“เปรี้ยง!” “เปรี้ยง!” “เปรี้ยง!”
เสียงกระแทกนั้นไม่หยุดลงความเร็วและความรุนแรงของการโจมตีนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเหมือนกับค้อนเหล็กที่ทุบซ้ำ ๆ จนรอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนกำแพงมิติที่เคยโปร่งใสความตึงเครียดแผ่กระจายไปในอากาศ ผู้ใช้พลังในสมาคมใต้ดินที่อยู่ภายในต่างจ้องมองไปรอบตัว
พยายามหาต้นตอของการโจมตีที่มองไม่เห็นแต่ทุกอย่างกลับมืดมนไร้ร่องรอย
ในเสี้ยววินาทีนั้นเองแสงสะท้อนสุดท้ายของกำแพงกะพริบวาบขึ้นก่อนจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆเสียงระเบิดเงียบงันที่มาพร้อมกับการสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้เศษพลังมิติแตกกระจายไปทั่วทันใดนั้น ผู้ใช้พลังที่สร้างกำแพงก็เบิกตาโพลงด้วยความเจ็บปวด
“อักก!”
ความรู้สึกสาหัสซัดกระแทกเข้ามาที่ร่างของเขาราวกับกำแพงที่แตกออกสะท้อนความเสียหายทั้งหมดกลับมาสู่เจ้าของพลังเลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากปากของเขา ขณะที่ร่างกายสั่นสะท้านก่อนจะทรุดลงกับพื้นมือทั้งสองข้างสั่นระริก สายตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่น
ผู้ใช้พลังคนอื่น ๆที่อยู่รอบข้างมองเห็นสภาพของเพื่อนร่วมทีมก็อดไม่ได้ที่จะถอยหลังอย่างหวาดหวั่นความกลัวแทรกซึมเข้ามาในใจของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเหนือความคาดหมายการป้องกันที่พวกเขาคิดว่าแข็งแกร่งที่สุดกลับถูกทำลายลงในพริบตาและศัตรูที่พวกเขามองไม่เห็นนั้นกำลังรุกเข้ามาอย่างเงียบงันและไร้ปรานี
หลังจากที่กำแพงมิติแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ผู้ใช้พลังที่สร้างมันขึ้นมายังคงทรุดกายลงเขากัดฟันฝืนความเจ็บปวด สะบัดหัวหวังจะเรียกสติกลับคืนมาแต่ไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักได้
“วูซซซ!”
เสียงลมหายใจแผ่วเบาก็ดังก้องขึ้นด้านหลัง
ในเสี้ยววินาทีนั้น นาฟปรากฏตัวขึ้นในเงามืดเบื้องหลังเขาอย่างไร้เสียงราวกับภูติพรายที่แฝงเร้นในความมืด เขาเงื้อกริชแหลมคมขึ้นรอยเงาสะท้อนคมแหลมของใบมีดวาววับจับแสงวูบวาบ จากนั้นในชั่วพริบตาเดียวกริชของนาฟก็เสียบลึกลงกลางอกของผู้ใช้พลังคนนั้นอย่างรวดเร็วและเฉียบคม
“สวบบบ!”
ผู้ใช้พลังที่ถูกโจมตีเบิกตากว้างความเจ็บปวดรุนแรงแล่นผ่านร่าง ทว่ามันก็สายเกินไปที่จะส่งเสียงร้องออกมาเลือดสีแดงเข้มซึมออกมาจากปากของเขา ขณะที่ร่างกายอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นสิ้นใจไปในทันที
และราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนนาฟหายตัวไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงสายลมวูบหนึ่งพัดผ่านที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมชั่วขณะเหล่าผู้ใช้พลังที่เหลืออีกสี่คนจ้องมองศพของเพื่อนร่วมทีมด้วยความตกตะลึงดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นเมื่อได้เห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและไร้ร่องรอยของศัตรูที่พวกเขายากจะมองเห็น
หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงสั่น
“นะ..นั้นมันทักษะเสริมผสานพลัง…มันถึงได้เคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนั้น…!”
ความกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศทำให้เหลือบมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวังแต่ก็ไม่อาจจับได้ว่าศัตรูที่มองไม่เห็นจะพุ่งโจมตีมาอีกเมื่อไหร่
ราวกับความตายกำลังวนเวียนอยู่รอบตัวพวกเขา
เหล่าผู้ใช้พลังที่เหลือทั้งสี่ต่างตั้งท่าระวังตัวเต็มที่พวกเขาปล่อยประสาทสัมผัสออกไปทุกทิศทางหวังจะจับสัมผัสความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของศัตรูที่ซ่อนอยู่ในความมืดร่างกายของพวกเขาตึงเครียดเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ดวงตาไล่มองรอบตัวอย่างระมัดระวังหวังว่าเสียงฝีเท้าหรือเงาเพียงนิดเดียวจะช่วยให้พวกเขารู้ว่าอันตรายกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ใด
จู่ ๆผู้ใช้พลังคนหนึ่งที่ถือหอกน้ำแข็งกระตุกตัวเล็กน้อยสายตาคมกริบของเขาจับสัมผัสบางอย่างได้มันเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ในความเร็วที่ยากจะคาดเดา เงาที่ดูเลือนรางแวบผ่านสายตาของเขาราวกับสายลมจิตสังหารที่บางเบาแต่เยือกเย็นซัดผ่านทำให้เขาต้องยกหอกน้ำแข็งขึ้นสูงและหันไปยังทิศทางนั้นในทันทีเตรียมพร้อมต้านรับการจู่โจมอันรวดเร็วที่กำลังพุ่งเข้ามา
“ฟ้าววว!”
ในชั่วพริบตากริชแหลมของนาฟก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็วจนแทบมองไม่ทันใบดาบวาววับพร้อมจะทะลวงผ่านทุกสิ่ง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นผู้ใช้พลังหอกน้ำแข็งพลิกหอกของตนขึ้นต้านรับปลายหอกน้ำแข็งปะทะเข้ากับกริชของนาฟกลางอากาศ
“เปรี้ยง!”
เสียงกระทบกันดังสนั่นทว่าทั้งคู่ต่างไร้ซึ่งคำพูด มีเพียงความเงียบงันและสายตาที่ประสานกันอย่างดุดัน
แรงปะทะนั้นทำให้พลังงานเย็นเยือกของหอกน้ำแข็งและแรงกดดันของกริชแหลมคล้ายจะท้าทายกันในอากาศราวกับพายุเย็นและสายลมดุดันกำลังต่อสู้กันกลางความมืดเงาของทั้งสองสั่นไหวอยู่กลางอากาศ ขณะที่แรงสั่นสะเทือนแผ่กระจายออกไปรอบบริเวณ
นาฟไม่แสดงอาการหวั่นไหว เขาออกแรงกดกริชของตนลงอย่างเยือกเย็นแต่ผู้ใช้พลังหอกน้ำแข็งก็ไม่ลดละพลังของเขาทวีความเย็นเยียบจนไอหมอกขาวเริ่มก่อตัวรอบ ๆ
การปะทะนั้นทั้งสองต่างต้านทานและผลักดันซึ่งกันและกันในความเงียบที่คุกรุ่นเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังขั้นต่อไปในชั่ววินาทีเดียว
สายตาของนาฟจับจ้องไปยังผู้ใช้พลังหอกน้ำแข็งที่กำลังเผชิญหน้ากับเขาเขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ปล่อยลมหายใจอย่างสงบนิ่งก่อนจะปลดปล่อยพลังแฝงบางอย่างออกมาอย่างเยือกเย็น
“เวทย์ตึงจิต!”
สายตาของเขาเปล่งประกายเย็นเยียบความเงียบสงัดของพลังเวทแผ่กระจายออกไปรอบตัวทันทีราวกับความกดดันที่มองไม่เห็นได้เข้าครอบงำบรรยากาศทั้งหมดรอบตัว
ผู้ใช้พลังหอกน้ำแข็งเผลอสบตากับนาฟชั่วขณะเดียวแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น แต่ก็เพียงพอเวทย์ตึงจิตแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของเขาราวกับคลื่นกระแสเย็นจัดทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง สมองคล้ายถูกหยุดไว้ชั่วขณะความรู้สึกถูกแช่แข็งครอบงำทั่วร่าง