก็เรียกมันว่าพลังิญญาแห่งชีวิตกันเพราะมันเป็พลังต้นกำเนิดในการสร้างมิติทั้งหมดนั่นก็คือ มิติโลก มิติิญญาและมิติภูตเ้าค่ะ”เ้าภูตอัคคีอธิบายให้ดินฟัง
“เพราะอย่างนี้นายท่านถึงสามารถดึงเอาพลังของพวกข้าไปใช้ได้ไงเ้าค่ะเพราะแท้จริงแล้วมันก็คือพลังเวทย์ของนายท่านนั่นเองและท่านสามารถดึงพลังพวกข้าไปใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวลเลยล่ะเ้าค่ะหากจะทำให้พลังของพวกข้านั้นอ่อนแอลงได้อย่างที่ท่านมักจะกังวลนั้นนายท่านคงต้องดึงพลังของพวกข้าไปใช้ทำลายโลกแล้วล่ะเ้าค่ะ”หืม!อย่างนี้เขาก็สามารถกร่างได้เต็มที่เลยล่ะสิไม่ต้องกังวลอีกแล้วว่าจะทำให้พวกภูตนั้นเดือดร้อน
“และมิติิญญานายท่านก็สามารถไปได้เช่นกันนะเ้าคะแต่มัน เอ่อ~ค่อนข้างจะไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่ข้าคิดว่านายท่านคงไม่อยากไปเห็นมันหรอกเ้าค่ะ”
ดินเห็นสีหน้าผะอืดผะอมของภูตตนนั้นที่พูดถึงมิติิญญาแล้วก็คิดว่าตนไม่ควรไปที่นั่นจะดีที่สุด
“แล้วเมื่อก่อนก็เคยมีผู้หลอมรวมกับพลังิญญาแห่งชีวิตมาแล้วเช่นกันท่านผู้นั้นใช้ชีวิตอยู่หลายพันปีจนในที่สุดก็เกิดเบื่อหน่ายชีวิตที่ยืนยาวจึงได้ละทิ้งพลังนี้ไว้ที่ต้นท้อ์แล้วเข้าสู่วัฏสงสารเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้งนึงจนโชคชะตาก็ได้นำพาให้นายท่านนั้นไปเจอและหลอมรวมกับพลังิญญาแห่งชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง”
“แล้วทำไมพวกเ้าเพิ่งจะมาเล่าเื่พวกนี้ให้ข้าฟังล่ะ”เื่เหล่านี้พวกภูตสมควรจะต้องเล่าให้ตนได้ฟังตั้งนานแล้วนะแต่กลับเพิ่งจะมาเล่าเอาวันนี้หวังว่าเ้าพวกนี้คงจะไม่ตอบว่าเป็เพราะตนไม่ได้ถามหรอกนะ
“อ้าว~ก็นายท่านไม่ถามนี่เ้าค่ะพวกข้าก็คิดว่าท่านไม่สนใจอิอิอิ”
“ตกลงว่าทั้งหมดนี้มันเป็ความผิดของข้าสินะพวกเ้านั้นไม่ผิดอะไรเลยใช่มั้ยห๊ะ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ!!!”พวกภูตที่อยู่แถวนั้นต่างตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียงจนเขาอยากจะะโออกไปจริงๆว่า ‘ข้าพูดประชดเฟ้ย!’
“เฮ้อ~เอาเถอะแล้วข้าต้องทำอย่างไรถึงจะไปที่มิติภูตได้ล่ะ”
“ท่านไม่ต้องทำสิ่งใดเลยเ้าค่ะแค่คิดถึงภาพของมิติภูตเท่านั้นนายท่านก็สามารถไปมิติภูตได้แล้วไม่มีใครรู้จักมิติของพวกข้าได้ดีเท่าท่านอีกแล้วล่ะเ้าค่ะเพราะนายท่านนั้นเป็ผู้สร้างมันขึ้นมาข้าหมายถึงพลังิญญาแห่งชีวิตน่ะเ้าค่ะ”
“แล้วข้าจะไปเคยเห็นสถานที่ในมิติภูตได้อย่างไรกันล่ะในเมื่อตัวข้านั้นยังไม่เคยไปมาสักครั้งเลยนะ”เ้าภูตพวกนี้ทำเหมือนตนเคยไปที่นั่นมาก่อนอย่างนั้นแหละ
“มันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของท่านน่ะเ้าค่ะเพียงแต่นายท่านไม่เคยตั้งใจค้นดูมันไม่อย่างนั้นนายท่านคงจะได้ไปเห็นมิติภูตแล้วล่ะเ้าค่ะ”
“นายท่านลองตั้งสมาธิค่อยๆนึกถึงมันนะเ้าคะไม่นานนักภาพเ่าั้ก็จะปรากฎให้ท่านได้เห็นเองล่ะเ้าค่ะและเมื่อท่านเห็นภาพนั้นพร้อมกับปรารถนาที่จะไปยังที่แห่งนั้นด้วยแล้วนายท่านก็จะไปปรากฎตัวที่นั่นในทันทีอีกทั้งยังสามารถนำผู้คนไปกับท่านได้ด้วยหากแต่พวกข้าอยากขอร้องท่านว่าให้นำเพียงคนในครอบครัวของท่านที่มีอยู่ในตอนนี้ไปเท่านั้นนะเ้าค่ะ”เ้าภูตแห่งวารีได้เอ่ยขอร้องอย่างจริงจัง
“เพราะในสมัยของนายท่านคนก่อนได้นำคนภายนอกไปด้วยจำนวนหนึ่งซึ่งคนเ่าั้เมื่อมีโอกาสก็ได้จับพวกข้ามาบังคับให้นำเอาของวิเศษในมิติภูตมาให้พวกมันเหตุที่พวกมันสามารถทำเช่นนั้นได้ก็เพราะเมื่อพวกข้านั้นอยู่ในมิติภูตก็แทบจะไม่มีพลังเวทย์เลยนั่นเองและกว่าที่นายท่านผู้นั้นจะรู้เื่ที่เกิดขึ้นพวกข้าก็ล้มตายกันไปจำนวนมากแล้วถึงแม้พลังิญญาแห่งชีวิตจะสามารถชุบชีวิตพวกข้าได้แต่ก็มีภูตอีกมากมายที่ตายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ร่างให้ชุบชีวิตได้เลยใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงนักนายท่านขอให้ท่านจงระวังให้ดี”สิ้นคำบอกเล่าเหตุการณ์นั้นบรรยากาศโดยรอบก็พลันเศร้าหดหู่เหมือนเหตุการณ์ในครั้งนั้นคงจะเป็การสูญเสียครั้งใหญ่ของเหล่าพวกภูตเลยทีเดียว
“ได้สิข้ารับปากพวกเ้าข้าจะไม่นำใครไปเด็ดขาดนอกจากครอบครัวข้าที่มีอยู่ในตอนนี้เท่านั้น”
“ขอบคุณเ้าค่ะนายท่านหากท่านนั้นอยากไปมิติภูตก็ทำตามที่พวกข้าบอกเถอะเ้าค่ะ”
วันนี้ทั้งวันดินก็พยายามตั้งสมาธิเพื่อดึงเอาภาพจากจิตใต้สำนึกออกมาให้ได้แต่จนถึงเวลาเข้านอนแล้วเขาก็ยังไม่เห็นภาพอะไรสักอย่างเดียวเลย
“เ้าเป็อะไรไปหรือภรรยาวันนี้ข้าเ้าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งวันเลยนะหืม?”
“ข้ากำลังพยายามนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งในความทรงจำอยู่ขอรับแต่ไม่ว่าพยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออกสักทีน่ะท่านพี่”
“สงสัยเ้าคงจะเครียดมากไปนะมาเถอะเดี๋ยวข้าจะทำให้เ้าผ่อนคลายเอง”
“เดี๋ยวท่านพี่…อ๊าาา~~”แล้วเื่ราวกิจวัตรประจำวันของสองสามีภรรยาก็ดำเนินไปตามปกติเพียงแต่ในขณะที่คนเป็สามีกำลังโยกตัวอย่างเมามันอยู่นั่นเองดินก็เกิดเห็นภาพของสถานที่แห่งหนึ่งผุดขึ้นมาในความนึกคิดพร้อมกับที่ตนเองรู้สึกว่าอยากไปที่แห่งนั้นด้วยเพียงเท่านี้ร่างของคนทั้งสองที่กำลังฟาดฟันกันอยู่บนเตียงก็ถูกย้ายไปที่แห่งนั้นในทันที
“เฮ้ย!!!ท่านพี่โปรดหยุดก่อนขอรับ”
!!พั่บพั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ อ๊าา~~!!!
“ซี๊ดดดด~มีอะไรหรือเมียข้าหรือข้าทำเ้าเจ็บกัน หืม?”
“คือ...ท่านพี่ลองมองไปรอบสิขอรับ”
“เฮ้ย!!เอ่อ~เรามาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไรหรือภรรยา”แต่ก่อนที่ดินจะได้ตอบสามีตนนั้นก็มีเสียงของภูตเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“มิติภูตยินดีต้อนรับนายท่านและสามีนายท่านเ้าค่ะเชิญพวกท่านทำภารกิจกันต่อได้เลยเ้าค่ะไม่ต้องเกรงใจพวกข้าหรอกเ้าค่ะอิอิอิ”
“ภูตวาโยเ้าเห็นหรือไม่ว่าฝักข้าวโพดของสามีนายท่านนั้นใหญ่ยาวเหมือนกับที่ภูตอัคคีเล่าให้พวกเราฟังเลยล่ะ”
“ใช่ๆแถมท่วงท่าก็รุนแรงมากถึงว่าเ้าพวกภูตที่อยู่ในมิติโลกถึงได้พูดกันว่าพวกท่านนั้นแต่งงานกันได้เพียงสองวันก็ทำเตียงหักไปวันละหลังเชียวนะพวกเรา”
“สุดยอด~สามีนายท่านเป็หนุ่มพลังม้าชัดๆนายท่านช่างหาสามีได้ดีจริงๆเลย” เหล่าภูตที่กำลังห้อมล้อมมุงดูพวกเขาทั้งสองคนอยู่ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนานไม่ได้มองดูคนที่ถูกพูดถึงเลยว่ากำลังทำสีหน้าเช่นไรกันอยู่
สิงห์นั้นเห็นภรรยาของตนนิ่งค้างไปนานจึงต้องพูดเรียกสติกลับคืนมา“ภรรยาข้า!เราจะทำอย่างไรถึงกลับออกไปจากที่นี่ได้เล่าเ้าพอรู้หรือไม่ข้าว่าเราควรรีบกลับให้เร็วที่สุดนะเมียข้า”
“จริงด้วยสิ!เราต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด”ดินตั้งสตินึกถึงภาพบ้านของตนทันทีแล้วร่างของพวกเขาทั้งสองก็พลันหายไปจากมิติภูตแล้วได้มาปรากฎที่ห้องโถงภายในบ้านของพวกตนแทนและั้แ่ที่พวกเขาถูกย้ายจากห้องนอนไปมิติภูตจนย้ายกลับมาที่ห้องโถงในตอนนี้นั้นพวกเขาทั้งสองก็ยังอยู่ในท่วงท่าร่วมรักกันเหมือนเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
!!ว้ายยย!!!กรี๊ดดดด..ด~~~!!!
“พวกเ้าทำไมถึงมาทำอะไรกันที่ตรงนี้จะเล่นพิเรนทร์อะไรกันขนาดนี้เนี่ยห๊า!”มารดาของสิงห์ที่นอนไม่หลับในคืนนี้แล้วกะว่าจะมานั่งชมอัญมณีในห้องโถงเสียหน่อยแต่กลับต้องมาเจอกับภาพที่ชวนให้ใเช่นนี้คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าบุตรชายตนกับลูกสะใภ้นั้นจะกล้าทำได้ขนาดนี้
!!แอ๊ดดดด~~ปังงงง!!!!!!!!!!!!
เสียงเปิดปิดประตูห้องนอนของคนที่เหลือที่ตกอกใกับเสียงกรีดร้องเมื่อสักครู่นี้ต่างก็พากันรีบวิ่งกันออกมาที่โถงในทันที
“กรี๊ดดดด...ด”เสียงร้องใของนางพิมมารดาของดินก็ดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“เฮ้ย!!!ไอ้ลูกเวรรรรร...ร~เสือรีบพาน้องกลับเข้าห้องเดี๋ยวนี้เลย”นายมั่นรีบสั่งให้เสือนั้นพาลูกชายคนเล็กของตนที่กำลังเดินหลับตาตามคนพี่ที่จูงมือมาให้รีบกลับห้องไปก่อนที่จะเห็นภาพที่ไม่เหมาะสม
หลังจากที่นางพิมได้เข้าไปเอาผ้าห่มสองผืนมาให้คนทั้งสองห่มคลุมตัวกันอนาจารแล้วดินกับสิงห์จึงได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟังนี้
“เ้าลูกโง่!แล้วเ้าจะคิดเื่สถานที่ของมิติภูตอะไรกันใน่เวลาแบบนั้นเล่าช่างไม่รู้จักเวล่ำเวลาจริงๆเลย อีกอย่างในตอนที่คิดจะกลับมาที่นี่ทำไมเ้าไม่นึกถึงภาพในห้องนอนของเ้ากันล่ะห๊ะ!”นายมั่นอยากจะเคาะกะโหลกบุตรชายตัวดีเสียจริงขนาด่เวลาร่วมรักบนเตียงนั้นยังมีกระจิตกระใจฟุ้งซ่านไปคิดถึงเื่อื่นได้อีก
“ก็ตอนนั้นข้ากำลังในี่น๊าท่านพ่อคิดแค่ว่าต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุดเพียงแค่นั้นแล้วภาพห้องโถงนี้ก็ลอยออกมาก่อนเลยอ่ะ”
“เฮ้อ~ช่างเถอะเอาเป็ว่าพวกเ้านั้นกลับไปนอนกันได้แล้วล่ะนี่ก็ดึกมากแล้วด้วยแต่ยังไงก็ระวังอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ซ้ำอีกก็แล้วกัน”นางศจีพูดออกมาอย่างปลง ๆ
ดินกับสิงห์เมื่อกลับมาถึงห้องนอนของพวกตนแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาพร้อมกัน
“ข้าต้องขออภัยท่านพี่นะขอรับเพราะข้าเองที่ทำให้เกิดเื่วุ่นวายกันไปหมดเช่นนี้”
“เ้าคิดมากไปแล้วนะเมียข้าข้าไม่ได้โกรธเคืองเ้าแม้แต่น้อยอย่าได้กังวลไป”
“แล้วท่านพี่เอ่อ~จะต่อมั้ยขอรับหรือว่าจะให้ข้าช่วยดีหรือไม่”ดินพูดแล้วก็มองไปที่ฝักข้าวโพดของสามีที่ตอนนี้ได้เหี่ยวเฉาตายสนิทไปแล้ว
“คืนนี้เว้นไปก่อนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะชดใช้ให้สองเท่าแล้วกันหรือไม่ก็เท่าที่เ้านั้น้าเลยดีหรือไม่”
“ขอรับท่านพี่อิอิอิ”
“มานอนกันเถอะคืนนี้เ้านอนซบอกข้าดีมั้ยเ้าชอบมิใช่เหรอ หืม?”
“จุ๊บ~ข้าก็ชอบทั้งหมดนั้นแหละขอรับ”ดินจูบริมฝีปากสามีไปทีนึงแล้วจึงซบหน้าลงบนอกแน่นๆของสามีทันทีในตอนนี้น่าจะเลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้วเขาคงต้องรีบนอนแล้วล่ะพรุ่งนี้จะได้รีบตื่นไปทำอาหารมื้อเช้าเพื่อเป็การขอโทษสามีเสียหน่อย
ที่ห้องโถงนั่งเล่นของบ้านในยามสายทุกคนได้มารวมตัวอยู่พร้อมกันเป็เพราะดินนั้นได้บอกว่ามีเื่จะปรึกษาของทุกคน
“มีอะไรหรือลูกเกี่ยวกับเื่มิติภูตที่พวกเ้าเดินทางไปเมื่อคืนหรือเปล่า”นางพิมคิดว่าคงจะเป็เื่มิติภูตแน่ๆที่ลูกชายนางอยากจะพูดในวันนี้
“เป็เื่นั้นจริงๆขอรับ ข้ามีของอยากให้พวกท่านช่วยดูว่ามันคือสิ่งใดกันแน่”เขาหยิบเ้าก้อนกรวดที่เก็บได้เมื่อวานออกมาให้ทุกคนดู
นางศจีมองดูก้อนอัญมณีในมือของลูกสะใภ้ที่ส่องประกายเล่นแสงระยิบระยับแล้วจึงออกความเห็นไปตามที่คิด“มันส่องประกายระยิบระยับขนาดนี้แม่ว่ามันน่าจะเป็เพชรนะลูกสะใภ้”
“ข้าก็คิดเหมือนกับท่านแม่ศจีเลยขอรับ”
“แล้วเ้าไปได้มันมาจากที่ไหนล่ะเ้าดิน”นายมั่นถามอย่างสงสัยเพราะเพชรนั้นไม่ใช่ของที่จะเจอกันได้ง่ายๆ
“ก็เ้าภูตพวกนี้น่ะสิขอรับเอามาเล่นกันแล้วก็ทำตกเอาไว้จนข้านั้นเดินไปเหยียบเข้าพอดี”
“ห๊า!!!นี่พวกเ้าเอาเพชรมาเล่นกันเนี่ยนะ”บิดาของเขาหันไปพูดกับภูตที่อยู่แถวนั้นด้วยสีหน้าใที่ได้ยินว่าพวกภูตเอาเพชรมาเล่นกันเหมือนกับมันเป็สิ่งไร้ค่าอย่างนั้นแหละ
“ท่านบิดาของนายท่านเ้าค่ะพวกก้อนหินก้อนกรวดพวกนี้ที่มิติข้านั้นมีเยอะแยะเลยล่ะหากท่านชอบข้าจะไปเก็บมาให้ท่านเล่นบ้างก็ได้นะเ้าค่ะ”
"มีเยอะแยะเลยหรือ?" นายมั่นพูดออกมาเหมือนไม่อยากจะเชื่อนัก
“ใช่ขอรับท่านพ่อพวกภูตบอกว่าที่มิติภูตนั้นมีเยอะมากรวมทั้งพวกก้อนโลหะสีเหลืองด้วยซึ่งข้าสันนิฐานว่ามันจะต้องเป็ทองคำแน่ๆและเมื่อวานข้ากับพี่สิงห์ได้ไปที่นั่นกันแล้วก็จริงแต่เอ่อ...ด้วยเหตุสุดวิสัยพวกข้าจึงไม่ได้สังเกตอะไรที่นั่นเลยขอรับ”ดินนึกถึงเื่เมื่อวานแล้วก็รู้สึกอับอายนักต่อให้หน้าหนาแค่ไหนก็ตามแต่ถ้าต้องไปมีอะไรให้คนอื่นดูอันนี้เขาก็รับไม่ได้นะ
“งั้นวันนี้พวกเราไปอีกกันได้หรือไม่หรือว่ามันจะมีข้อห้ามอะไรหรือเปล่า”สิงห์รู้ว่ามิติภูตนั้นถือว่าเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าออกไปได้ตามอำเภอใจก็ได้
“ไม่มีหรอกขอรับท่านพี่ถ้าหากว่าเป็พวกท่านที่เป็ครอบครัวของข้าก็สามารถเข้าไปได้งั้นพวกเราก็ไปกันเลยนะขอรับ”
เมื่อดินพูดจบก็ตั้งสมาธิคิดถึงภาพของสถานที่ของเมื่อวานและใส่ความรู้สึก้าจะไปในที่แห่งนั้นพร้อมกับทุกคนลงไปเพียงเท่านั้นคนทั้งหมดในห้องโถงก็หายไปทันทีเพียงแว่บเดียวเท่านั้นพวกเขาก็เข้ามาอยู่ในมิติภูตกันแล้ว
ภาพเบื้องหน้าของทุกคนในตอนนี้ก็คือบ้านหลังเล็กๆที่ถูกสร้างจากหินอ่อนสีขาวซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ส่วนบนพื้นที่พวกตนยืนกันอยู่นั้นก็เต็มไปด้วยก้อนกรวดที่คิดว่าน่าจะเป็พวกอัญมณีมีค่าและก้อนโลหะสีทองคละกันไป
“เห็นมั้ยเ้าคะว่าพวกก้อนหินกรวดพวกนี้มันมีเยอะแยะแค่ไหนยิ่งพวกข้าขนมันไปทิ้งเท่าไหร่พวกมันก็จะยิ่งเกิดขึ้นมาใหม่เป็ทวีคูณจนพวกข้าถอดใจปล่อยให้พวกมันอยู่กันเช่นนี้”ภูตที่ได้คุยกับดินเมื่อวานนั้นก็ได้ตามพวกตนเข้ามาที่นี่กันด้วย
“ใช่เยอะจริงๆข้าไม่คิดว่ามันจะมีจำนวนเยอะมากขนาดนี้แล้วบ้านหลังนี้เป็ของใครกันหรือ”
“นายท่านคนก่อนเป็ผู้สร้างเอาไว้น่ะเ้าค่ะแต่ตอนนี้มันเป็ของนายท่านแล้วล่ะ”
เมื่อรู้ว่าบ้านหลังนี้ได้กลายมาเป็กรรมสิทธิ์ของตัวเองแล้วด้วยนิสัยอยากรู้อยากเห็นของตนจึงได้ชวนทุกคนนั้นเข้าไปสำรวจดูภายในตัวบ้านกันเมื่อเดินเข้ามาภายในแล้วก็ทำให้รู้ว่าผู้พลังิญญาแห่งชีวิตคนก่อนนั้นคนสมถะมากๆเพราะบ้านหลังนี้นั้นได้ถูกแต่งอย่างเรียบง่ายไม่ได้ต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไปเลยสักนิด
หลังจากเข้าไปสำรวจบ้านหลังนั้นแล้วพวกเขาก็ออกมาเก็บก้อนโลหะสีทองและก้อนกรวดที่ส่องประกายระยิบระยับสวยงามเพื่อจะนำไปให้ร้านขายเครื่องประดับในตัวเมืองได้ช่วยดูว่าพวกมันเป็สิ่งใดกันแน่
เมื่อพวกเขากลับออกมาจากมิติภูตแล้วดินกับสิงห์ก็ออกเดินทางเข้าเมืองต่อในทันทีเพื่อนำสิ่งที่เก็บมานั้นไปให้ร้านขายเครื่องประดับภายในเมืองได้ช่วยดูว่ามันเป็สิ่งที่พวกตนนั้นคิดกันไว้หรือไม่
“คารวะคุณชายทั้งสองเ้าค่ะมีอะไรให้ร้านเล็กๆของข้านั้นรับใช้หรือเ้าคะ”หญิงสาวอายุน่าจะมากกว่าดินไม่มากนักซึ่งมีหน้าตารูปร่างที่จัดว่าเป็หญิงงามคนหนึ่งและดูจากเครื่องแต่งกายของนางแล้วนั้นคาดว่านางคงจะเป็คุณหนูของร้านแห่งนี้
“ข้าอยากให้ทางร้านของท่านช่วยตรวจดูสิ่งที่อยู่ในถุงผ้านี้ให้หน่อยว่ามันคือสิ่งใดกันแน่”สิงห์ได้ยื่นถุงผ้าที่มีก้อนหินก้อนใหญ่สีขาวใสส่องประกายหนึ่งก้อนและเป็ก้อนโลหะสีเหลืองเหมือนทองคำอีกหนึ่งก้อนส่วนหินที่มีสีสันอื่นๆนั้นพวกเขาไม่ได้นำมาด้วย
เมื่อหญิงสาวเปิดปากถุงดูก็ถึงกับตาเป็ประกายแล้วรีบคว้าแขนของสิงห์มากอดเอาไว้ก่อนจะพยายามดึงชายหนุ่มให้มานั่งที่มุมหนึ่งของร้านซึ่งได้จัดเอาไว้เพื่อต้อนรับลูกค้าคนสำคัญ
“มากับข้าด้านนี้เถอะเ้าค่ะข้าจะรีบตรวจสอบให้ท่านเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะคุณชาย”หญิงสาวคิดว่าคุณชายท่านนี้นอกจากจะหล่อเหลาถูกใจนางแล้วยังเป็ผู้ก้อนเพชรใหญ่เท่ากำปั้นนี้อีกคงจะต้องเป็บุตรชายของตระกลูผู้มีฐานะมั่งคังเป็แน่หญิงสาวตัดสินใจได้ทันทีว่าจะต้องเอาชายผู้นี้มาเป็สามีตนให้ได้ด้วยตัวนางนั้นสวยปานนางฟ้าขนาดนี้หาก้าชายผู้นี้ย่อมไม่ใช่เื่ยากนางเชื่อมั่นอย่างนั้น
ดินที่เห็นภาพที่หญิงสาวนางนั้นควงแขนสามีตนก็รู้สึกอยากจะเข้าไปกระชากแขนยัยผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นนักแต่ก็อยากจะรู้ว่าสามีตนจะทำเช่นไรกับเหตุการณ์นี้
“แม่นางปล่อยแขนข้าก่อนเถอะท่านกำลังจะทำให้ภรรยาข้าเข้าใจผิด”สิงห์ออกแรงดึงมือนั้นออกอย่างไม่กลัวว่าฝ่ายที่กำลังกอดแขนตนจะเจ็บหรือไม่เพราะเขานั้นไม่ชมชอบผู้หญิงที่เข้าหาผู้ชายอย่างเกินงามอย่างนี้เป็ทุนเดิมอยู่แล้วและยิ่งตอนนี้ตนนั้นมีภรรยาที่รักมากอยู่แล้วด้วยแม้ว่าดินจะไม่ได้มีหน้าตาที่โดดเด่นเหนือผู้ใดแต่สำหรับเขาแล้วเื่นี้ไม่ได้สำคัญเป็สาระอะไรเลย
เมื่อแกะมือหญิงสาวนางนั้นออกไปแล้วจึงได้เดินกลับไปหาภรรยาที่กำลังทำหน้าหงุดหงิดอยู่และยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน“เมียข้า..เ้าไม่สบายหรือไรหน้าตาดูไม่ดีเลยนะงั้นเรากลับกันดีกว่านะมาเถอะข้าจะประคองเ้าเอง”เขารู้ว่าภรรยาคงไม่อยากคบค้ากับร้านแห่งนี้อีกแล้วจึงไม่จำเป็ต้องเสียเวลาอยู่ต่อ
“ช้าก่อน!หากท่านคิดจะขายเพชรก้อนนั้นข้าขอบอกเลยว่าในอำเภอแห่งนี้ไม่มีใครสามารถรับซื้อเพชรก้อนใหญ่ที่มีราคาแพงได้นอกจากร้านของข้าเท่านั้นถ้าท่านก้าวขาออกไปในตอนนี้แล้วหากเกิดเปลี่ยนใจย้อนกลับมาอีกครั้งร้านข้าก็จะไม่ต้อนรับพวกท่านอีกต่อไป”หญิงงามนางนั้นพูดอย่างคิดว่าตนเองนั้นเป็ต่อชายทั้งสองแต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็อย่างที่นางคิดแม้แต่น้อยนอกจากชายหนุ่มทั้งสองจะไม่หยุดฟังสิ่งที่นางพูดแล้วกลับทำเหมือนว่านางนั้นไม่มีตัวตนเสียด้วยซ้ำไป
เสียงหัวเราะของสิงห์ดังออกมาเมื่อเดินพ้นจากร้านนั้นมาแล้ว“ภรรยาข้าเวลาหึงหวงนี่ช่างน่ารักยิ่งนักหึหึหึ” ภรรยาตัวน้อยของเขายังคงทำหน้างอหักเหมือนเด็กๆไม่ยอมเลิก
“หรือท่านพี่ต้องใจนางล่ะ”ดินส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้สามีตัวโตที่ทำหน้ายิ้มล้อเขาอยู่
“ในสายตาข้าไม่ว่าจะหญิงงามหรือบุรุษรูปงามก็ไม่ได้อยู่ในสายตาข้าทั้งสิ้นเมื่อข้ารักเ้านั้นหมายถึงเ้านั้นงามที่สุดสำหรับข้าเมื่อข้ารักและแต่งงานกับเ้าแล้วนั่นหมายถึงว่าข้าจะรักและจะหยุดอยู่เพียงที่เมียข้าคนนี้เพียงเท่านั้นหายหงุดหงิดได้หรือยังล่ะเมียรักของข้าหึหึหึ”
ดินเมื่อได้ยินสามีพูดอย่างนั้นหน้าที่กำลังหงิกงออยู่ก็พลันบานเป็กระด้งในทันที“ขอให้จริงเถอะ หากท่านแอบนอกใจข้าข้าจะตัดฝักข้าวโพดท่านทิ้งแน่ฮึ!!”เขาขู่สามีสำทับเอาไว้
“นั้นมันของรักของหวงของเ้าเลยมิใช่หรือภรรยาข้าเห็นเ้าจะต้องจับมันไว้ทุกคืนเลยนะหากตัดมันไปแล้วเ้าจะนอนหลับหรือเมียข้า”สิงห์ยอกล้อภรรยาตัวน้อยที่เวลานอนนั้นจะต้องจับยึดลูกชายตนไว้เป็ตัวประกันในทุกคืนจนเดี๋ยวนี้เวลานอนเขาจะไม่ใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวเพื่อให้ภรรยานั้นได้จับได้ลูบคลำถนัดมือ
“ท่านพี่ท่านอย่ามาพูดเื่พวกนี้ในสถานที่คนเยอะแยะอย่างนี้สิขอรับข้าไม่พูดกับท่านแล้วเราไปหาร้านขายเครื่องประดับร้านอื่นกันดีกว่า”ภรรยาของเขานั้นอายหน้าแดงเมื่อเอาความจริงเื่นี้มาพูดหายากนะที่ภรรยาตนจะอายหน้าแดงอย่างนี้นี่ถ้าอยู่ที่บ้านรับรองว่ามีได้เสียแน่ๆฮ่าฮ่าฮ่า
พวกเขาเดินไปไม่ไกลจากร้านแรกนักก็เจอร้านขายเครื่องประดับอีกร้านแต่ร้านนี้ดูจะเก่าโทรมกว่าร้านแรกอยู่มาก
“เราลองเข้าไปถามร้านนี้กันเถอะภรรยา”สิงห์ประคองภรรยาเข้าไปด้านในเพื่อแสดงออกให้ทุกคนในร้านได้รับรู้ถึงสถานะของหนุ่มน้อยร่างเล็กที่มาด้วยกับเขาจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนที่ร้านที่ผ่านมาอีก
“เชิญคุณชายสองขอรับเป็เกียรติยิ่งนักที่คุณชายและสามีของร้านมั่นคงโภชนาการให้เกียรติมาที่ร้านจินดามณีข้าผู้เฒ่าเกื้อกูลยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง”ชายชราเ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับพวกตน
“หืมท่านรู้จักพวกข้าด้วยหรือขอรับ”ดินรู้สึกแปลกใจที่คนระดับเศรษฐีร้านขายเครื่องประดับไม่น่าจะเคยเห็นพวกตนเพราะส่วนมากคนที่รู้จักพวกเขานั้นจะเป็ลูกค้าที่มาซื้อของจากที่ร้านเท่านั้นซึ่งลูกค้าของพวกเราจะเป็ชนชั้นรากหญ้าทั้งสิ้นส่วนพวกบรรดาเศรษฐีนั้นจะให้บ่าวไพร่นำป้ายศิลาเวทย์ไปหาของสดจากภายในป่ากันทั้งนั้นถึงแม้ว่าจะมีร้านมั่นคงโภชนาการที่ขายของพวกนั้นในราคาถูกอยู่แล้วก็ตามเพราะมองว่าร้านค้าของพวกตนนั้นเปรียบเสมือนโรงทานจึงรู้สึกเสื่อมเสียเกียรติหากต้องมาซื้อของจากที่ร้านเลยเป็เื่แปลกประหลาดอย่างมากถ้าหากเ้าของร้านแห่งนี้นั้นเป็ลูกค้าของร้านพวกเขา
“ข้าก็เป็ลูกค้าของร้านท่านเหมือนกันนะคุณชายย่อมต้องเคยเห็นพวกท่านอยู่แล้วล่ะ”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่ช่วยอุดหนุนร้านค้าของเราวันนี้ข้ากับภรรยามาที่นี่ก็เพราะอยากให้ท่านได้ช่วยดูของในถุงผ้านี้ให้หน่อยน่ะขอรับ”สิงห์ยื่นถุงผ้าให้เ้าของร้านรับไปดู
เมื่อผู้เฒ่าเกื้อกูลเปิดถุงผ้าออกดูก็ถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น“ท..ท่านไปได้จากที่ใดมาขอรับหากมันเป็เพชรและทองคำจริงอย่างที่ข้าคิดมันจะมีมูลมหาศาลเลยล่ะขอรับพวกท่านนั่งรอสักครู่ข้าขอนำมันไปทดสอบด้านในเอ่อ…หรือพวกท่านจะตามไปดูด้วยก็ได้นะขอรับท่านทั้งสองจะได้สบายใจ”เ้าของร้านเอ่ยขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่าลูกค้าทั้งสองอาจจะกลัวว่าตนจะทำอะไรกับอัญมณีมูลค่าสูงพวกนี้ที่ด้านหลังร้านก็ได้จึงเอ่ยปากอนุญาติให้เข้ามาดูด้วยกัน
“เชิญท่านผู้เฒ่าตามสบายเถอะพวกเราขอนั่งรอที่ด้านนอกดีกว่าขอรับ”พวกเขาปฏิเสธไปเพราะเ้าสองก้อนภายในถุงนั้นจะนับเป็อันใดได้หากเปรียบเทียบกับจำนวนของพวกมันในมิติภูตนั้น
“งั้นพวกท่านโปรดนั่งรอสักครู่นะขอรับ”ว่าแล้วเ้าของร้านก็หายเข้าไปหลังร้านทันที
“น้ำชาเ้าคะคุณชายทั้งสอง”หญิงหน้าตาสะสวยกริยาเรียบร้อยน่าชื่นชมนำน้ำชามาให้พวกตนที่โต๊ะรับแขก
“ทำไมที่ร้านนี้ถึงมีเครื่องประดับที่จัดแสดงให้ลูกค้าเลือกชมน้อยกว่าร้านอื่นที่ข้าเห็นมากนักล่ะ”สิงห์รู้สึกแปลกใจเพราะปกติร้านขายเครื่องประดับมักจะแข่งกันนำเครื่องประดับของตนออกมาแสดงอวดลูกค้ากันทั้งนั้น
“สินค้าเครื่องประดับของทั้งร้านก็เหลือเพียงเท่าที่คุณชายเห็นนี้แหละเ้าค่ะท่านพ่อสามีข้าบอกว่าร้านเราอาจจะต้องปิดกิจการลงในเร็วๆนี้แล้วล่ะเ้าค่ะ เฮ้อ~”นางถอนหายใจอย่างกลุ้มใจ
“เพราะเหตุใดหรือเมื่อก่อนข้าก็เห็นว่าร้านนี้ก็เป็ที่นิยมมากอยู่ร้านหนึ่งเช่นกันก็น่าจะมีลูกค้าประจำอยู่เยอะเหตุใดจึงกิจกรรมซบเซาไปได้ล่ะ”สิงห์คิดไม่ออกว่าร้านที่เคยรุ่งเรืองมากร้านหนึ่งจะตกต่ำลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
“เมื่อก่อนเป็ดังที่คุณชายว่ามาแต่เมื่อเหมืองเพชรพลอยที่เป็ของบรรพบุรุษตระกูลสามีข้านั้นไม่สามารถขุดหาอัญมณีได้อีกกิจการร้านเราก็เป็เช่นนี้แหละเ้าค่ะ"
"แล้วไปซื้อหาจากที่อื่นไม่ได้หรือขอรับ"ดินคิดว่าหากซื้ออัญมณีจากร้านอื่นมาก็อาจจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ยังไงก็ยังสามารถสร้างผลกำไรสูงได้อยู่ดี
"พวกเราก็เคยไปขอซื้อจากร้านอื่นที่ทำกิจการเหมือนกันแต่ก็ไม่มีใครยอมขายให้แล้วหากจะให้ไปซื้อหาจากเมืองอื่นก็มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงมากจนทำให้ไม่สามารถแข่งขันราคาได้อีกไม่นานร้านนี้คงต้องปิดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะเ้าค่ะ"ยังไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันต่อชายชราเ้าของร้านก็ออกมาจากด้านหลังร้านเสียก่อน
“ขออภัยที่ทำให้พวกท่านต้องรอข้าเข้าไปตรวจสอบเ้าสองสิ่งที่อยู่ในถุงผ้าแล้วปรากฎว่าเป็เพชรและทองคำอย่างแน่นอนขอรับแต่หากท่าน้าจะขายร้านข้าคงจะไม่สามารถรับซื้อเอาไว้ได้เพราะราคามันสูงเกินกว่าร้านโทรมๆแห่งนี้จะจ่ายได้ขอรับ”
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ข้าได้ยินมาว่าท่านมีเหมืองเพชรพลอยอยู่หากข้าจะขอซื้อมันด้วยเพชรและทองคำเหล่านี้ท่านจะขายให้ข้าได้หรือไม่”ดินนั้นอยากได้เหมืองที่ลูกสะใภ้ของร้านนี้ได้เล่าให้ฟังเพื่อจะสร้างที่ไปที่ให้กับอัญมณีและทองคำที่ได้จากมิติภูตนั่นเอง
“เหมืองร้างของข้านั้นหรือขอรับมันไม่ได้มีค่างวดอะไรเลยนะขอรับหากท่านคิดจะไปขุดหาเพชรพลอยหรือสิ่งมีค่านั้นข้าจะบอกท่านตามตรงว่ามันได้หมดไปนานแล้วสิ่งที่เหลืออยู่มีแต่หินไร้ค่าเท่านั้นแหละขอรับ”ชายชราบอกไปตามตรง
“ไม่เป็ปัญหาเลยขอรับท่านผู้เฒ่าข้าคิดว่ามันต้องยังมีสิ่งมีค่าหลงเหลืออยู่มากมายอย่างแน่นอนท่านจะขายให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ”ดินยังคงยืนยันจะซื้อให้ได้
“เอาเถอะขอรับหากท่าน้าจะซื้อมันจริงๆข้าก็จะขายให้แต่ท่านจะจ่ายด้วยสิ่งของมีค่าทั้งสองนี้มันจะไม่มากไปหน่อยหรือขอรับมันราคามิใช่น้อยเลยนะคุณชาย”เ้าของร้านจินดามณีนั้นไม่อยากจะเอาเปรียบคนทั้งสองจึงบอกให้ลองคิดทบทวนดูอีกที
“ข้ายังยืนยันเช่นเดิมขอรับอีกอย่างเราสองคนนั้นสนใจอยากจะเปิดร้านขายเครื่องประดับเช่นกันเลยอยากจะชวนให้ท่านมาร่วมเป็หุ้นส่วนด้วยโดยข้าจะเป็ผู้ลงทุนและจัดหาอัญมณีในการทำเครื่องประดับทั้งหมดส่วนท่านเป็ผู้บริหารดูแลทั้งหมดโดยข้าจะถือหุ้นหกส่วนและอีกสี่ส่วนที่เหลือนั้นเป็ของท่านท่านผู้เฒ่าสนใจหรือไม่ขอรับ”ดินตัดสินใจชวนท่านผู้เฒ่าให้มาร่วมเป็หุ้นส่วนกันก็เพราะเห็นว่าท่านนั้นเป็คนที่ซื่อสัตย์นักแถมพวกเขาทั้งหมดนั้นก็ไม่มีใครที่มีความรู้เื่เครื่องประดับเลยสักคน
สิงห์เมื่อเห็นว่าท่านผู้เฒ่าเกื้อกลูนั้นยังคงลังเลใจอยู่จึงได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมให้ไป“รวมทั้งพวกข้าจะจัดหาอัญมณีและทองคำมาจำหน่ายให้กับร้านจินดามณีของท่านในราคายุติธรรมด้วยโดยท่านยังไม่ต้องชำระเงินในทันทีข้าจะให้ท่านได้นำมันไปทำเป็เครื่องประดับก่อนแล้วเมื่อจำหน่ายมันได้แล้วจึงค่อยมาจ่ายเงินให้พวกข้าทีหลังหากท่านตกลงข้าจะส่งของให้ท่านพรุ่งนี้เลยขอรับ”
ผู้เฒ่าเกื้อกลูเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนเห็นคุณชายทั้งสองเป็เทพเทวดาลงมาโปรดตนเองจึงร้องเรียกบุตรชายที่อยู่ด้านหลังร้านให้ออกมาด้านหน้าอย่างเร่งด่วน“บุญทิศ บุญทิศ เ้าออกมาด้านหน้าเร็วๆเข้า”
เมื่อสิ้นเสียงเรียกของเ้าร้านก็มีเสียงวิ่งตึงตังดังออกมาจากด้านหลังร้าน“ข้ามาแล้วขอรับ มีอะไรหรือท่านพ่อ?”บุตรของท่านผู้เฒ่านั้นเป็ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างเล็กกว่าสิงห์อยู่มากดูภายนอกแล้วเหมือนพวกบัณฑิตมากกว่าเ้าของร้านหรือช่างทำเครื่องประดับ
“เ้ามายืนตรงนี้นะบุญทิศหนูเพ็ญด้วยพวกเราจะมาคำนับท่านผู้มีพระคุณทั้งสองท่านนี้ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยกอบกู้กิจการร้านของเราเอาล่ะ...”
“เดี๋ยว!!!เดี๋ยวก่อนทุกคนโปรดหยุดก่อน อย่าได้ทำเช่นนี้เลยขอรับพวกเราต่างก็ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายนะขอรับท่านผู้เฒ่าจะให้ท่านมาทำความเคารพพวกข้าอย่างนี้พวกเราก็อายุสั้นกันพอดีพวกท่านนั่งลงก่อนเถอะแล้วเรามาทำความรู้จักและทำสัญญากันให้เรียบร้อยดีกว่านะขอรับ”ดินรีบหยุดคนทั้งสามที่เตรียมจะทำความเคารพพวกตนกันแทบไม่ทัน
เมื่อได้พูดคุยแนะนำตัวและทำหนังสือสัญญาต่างๆกันเรียบร้อยแล้วดินจึงพากลุ่มหุ้นส่วนของตนไปดูทำเลร้านที่จะเปิดเป็ร้านขายเครื่องประดับอีกร้านนึงซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าเป็ทำเลที่ดีมากดินจึงมอบกุญแจร้านให้ชายชราเก็บเอาไว้เพื่อให้ท่านจัดหาคนมาทำการตกแต่งร้านโดยที่เขาจะเป็ผู้จ่ายเงินส่วนนี้เองทั้งหมด
ในตอนนี้ดินและสิงห์นั้นกำลังยืนอยู่ภายในเหมืองร้างที่เพิ่งจะได้เป็เ้าของมาสดๆร้อนๆ
“เป็เหมืองที่ใหญ่มากเลยนะท่านพี่”ดินมองพื้นที่ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
“นี่เป็เหมืองที่เล็กที่สุดแล้วนะเท่าที่ข้าได้รู้มา”
“ห๊ะ!ยังมีใหญ่กว่านี้อีกเหรอขอรับ”เหมืองร้างแห่งนี้เขาก็ว่ามันดูใหญ่มากแล้วนะยังมีใหญ่กว่านี้อีกเหรอเนี่ย
พวกเขาพากันเดินสำรวจบริเวณที่คิดว่าจะฝังพวกก้อนทองคำและเพชรพลอยลงไปเพื่อให้คนงานนั้นมาขุดมันขึ้นมาอีกทีจะได้ใช้มันเป็ข้ออ้างแหล่งที่มาของพวกอัญมณีที่ตนจะนำมาขายเท่านั้นไม่ได้จะทำเป็จริงเป็จังแต่อย่างใด
“ภูตทั้งหลายข้าวานพวกเ้าช่วยไปนำพวกก้อนกรวดก้อนหินและโลหะสีเหลืองในมิติภูตแล้วเอามันมาฝังไว้ในชั้นหินพวกนี้ให้ข้าด้วยเถอะเอาเฉพาะแค่บริเวณนี้บริเวณเดียวก็พอรบกวนพวกเ้าด้วยนะ”ดินหันไปคุยกับภูตที่อยู่แถวนั้น
“ได้สิเ้าค่ะนายท่านว่าแต่ท่านจะให้นำมาจำนวนเท่าไหร่หรือเ้าคะ”
“อืม~เอาสักหนึ่งกระสอบก็พอแล้วค่อยนำมาเติมเดือนละกระสอบก็แล้วกันต่อไปข้าวานเื่นี้ให้เป็ธุระของพวกเ้าด้วยนะ”
“ย่อมได้เ้าค่ะพวกข้าจะรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลย”
“ขอบใจพวกเ้ามาก”พวกภูตนั้นช่วยงานเขาไว้มากจนบางครั้งอดที่จะรู้สึกเกรงใจไม่ได้
“งั้นพวกเรากลับกันเถอะท่านพี่ท่านคงจะหิวแล้วกระมั้งนี่ก็เกือบจะเป็่เย็นอยู่แล้ว”ดินนั้นห่วงว่าสามีตนจะหิวเพราะมันเลยมื้อเที่ยงมานานมากแล้ว
“เ้าหิวแล้วหรือเมียข้าถ้าเช่นนั้นเ้ากินข้าวโพดข้ารองท้องก่อนกลับดีหรือไม่มาเถอะข้าจะป้อนข้าวโพดกับน้ำข้าวโพดหวานๆให้เ้าได้กินก่อนกลับเอง”สิงห์รีบอุ้มภรรยาตัวน้อยเข้าไปที่ถ้ำภายในเหมืองทันที
แล้วอาหารมื้อเที่ยงในวันนี้ของดินคงจะเป็ต้มแซ่บข้าวโพดฝักใหญ่เสียแล้วล่ะ...