เกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน

    ตอนที่สี่สิบแปด Sky Fall ฟ้าถล่ม

    ตอนที่สี่สิบแปด Sky Fall ฟ้าถล่ม

    สิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าที่ตัดสินกันระหว่างคนบ้ากับอัจฉริยะคือ ความจดจ่อ

    ใช้ความจดจ่ออย่างหนึ่งกับไอเดียที่มีอยู่จะทำให้เราเกิดสิ่งประดิษฐ์ที่น่าตื่นตะลึงออกมา

    เรารู้ว่าดาวินซี วาดโมนาลิซ่าและทดลองการบิน แต่ในสมุดบันทึกของเขาได้เขียนสิ่งประดิษฐ์ป้องกันปราสาท เรือดำน้ำ เครื่องพ่นไฟ รถศึกแบบใหม่และอีกหลายออย่างที่เป็นแค่ภาพร่างจากความคิดในหัวของอัจฉริยะผู้นั้น

    หลังจากที่ผมหลับและตื่นขึ้นพร้อมกับยืดเส้นสาย ผมคิดอะไรหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับเพลงกระบี่และดาบออก

    มันอาจจะเป็นเรื่องของการจดจ่อใส่ใจกับปัญหาที่มีเพียงปัญหาเดียวก็ได้

    เฮ้ย หรือว่านักพรตคิ้วขาวจะพูดถูกจริงๆ?

    กลายเป็นความดีความชอบของนักพรตคิ้วขาวที่ให้ผมเพ่งความสนใจในเรื่องการพัฒนาเพลงกระบี่ของผม ที่จะทำให้นักพรตคิ้วขาวได้หน้าอีกครั้ง

     

    การวางมือ วางเท้า พลังตัวเบา การเคลื่อนไหว

    ในหัวผมคิดถึงภาพของนักพรตคิ้วขาวและวิเคราะห์หลายๆอย่างออกมาเป็นส่วนย่อยๆที่คิดค้นด้วยกระแสความคิดหลายแบบของผมเทียบกับข้อมูลวิชากำลังภายในต่างๆที่ผมมี

    อาจจะเทียบเท่าไม่ได้แต่ผมก็พอมองเห็นทิศทางที่เป็นไปของกระบี่ไท่ซานแล้ว

    ความจริงดูอาจารย์ของสำนักก็พอจะวิเคราะห์ความก้าวหน้าของลูกศิษย์หลายๆคนในอนาคตได้

    หากฝึกไปในแนวทางเดียวกัน ผลลัพธ์ก็ต้องออกมาในแนวทางเดียวกันอยู่แล้ว

    สาเหตุนี้หรือเปล่านะที่พระเอกในนิยายปราณยุทธเลยโดนดูถูกเพราะตามมาตรฐานแนวความคิดทั่วไป คนที่อายุน้อย ไม่น่าจะ ไม่สิ ไม่มีทางเลยที่จะเทียบเท่ากับคนที่ฝึกมานานกว่าได้ หากใช้วิธีเดียวกัน

    นั่นก็เป็นในเงื่อนไขว่า”ต้องวิธีเดียวกัน”ล่ะนะ

    หากทดลองวิชาเองจะธาตุไฟแทรกลมปราณบาดเจ็บ

    หากฝึกเกินขีดจำกัดทั้งวันทั้งคืนก็จะรับไม่ไหวร่างกายบาดเจ็บ

    นี่คือสาเหตุที่ทำให้คนเราจะมองเห็นเป็นภาพค่าเฉลี่ย

    ว่าคนที่อายุเท่านี้ควรจะมีฝีมือเท่านี้ หากไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่อย่างนั้นนี่

    ฝีมืออาจจะมีส่วนช่วยให้ฝึกรวดเร็ว แต่ตระกูลใหญ่ที่มีทรัพยากรที่มากกว่าก็จะทำให้ลูกหลานของตนก้าวหน้าได้เร็วกว่า

    การที่คนระดับพระเอกมีวิญญาณระดับเซียนยุทธมาสิง ก็เหมือนกับ นักรบเผ่าเมาลี ในหมู่เกาะชนพื้นเมือง มีผู้บัญชาการกองเรือสหรัฐมาสิงร่างและแนะนำยุทธวิธีทางทหารและเทคโนโลยีให้ ที่ทำให้พระเอกยึดครองเกาะไร้ชื่อที่มีประชากรไม่กี่ร้อย ไปเกาะมัลดีฟ โซมาเลียและดินแดนที่ใหญ่ขึ้นไปในที่สุด

    เพราะสภาวการณ์เช่นนั้น เป็นเรื่องที่ปรกติไม่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง

    ขนาดผมเป็นศิษย์สายตรง นักพรตคิ้วขาวยังไม่ออกมาให้คำปรึกษาจากแหวนหรือสร้อยคอของผมเลย แต่ต้องฝึกซ้อมตามตารางเวลาที่นักพรตคิ้วขาวนัดเอาไว้

    ผมสรุปได้ว่าวิชาของไท่ซ่านก็เป็นตัวตนอย่างนักพรตคิ้วขาวนั่นล่ะ

    เย่อหยิ่ง ถือตนเองดุจภูเขา สาดตามองต่ำดูถูกใต้หล้า

    ผมได้พยายามทำ”วิศวกรรมย้อนกลับ” โดยการศึกษาว่านักพรตคิ้วขาวฝึกวิชาอะไรมา มีชื่อเสียงช่วงไหนอย่างไรบ้าง

    ทำให้ผมพอมองวิชาพื้นฐานที่ต้องฝึกก่อนวิชาที่นักพรตคิ้วขาวจะถ่ายทอดให้ผมได้คร่าวๆ

    ผมควรจะขอบคุณนักพรตคิ้วขาว ที่ใจดีถ่ายทอดวิชากระบี่ขั้นสูงของสำนักให้

    ศิษย์ในสำนักทั่วไป นั่นล่ะครับ อย่างที่เคยบอกนั่นล่ะ ต้องใช้แต้มภารกิจที่เคยทำคุณประโยชน์ให้แก่สำนักมาแลกของพวกนี้

    แต่ผมได้เคล็ดวิชาชั้นสูงมาโดยไม่ได้ผ่านขั้นตอนแบบศิษย์ทั่วไป

    ไม่อยากให้พูดเหมือนเป็นคนเนรคุณ แต่มันไม่ค่อยเหมาะสมกับผมเท่าไร ที่เป็นคนเน้นการฝึกวิชาพื้นฐาน

    แต่ท่าทางนักพรตคิ้วขาวจะเข้าใจผิดว่าผมเป็นอัจฉริยะหรืออะไรสักอย่าง จนสอนข้ามขั้นมาหลายระดับเลย

    ผมรู้สึกแปลกๆที่อยู่ในสถานการณ์ที่กลับกันกับพระเอก ที่ผมอยากฝึกแนววิชาระดับพื้นฐานมากกว่าเพราะต้องการสร้างแบบจำลองที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นในการวิเคราะห์เหตุผลและหลักการของเคล็ดวิชาต่างๆ

    ยิ่งข้อมูลมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น

    ผมหลับตาจินตนาการให้เห็นภาพของนักพรตคิ้วขาวชัดขึ้น

    อืม

    ผมยังด้อยในเรื่องของรัศมีกระบี่ การวางเท้า ความเข้มแข็งของลมปราณ สำนึกที่กดข่มของสำนักไท่ซาน

    ในหัวของผมเริ่มจินตนาการใส่ลงไปใน”ช่องว่าง” ของวิชาขั้นพื้นฐานและวิชาขั้นสูงที่นักพรตคิ้วขาวแสดงออก

    และผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าจนอยากจะตบหัวตนเองสักที

    ดีที่ผมใช้เวลานอนหลับเพื่อให้พักและตอนเช้าใช้เวลาเพื่อตั้งสติและความคิดสร้างสรรค์

    ผมลืมเรื่องของ”นามธรรม”ไปได้อย่างไร?

    ที่กระบี่ในโลกนี้และวิชาต่างๆนั้นเน้น”สำนึก”และนามธรรม”

    ดังนั้นผมคิดว่าท่าทางเราต้องทำแบบชิโร่ อันลิมิตเบลดเวิร์ก

    นอกจากเรื่องทางเทคนิคที่มีตัวเลขชัดเจนแล้วเราต้องมีแรงบันดาลใจและจิตใจไปทางนั้นด้วยผมจะทำอย่างไรดีนะ

    และผมก็นึกขึ้นได้โดยการร่ายรำกระบี่ไปมา

    แนวคิด”นามธรรม”หนึ่งก็มาในหัวของผม

    การสังเกตยันต์และข่ายมนตร์ต่างๆ ต้องมีหลายพันยันต์ หลายหมื่นข่ายมนตร์ จนคนหัวทึบอย่างผมในที่สุดก็หาจุดร่วมกันได้คือ “ภาษา”และ”ความหมาย”

    ในจุดเริ่มต้นมีเพียงแค่ความว่างเปล่าและพระเจ้ากล่าวและแสงสว่างก็บังเกิดสู่โลกหล้า

    “คำ”และ”สัญลักษณ์” นั้นมีความหมายในโลกใบนี้และ”เพลง”ก็มีผลในการควบคุมจิตใจจริงๆ

    ผมรวบรวมร่ายรำกระบี่ปล่อยใจไปกับสายลมและเอ่ยทำนองเพลงออกมา

    ..

    อี้จิงวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความไม่สบายใจ ฝันที่จริงและราวกับความฝันอันแสนไกล

    เธอไม่เคยลืมความฝันหรือเหตุการณ์อะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิต(อี้จิงเป็นโรคที่จำทุกอย่างได้ นี่คือสาเหตุที่เธอไม่เคยลืมความแค้นอะไรกับใครไว้-ผู้เขียน)

    ช้านี้ท่านพี่ก็ยังคงขันแข็ง ทบทวนกระบี่ปรับลมปราณและร่ายรำกระบี่อยู่ในลานก่อนที่จะมีภารกิจประจำวัน

    แต่แล้วเพลงหนึ่งก็เอนเอ่ยมาจากปากท่านพี่ราวกับคนที่ลืมตัวลืมตน

    “...ให้สวรรค์ล่มสลาย นี่คือจุดจบ กลั้นลมหายใจของเจ้าไว้แล้วนับถึงสิบ..”

    เพลงกระบี่ของท่านพี่นั้นช้าลง ช้าลงเรื่อยๆในขณะที่เสียงเพลงเอนอ่ยออกมา

    แต่บรรยากาศรอบข้างนั้นอากาศสั่นอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

    ยิ่งการเคลื่อนไหวช้าลงเท่าไร

    อากาศรอบนอกก็ราวกับจะสั่นมากขึ้นเท่านั้น

    จนกระทั่งทั่วบริเวณดังเลื่อนลั่นและอากาศและปราณรอบข้างไม่อาจทนทานรับได้กับเพลงกระบี่ของท่านพี่ถูกทับบดจนพังพินาศไป

    แค่คงอยู่ก็สามารถทำให้คนที่อยู่รอบข้างที่ต่ำต้อยกว่า มี่อาจประคองตัวอยู่ได้

    ..การต่อต้านสวรรค์

    “”..สัมผัสได้ถึงพสุธาที่เคลื่อนไหว และสัมผัสหัวใจข้าที่ระเบิดอีกครา”

    เจตจำนงที่จะยืนต่อต้านสวรรค์ ไม่หวั่นไหวแม้จะเจออะไรก็ตาม

    อี้จิงเข้าใจแล้ว แม้เธอจะอายุยังน้อยและขาดประสบการณ์ แต่นี่คือสิ่งที่เรียกว่า”การรู้แจ้ง” ที่คนฝึกยุทธคาดหวังไม่ได้

    เธอเกร็งพลังม่านสำน้ำเงินที่คอยสลายพลังกระบี่ที่ออกจากร่างท่านพี่พร้อมกับเสียงร้องเพลงไว้

    ความทรงจำที่แจ่มชัดเริ่มกลับมา ในความฝันนั่นคือท่านพี่ที่ก้าวหน้ามากกว่านี้

    แต่ตอนนี้เธอเริ่มเห็นภาพนั้นซ้อนทับอีกครั้ง

    “ให้สวรรค์ล่มสลายข้าจะยืนต้านไม่หวั่นไหว..”

    เสียงอากาศรอบข้างสั่นและเธอแทบจะไม่รู้ตัวเมื่อมีมือหนึ่งมาสัมผัสเธอด้านข้าง นักพรตคิ้วขาวนั่นเอง

    นักพรตคิ้วขาวได้ปล่อยพลังบางส่วนออกมาและปกป้องเธอไว้ด้วยพลังหยินหยางของระดับมหาราชันย์ยุทธ ที่มากกว่าระดับคุรุยุทธของเธอ แต่แม้แต่นักพรตคิ้วขาวก็หน้าตาเคร่งเครียดเกร็งกำลังอย่างถึงที่สุด บนหน้าผากปรากฏสัญลักษณ์หยินหยางออกมา

    “เกร็งพลังและอยู่หลังข้าไว้”

    อาจารย์คิ้วขาวบอกกับเธอ

    เธอพยักหน้าไม่รบกวนการเกร็งพลังของนักพรตคิ้วขาว

    อี้จิงสังเกตรอบข้างว่ามีอาจารย์ไม่น้อยกว่ายี่สิบคนเกร็งพลังและล้อมรอบบิเวณนี้ไว้ในตอนที่ท่านพี่ไม่รู้ตัวร่ายรำกระบี่ออกมาอย่างไม่หยุด

    “..เมื่อโลกปะทะและกลางวันมืดมน..”

    อี้จิงพยายามตั้งสติแต่ประโยคจากท่านพี่ก็ทำให้เธอช็อคอีกครั้งราวกับจะเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าจากคำพูดของท่านพี่ขณะกล่าวคำพูดในภวังของการ”รู้แจ้ง”นี้

    “ให้สวรรค์ล่มสลายและข้าจะยืนหยัดไม่หวั่นไหว”

    แทบสิ้นคำนักพรตคิ้วขาวก็เบิกตากว้าง

    “ทัณฑ์สวรรค์ เร็วขนาดนี้เชียวเรอะ?”

    ท้องฟ้าจากกกลางวันช่วงเช้ากลายเป็นปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำตั้งแต่ท่านพี่ที่เริ่มร่ายรำกระบี่

    “แย่แล้วเพราะพวกเราอยู่ในระดับมหาราชันย์ยุทธ ทัณฑ์สวรรค์ที่หวังลี่จะโดนจะเป็นระดับเดียวกับพวกเรา”

    ท้องฟ้าผ่ามาแต่ก็มีปราการสีดำขาวป้องกันหวังลี่ไว้จากอาจารย์ท่าทางคงแก่เรียนท่านหนึ่ง

    “ข้าคงกันไว้ได้ไม่นาน ด้วยระดับของข้าเผชิญกับสายฟ้าจากสวรรค์นี้ก็เกินกำลังไปหน่อย”

    หนวดที่เรียวงามของอาจารย์คนนั้นถึงกับสั่นไหว

    สายฟ้าผ่ามาที่เดิม

    ซ้ำๆกันที่ข่ายมนตราป้องกันจะคงอยู่ได้ไม่นาน

    แต่การพังทลายของข่ายมนตราไม่ได้มาจากสายฟ้าภายนอก แต่มาจากภายในเมื่อท่านพี่ได้ชี้กระบี่สู่ท้องฟ้าราวกับจะต่อต้านสวรรค์

    พลังกระบี่แหลมคมทะลุข่ายมนตร์ในจุดที่บอบบางจากการโดนสายฟ้าฟาดใส่และประสานเข้ากับกระบี่

    “..ให้สวรรค์ล่มสลายและพวกเราจะเผชิญหน้าไปด้วยกัน”

    นั่นคือสิ่งที่เธอได้ยินก่อนที่ทั่วทั้งบริเวณจะมีประกายแสงสีขาวจากสายฟ้าวาบไปทั้งบริเวณ

    Skyfall

    Adele

    This is the end

    Hold your breath and count to ten

    Feel the earth move and then

    Hear my heart burst again

    For this is the end

    I've drowned and dreamt this moment

    So overdue I owe them

    Swept away, I'm stolen

    Let the sky fall

    When it crumbles

    We will stand tall

    Face it all together

    Let the sky fall

    When it crumbles

    We will stand tall

    Face it all together

    At skyfall

    At skyfall

    Skyfall is where we start

    A thousand miles and poles apart

    Where worlds collide and days are dark

    You may have my number, you can take my name

    But you'll never have my heart

    Let the sky fall

    When it crumbles

    We will stand tall

    Face it all together

    Let the sky fall

    When it crumbles

    We will stand tall

    Face it all together

    At skyfall

    Where you go I go

    What you see I see

    I know I'd never be me

    Without the security

    Of your loving arms

    Keeping me from harm

    Put your hand in my hand

    And we'll stand

    Let the sky fall

    When it crumbles

    We will stand tall

    Face it all together

    Let the sky fall

    When it crumbles

    We will stand tall

    Face it all together

    At skyfall

    Let the sky fall

    We will stand tall

    At skyfall

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน ที่คุณอ่าน