
ซีก้าโคตรคนสู้ศึกแม่มดทมิฬ
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าต้นตระกูลตัวเองเป็นใครและมาจากไหน แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับพวกเขา เพราะสำหรับใครบางคนที่ได้รู้ถึงอดีตของตนเองแล้วนั้น กลับเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
ด้านในส่วนลึกของป่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสยามประเทศ บุคคลปริศนาสามคนกำลังยืนสนทนาท่ามกลางพายุฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ พวกเขาสามคนสวมผ้าคลุมสีดำปกปิดร่างกาย สิ่งที่จะช่วยบ่งบอกว่าใครเป็นใคร คงจะมีแค่เรื่องของความสูงที่ต่างกัน
คนที่ตัวสูงกว่าใครเพื่อน เขากำลังขอร้องบางอย่างกับคนที่สูงรองลงมา
“ฉันจะขอร้องนายเป็นครั้งสุดท้าย” คนตัวสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มแบบผู้ชาย “นายมีค่ามากกว่าจะอยู่ที่นี่ พวกเราต้องการนาย กลับไปพร้อมกับพวกเราจะดีกว่า เธอคนนั้นก็แค่ผู้หญิงธรรมดา นายจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้”
“ไม่ได้หรอก… ท่านผู้นำจะไม่ยอมให้ฉันออกจากเกาะอีกแน่ ฉันรู้ดี” ชายคนกลางกล่าวอย่างเรียบเฉย “ฉันได้ตัดสินใจแล้ว ฉันจะอยู่ที่นี่กับผู้หญิงที่ฉันรัก”
“แต่สายเลือดของนายมันจะเจือจางลง ถ้าผู้หญิงคนนั้นมีบุตรให้นาย หลังจากคลอดเธอก็จะอ่อนแอลง นายน่าจะรู้เรื่องนั้นดี”
“ฉันรู้เรื่องนั้นดีและฉันก็ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอไม่ถูกเด็กดึงพลังชีวิตมากจนเกิดไป”
“แต่เรื่องแบบนั้น...” ชายตัวสูงถูกขัดด้วยคำพูดของคนที่ตัวเล็กที่สุด
“พอได้แล้ว!” มันคือน้ำเสียงของผู้หญิง “แล้วจะให้พวกบอกกับท่านผู้นำยังไง”
“บอกเขาว่าฉันใช้ตัวเองเป็นผนึกกักขังแม่มดเอาไว้”ชายคนกลางกล่าวพร้อมกับวาดมือไปในอากาศ ทันใดนั้นก็มีกริชสามเล่มลอยอยู่รอบตัวของเขา “ฉันจะมอบกริชของฉันให้พวกนายคนละเล่ม เพื่อแทนคำมั่นว่าฉันจะอยู่ข้างเสมอ ส่วนกริชเล่มสุดท้าย ฉันจะเก็บมันไว้กับตัวเอง เผื่อวันข้างหน้าลูกหลานของฉันเขาอยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร พวกเขาจะได้กลับบ้านที่แท้จริงของพวกถูก”
ชายคนกลางมอบกริชให้ทั้งสองคน
“ฉันจะจดจำนายไว้เสมอ ขอบคุณทุกๆเรื่องที่ผ่านมา” ชายตัวสูงกล่าว “ฉันขอสัญญาว่าวันไหนที่ลูกหลานของนายกลับบ้าน ไม่ว่าเลือดของพวกเขาจะเจือจางแค่ไหน เขาก็จะเป็นหนึ่งเดียวของตระกูลของเราตลอดไป ลาก่อนสหาย...”
“ลาก่อนสหาย...” ชายคนกลางกล่าวลาก่อนจะหายไปกับสายฝน

