หลินซ่งหลุนใช้เวลาหนึ่งคืนก็สามารถลอกแบบปักลายได้สำเร็จ พอวันรุ่งขึ้นจึงแต่งหน้าแต่งตัวไปห้องหนังสือแต่เช้า ทว่ากลับถูกวู่ยิงที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเอ่ยปฏิเสธ "พี่สุยอันถูกคุณชายเก้าใช้ให้ไปทำธุระแล้วขอรับ ไม่รู้จะกลับมาเมื่อใด"
หลินซ่งหลุนคิดอยากจะกดสุยอันต่อหน้าเหลียนเซียง จากเมื่อวานนางก็สามารถรับรู้ความไม่พอใจที่เหลียนเซียงมีต่อสุยอันที่ปรากฏในคำพูดได้
น่าเสียดายที่สุยอันไม่อยู่
"ข้ารู้ทางแล้ว ข้าจะเดินไปเอง"
รอจนกระทั่งนางเดินชดช้อยไปไกลแล้ว วู่ยิงจึงวิ่งกลับเข้ามาในเรือน "คุณหนูหลินไปแล้วขอรับ"
สุยอันยกกาน้ำร้อนขึ้นมาจากเตาและเรียกเขาเข้าไป "มาดื่มน้ำชาสักถ้วยสิ" และถามขึ้นว่า "แล้วนางเดินไปทางเรือนไผ่ขาวหรือเรือนเจิงหยาง"
"ต้องไปเรือนไผ่ขาวอยู่แล้วสิขอรับ นางกำลังวาดแบบปักลายให้เหลียนเซียงไม่ใช่หรือ"
สุยอันครุ่นคิดก่อนอธิบาย "คุณหนูหลินเป็คนมั่นใจในตนเองสูง หากนางไปส่งแบบปักลายให้ฮูหยินผู้เฒ่าเอง ถึงเวลานั้นฮูหยินผู้เฒ่าเป็ต้องคิดว่าพวกสาวใช้ทำงานได้ไม่ดี อีกทั้งใกล้จะถึงวันตรุษแล้ว แม่ทัพฉู่ก็กำลังจะกลับมา ฮูหยินผู้เฒ่ายุ่งขนาดนั้น หากคุณหนูหลินไปติเตียนพวกเราต่อหน้าท่าน พวกเราไม่กลัวอยู่แล้ว ทว่าการที่ไปทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเคืองใจมันใช่เื่ที่ไหนกัน ฮูหยินผู้เฒ่าเป็ถึงมารดาแท้ๆ ของคุณชายเก้าของพวกเราเชียวนะ"
ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ทันจะบันดาลโทสะ ทว่าฉู่ยี่ที่กำลังเร่งเขียนการบ้านอยู่ในห้องกลับบันดาลโทสะก่อนแล้ว แม่สาวใช้ตัวดีคนนี้มักจะพูดจาทำให้คนเดือดดาลได้เสมอ ตกลงนางประจบประแจงเป็หรือไม่!
สุยอันยังคงต่อบทสนทนากับวู่ยิง "ไม่รู้ว่าแม่ทัพฉู่จะกลับมาเมื่อใด..." สุ้มเสียงเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
วู่ยิงเป็เด็กผู้ชาย จึงมีความคาดหวังมากกว่านาง "หากกลับมาก่อนวันตรุษก็คงจะดีไม่น้อย ปีใหม่จะต้องคึกคักมากแน่ๆ เลย"
ฉู่ยี่ไฟโทสะลุกโชนโชติ่ เ้าสองคนนี่ไม่ตระหนักเลยหรือไรว่าเ้านายของตัวเองกำลัง 'ตกทุกข์ได้ยาก' อยู่!
เขาดึงลิ้นชักใต้โต๊ะและหยิบสมุดเล่มเล็กเล่มหนึ่งออกมาก่อนขีดเส้นลงไปทีเดียวสามเส้นรวด นี่คือ 'บันทึกความผิด' ของสุยอัน รอให้เขาจัดการเื่ยุ่งๆ ทุกอย่างให้เสร็จก่อนแล้วค่อยคิดบัญชีกับนางทีเดียว
กองทัพชนะศึกเดินทางใกล้มาถึงเมืองหลวงมากเท่าไร บรรยากาศในเมืองหลวงก็ครึกครื้นมากขึ้นเท่านั้น ทุกคนต่างตั้งตารอที่จะดูขบวนทัพอันยิ่งใหญ่ แม้แต่วันที่ยี่สิบสามของเดือนสิบสองซึ่งตรงกับวันจี้เ้า* ทุกคนก็ร่วมอย่างไม่ค่อยได้ใส่ใจนัก
คุณชายใหญ่พาคุณชายเจ็ดออกไปตั้งด่านต้อนรับท่านแม่ทัพั้แ่หลายวันก่อน ความจริงฉู่ยี่ก็อยากไปด้วย ทว่าถูกฮูหยินผู้เฒ่ารั้งไว้เสียก่อน "ต้องมีคนเหลือไว้ที่จวนช่วยแม่รับแขกบ้าง ถึงพวกเขาจะไป ทว่าก็ได้แต่ตามดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ไม่มีทางได้เข้าไปคำนับบิดาของเ้าในขบวนหรอก บิดาของเ้ามีรับสั่งของฮ่องเต้อยู่กับตัว"
ฉู่ยี่หน้าง้ำคอตกเขียนการบ้านของตัวเองต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าเม้มปากยิ้มเล็ก และกำชับสุยอันเป็พิเศษ "ปรนนิบัติคุณชายเก้าดีๆ ล่ะ อย่าให้ใครมารบกวนเขาได้"
สุยอันได้ยินมาว่าพักนี้คุณหนูหลินสนิทสนมกับคนในเรือนไผ่ขาว นางไม่อยากเข้าไปสู่วังวนหลุมพรางของพวกนั้น จึงพยักหน้ารับหงึกหงัก เมื่อฉู่ยี่กลับถึงเรือนเล็กแล้ว นางก็ปิดประตูแน่นสนิท เมื่อมีคนมาหานางก็ตอบเพียงสองสามประโยคอยู่หลังประตู เพราะได้รับคำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่าให้ดูแลเฉพาะฉู่ยี่ ดังนั้นนางจึงมีเวลาเหลือเฟือ เลยถือโอกาสนี้แกะตราประทับอินทรีโฉบนภาให้เสร็จ
ภายในกรอบสี่เหลี่ยมขนาดหนึ่งชุ่น* อินทรีตัวหนึ่งได้สยายปีกบินขึ้นนภา ด้านข้างมีอักษรขนาดใหญ่กว่าเม็ดถั่วเขียวเล็กน้อยสี่ตัวสลักอยู่ ดูมีพลังยิ่งนัก สุยอันได้ทีลำพองใจ อดนึกย้อนกลับถึง่วัยรุ่นที่เืร้อนมีความฝันใฝ่ก้าวหน้าในยังโลกปัจจุบันไม่ได้ นางพลันรู้สึกร้อนรุ่มในอก
"เ้ากำลังเพ้อฝันอะไรอยู่อีก" ฉู่ยี่คำรามอยู่ข้างหูของสุยอัน และฉกเอาของที่อยู่ในมือนางไปดู
ความฝันอันงดงามพลันทลายลง
ฉู่ยี่จองหองไม่น้อยไปกว่าหลินซ่งหลุน "เ้าทำสิ่งนี้ให้ข้าหรือ"
สุยอันพลันเบื้อใบ้ หากนางบอกว่าทำให้เขาคงต้องถูกหัวเราะเยาะและค่อนขอดว่าคิดประจบประแจงเป็แน่ แต่หากบอกว่าไม่ได้ให้เขา จุดจบของนางอาจยิ่งแย่ ไม่แน่อาจจะถูกตีอีกด้วย
ฉู่ยี่รอฟังคำตอบของนางไม่ไหว แววตาของเขายิ่งอยู่ยิ่งคมกริบ เมื่อเห็นว่าอีกไม่นานสายตาของอีกฝ่ายคงจะคมจนกลายเป็ใบมีด สุยอันก็รีบเอ่ยขึ้น "ใกล้จะถึงวันเกิดของคุณชายเก้าแล้ว บ่าวจึงอยาก..."แม้นางอยากจะเอาใจเขา แต่ก็ไม่ควรถูกเขาหัวเราะเยาะสิจริงไหม
วันเกิดของฉู่ยี่คือวันที่เจ็ดเดือนหนึ่ง
ฉู่ยี่ถือตราประทับส่องดูใต้แสงอาทิตย์อยู่หนึ่งรอบ และพ่นออกมาหนึ่งประโยค "ไม่มีเื่อะไรทว่ากลับกระตือรือร้น*"
ตอนที่เขาพูดจบและเงยหน้าขึ้นมาพูดประโยคถัดไป "หากไม่มีเจตนาชั่วก็คงคิดลักขโมย*" ดูแล้วอีหลักอีเหลื่อชอบกล เขาแค่นเสียงขึ้นจมูกดังหึ ก่อนถามอย่างไร้อารมณ์ "อยากได้อะไร ลองว่ามาซิ"
"คุณชายเก้าคืนสัญญาขายตัวเป็ทาสให้บ่าวได้ไหมเ้าคะ"
นี่คือความปรารถนาที่นางอยากให้เป็จริงมากที่สุดในตอนนี้ พอความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวนางก็พูดออกไปอย่างไม่คิด
สุยอันรู้สึกว่าตนคงสมองเลอะเลือนไปแล้วแน่ๆ ไม่เช่นนั้นทำไมถึงพูดหัวข้อที่เปราะบางเช่นนี้ขึ้นมาได้
ฉู่ยี่ั์ตาค่อยๆ เข้มขึ้น
สุยอันแอบหยิกตัวเองแรงๆ หนึ่งที น้ำตาพลันรื้นขึ้นมา คุกเข่าลงกับพื้นและกอดขาฉู่ยี่ไว้แน่น "คุณชายเก้า บ่าวอยากจะอยู่ปรนนิบัติคุณชายไปจนชีวิตนี้จะหาไม่ แต่ฐานะของบ่าวต่ำต้อยนัก แม้แต่บ่าวเล็กๆ ในจวนก็สามารถเหยียบย่ำบ่าวได้...คุณชายเก้า" นางเงยหน้าเพื่อที่จะให้เขาเห็นน้ำตาแห่งความจงรักภักดีที่รื้นอยู่ในดวงตา นางร้องไห้อย่างเ็ป "บ่าวกำลังจะได้เป็สาวใช้ปรนนิบัติในเรือนแล้วแท้ๆ ศักดิ์ศรีแค่นี้ก็ให้กันไม่ได้หรือ"
ฉู่ยี่ถูกนางกอดจนหน้าแดงหูแดงไปหมด พลางสงสัยว่าเขาเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่ เขาขมวดคิ้วถามอย่างลังเล "เ้าอยากอยู่ปรนนิบัติข้าตลอดชีวิตจริงหรือ"
สุยอันผงกศีรษะอย่างรุนแรง "ให้บ่าวสาบานก็ได้เ้าค่ะ" แต่นางกลับไม่ได้พูดว่าจะสาบานเื่อะไร แน่นอนว่าไม่สามารถสาบานสุ่มสี่สุ่มห้าได้ การที่นางสามารถทะลุมิติได้ ก็แสดงทุกอย่างบนโลกล้วนสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น หากสิ่งที่นางสาบานไปดันเกิดขึ้นจริงเล่า?
แม้ฉู่ยี่จะรู้ว่าสุยอันเป็คนเ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อน แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่านางจะหน้าไม่อายถึงขั้นกล้าโกหกหนุ่มน้อยผู้อ่อนต่อโลกได้ ดังนั้นจึงเริ่มเชื่อคำพูดของนางบ้างแล้ว
หลังจากที่เขาเชื่อนาง ก็พลันรู้สึกเขินอาย เขาสะบัดขาสองสามที แต่ก็สะบัดไม่หลุด ในความเป็จริงก็คือเขาแทบจะไม่ได้ออกแรงสะบัดเลยต่างหาก
ผ่านไปเนิ่นนาน ขณะที่สุยอันกำลังคิดว่าตัวเองกระทำเกินไปหรือไม่ ก็ได้ยินฉู่ยี่ถามด้วยน้ำเสียงเย็นะเื "เ้าเช็ดน้ำมูกกับชุดของข้า?"
น้ำเสียงสูงที่ใช้ถามกลายเป็คำตัดสินในทันที
สุยอันไม่มีทางยอมรับอยู่แล้ว "เป็น้ำตาจริงๆ นะเ้าคะ" นางอยากจะแกล้งให้ฉู่ยี่รู้สึกขยะแขยงอยู่หรอก แต่ทว่าขนาดน้ำตายังเป็ของปลอม ฉะนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้ำมูกที่ผลิตยากกว่า
ฉู่ยี่กำลังไตร่ตรองว่าตนเองตกลงรับสุยอันให้เป็สาวใช้ปรนนิบัติในเรือนง่ายเกินไปหรือไม่ เหตุใดจึงรู้สึกว่าตนเองกำลังเสียเปรียบอย่างไรอย่างนั้น สาวใช้ผู้นี้ยังไม่ทันได้เป็สาวใช้ปรนนิบัติในเรือนของเขา ก็จะเอาสัญญาขายทาสคืนเสียแล้ว หากนางได้เป็สาวใช้ปรนนิบัติในเรือนจริงๆ ปีกกล้าขาแข็งขึ้น แล้วในอนาคตก็ใช้วิธีการสาบานแบบเดิมเพื่อขอขึ้นเป็อนุ...เมื่อคิดถึงภาพสุดท้าย สมองของคุณชายเก้าสกุลฉู่ก็ประดิษฐ์หมวก 'โฉมสะคราญล่มเมือง' ครอบไว้บนศีรษะของสุยอันอัตโนมัติ
ครานี้เขาตั้งใจชักขากลับโดยไม่อิดออด ก่อนเอ่ยเสียงกระด้าง "ฝันไปเถอะ"
สุยอันที่คุกเข่าอยู่บนพื้นตีหน้าเศร้า ทว่าั์ตากลับปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์และหายไปในพริบตา
คืนวันผ่านไปวันแล้ววันเล่า เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงวันที่ยี่สิบหกเดือนสิบสอง แม่ทัพฉู่ก็ยกทัพมาถึงนอกเมือง เหล่าทหารต่างแยกย้ายกลับไปประจำตามกรมกอง เหลือเพียงทหารองครักษ์หนึ่งพันนายที่เข้าเมืองพร้อมแม่ทัพฉู่ บรรยากาศในเมืองครึกครื้นดังที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เหลียนเซียงให้คนนำเงินรางวัลที่สุยอันควรจะได้ตั้งนานแล้วมาให้
หวางจื่ออวี๋นำบทกลอนและบทความที่ค้างฉู่ยี่ไว้มาให้ด้วยตนเอง พร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่า "ต้องเปลี่ยนหลายๆ คำนะเข้าใจไหม พวกนี้ล้วนเป็งานที่ข้าเคยประพันธ์เอาไว้แล้วทั้งนั้น...สองวันมานี้ที่ช่วยเ้าแต่งกลอน ข้ามองอะไรก็เห็นเป็ฉันทลักษณ์ แผนผังโคลงกลอนไปหมด เอ๋ ตราประทับของเ้าอันนี้ไม่เลวนี่ เ้ายังมีเวลาว่างมาแกะตราประทับอีกหรือ"
ฉู่ยี่เอ่ยอย่างลำพองใจ "มีคนให้มาเป็ของขวัญน่ะ" พร้อมทำหน้าตา 'ชีวิตของข้าก็ประสบความสำเร็จเช่นนี้แล'
สุยอันยกน้ำชาเข้ามา หวางจื่ออวี๋วางของในมือลงและคลี่ยิ้ม "ในที่สุดท่านย่าก็ยอมตกลงให้ข้าไปศึกษาที่สู่จง* แล้วนะ รอพ้นวันตรุษผ่านเดือนหนึ่งก็จะไปทันที"
ฉู่ยี่เหยียดยิ้ม "ข้ากล้าพนันเลยว่า เดือนสามวันที่สามเ้าก็ยังไปไม่ได้"
"หากข้าไปได้เล่า"
"เ้าขออะไรก็ได้ หากข้ามีข้าให้ได้ทุกอย่าง" ฉู่ยี่ให้คำมั่น
ทั้งสองยื่นมือมาตบกันกลางอากาศเป็อันว่าตกลงกันเรียบร้อย
ขณะที่สุยอันเดินมาส่งหวางจื่ออวี๋ เขาพลันถามขึ้นเสียงเบา "เ้าไม่ไปดูขบวนทัพหรือ"
สุยอันคิดถึงขบวนทัพที่ทรงพลังยิ่งใหญ่ก็พลันส่ายศีรษะ "ไม่ไปเ้าค่ะ"
เมื่อเดินถึงหน้าประตู หวางจื่ออวี๋พลันหยุดเดินอีกครั้ง เขายืนนิ่งมองไปทางห้องหนังสือ และถามเสียงเบา"เ้าไม่อยากไปเที่ยวที่ปาสู่*หรือ"
สุยอันไม่ได้คิดเป็อย่างอื่นจึงยิ้มตอบ "แคว้นปาสู่ แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ หากมีโอกาสบ่าวต้องอยากไปอยู่แล้วเ้าค่ะ ได้ยินว่าแค่ไปที่เขื่อนกั้นน้ำตูเจียง* ก็สามารถมองเห็นอารามฝูหลง* วัดเอ้อร์หวาง* ด่านยวี่เหล่ย* ยอดเขาธิดาหยก* วัดหลิงเหยี่ยน* ทะเลสาบชุ่ยเย่ว* และสถานที่ขึ้นชื่อต่างๆ อีกมากมาย" ตอนอยู่ยุคปัจจุบันนางยังไม่มีโอกาสได้ไป เวลาผ่านพ้นไม่หวนกลับ ทว่าธรรมชาติไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่แน่ว่าสถานที่ที่นางเคยอยู่และไปในยุคนี้ ครอบครัวของนางที่อยู่ยุคปัจจุบันอาจเคยไปััด้วยเช่นกัน
*วันจี้เ้า ตรงกับปฏิทินจันทรคติวันที่ 23 หรือ 24 เดือน 12เป็พิธีการกราบไหว้เทพเ้าเตาไฟ ซึ่งถือเป็การเริ่มเทศกาลปีใหม่ของจีนเทศกาลนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า วันปีใหม่เล็ก
*ชุ่น มาตรวัดความยาวของจีน หนึ่งชุ่นเท่ากับหนึ่งนิ้ว
*ไม่มีเื่อะไรทว่ากลับกระตือรือร้น หากไม่มีเจตนาชั่วก็คงคิดลักขโมยคนที่ทำดีหรือเอาอกเอาใจผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล มักมีจุดประสงค์แอบแฝง
*สู่จง ชื่อเมืองเก่าแก่ของจีน ล่มสลายไปในราชวงศ์ฉินปัจจุบันคือมณฑลเสฉวนของจีน
*ปาสู่ เป็ชื่อเรียกรวมเมืองฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนในอดีตของจีน
*เขื่อนกั้นน้ำตูเจียง มีระบบจัดการน้ำที่สร้างขึ้นั้แ่สมัยอดีตและยังคงใช้งานจนถึงปัจจุบันตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน
*อารามฝูหลง สร้างขึ้นในรัชสมัยจินตะวันออกเพื่อเป็การรำลึกถึงฤาษีฟั่นเซียนกวน
*วัดเอ้อร์หวาง ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวนเมืองตูเจียงเป็วัดที่ชาวเสฉวนเคารพนับถือเป็อย่างสูง
*ด่านยวี่เหล่ย สร้างจากก้อนหินและดินโคลนเป็ทางผ่านที่สำคัญของมณฑลเสฉวนในอดีตและถือเป็จุดชมวิวที่อยู่ข้างเขื่อนที่มีประวัติความเป็มามากกว่าพันปี
*ยอดเขาธิดาหยก ลักษณะของยอดเขาเป็ยอดเขาหินสามยอดดูแล้วคล้ายกับสามสาวพี่น้องยืนอยู่เคียงคู่กัน
*วัดหลิงเยี่ยน ตั้งอยู่ในมณฑลซานตงสร้างขึ้นในราชวงศ์จินตะวันออก มีวิวทิวทัศน์งดงามนักวรรณคดีในราชวงศ์ิหวางซื่อเจินกล่าวเอาไว้ว่า 'มาไท่ซานแต่มาไม่ถึงหลิงเยี่ยน ถือว่ามาไม่ถึง'
*ทะเลสาบชุ่ยเย่ว เป็สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญระดับ AAA (5Aเป็ระดับสูงสุด ซึ่งถือเป็สถานที่ท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก)ของจีน ทิวทัศน์งดงามดังภาพวาด สถาปัตยกรรมโดดเด่นสวย
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า