ชีเจี้ยนกั๋วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวริมฝีปากสั่นระริกอยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง“พูดอะไรอย่างนั้น? ิเยว่บ้านผมเป็เด็กว่านอนสอนง่ายมาโดยตลอดจะทำเื่แบบนั้นได้ยังไง?”
“ทำไมจะไม่ได้? พวกคุณก็ดูสภาพหล่อนตอนนี้สิ”
ชีิเยว่ถูกซ่งฮุ่ยผลักออกมาต่อหน้าทุกคนกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอหลุดหายไปสามเม็ด เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนเป็วงกว้างซึ่งมี‘รอยจูบสตรอว์เบอร์รี’ สีแดงฉานประดับอยู่ดูสะดุดตายิ่งนัก
ผู้คนในลานบ้านต่างสูดหายใจเข้าด้วยความตกตะลึง
“์ช่วย! แม่หนูนี่คงไม่ได้ถูกย่ำยีมาหรอกนะ?”
“ยังจะต้องถามอีกเหรอ? ใครตาไม่บอดก็ดูออกทั้งนั้นแหละ”
“จุ๊ๆๆ คราวนี้ล่ะเื่ใหญ่แน่ การแต่งงานดีๆพังไม่เป็ท่าเพราะทำตัวเองแท้ๆ”
“ก็นั่นน่ะสิ ถึงได้บอกไงว่าลูกสาวน่ะต้องสั่งสอนให้ดีไม่ใช่ไปเรียนรู้เื่ต่ำตมนอกบ้านแบบนั้น”
เหมียวหงถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเธอะโผ่างจนตัวลอย “ดวงใจของแม่!เกิดอะไรขึ้นลูก?”
พูดจบเธอก็ไม่สนว่าซ่งฮุ่ยยังยืนอยู่ตรงนั้นหรือไม่รีบกระชากตัวชีิเยว่เข้าห้องไปเพื่อบดบังสายตาจากผู้คนทันที
ซ่งฮุ่ยจ้องมองแผ่นหลังของสองแม่ลูกด้วยสายตาดูแคลน“ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้วใช่ไหม? งั้นเื่แต่งงานก็ถือว่าเลิกแล้วกันไปพวกคุณไม่ต้องมาตามตอแยอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”
ชีเจี้ยนกั๋วกว่าจะมีสติกลับมาเงาร่างของซ่งฮุ่ยก็หายลับไปนานแล้ว
เขาเดินดุ่มๆเข้าห้องไปด้วยความโกรธแค้น มือที่เงื้อขึ้นสูงสุดท้ายก็ไม่ได้ฟาดลงบนใบหน้าของชีิเยว่ แต่กลับตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่
“เวรกรรมจริงๆ!”
เหมียวหงโอบกอดชีิเยว่ที่นั่งเหม่อลอยพลางร้องไห้โฮ“จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย? ถ้าถูกถอนหมั้นิเยว่ก็ต้องถูกส่งตัวไปที่ชนบทน่ะสิ”
ชีเจี้ยนกั๋วเพิ่งจะนึกเื่นี้ขึ้นมาได้เขาหันไปมองลู่เหย่โดยสัญชาตญาณทันที “นายแต่งงานกับิเยว่เถอะ”
ลู่เหย่ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
ชีชีไม่พอใจขึ้นมาทันทีนี่มันปล้นกันซึ่งหน้าชัดๆ!
“อะไรกันคะ? ชีิเยว่เป็ลูกแท้ๆคนเดียวของคุณหรือไง? หรือว่าตอนนั้นคุณตั้งใจสลับตัวพวกเราเพื่อให้แม่ฉันช่วยเลี้ยงลูกนอกสมรสให้คุณกันแน่?”
“หล่อนพูดจาเหลวไหลอะไร! ิเยว่โตมาไม่เคยลำบาก เธอจะไปอยู่ชนบทได้ยังไง?”
“แล้วฉันไปได้งั้นเหรอคะ?”
“หล่อนก็โตมาในชนบทอยู่แล้ว ไปอยู่ที่นั่นก็เหมือนกลับบ้านตัวเองไม่ใช่หรือ?ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะหวังดีกับพวกเธอทั้งคู่”
“เหอะๆ”
ชีชีคร้านจะโต้เถียงกับเขาคนที่ลำเอียงจนใจไปกองอยู่ที่ซี่โครงแบบนี้ พูดเหตุผลไปก็ป่วยการ
เธอจึงหันไปหาลู่เหย่“นายตั้งใจจะทำยังไง?”
น้ำเสียงของลู่เหย่ยังคงราบเรียบราวกับว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร “คุณอาครับผมยื่นรายงานขออนุมัติแต่งงานไปแล้ว และคนที่ผมจะแต่งด้วยคือชีชีครับ”
ชีเจี้ยนกั๋วผุดลุกขึ้นยืนทันควัน“แต่งกับชีชีได้ แล้วทำไมจะแต่งกับิเยว่ไม่ได้? เื่นี้สรุปตามนี้ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ให้ทะเบียนบ้านพวกนายไปจดทะเบียน!”
ใบหน้าของลู่เหย่ยังคงเรียบเฉยน้ำเสียงยังคงนุ่มนวลเช่นเดิม “การแต่งงานกับทหารไม่ใช่เื่เล่นๆนะครับ การทำลายการสมรสของทหารมีโทษหนักถึงขั้นติดคุก”
พอได้ยินคำว่าติดคุกชีเจี้ยนกั๋วก็ถึงกับไหล่ตก เขานั่งลงที่เดิมอย่างจำนน
มุมปากของลู่เหย่ยกยิ้มบางๆ“พรุ่งนี้เช้าผมจะพาชีชีไปจดทะเบียน มะรืนนี้จะกลับเข้ากรมส่วนงานแต่งงานคงไม่ต้องจัดแล้ว”
“ไม่จัดได้ยังไง? เงินช่วยงานยังไม่ได้เก็บเลยนะ!”
เหมียวหงลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่เธอกำลังปลอบใจชีิเยว่อยู่เสียงที่จู่ๆ ก็ดังโพล่งขึ้นมาของเธอทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
ชีิเยว่ได้สติกลับมาจากอาการเหม่อลอยเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า เธอจึงปิดหน้าร้องไห้แล้ววิ่งกลับเข้าห้องตัวเองไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังสนั่น
เหมียวหงอ้าปากค้างสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
บ้านในยุคนี้ไม่ได้เก็บเสียงแถมประตูบ้านตระกูลชียังเปิดอ้าไว้เพื่อนบ้านในลานจึงได้ชมละครฉากใหญ่กันอย่างครบถ้วน
“พวกเธอว่าชีิเยว่ใช่ลูกแท้ๆ ของชีเจี้ยนกั๋วหรือเปล่า?”
“ฉันว่าใช่นะ ดูจมูกดูตาสิ พิมพ์เดียวกับชีเจี้ยนกั๋วเป๊ะ”
“ก็นั่นน่ะสิไม่อย่างนั้นจะอยู่มาตั้งหลายปีโดยไม่รู้ว่าสลับตัวกันได้ยังไง”
“แต่นี่มันเื่ความสัมพันธ์ชายหญิงที่เสื่อมเสียนะ มีโทษถึงขั้นติดคุกอย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้าไป”
“ใครพูดสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะ ดูชีเจี้ยนกั๋วสิลำเอียงเข้าข้างิเยว่ขนาดนั้น แม้แต่ผู้ชายของลูกสาวแท้ๆ ยังจะช่วยแย่งให้ถ้าไม่มีเงื่อนงำอะไรแฝงอยู่ พวกเธอเชื่อเหรอ? พนันได้เลยว่าฉันไม่เชื่อ”
แม้ทุกคนจะลดเสียงลงแล้วแต่ชีเจี้ยนกั๋วก็ยังได้ยินอยู่ดี เขากระแทกประตูบ้านปิดดังปังแล้วกลับเข้าห้องไปโดยไม่กินมื้อค่ำ
เช้าวันรุ่งขึ้นลู่เหย่ถือสมุดทะเบียนบ้านพาชีชีไปจดทะเบียนสมรส
“งานแต่งงานค่อยไปจัดย้อนหลังที่กรมนะ ผมจะไม่ให้คุณต้องลำบากใจ”
ชีชีกลับไม่ใส่ใจ“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันไม่ได้ให้ความสำคัญกับเื่นี้เท่าไร”
ลู่เหย่“...”
ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันได้อย่างราบรื่นใบทะเบียนสมรสในยุคนี้ดูคล้ายกับใบประกาศนียบัตรของเด็กประถมและมีเพียงใบเดียวเท่านั้น
ชีชีจ้องมองใบทะเบียนสมรสพลางถอนหายใจ
คิดแล้วก็น่าขำชาติที่แล้วแม้แต่ความรักเธอก็ยังไม่เคยได้ัั
แต่พอทะลุมิติมาได้แค่สองวันก็เกิดเื่ราววุ่นวายสารพัดจนกระทั่งทำเื่สำคัญที่สุดในชีวิตเสร็จสิ้นไปแล้ว
ชีชีเก็บใบทะเบียนสมรสเข้ามิติไปเงียบๆหากวันหน้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ การหย่าร้างก็ยังจำเป็ต้องใช้มัน
ลู่เหย่เห็นเธออารมณ์ไม่สู้ดีก็นึกถึงเงินในซองจดหมายแล้วขมวดคิ้ว
หรือว่า...เขาให้เงินน้อยไปงั้นหรือ?
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้านก็เห็นใบแจ้งตัวไปลงพื้นที่ชนบทและเงินหนึ่งร้อยหยวนวางอยู่บนโต๊ะ
บนใบแจ้งนั้นมีชื่อของชีิเยว่เขียนอยู่อย่างชัดเจน
เมื่อเห็นชีชีเดินเคียงข้างมากับลู่เหย่ชีิเยว่ก็จ้องมองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ “เห็นฉันเป็แบบนี้เธอคงสะใจมากสินะ?”
ชีชีเบะปากอย่างดูแคลน“เธอจะเป็ยังไงมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? เราสนิทกันเหรอ?”
“เธอ...” ชีิเยว่โกรธจนตัวสั่น “ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
ไช่เหวินเจี๋ยไอ้คนโง่เง่านั่นตอนที่มิติของเธอหายไปกะทันหันจนเธอสลบ เขากลัวจนวิ่งหนีไปก่อนแม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่ทันใส่ให้เธอให้เรียบร้อย!
ร่องรอยบนตัวเธอจึงถูกคนเห็นกันหมด!
เขายังกลัวว่าตัวเองจะเสียชื่อเสียงจึงยืนกรานไม่ยอมรับว่าผู้ชายในป่าละเมาะคนนั้นคือเขา!
โชคดีที่เธอยืนยันมาตลอดว่าต้องแต่งงานก่อนถึงจะยอมทำเื่แบบนั้นได้พอให้คนตรวจสอบถึงได้ล้างมลทินไปได้บ้างแต่แม่ของไช่เหวินเจี๋ยก็ยังคงขอยกเลิกงานแต่งอยู่ดี
แต่ไม่เป็ไรถึงจะไม่มีมิติ แต่ด้วยความทรงจำจากชาติก่อนการไปอยู่ชนบทก็แค่ต้องเดินอ้อมทางแห่งความสำเร็จไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้น!
ชีิเยว่พยายามปลอบใจตัวเอง
ชีชีบุ้ยปากเห็นสามีภรรยาตระกูลชีนั่งหน้าอมทุกข์อยู่ที่โต๊ะต่างก็กังวลเื่ที่ชีิเยว่ต้องไปชนบทไม่มีใครจำได้เลยว่าวันนี้เป็วันแต่งงานของเธอกับลู่เหย่
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่สินเ้าสาวที่ไม่มีใครเตรียมไว้ให้เลยสักนิด
หลังจากทานมื้อค่ำอย่างลวกๆชีเจี้ยนกั๋วและภรรยาก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมของใช้ในการเดินทางให้ชีิเยว่
แต่ดูเหมือนพวกเขาจะลืมไปว่าพรุ่งนี้เช้าชีชีเองก็ต้องเดินทางไกลเช่นกัน
เหมียวหงเก็บของไปพลางบ่นพึมพำไปพลาง“ที่นั่นฤดูหนาวหนาวจัด เสื้อนวมผ้าห่มนวมต้องเอาไปให้พอไม่อย่างนั้นจะลำบากเอาได้”
“ใช่ๆ เสื้อผ้าฤดูร้อนก็ขาดไม่ได้ ไปถึงชนบทแล้วจะไปหาซื้อเสื้อผ้าสวยๆแบบนี้ได้ที่ไหน? เอาไปให้หมด” ชีเจี้ยนกั๋วสำทับ
“เดินทางตั้งสามสี่วัน จะให้ลูกหิวไม่ได้เดี๋ยวแม่จะทำแผ่นแป้งทอดไว้ให้เยอะๆ”
ชีเจี้ยนกั๋วโบกมือ“จะทอดแผ่นแป้งทำไม? พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปซื้อซาลาเปาไส้หมูที่ภัตตาคารของรัฐมายี่สิบลูกให้ลูกกินไปตลอดทาง เงินที่บ้านก็ไม่รู้ว่าไอ้เวรตัวไหนขโมยไปไม่อย่างนั้นคงมีเงินให้ลูกติดตัวไปมากกว่านี้”
“รอให้ตำรวจสืบสวนก่อนเถอะ”
พ่อแม่วุ่นวายเตรียมของให้ขนาดนี้แต่ชีิเยว่กลับมีใบหน้าบึ้งตึง
เธอช่าง‘ขโมยไก่ไม่สำเร็จแถมยังเสียข้าวสาร’ จริงๆ
ถ้ารู้ว่ามิติจะหายไปเธอคงไม่ขโมยมันมาหรอก!
ชีิเยว่พูดอย่างไม่สบอารมณ์“พ่อ แม่ ของเยอะขนาดนี้ หนูจะถือไหวได้ยังไงคะ?”
“ให้ลู่เหย่ช่วยถือสิ พวกเธอนั่งรถไฟขบวนเดียวกันพอลงรถก็ให้เขาไปส่งให้ถึงที่ ไม่ต้องลงมือเองหรอก”
พูดถึงตรงนี้ชีเจี้ยนกั๋วก็หันไปเรียกตัวลู่เหย่ที่กำลังจะเข้าห้อง
“ที่ที่ิเยว่ไปลง อยู่ใต้สังกัดกองพลของกรมทหารพวกนายพอดีนายไปส่งเธอด้วยนะ แล้วก็คอยดูแลหน่อย อย่าปล่อยให้เธอต้องลำบาก”
“หึๆ”
ชีชียืนพิงขอบประตูพลางแค่นหัวเราะในใจถ้าจะบอกว่าสถานที่ลงพื้นที่ชนบทนี่ไม่ได้ตั้งใจเลือกมาอย่างดีละก็เธอจะยอมเดินกลับหัวให้ดูเลยคอยดู!