“แล้วเ้ารู้รึไม่ว่าเหตุใดบรรพบุรุษของเ้าจึง้าให้สำนักแห่งนี้กลับมาอีกครั้ง” เยว่ชิงถามออกไปเมื่อนางได้ฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ในตอนที่นางนั้นยังคงเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ภายในถ้ำ
ลู่เอ๋อส่ายหัวออกมาเล็กน้อย “เื่นั้นข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน แต่มันมีประโยคหนึ่งที่ท่านบรรพบุรุษได้บอกเอาไว้”
“ว่าอะไรงั้นรึ” เยว่ชิงเอ่ยขึ้นมา
“เมื่อสำนักก่อตั้งขึ้นมาอีกครั้งและเกิดภัยร้ายขึ้นกับสำนัก เมื่อนั้นเซียนแห่งสำนักบุปผาเมฆาที่หลบซ่อนตัวอยู่จะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อปกป้องสำนักแห่งนี้เอาไว้ นั่นคือสิ่งที่บรรพบุรุษได้บอกเอาไว้ และข้าคิดว่าที่ท่านให้พวกข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อรอเซียนผู้นั้นกลับมาทำลายสำนักทั้ง 4 แต่ท่านบรรพบุรุษก็ไม่ได้บอกลักษณะของเซียนผู้นั้น...”
เมื่อนางพูดมาถึงตรงจุดนี้มันก็ได้ทำให้นางนั้นฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เยว่ชิงที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลู่เอ๋อก็ยิ้มออกมา
“หรือว่าท่านคือ” ลู่เอ๋อเอ่ยออกมายังไม่ทันจบประโยค เยว่ชิงก็ได้เอ่ยแทรกขึ้นมา
“บรรพบุรุษเ้ามีนามว่าอะไร” เยว่ชิงถามออกไป
“หยางเฟยเ้าค่ะ” เยว่ชิงได้ยินดังนั้นมันก็ทำให้นางนั้นนึกถึงศิษย์พี่คนหนึ่งของนางที่เขานั้นจะคอยช่วยเหลือนางอยู่ทุกครั้งที่ถูกท่านอาจารย์ลงโทษ
“เป็ท่านเองงั้นรึ” เยว่ชิงเอ่ยออกมาด้วยเสียงเบา แต่ลู่เอ๋อที่อยู่ไม่ห่างมากนักสามารถได้ยินสิ่งที่เยว่ชิงเอ่ยออกมา
“ท่านรู้จักกับบรรพบุรุษของข้ารึเ้าคะ” ลู่เอ๋อเอ่ยออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ทำให้เยว่ชิงนั้นพยักหน้ากลับไปเป็คำตอบของคำถามนั้น
เมื่อนางได้รับคำตอบกลับไปมันก็เริ่มทำให้นางนั้นยืนยันประโยคที่บรรพบุรุษนางได้พูดเอาไว้ได้ ว่าเซียนคนนั้นคือใคร
“เช่นนั้น ท่านก็คือเซียนที่ท่านบรรพบุรุษพูดถึงใช่ไหมเ้าคะ” ลู่เอ๋อเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ข้าอาจจะไม่ใช่คนที่บรรพบุรุษเ้าบอกก็เป็ได้ เพราะข้าเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อตอนนั้นมีคนจากสำนักบุปผาอีกกี่คนที่โชคดีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์กวาดล้างครั้งนั้น” เยว่ชิงตอบกลับลู่เอ๋อไป
“อย่างงั้นหรือเ้าคะ แต่ท่านก็คือศิษย์ของสำนักบุปผาเมฆาเมื่อครั้งก่อนใช่ไหมเ้าคะ” ลู่เอ๋อเอ่ยขึ้นมา
“ใช่แล้วล่ะข้าคือศิษย์ของสำนักบุปผาเมฆา แต่ก่อนที่จะเกิดการกวาดล้างครั้งนั้นข้าได้เข้าไปเก็บตัวภายในถ้ำจึงรอดมาได้” เยว่ชิงเอ่ย
“เช่นนั้นแล้ว ท่านจะอยู่ที่สำนักต่อรึไม่เ้าคะ” ลู่เอ๋อถามออกไป
“ที่ข้ามายังสำนักนี้ก็เพื่อการนั้นอยู่แล้วล่ะ” เยว่ชิงเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มจนหมด
“เช่นนั้นข้าจะให้ศิษย์ในสำนักไปเตรียมที่พักให้ท่านทันที” ลู่เอ๋อเอ่ยขึ้นมาเมื่อนางได้รู่ว่าเยว่ชิงนั้นจะอยู่ที่สำนักของนาง เยว่ชิงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ากลับไป
เมื่อลู่เอ๋อได้รับการตอบกลับมาของเยว่ชิงจึงได้ขอตัวออกไปจัดการเื่ที่พักให้กับเยว่ชิงทันที ทำให้เยว่ชิงนั้นอยู่ภายในนี้เพียงคนเดียว
“เฮ้อ ทำไมข้าจึงต้องทำตัวเป็ผู้ใหญ่ด้วยนะมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าถนัดเลยสักนิด เพียงแค่วิธีการพูดแบบนั้นมันก็จะทำให้ข้าบ้าตายอยู่แล้ว”