ตอนที่ 21 ตัดสิน
พลังลมปราณสีม่วงเปล่งประกายเจิดจ้าทุกคนโดยรอบรับรู้ได้ถึงปริมาณอันมหาศาลหากไม่เห็นด้วยตาคงไม่มีผู้ใดเชื่อว่าเป็ปราณชั้นสีม่วงที่นับได้ว่าต่ำต้อยที่สุด จะถูกแผ่ออกมาได้มหาศาลเท่านี้ กินพื้นอาณาเขตร่วม 100 ฟุต โดยมีศูนย์กลาง คือเล้งซาน
จากนั้นพลังที่แผ่กระจายออกมาทั้งหมดถูกบีบอัดเข้ามาอยู่ในฝ่ามือทั้งสองข้าง เล้งซานกางแขนทั้งสองเตรียมรับปราณกระบี่สีครามจำนวนนับไม่ถ้วน
จากก่อนหน้านี้ที่ทั้งเวทีถูกครอบคลุมด้วยปราณสีม่วงของเล้งซานในชั่วอึดใจเดียวตอนนี้แทบทั้งเวทีถูกห่อหุ้มด้วยปราณกระบี่ สีครามจำนวนมหาศาลที่ปล่อยออกจากร่างของ อี้หลงหวังอย่างต่อเนื่องเป้าหมายทั้งหมดของปราณกระบี่นั้นมิใช่อื่นใดปราณกระบี่ปิดล้อมทุกทิศทาง ในลักษณะครึ่งทรงกลมคว่ำใส่พื้นเวทีโดยมีจุดกึ่งกลางที่เป็เป้าหมายของพลัง นั่นคือ เล้งซาน!!
"เล้งซานนี่คือกระบวนท่า ปราณกระบี่ คลุม์ มันเป็วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของข้าหากเ้าจะยอมแพ้ก็จงกล่าวออกมาซะ มิเช่นนั้นกระบวนท่านี้ จะทำให้เ้าาเ็สาหัสหรืออาจถึงแก่ชีวิต!!"
"ไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อมเชิญ!!" มือที่กางออกของเล้งซานยังคงห่อหุ้มด้วยการบีบอัดลมปราณสีม่วงเปล่งประกาย
อี้หลงหวังหรี่ตาลงเล็กน้อย
"ปราณกระบี่ คลุม์!!"
สิ้นเสียงของอี้หลงหวัง ปราณกระบี่ทุกสาย พุ่งเข้าใส่เล้งซาน ในทันที!!
"เทพพิโรธถล่มฟ้า!!"
ตู้มมมมมมมมมมมมม!!
พลังลมปราณจำนวนมหาศาลที่ถูกบีบอัดในมือทั้งสองข้างะเิออกฉีกกระชากปราณกระบี่ สีคราม ที่ห่อหุ้มรอบตัวเล้งซานในทันที
ปราณกระบี่ที่ยังคงพุ่งออกจากร่างของอี้หลงหวังกลับถูกเทพพิโรธ กลืนกินมิต่างจากแมลงบินเข้าเปลวเพลิง!!
หลังจากถูกหักล้างด้วยปราณกระบี่เทพพิโรธยังคงเหลือพลังกว่า 5 ส่วน ถาโถมโหมเข้าใส่ร่างของอี้หลงหวัง
อี้หลงหวังหน้าซีดราวกับโลหิตบนในหน้าหายไปหมด ความหวาดกลัวแทรกซึมเข้าไปในใจเทพพิโรธที่อยู่เบื้องหน้ามันตอนนี้ ทำให้มันรู้สึกราวกับมันยืนอยู่ตีนูเาหิมะขณะที่หิมะถล่ม!!
ร่างของอี้หลงหวังสั่นเทายืนแข็งค้างมิอาจขยับตัวได้ชั่วขณะ ม่านตาเบิกกว้างความตายอยู่ห่างจากมันเพียงก้าวเดียว ความสิ้นหวังมาเยือนโดยทันที
แต่ขณะที่ อี้หลงหวังยอมจำนนต่อมัจจุราชที่มีนามว่าเทพพิโรธแล้วนั้น!!
กลับมีมือหนึ่งข้างโอบเข้าที่เอวของมันโดยมิทันได้ตั้งตัว พริบตาที่เทพพิโรธเข้ามาในระยะ 3 ก้าว ราวกับมิติโดยรอบถูกกระชากบิดเบือนด้วยความเร็ว เมื่ออี้หลงหวัง รู้สึกตัวอีกทีร่างของมันมาอยู่ที่ด้านหลังของ เทพพิโรธแล้ว
ตู้มมมมมมมมมมม!!
เสียงดังสนั่นพื้นดินสั่นไหวเล็กน้อย ครึ่งหนึ่งของเวทีฝั่งของ อี้หลงหวังหายไปในทันที!!เหลือทิ้งไว้เพียงหลุมลึกขนาดกว้างรัศมีกว่า 5 เมตร
หากเหล่ากรรมการกางม่านลมปราณคุ้มกันโดยรอบไม่ทัน คงมีผู้เข้าชมโดยรอบาเ็นับสิบ
"คุณชายอี้หลงหากท่านยังกอดข้ามิปล่อยเช่นนี้ เกรงว่า....ผู้พบเห็นอาจเข้าใจผิดได้"
คำพูดนี้ของเล้งซานดึงสติของ อี้หลงหวัง มาในทันทีร่างของนางถูกอุ้มโดย เล้งซาน ด้วยท่าอุ้มเ้าสาวแขนทั้งสองข้างของนางโอบคว้า อยู่ที่คอของเล้งซานหน้าของนางแดงขึ้นราวกับผลไม้สุกงอมที่รอการเก็บเกี่ยว
"ปะ...ปะ..ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!"
อี้หลงหวังสะบัดร่างออกจากการโอบกอดในทันที ในหน้ายังคงแดงกร่ำ ไม่รู้ว่า เป็เพราะโกรธ?? หรือเขินอาย?? นางยกแขนที่สั่น ชี้นิ้วมาที่ เล้งซาน
"จะ..จะ..เ้าช่างเป็ผู้ฉวยโอกาศนัก!!" หน้าของนางดูแล้วโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ข้าเห็นว่าคุณชายอี้หลงมิย่อมหลบเลี่ยงกระบวนท่าของข้า ข้าก็เป็ห่วงเกรงว่าใบหน้าที่งดงามของ แม่..เอ้ย!ของคุณชายจะมีริ้วรอย จึงได้ช่วยท่านหลบเลี่ยงเล็กน้อย เท่านั้นเอง"เล้งซานแสยะยิ้ม พลางขยับมือทั้งสองข้างไปไขว้ด้านหลัง
"หากท่านยัง้าประลองต่อก็เชิญเข้ามาได้เลย"
ใบหน้าของ อี้หลงหวังค่อยๆซีดลง คำกล่าวของเล้งซานเหมือนการย้อนความจำที่น่าหวาดกลัวภายในจิตใจของอี้หลงหวังมันเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมด จึงได้รู้ว่า เล้งซานคือผู้ดึงร่างมันออกจากมือมัจจุราช!! แต่ก็ป็นมัจจุราชที่เล้งซานมันสร้างขึ้นมาเอง!!
อี้หลงหวังจึงกลับมาสำรวมกริยาท่าทางที่สง่างามดังเดิมพลางส่ายหน้าเล็กน้อย หันหน้าไปทางผู้ชม และประสานมือขึ้น
"เรียนท่านกรรมการข้าอี้หลงหวัง แห่งพรรคกระบี่เหิน ขอยอมแพ้"
หลังสิ้นเสียงของอี้หลงหวังเสียงรอบเวทีกระหึ่มขึ้นในทันที!!
"มันเอาชนะอี้หลงหวังได้!!"
"บัดซบ!!ทำไมพลังทำลายของมันถึงมากมายเช่นนี้"
"กรี๊ดดดดดดดดดคุณชายเล้ง!!"
"อัจริยะอันดับ1 เปลี่ยนคนแล้ววววว"
ภายในเมืองเมฆครามหลังจากนี้ มิเกินครึ่งวัน ทุกคนคงได้รู้จักเล้งซาน แห่งหมู่บ้าน เมฆาล่องเป็แน่!!
เสวียนอู่จิงฉานที่รับหน้าที่เป็กรรมการชี้ขาดขมวดคิ้ว เป็ปม
"กระบวนท่าสุดท้ายของมันช่างคล้ายวิชาของเผ่าเทพยิ่งนัก หรือมันจะมิใช่มนุษย์?? ไม่สิไม่น่าเป็ไปได้เผ่าเทพจำต้องมีปีกสีขาวที่กลางหลัง และผมของพวกเผ่าเทพจะเป็สีทองอร่ามทุกตนเล้งซาน ผู้นี่เป็ใครกันแน่??"
แม้จะสงสัยแต่เสวียนอู่จินฉาน ก็มิได้ถามเล้งซานโดยตรง
สำหรับมนุษย์โดยทั่วไปแล้วย่อมไม่รับรู้ว่า ยังมีเผ่าเทพ และเผ่าอสูร อีก 2 เผ่าพันธุ์ มีตัวตนอยู่ เพราะการที่จะเปิด มิติเคลื่อนย้ายจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกนั้นนับว่า ยากมาก!!
ทำให้ผู้ที่รู้เื่ราวการมีตัวตนของเผ่าเทพและเผ่าอสูร ในโลกมนุษย์นั้น มีเฉพาะตระกูลชั้นนำที่มีประวัตินับพันปี ของทวีปเท่านั้น!!!ซึ่งราชวงศ์เสวียนอู่ คือหนึ่งในนั้น
"ข้าขอประกาศผู้ชนะการประลองผู้เยาว์ ณ เมืองเมฆครามในปีนี้ ได้แก่ เล้งซาน แห่งหมู่บ้านเมฆาล่อง !!"
กรรมการประกาศบนเวที
เซี่ยวหลินหลุนร่างสั่นสะท้านด้วยความดีใจ
"มะ..มะ..มันชนะเลิศ...มันชนะเลิศ จริงๆ ฮ่าๆๆ"
"นับว่าเกินความคาดหมายของเรามากนัก"ชุนเกียงตู้กล่าว
โดยรอบเวทีเกิดคำถามเต็มไปหมดมันเป็ใคร? มาจากไหน?อยู่สำนักไหน? แต่ก็ล้วนไม่มีคำตอบในคำถามแต่อย่างใดเพราะเล้งซานไม่มีประวัติในเมืองนี้แม้แต่น้อย
"เ้าเด็กโง่รีบหาทางหนีเร็วเข้า" เสียงของเฟรย่าดังขึ้น
"มีอะไรหรือเฟรย่า?"เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย มันยังยืนรอรับรางวัลชนะเลิศอยู่บนเวที
"มีผู้ใช้ลมปราณชั้นสูงจำนวนมากมาทางนี้และเราััได้ว่าทุกคนล้วนใช้ปราณอัคคี!!"
"ทะ..ทะ...ท่านว่าอะไรนะ!! แย่แน่ เป็ไปได้สูงมากที่พวกมันจะเป็คนของพรรคป้อมอัคคี"
เล้งซานครุ่นคิดพลางมองซ้ายขวา เพื่อหาทางปลีกตัวออกไปทันใดนั้นสายตามันเหลือบไปเห็นบุคคลผู้หนึ่ง ที่พอจะมีอำนาจพามันจากไปได้
เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อยมือทั้งสองข้างประสานกัน โค้งตัวเล็กน้อย
"ผู้เยาว์มีบางเื่อย่างจะขอร้องท่านผู้าุโเสวียนอู่จิงฉาน!!"
เล้งซานกล่าวด้วยเสียงอันดังกังวาลพอจะได้ยินไปโดยรอบ
เสวี่ยนอู่จิงฉานขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยกแขนขวาขึ้น ลักษณะหงายมือ เป็เชิงแสดงออกว่าให้เล้งซานกล่าวออกมาได้ทันที
"เรียนผู้าุโจริงอยู่ที่รางวัลชนะเลิศคือ เงินรางวัลจำนวนมาก และได้รับตำแหน่งสำคัญภายในเมืองเมฆครามแห่งนี้"
"แต่ผู้เยาว์หาได้้ารางวัลเหล่านี้สิ่งที่ผู้เยาว์้าคือ การเข้าร่วมกับราชวงศ์เสวียงอู่เป็กำลังเพื่อใช้ในการปกป้องทวีปเต่าทมิฬของเรา นั่นคือความปรารถนา ของผู้เยาว์มิทราบว่าผู้าุโ จะสามารถช่วยเหลือผู้เยาว์ได้หรือไม่"
เสวียนอู่จิงฉานฉีกยิ้มเล็กน้อยพลางพยักหน้า ส่วนตัวแล้วมันย่อม้าตัวเล้งซานอย่างมากด้วยความสามารถระดับอัจฉริยะของมัน การเป็กำลังปกป้องทวีปนั้น นับเป็เื่ดีแต่เสวียนอู่จิงฉานเอง ด้วยตำแหน่งของตน จะเอ่ยปาก ขอดึงตัวอัจฉริยะอันดับ 1 ของเมืองไปเข้าร่วมกับฝ่ายตนนั้นนับว่ามิอาจทำได้
แต่การที่เล้งซานเอ่ยปากเองเช่นนี้ย่อมเข้าทางมันอย่างยิ่ง
"ยอดเยี่ยมมากนับว่าเ้าเป็คนหนุ่มที่มีอุดมการณ์น่าเลื่อมใสเป็อย่างยิ่งข้ายินดีรับเ้าเข้าสังกัดราชวงศ์ เพียงแต่..."เสวียนอู่จิงฉานอ้ำอึ้งเล็กน้อย
"ผู้าุโลำบากใจสิ่งใดหรือ??"
"ว่าตามตรงด้วยความสามารถของเ้าการเข้าร่วมกับราชวงศ์นั่น ย่อมเป็เื่ดีแต่หากไม่มีคำสั่งราชโองการ เ้าย่อมไม่สามารถเข้าไปในราชวงศ์ได้ข้าจำเป็ต้องกลับไปเพื่อรายงานเื่นี้เสียก่อนจึงจะขอราชโองการเพื่อมารับตัวเ้า ด้วยระยะทางที่นี่ห่างจากเมืองหลวงหลายพันลี้ใช้เวลาเดินทาง และดำเนินการอย่างน้อย 3 เดือน"
"สะ..สะ..สามเดือน!!"เล้งซานเบิกตากว้าง
'บัดซบ!!นี่ข้าต้องหนีตายจากพวกพรรคป้อมอัคคีร่วม 3 เดือนหรือนี่!!'
"ไม่ทราบว่าผู้เยาว์ขอร่วมเดินทางไปกับท่านเลย ได้หรือไม่"เล้งซานยังคิดหนีโดยให้เสวียนอู่จิงฉาน คุ้มกันตนหากเป็เช่นนั้นพรรคป้อมอัคคีย่อมมิกล้าล่วงเกินราชวงศ์เสวียนอู่ อย่างแน่นอน
"ไม่อาจทำได้ตัวข้าเดินทางมาด้วย สัตว์อสูรอินทรีข้ามฟ้ามันสามารถรองรับน้ำหนักได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น"
"ถ้าเช่นนั้นผู้เยาว์ขอฝากเื่นี้ไว้เป็ธุระของผู้าุโด้วยผู้เยาว์จะรอท่านอยู่ที่นี่ เพื่อรอราชโองการ" เล้งซานประสานมือโค้งตัวเล็กน้อย
"ได้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ข้าจะรีบไป รีบมา" ทันใดนั้นเสวียนอู่จิงฉานได้หยิบตราประทับ ออกมาจากแหวนมิติเก็บของ แสงสว่างวาปขึ้นที่ตรา
อีกเพียงสิบลมหายใจสัตว์อสูรระดับปราณสีน้ำเงิน อินทรีข้ามฟ้า ก็บินโฉบลงมาด้วยความเร็วสูงเป็จังหวะเดียวกับที่ เสวี่ยนอู่จิงฉาน ะโทะยานร่างขึ้นไปลงบนหลังของมันได้อย่างประจวบเหมาะ กระพริบตาเพียงครั้งเดียว มันก็บินไปไกลร่วม 3 ลี้
เล้งซานเห็นดังนั้นม่านตาเบิกกว่า มันใ ไม่คิดว่าเสวียนอู่จิงฉาน จะรีบจากไปไวปานนี้!!
"ดะ..ดะ...เดี๋ยวสิผู้าุโ......"
ไม่ทันเสียแล้วเสวี่ยนอู่จิงฉานไปไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงเรียก
'บัดซบ!!ไอแก่นี่ ไม่คิดว่ามันจะรีบปานนี้ กะว่าจะให้มันพักที่นี่ก่อนซัก 2-3 วันอย่างน้อยก็เป็ไม้กันหมา ให้ข้าหลบหนีก่อน ไม่ได้การและข้าต้องไปจากที่นี้ในทันทีเช่นกัน!!'
ทันทีที่เล้งซานโคจรพลังเตรียมใช้วิชาตัวเบา
"เ้าตัวไหนมันชื่อ เล้งซาน!!!"
เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณจากััับอกได้ทันทีว่าเ้าของเสียนี้มีพลังลมปราณอยู่ในชั้นสีเขียวขั้นต้น!!!