ตอนที่ 17 — บ้านเสี่ยธาดา
เช้าวันถัดมา เมฆาขับรถตู้เก่าคันหนึ่งมาตามทางลูกรังริมแม่น้ำ
เส้นทางนั้นคดเคี้ยว ผ่านพงหญ้าที่ขึ้นรกจนกลืนแนวถนนไปครึ่งหนึ่ง
จิตรานั่งเบาะหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวง ส่วนวรุฒหลับพับอยู่เบาะหลังอย่างไม่รู้เื่รู้ราว
“ฉันไม่เข้าใจเลย...” จิตราพูดพลางมองแผนที่ในแท็บเล็ต “ทำไมบ้านคนรวยต้องอยู่ที่ลึกลับขนาดนี้?”
“เพราะยิ่งไกล ยิ่งไม่มีใครเห็นตอนเขาทำผิด” เมฆาตอบเสียงเรียบ “เสี่ยธาดาเป็คนระวังตัว เขาเลือกที่นี่เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีใครผ่าน”
“ดีจังเลย” จิตราว่า “เรากำลังจะไปหา ผี ในที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์”
เมฆาหันมามอง “ผีไม่กินสัญญาณหรอก”
“แต่คนกินเราได้!” เธอตอบเสียงสูง
วรุฒสะดุ้งตื่น “ใครจะกินใครนะ?”
“ไม่มีอะไร แค่ฉันกับพี่เมฆากำลังคิดเื่อาหารเช้า” จิตราตอบเร็ว
“ดีเลย ผมหิวพอดี” วรุฒยิ้ม ก่อนจะทำหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นกล่องอาหารในมือเมฆา
“พี่เตรียมข้าวผัดไข่กับกล้วยตากมาให้ทุกคน”
“พี่เมฆา... พี่รู้ไหมว่าข้าวผัดไข่ของพี่แข็งพอจะใช้ขว้างขโมยได้แล้ว”
เมฆายิ้มบาง “งั้นเก็บไว้ป้องกันตัว”
เสียงหัวเราะแ่เบาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่บ้านหลังใหญ่จะปรากฏตรงหน้า — คฤหาสน์ทรงยุโรปเก่าที่ตั้งอยู่กลางพงหญ้า แถบกำแพงมีรอยเปื้อนคราบน้ำและรอยไฟไหม้บางส่วน
จิตราหยุดมอง “นี่คือบ้านคน... หรือซากละครเวที?”
“คือสถานที่เกิดเหตุเมื่อสองปีก่อน” เมฆาพูดพลางเดินตรงไปยังประตู “เสี่ยธาดาถูกกล่าวหาว่าหายตัวไปในบ้านนี้ แต่ไม่มีใครพบศพ”
“ไม่มีศพก็ไม่มีคดี” วรุฒว่า “แต่มีผี... แปลว่าศพยังอยู่สินะ”
จิตราหันมามองทันที “อย่าพูดแบบนั้นสิ!”
“ผมพูดจริง ผีไม่เคยมาโดยไม่มีเหตุผลหรอก”
เมฆาใช้ไฟฉายส่องสำรวจภายใน — เศษผ้าใบและกรอบรูปเก่ากองอยู่เต็มพื้น กลิ่นน้ำมันสนยังอวลในอากาศเหมือนมีคนเพิ่งวาดภาพไม่นาน
“พี่เมฆา ดูนี่สิ” จิตราก้มลงเก็บภาพวาดเด็กหญิงที่ถูกฉีกครึ่ง — สีแดงสดทาเป็ดวงตากว้างจ้องตรงออกมา
“โครงสร้างแสงสะท้อนแบบเดียวกับพลังงานที่เจอใต้สะพานเลย” เมฆาพึมพำ
“หมายถึง... รูปนี้บันทึกพลังงานไว้?”
“ใช่ — รูปไม่ได้แค่เล่าเื่ แต่มัน จำเหตุการณ์ ได้”
ทันใดนั้น ประตูด้านในดัง แกร๊ก
ทุกคนชะงักทันที
วรุฒกระซิบ “พี่เมฆา... ผมไม่ได้กลัวนะ แต่ถ้าจะมีใครเดินมา ผมอยากให้เป็แมว ไม่ใช่ผี”
เมฆาก้าวนำไปเปิดประตู...
ข้างในเป็ห้องทำงานใหญ่ มีรูปวาดครึ่งเสร็จตั้งอยู่บนขาตั้ง
ในภาพนั้นคือผู้หญิงวัยกลางคน — หน้าตาคล้ายแม่ของเด็กใต้สะพานเปี๊ยบ
แต่จิตรารู้สึกขนลุก เพราะดวงตาในภาพ... เหมือนมองตอบมา
“ไม่ต้องกลัว” เมฆาพูดขึ้นเรียบ ๆ
“ฉันไม่ได้กลัว... ฉันแค่รู้สึกว่ามันกำลังหายใจ”
“นั่นสิ...” วรุฒเอียงคอ “ผมก็ได้ยินเสียงหายใจแ่ ๆ เหมือนกัน”
ทันใดนั้น เสียงหายใจนั้นกลายเป็เสียงพูดเบา ๆ จากในภาพ
“อย่ามองฉัน...”
วรุฒสะดุ้ง “โอ๊ย ผีในกรอบรูปพูดแล้ว!”
เมฆายกเครื่องบันทึกขึ้นตั้งหน้าภาพ “นี่คือโหนดต้นทางจริง ๆ... พลังงานทั้งหมดถูกรวมไว้ที่นี่”
“แล้วจะทำยังไงกับมัน?” จิตราถาม
“ต้องปลดล็อกมัน” เมฆาตอบ “เพราะถ้าไม่ทำ พลังงานนี้จะวนซ้ำ — ผีเด็กจะไม่มีวันหลุดพ้น”
“ปลดล็อก?” วรุฒพูดเสียงสูง “อย่าบอกนะว่าต้องพูดกับรูปภาพตรง ๆ เหมือนในหนังสยอง!”
“ไม่ต้อง” เมฆาตอบนิ่ง ๆ “แค่ทำให้ความจริงถูกเปิดเผย — ผีจะไปเอง”
“แล้วเรารู้ไหมว่าความจริงคืออะไร?” จิตราถาม
เมฆามองภาพวาดนั้นนิ่งนาน ก่อนตอบ
“เรากำลังจะรู้... เพราะผีไม่ได้พูดกับเรา — เขาพยายาม ‘ให้เราดู’”
ขณะนั้น แสงไฟฉายกระพริบขึ้นเอง ภาพในกรอบเริ่มเคลื่อนไหวเหมือนวิดีโอสั้น ๆ
ในนั้นคือภาพหญิงสาวคนเดียวกันนั่งวาดรูป ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา ข้างหลังมีเงาชายคนหนึ่งกำลังยืนคุมอยู่ — มือถือปืน
วรุฒพึมพำ “พระเ้า... เสี่ยธาดา...”
“ใช่” เมฆาว่าเบา ๆ “เธอไม่ได้วาดรูปเพื่อชื่อเสียง... แต่เพื่อเอาชีวิตรอด”
ภาพนั้นค่อย ๆ มืดลงก่อนดับสนิท เหลือเพียงความเงียบ
จิตราน้ำตาซึม เธอมองเมฆาอย่างเข้าใจ
“พี่เมฆา... ผีเด็กไม่ได้อยากให้เรากลัวเลย เขาแค่อยากให้เรารู้ว่าแม่ของเขาไม่ได้โกง”
เมฆาพยักหน้าเบา ๆ
“ใช่ — และคืนนี้ ถ้าเราทำถูกต้อง... ทั้งคู่จะได้ไปพร้อมกัน”
เสียงบางอย่างดังขึ้นจากชั้นใต้ดิน — เหมือนประตูเหล็กเปิดเอง
วรุฒถอนใจ “โอ้ย... ผมรู้อยู่แล้วว่าความสงบไม่เคยอยู่เกินสามนาทีในชีวิตผม”
เมฆาเดินนำไปโดยไม่ลังเล “ไปกันเถอะ — ความจริงอยู่ข้างล่างนั่นแหละ”
ตอนต่อไป — ตอนที่ 18: “เสียงจากใต้ดิน”
ทีมสืบของเมฆาจะพบหลักฐานสุดท้ายที่เชื่อมโยงการตายของแม่เด็กกับการทดลองลับของเสี่ยธาดา
และครั้งนี้... ผีไม่ได้แค่ให้ดู — แต่จะ “เข้ามาในโลกจริง” เพื่อพูดเอง
*โปรดติดตามตอนต่อไป*