ราชันย์ลมปราณอนันต์

    ตอนที่ 71: ผลพวงและเป้าหมายใหม่

    ตอนที่ 71: ผลพวงและเป้าหมายใหม่

    กลุ่มของเฟิงหวงล่าถอยออกจากหุบเขาจันทร์เสี้ยวอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นของซุนเทียนและเสียงต่อสู้อันดุเดือดกับมังกรอสรพิษเหมันต์ค่อยๆ แผ่วลงและหายไปในที่สุด

    เมื่อมาถึงจุดที่ปลอดภัยแล้ว ศิษย์ของสำนักหมอกครามต่างหันมามองเฟิงหวงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้มองเขาในฐานะ "พ่อค้า" อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นนักกลยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวและทรงพลังอย่างแท้จริง

    หลินเยว่เดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน "ท่าน...ท่านวางแผนทั้งหมดนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่? การร่วมมือกับตระกูลสุริยัน...เป็นเพียงการหลอกใช้พวกเขาเป็นโล่กำบังเท่านั้น"

    เฟิงหวงเพียงแค่ยิ้มบางๆ "ข้าไม่ได้หลอกใช้ใคร" เขากล่าว "ข้าเพียงแค่เสนอทางเลือกให้พวกเขา และพวกเขาก็เลือกทางที่พวกเขาคิดว่าดีที่สุดเอง...ส่วนข้า ก็แค่เลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราเช่นกัน"

    คำตอบที่หลักแหลมนั้นทำให้นางไม่อาจโต้แย้งได้อีก นางรู้ดีว่าหากไม่มีเฟิงหวง พวกนางอาจจะต้องสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อยในการต่อสู้กับอสูรร้ายตัวนั้น และอาจจะไม่ได้สมบัติล้ำค่ามาครองด้วยซ้ำ

    "บัวหิมะพันปีดอกนี้" เฟิงหวงหยิบสมบัติที่เพิ่งได้มาออกมา มันยังคงเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนโยนและไอเย็นบริสุทธิ์ "มันมีประโยชน์ต่อผู้ฝึกยุทธ์ธาตุน้ำมากที่สุด...แม่นางหลิน ท่านรับมันไปเถิด"

    เขายื่นบัวหิมะให้แก่นาง!

    การกระทำนี้ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง! นี่คือสมบัติล้ำค่าที่พวกเขาเพิ่งเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มา แต่เขากลับมอบมันให้ผู้อื่นอย่างง่ายดาย!

    "ไม่ได้! ท่านคือผู้ที่ได้มันมา มันย่อมต้องเป็นของท่าน!" หลินเยว่รีบปฏิเสธ

    "สำหรับข้าแล้ว...พันธมิตรที่แข็งแกร่งมีค่ามากกว่าสมบัติชิ้นเดียว" เฟิงหวงกล่าวอย่างจริงใจ "ท่านรับมันไปและแข็งแกร่งขึ้น ย่อมเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือของเราในอนาคตมากกว่า"

    ในที่สุด หลินเยว่ก็ยอมรับบัวหิมะดอกนั้นมาด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง นางรู้ดีว่าบุญคุณครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะตอบแทนได้หมดสิ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

    ข่าวการกระทำของเฟิงหวงและสำนักหมอกครามได้แพร่กระจายไปทั่วแดนลี้ลับอย่างรวดเร็ว

    กลุ่มของซุนเทียนสามารถรอดชีวิตออกมาได้ แต่ก็ต้องสูญเสียผู้ติดตามไปหลายคนและบาดเจ็บสาหัส พวกเขากลายเป็นตัวตลกที่ถูกหลอกใช้และไม่ได้อะไรกลับไปเลย ความแค้นที่พวกเขามีต่อเฟิงหวงนั้นพุ่งขึ้นสู่ขีดสุด

    ในทางกลับกัน ชื่อเสียงของ "คุณชายเฟิง" และสำนักหมอกครามกลับโด่งดังขึ้นไปอีกขั้น เขาถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้มีดีแค่การค้า แต่ยังเป็นนักวางแผนที่เฉียบแหลมและไม่เกรงกลัวต่อขุมอำนาจใดๆ

    หลังจากนั้น กลุ่มของเฟิงหวงก็ได้ออกผจญภัยในแดนลี้ลับต่อไป ด้วยสติปัญญาของเฟิงหวงและความแข็งแกร่งของกลุ่ม ทำให้พวกเขาสามารถค้นพบสมุนไพรวิญญาณและแร่ธาตุหายากอีกมากมายโดยหลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็นได้เสมอ

    จนกระทั่งวันหนึ่ง...พวกเขาได้เดินทางมาถึงใจกลางของแดนลี้ลับ และได้พบกับซากปรักหักพังของ "นครโบราณ" ขนาดมหึมาที่ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และกาลเวลา

    ตามแผนที่เก่าแก่ระบุไว้ว่า...ที่นี่คือสถานที่ที่อาจจะมี "มรดก" ของยอดฝีมือบรรพกาลซ่อนอยู่!

    แต่เมื่อพวกเขามาถึง ก็พบว่าไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น...กลุ่มของเฉียนหลงแห่งหอร้อยสมบัติ, กลุ่มของซุนเทียนที่ฟื้นตัวแล้ว, และกลุ่มของจื่อเหยาแห่งนิกายดาบม่วง...เหล่าอัจฉริยะทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่นี่โดยไม่ได้นัดหมาย!

    ทุกคนต่างจ้องมองกันด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ

    เฟิงหวงมองไปยังซากนครโบราณเบื้องหน้าด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เขารู้ดีว่าการแย่งชิงโชควาสนาครั้งสุดท้ายและยิ่งใหญ่ที่สุดในแดนลี้ลับแห่งนี้...กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว