นางหลี่เหมามายืนประจันหน้ากับหลี่ไห่ผู้เป็นสามีด้วยดวงตาแดงก่ำ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำตา “สามี วันนี้ข้าแค่อยากให้เจ้าพูดออกไป ทนเหนื่อยยากกับเจ้ามาหลายปี ข้าล้วนไม่ค่อยเอ่ยปากว่าอะไร แต่ข้าไม่อาจปล่อยให้อนาคตของเป่าเอ๋อร์ถูกคนอื่นทำลายได้”
เมื่อพูดมาถึงประโยสุดท้าย เสียงของนางก็สั่นเครือ นางกลัว กลัวว่าสามีของตนจะไม่เข้าใจ กลัวเขาจะโกรธเพราะสิ่งที่เรียกว่าความกตัญญู และกลัวเขาผลักไสนางออกไปเพื่อความกตัญญูนั้นเช่นกัน แต่นางก็ไม่อาจ ‘ยอมทน’ ได้อีกต่อไปแล้ว ต่อให้ถูกทอดทิ้ง นางก็ต้องทำให้เป่าเอ๋อร์ออกห่างจากคนจิตใจอำมหิตโลภมากเหล่านี้ให้ได้
เมื่อหลี่ไห่ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของภรรยา ใจเขาก็เจ็บปวดราวกับโดนกระชาก สถานะในครอบครัวของตัวเขาและภรรยานั้นสูงกว่าน้องชายคนที่สี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตั้งแต่น้องสี่หายตัวไป สถานะของพวกเขาจึงถือว่าต่ำต้อยที่สุดในครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาของเขาที่ช่วงนี้ได้รับความทุกข์ทรมานอยู่ไม่น้อย
ในฐานะที่เป็นสามี เขาเองก็ปวดใจอยู่ทุกวัน และคนในครอบครัวก็ไม่เคยหยุดพัก พวกเขาเป็นพ่อแม่พี่น้องของเขาก็จริง แต่ภรรยานั้นไม่ได้ติดหนี้อะไรกับคนพวกนี้ด้วย ตอนนี้เป่าเอ๋อร์ของเขาก็ยังเล็กนัก ตัวเขาเองก็ไม่อาจทำลายชีวิตของลูกเพื่อตัวเองได้เช่นกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาจึงกัดฟันเดินไปหาผู้นำตระกูลหลี่ และพาภรรยาของตนไปคุกเข่าตรงหน้าเขา “ผู้นำตระกูล ข้าอยากขอให้ท่านช่วยออกหน้าให้ ข้าต้องการแยกบ้านขอรับ”
คำพูดของหลี่ไห่ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง ทันใดนั้นภายในลานบ้านก็เงียบสนิทจนแทบได้ยินเสียงเข็มตก สุดท้ายก็เป็นนางหลี่หวังที่ได้สติขึ้นมาก่อนใคร ลูกชายของนางกำลังหลุดออกจากการควบคุมของนาง มันจะเป็นไปได้อย่างไร? นางจึงร้องออกมาดังลั่น “เจ้าสาม! เจ้าลูกอกตัญญู! กล้าดีอย่างไรมาแยกบ้าน นี่เจ้าไม่ต้องการพ่อกับแม่แล้วรึ? นังเหมา เป็นเจ้า เป็นเจ้าที่คอยยุยงให้ลูกข้าแตกแยกกับพวกข้า เจ้าไสหัวออกไปเลยนะ ไสหัวออกไปจากตระกูลหลี่ของพวกข้า พวกข้าไม่ต้องการสะใภ้อย่างเจ้า!”
ในขณะนั้น หลี่ต้าชวนเองก็โกรธมากเช่นกัน เขาเบิกตาจ้องไปที่ลูกชายคนที่สามของตนเอง ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งสับสน เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ บุตรชายคนนี้ถึงได้เสนอที่จะแยกบ้านออกไป ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่!
“ไห่เอ๋อร์ ทำไมเจ้าถึงอยากแยกบ้านเล่า ไม่ใช่ว่าครอบครัวของพวกเราก็อยู่กันอย่างดีหรือ?”หลี่ต้าชวนมองบุตรชายที่ค่อนข้างจะซื่อบื้อและไม่ค่อยพูดค่อยจาของตน แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบนิสัยของหลี่ไห่ แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นบุตรชายโดยสายเลือดของเขา
หลี่เจียงกับหลี่เหอสบตากัน ในใจบังเกิดความสุขเล็ก ๆ หลี่ไห่ประกาศขอแยกบ้านในเวลานี้ ทำให้พ่อแม่ขุ่นเคืองอย่างหนักแน่ ๆ และหากเขาย้ายออกไปตัวเปล่าได้จะดีที่สุด หรือต่อให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ บิดาและมารดาก็คงไม่แบ่งสมบัติอะไรให้เขาติดตัวไปมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนตัวหลี่เจียงเองยังคิดว่า…มันคงจะดีไม่น้อยหากไล่หลี่เหอกับเมียออกไปด้วย!
ขณะเดียวกัน ด้านนางเสี่ยวหลี่หวังกับนางหลี่ลู่เลิกสนใจเรื่องถูกขับไล่ออกจากตระกูล และลืมเลือนไปว่าตนจะต้องพบเจอบทลงโทษอย่างไร สิ่งที่พวกนางคิดตอนนี้มีเพียงว่า พวกนางจะแบ่งสิ่งของกันอย่างไรและจะได้เท่าใดหลังจากพวกหลี่ไห่แยกบ้านออกไปแล้ว
หลี่ไห่คุกเข่าลงกับพื้นฟังคำดุด่าของมารดา และเมื่อเผชิญหน้ากับคำว่าร้ายของบิดาจึงยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เขาคิดถึงความสุขที่พวกเขามอบให้ตนในตอนเด็ก ในตอนนั้นครอบครัวต่างรักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งนัก ตอนนั้นพ่อกับแม่ดีกับเขามากจริง ๆ ในครอบครัวมักจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอ แต่นั่นเป็นเพียงตอนที่เขายังเล็กมากเท่านั้น
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรถึงมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวเกิดขึ้นมา ใช่แล้ว มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนที่น้องสี่แต่งภรรยาเข้าบ้าน ทุกครั้งที่มารดาอารมณ์ไม่ดีก็จะเป็นนางซูที่มารองรับความโกรธของแม่สามี และตั้งแต่ตอนนั้น ภายในบ้านก็มีแต่คำด่าสาปแช่งของมารดา และภาพของภรรยาน้องสี่ที่ร้องไห้อย่างเงียบงัน
เขาหันกลับไปมองนางเหมาที่นัยน์ตาแดงก่ำ นึกถึงตอนที่นางแอบร้องไห้อย่างเงียบ ๆ ทุกคืน เขาจึงแข็งใจพูดกับผู้นำตระกูลว่า “ผู้นำตระกูล ข้ายอมรับโทษโบยสามสิบไม้ของท่านพ่อ ข้าเพียงหวังว่ามันเพียงพอให้ข้าแยกออกมาจากครอบครัวได้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็หันไปพูดกับหลี่ต้าชวนอย่างจริงจัง “ท่านพ่อ ท่านแม่ ต่อให้พวกข้าแยกบ้านออกไปแล้ว แต่พวกท่านก็ยังคงเป็นพ่อแม่ของข้า ข้าจะพยายามกตัญญูต่อพวกท่าน หากทำไม่ได้ ข้าเชื่อว่าท่านพ่อกับท่านแม่เองก็คงจะไม่พูดมันออกมา”
“เฮอะ! เจ้ามันไอ้คนสารเลว! ข้าคลอดเจ้า เลี้ยงดูเจ้ามาตั้งหลายปี เพียงเพื่อให้เจ้ากลายมาเป็นคนอกตัญญูเช่นนี้หรือ? เจ้าไม่ใช่ลูกชายของข้า เจ้ามันเป็นลูกของนังหมาตัวเมียเหมา……” นางหลี่หวังถ่มน้ำลายใส่เท้าของหลี่ไห่ พลางเอ่ยปากสาปแช่งเขาอย่างสกปรกยิ่งนัก นางไม่มีความอาลัยอาวรณ์กับการที่บุตรชายจะจากไปเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เพราะรู้ว่าเขาเป็นบุตรชายของตนนี่แหละ จึงได้ดุด่าออกไปอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้
หลี่ต้าชวนเองก็ถลึงตาใส่บุตรชายคนที่สามของตนด้วยความโกรธ ทำไมเขาถึงได้คิดจะแยกบ้านออกไป ทั้งยังพูดว่าจะกตัญญูให้มากมายเช่นนั้นอีก แต่ถ้าหากเขาแยกบ้านออกไปตอนนี้ จะแบ่งของอะไรไปให้พวกเขาเล่า
หลี่อวิ๋นห้าวที่เฝ้าดูฉากความวุ่นวายในครอบครัวคนอื่นมานานสบถออกมาเสียงเย็นชา พูดกับคนในลานบ้านเสียงดังว่า “พวกเจ้าตีกันพอหรือยัง? หากจะตีกันต่อก็กลับไปตีกันที่บ้านของพวกเจ้าซะ ที่นี่คือบ้านข้า ไม่ใช่ที่ที่เอาไว้จัดการปัญหาในครอบครัวพวกเจ้า”
เมื่อได้ยินเสียงตวาดของหลี่อวิ๋นห้าว นางหลี่หวังที่กำลังดุด่าลูกชายของตนอยู่ในลานบ้านจึงหุบปากโดนพลัน หลี่อวิ๋นห้าวเหลือบมองพวกเขาพร้อมกับเอ่ยอย่างเย็นชาอีกครั้ง “นี่คือบ้านของข้า ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะทำอะไร แต่โปรดออกไปจัดการกันข้างนอกซะ!”
หลี่ชงที่เห็นความวุ่นวายในลานบ้านของนางซูก็ไม่พอใจเช่นกัน หากพวกเขาต้องการจัดการเรื่องราวในครอบครัวก็กลับบ้านไปจัดการเสีย จะมาพูดอะไรที่บ้านของคนอื่น เขาจึงหันไปพูดกับหลี่ไห่ว่า “หลี่ไห่ เรื่องของพวกเจ้าเอาไว้พูดกันคราวหลัง ตอนนี้พวกเรากำลังคุยกันเรื่องที่พวกเจ้าบุกรุกเข้ามาในบ้านของนางซู”
เขากวาดสายตามองคนในครอบครัวของหลี่ต้าชวน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลี่ต้าชวนและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “หลี่ต้าชวน ข้าไม่ได้มาพูดคุยเรื่องนี้กับพวกเจ้า แต่เป็นการแจ้งให้พวกเจ้าทราบ ส่วนเรื่องเงินหนึ่งร้อยตำลึงนั่น เมื่อถึงเวลาเจ้าก็นำมาให้ข้า ข้าจะนำไปให้พวกเด็ก ๆ เอง ต่อไปครอบครัวของพวกเจ้าห้ามมาปรากฏตัวในบ้านของนางซูอีกเป็นอันขาด”
ขณะนั้นเอง ผู้นำหมู่บ้านก็เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “นางซูยังต้องพักฟื้นฟูร่างกาย พวกเราไปคุยกันที่ห้องโถงบรรพบุรุษเถอะ! จะได้จัดการเรื่องการออกจากหมู่บ้านของพวกเจ้าด้วยเลย”
หลี่ต้าชวนแข็งค้างไปทั้งตัว เมื่อครู่นี้เขากำลังคิดจะใช้โอกาสที่เกิดเรื่องเอะอะมาลบเลือนเรื่องนี้ออกไปแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับถูกผู้นำหมู่บ้านพูดขึ้นมาอีกครั้ง จึงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นว่าผู้นำตระกูลหลี่กับเหล่าผู้อาวุโสประจำตระกูลเดินออกไปแล้ว จึงกัดฟันพาคนในครอบครัวตามออกไป หลี่เจียงกับหลี่เหอประคองนางหลี่หวังขึ้นจากพื้นและไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษด้วยกัน
สุดท้ายเรื่องนี้จึงถูกเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลี่นำไปจัดการที่ห้องโถงบรรพบุรุษ หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่เองก็ตามไปด้วยเช่นกัน ส่วนหลี่หมิงเยว่นั้นรอฟังผลลัพธ์จากพวกพี่ชายในภายหลัง
ในที่สุดหลี่ไห่ก็แยกบ้านออกมาได้สำเร็จ หลังจากที่เขารับโทษโบยสามสิบไม้แทนหลี่ต้าชวนแล้วก็ถูกไล่ออกจากบ้านมาตัวเปล่า ทั้งยังต้องส่งเงินให้กับสองผู้เฒ่าสามร้อยอีแปะทุกเดือนเป็นค่าเลี้ยงดู เนื่องจากผู้นำตระกูลหลี่พิจารณาว่า เมื่อพวกเขาแยกบ้านออกไปแล้วยังต้องทำมาหากิน โทษโบยหกสิบไม้จึงเป็นโบยครั้งละสิบไม้ทุกเดือนเป็นเวลาหกเดือน นางเหมานั้นเป็นห่วงสามีของตัวเองยิ่งนัก จึงอาสารับโทษโบยสิบไม้ทุกเดือนแทนเขา
หลังจากนางซูได้ฟังเรื่องราว นางก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา และพูดอย่างสะเทือนใจ “มันเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขาแล้วที่แยกออกมาได้ ความจริงแล้วตอนที่อยู่ในบ้านสามสกุลหลี่ นางเหมาเคยแอบช่วยเหลือแม่อยู่หลายครั้ง ดังนั้นแม่เลยอยาก……”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็มองไปที่หลี่หมิงเยว่อย่างลังเล หลี่หมิงเยว่เห็นดังนั้นจึงรู้สึกหน่ายใจเล็กน้อย มารดาของนางนี่นะ! ช่างใจอ่อนเหลือเกิน แต่ตั้งแต่ที่นางเหมาแต่งเข้ามา อันที่จริงแล้วหลายปีมานี้นางก็ไม่เคยรังแกพวกเขาเลย นางเพียงเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ อย่างเย็นชาเท่านั้น แต่ช่างเถอะ หากท่านแม่อยากช่วย พวกนางก็จะช่วยเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง