เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 63 ร่างจันทราพิสุทธิ์

    “ ถูกต้องแล้วเรื่องเกิดจากอิสตรีเพียงคนเดียว ที่ทำให้สองจักรพรรดิเทียนจุนทั้งสองเปิดสงครามกันขึ้นมา”

    “ เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่” เสี่ยวเทียนอยากรู้จริงๆ

    “ เรื่องราวเริ่มต้นที่เมืองจงฉี มีที่ตั้งระหว่าง ดินแดนเทวะอุดร กับ ดินแดนเทวะทักษิน  ได้มีลูกไฟตกมาจากฟากฟ้า บนภูเขาเหลียนฮัว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักบัวสวรรค์   พอคนในสำนักมาตรวจสอบก็พบว่า ดวงไฟที่ตกมานั้นคือดอกบัวสีทองดอกหนึ่ง ใหญ่เท่ากับตัวคน  มาอยู่ในกลางสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ของสำนักบัวสวรรค์ ที่น่าประหลาดใจในดอกบัวกลับมีทารกหญิงอยู่ด้วย เจ้าสำนักเลยเลี้ยงทารกหญิงไว้ตั้งแต่นั้นมา และที่สำคัญ ทุกๆ 15 วันเวลากลางคืนที่มีดวงจันทร์เต็มดวง ดอกบัวสีทองจะเปล่งแสงประกายออกมา  ทำให้ศิษย์ในสำนักมีพลังเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่นั้นมา พวกเขาจึงเรียกดอกบัวสีทองว่า ดอกบัวเทพศักด์สิทธิ์

    เรื่องราวผ่านไป สิบสามปี  เด็กสาวผู้นั้นก็ได้เติบโตขึ้นมาเป็นสาวงามสะพรั่ง เวลาพระจันทร์เต็มดวงนางต้องแสงจันทร์ร่างกายของนางจะมีรัศมีเปล่งออกมา เจ้าสำนักก็รู้ว่าที่แท้แล้ว นางมีร่างเป็นกายาจันทราพิสุทธิ์ เป็นร่างอมตะ ที่มีแต่ในตำนานเท่านั้น  เจ้าสำนักเลยทำการ แต่งตั้งให้นางเป็น ธิดาเทพศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนัก และให้ชื่อนางว่า  เหลียนวาวา เรื่องราวของธิดาเทพผู้นี้ถูกเล่าต่อๆกันไป จนล่วงรู้ถึงองค์จักรพรรดิเทวะอุดรกับจักรพรรดิเทวะทักษิน  ซึ่งทั้งสองดินแดน    ก็เกิดหมายมั่นว่าจะพานางมาครอบครองให้ได้ เพราะพวกเขามีความเชื่อว่า หากมีความสัมพันธ์กับกายาจันทราพิสุทธ์แล้ว ผู้นั้นจะมีพลังยุทธ์เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด และ ลูกที่เกิดมา หากเป็นชาย จะมีกายาเทวะสุริยัน หากเป็นหญิง จะมีกายาจันทราพิสุทธิ์เหมือนกับผู้เป็นแม่ 

    ทั้งสองจักรพรรดิ จึงได้ส่งคนมาทำการสู่ ขอรับนางไปเป็นพระมเหสี  ทำให้เจ้าสำนักบัวสวรรค์หนักใจ จึงขอให้ทั้งสองจักรพรรดิมาพร้อมกันให้ เหลียนวาวา เป็นผู้ที่ตัดสินใจในเรื่องนี้ 

    โดยตัดสินกันว่า หากนางยิ้มให้ใคร ก็จะยอมเป็นพระมเหสีให้กับคนผู้นั้น  ทั้งสองจักรพรรดิก็มายลโฉมของนาง ที่สำนักบัวสวรรค์ พอมาเห็นใบหน้าชัด ๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองพระองค์ยิ่งเกิดการหลงไหลในความงามพิสุทธิ์เลิศล้ำ ของนางหนักขึ้นไปอีก  แต่ท้ายที่สุด นางก็ไม่ได้ส่งยิ้มให้กับทั้งสองพระองค์ 

    แต่ทั้งสองจักรพรรดิกลับบอกกับทุกคนว่า นางยิ้มให้ ทั้งสองพระองค์ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความขัดแย้งกันขึ้นมานับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

    แล้วในที่สุด ทั้งสองฝ่ายก็ส่งทหารมาเข้าประชิดชายแดน จนเกิดการปะทะกันขึ้น และเริ่มลุกลามกันไปใหญ่ สุดท้ายกลายเป็นสงคราม ระหว่างดินแดนทั้งสอง”   กู้ชิงหลิง เอ่ยด้วยความเศร้าใจ

    “ จักรพรรดิเทียนจุนทั้งสอง นี่ก็อายุหลายร้อยปีแล้ว ยังคิดเอาเด็กหญิงวัย 13 ปีมาเป็นพระมเหสีอีก ตาแก่ตัณหากลับสองคนนี่ ไม่กลัวชาวบ้านเสื่อมศรัทธาเลยใช่ไหม” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ ท่านอรหันต์น้อยยังไม่เข้าใจรายละเอียดในเรื่องนี้  จักรพรรดิเทียนจุนทั้งสองได้ผ่านการสถาปนาแต่งตั้งเป็นจักรพรรดิใหม่ หลังทำการเปลี่ยนร่างกลืนวิญญาณ กับ ทายาทที่เหมาะสม บัดนี้จักรพรรดิเทียนจุนทั้งสอง อยู่ในร่างของเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น”

    “ อะไรนะ  ! นี่ถึงขนาดทำลายวิญญาณลูกหลานตนเอง เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตยาวนานขึ้น ชั่วช้าเช่นนี้ พ่อแม่ของชายหนุ่มผู้นั้นจะยอมหรือ?” 

    “ นี่เป็นประเพณีที่เป็นเกียรติยศสูงสุด ทีผู้เป็นพ่อกับแม่ได้รับ  และเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธ์ุ พวกเขาต่างยินยอมอยู่แล้ว”

    “ พวกเขาเอาตรรกะ อะไรคิดกันเนี่ย?” เสี่ยวเทียนมึนงงมาก

    “ ก็พลังเทียนจุนนั้นไม่ใช่ใคร ๆก็เป็นได้ หากดินแดนไหน ขาดเทียนจุนไป บ้านเมืองก็จะขาดผู้ปกป้อง อาจต้องล่มสลายไปเหมือนกับ ดินแดนจงฉี ที่มีจักรพรรดิเทียนจุน อยู่เป็นศูนย์กลางของสี่อาณาจักร พอจักรพรรดิเทียนจุนสิ้นอายุขัย ท่านไม่ยอมกลืนกินวิญญาณบุตรหลาน สุดท้าย บ้านเมืองก็ถูก สี่ดินแดนกลืนกิน กลายเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่กลางระหว่างดินแดน ไม่มีดินแดนเทวะภาคกลางอีกต่อไป” ที่แท้เรื่องราวมันซับซ้อนเชื่อมโยงการอยู่รอดของอาณาจักรเช่นนี้นี่เอง หากพวกเขาได้แม่นางเหลียนวาวาไปได้ อาณาจักรก็ยิ่งมั่นคงขึ้น และยังมีโอกาสได้บุตรที่มีร่างกายาเทวะสุริยัน หากไม่สามารถฝึกตนเป็นเทียนจุนได้  จักรพรรดิเทียนจุนก็คงต้องฆ่าบุตรชายตนเองแล้วนำมาเป็นร่างของตนในอนาคต อย่างแน่นอน สามัญสำนึกของการเป็นมนุษย์คงไม่มีเหลืออีกแน่ หากผู้นำต่างมีแนวคิดกันเช่นนี้

    “ พี่สาวแล้วอีกสองอาณาจักรที่เหลือ นี้เป็นเหมือนกันหรือไม่”

    “ หากผู้สืบทอดไม่สามารถฝึกตนให้กลายเป็นเทียนจุนได้ ก็อาจต้องใช้วิธีนี้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์”  ทั้งสองคนไม่มีคำพูดอะไรเอื้อนเอ่ยออกมาอีก ได้แต่มองเรือเหาะกำลังลงจอด 

    “ ไปกันเถอะ ยังมีคนป่วยอีกมาก กำลังรอพวกเราอยู่” ปู่กู้เยี่ยเอ่ยกับทุกคน

    ทั้งหมดก้าวเดินเข้าไปในสำนักแพทย์ของจักรวาลยุทธ์ พอเข้าไปด้านในทางสำนักแพทย์ได้มีการแยกผู้บาดเจ็บที่มีอาการสาหัส ไว้ต่างหาก มีเป็นพันคน นอกนั้นอาการไม่หนักเท่าไร

    “ อาการหนักมากมายขนาดนี้ พวกเราจะทำอย่างไรกันดี” กู้ชิงหลิงความจริงก็ศึกษาวิชาการแพทย์มาเช่นเดียวกัน เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เห็นคนป่วยอาการหนักมากขนาดนี้  ทุกคนไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่เข้าไปทำการรักษาเหมือนกับหมอทั่วไป คือรักษา ทีละคน  ทุกคนหันมามองเสี่ยวเทียน รอฟังว่าเสี่ยวเทียนจะพูดอะไรแต่ว่าเสี่ยวเทียนยังยืนนิ่งมอง แล้วหลับตา คนเจ็บนับพัน ที่นั่งบ้าง นอนบ้าง ร้องเจ็บปวดอย่างทรมาน โดยที่หมอที่มีอยู่ไม่สามารถช่วยรักษาได้พร้อมกัน

    “และแล้วเสี่ยวเทียนก็ลืมตาขึ้น  มีคนบาดเจ็บหนักใกล้ตายอยู่ 100 คน ศิษย์พี่รอง ช่วยพาผู้ช่วยหมอเอายาเม็ดสวรรค์ให้พวกเขากินโดยด่วน”

    “ คนไหนล่ะ”  ศิษย์พี่รองงง แล้วเสี่ยวเทียนก็ใช้ฝ่ามือสะบัดออกไปบนหัวคนป่วยมีวงแหวนสีขาวขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

    “ คนที่มีวงแหวนบนศรีษะ รีบไป  พี่สาวกู้ กับท่านปู่เยี่ย ท่านเตรียมสมุนไพรให้ข้าตามนี้ด้วย พร้อมเมื่อไร ให้มาแจ้งข้าที่นี่”  เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ใช้มือขีดเป็นตัวหนังสือกลางอากาศ แล้วตัวหนังสือก็ไหลเข้าไปในหัวของ ปู่เยี่ยกับกู้ชิงหลิง ทั้งสองรีบจัดสมุนไพร ตามที่เสี่ยวเทียนบอกทันที

    “ ท่านหมอเทวะ เวลานี้มีผู้ถูกพิษ อยู่ 700 คน และบาดเจ็บทั่วไป 200 คน อีกร้อยคนเจ็บหนัก คาดว่ากินยาแล้วจะหายไปในไม่ช้า พวกเราไปช่วยรักษาพวกเขากันไปพลางก่อน รอได้สมุนไพรครบ แล้วค่อยให้พวกเขากินยาทีเดียวเลย”

    เสี่ยวเทียนกับหมอเทวะ ก็ตั้งโต๊ะรักษาคู่กันในทันที   พอเริ่มรักษาคนไข้หมอเทวะก็รักษามีพลังเทพบริสุทธิ์เช่นกัน แต่ก็เป็นแค่ระดับเบื้องต้น มาเทียบกับอาจารย์ลู่เอินแล้ว คนละระดับเลย โดยหมอเทวะรักษาคนไปแล้ว ห้าคน แต่อาจารย์ลู่เอินรักษาไปแล้ว 20 คน สร้างความตื่นตะลึงให้กับ หมอเทวะยิ่งนัก อาจารย์ลู่เอินที่อยู่ในร่างเสี่ยวเทียนในขณะนี้ รักษาไปด้วย ก็สั่งสอนให้เสียวเทียนเรียนรู้ไปพร้อมกัน

    “ อาจารย์ท่านนี่เป็น เทพหมอมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้ชำนาญมากขนาดนี้ ท่านหมอเทวะแท้ๆ   ยังไม่สามารถรักษาได้อย่างท่านเลย”

    “ ข้าจำไม่ได้หรอกว่าข้าเป็นหมอมาก่อนหรือเปล่า แต่รู้ว่า แค่จับชีพจร หรือมองตาคนไข้ ข้าก็รู้ว่าจะต้องรักษาพวกเขาได้อย่างไร”  อาจารย์ลู่เอินกล่าวไปตามตรง

    “ แล้วคนไข้ด้านนอกมีอีกเป็นหมื่น เราจะรักษาได้อย่างไรหมด กว่าจะถึงรอบรักษา พวกเขามิตายกันก่อนรึ?”

    “ ไม่ต้องห่วง รอให้ได้สมุนไพรหลัก ครบก่อน ข้าจะปรุงน้ำทิพย์สวรรค์ ต่อให้โดนพิษระดับสวรรค์ น้ำทิพย์สวรรค์ของข้าก็รักษาหายได้อย่างแน่นอน”  อาจารย์ลู่เอินกล่าวอย่างมั่นใจ

    “ น้ำทิพย์สวรรค์รึ?”  เสี่ยวเทียนสงสัยแต่ได้แต่เก็บไว้ในใจ

    หลังจากหมอเทวะรักษาผู้คนไปแล้ว ยี่สิบคน เสี่ยวเทียนกลับรักษาคนเจ็บจนหายดีไปทั้งหมดเกือบสองร้อยคน 

    “ นี่ข้าแก่แล้ว หรือว่าเจ้าเก่งเกินไปกันแน่” หมอเทวะเอ่ยแล้วยิ้มให้กับเสี่ยวเทียน

    “ ไม่หรอก ข้าเคยรักษาคนมาเป็นแสนคนแล้ว เจอแค่นี้เลยไม่ยากสำหรับข้า”

    อาจารย์ลู่เอินเป็นคนตอบ แต่ก็ทำให้ หมอเทวะยิ่งสงสัย อายุมันแค่ 10 ขวบมันจะรักษาคนมาเป็นแสนคนได้อย่างไร  ไม่ทันคิดอะไรต่อ สองปู่หลานตระกูลกู้ ก็มาบอกว่าได้สมุนไพรครบแล้ว

    เสี่ยวเทียนพยักหน้าแล้วเดินตามไปห้องปรุงยาทันที  หมอเทวะก็ขอเดินตามไปดูด้วยเช่นกัน

    พอไปถึงก็เห็นสมุนไพรกองสูงท่วมหัว อยู่หลายกอง

    “ เตาปรุงยาขนาดใหญ่ของเรามีขนาดห้าคนโอบ ไม่ทราบว่าจะเพียงพอหรือไม่”

    ปู่เยี่ยเอ่ยกับเสี่ยวเทียน

    “ ไม่พอหรอก แต่ไม่เป็นไร ข้าจะสร้างเตาปรุงยาขึ้นมาเอง” หลังจากนั้นเสี่ยวเทียนก็นำหม้อปรุงยาใบเล็กใบน้อยดึงมาต่อหน้า แล้วทำการเผาไฟแล้วหลอมมันต่อหน้าทุกคน เพลิงไฟที่ออกมาจากร่างของเสี่ยวเทียนเป็นเปลวไฟสีน้ำเงิน ซึ่งมีแต่ระดับเซียนยาระดับสวรรค์เท่านนั้นที่ใช้ได้ แล้ะหายากที่สุด ไม่รู้ว่าเสี่ยวเทียนมีได้อย่างไร และพลังของเสี่ยวเทียนแค่เซียนราชัน ทำไมเวลานี้ถึงปล่อยพลังเซียนสวรรค์ออกมา สร้างความสงสัยให้กับทุกคนยิ่งนัก   หลังจากที่เตาปรุงยานับร้อยมารวมกัน สุดท้ายก็กลายเป็นเตาหลอมใบใหญ่ ขนาดเท่าสระน้ำเล็ก ๆ มีรูปมังกรเลื้อยอยู่รอบๆ เตาปรุงยา มีสีดำแต่มังกรเป็นสีทอง

    “ เสร็จ”  เสี่ยวเทียนเอ่ยขึ้นมา 

    “ นี่คือเตาปรุงยาอะไรนี่” หมอยาเอ่ยถามด้วยความสนใจ

    “ เตามังกรฟ้า”  เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็โยนสมุนไพรกองโตเข้าใส่ ไฟลุกโชนไปทั่ว เสี่ยวเทียปล่อยให้สมุนไพรหลอมรวมกันสักพัก แล้วสมุนไพรก็กลับกลายเป็น เม็ดยาเม็ดใหญ่อยู่ในเตา จากนั้นเสี่ยวเทียน ก็นำน้ำจากสระเทพเจ้าปล่อยเข้าไปจนเต็มสระ แล้ว โยนยาเม็ดชุบชีวิต ของเจ้าแม่กวนอิมลงไป 1 เม็ด แล้วนำมาหลอมรวมกันทั้งหมด โดยที่ใส่พลังเทพบริสุทธิ์ลงไปในน้ำอีก ไม่นานส่วนผสมทั้งหมดก็เข้ากันเป็นที่เรียบร้อย กลิ่นหอมของน้ำทิพย์สวรรค์ล่องลอยไปในอากาศ แค่ดมกลิ่นก็ทำให้รู้สึกสดชื่น น้ำทิพย์สวรรค์ในเตาหลอมกลับใสสะอาดบริสุทธิ์ไม่รู้ว่า พวกสมุนไพรที่ใส่เข้าไปนั้นหายไปไหน ทุกคนมองแล้วได้แต่แปลกใจ 

    “ นี่คือน้ำทิพย์สวรรค์ พวกท่านนำใส่ขวด ไปแจกให้ทุกคนกินไม่ว่าคนที่ถูกพิษประเภทใด พิษจะถูกถอนไปในทันที สำหรับผู้บาดเจ็บทุกคนก็เช่นกัน กินเข้าไปแล้วจะหายดีกลับมาเป็นเหมือนเดิม”   ทุกคนพอได้ฟังสรรพคุณก็ตกใจ ไม่คิดว่าโลกนี้จะมีนำทิพย์สวรรค์ที่สรรพคุณ เช่นนี้  ทุกคนช่วยกันบรรจุขวดแล้วนำไปให้คนป่วยที่เฝ้ารอการรักษานับหมื่นกิน  แล้วไม่เกินครึ่งวันทุกคนได้กินน้ำทิพย์เข้าไป  ต่างก็หายเป็นปลิดทิ้งไปในทันที แล้วในที่สุดตอนเย็นไม่มีคนป่วยเหลืออยู่ในสำนักแพทย์นี้อีกเลย

    “ พระเจ้า นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกันนี่ !” หมอเทวะอุทานออกมา หลังจากพบว่าในสำนักแพทย์ไม่มีคนป่วยเหลือแม้แต่คนเดียว  ปู่เยี่ย เซียนสมุนไพร กับ กู้ชิงหลิง ก็มองดูสำนักแพทย์ ที่บัดนี้ เหมือนเป็นสำนักแพทย์ร้างไปแล้ว ผู้คนเงียบเหงา เหมือนกับว่า ถูกทิ้งร้างมาหลายปี

    ทั้งที่ตอนเช้า ยังมีผู้คนคราคร่ำไปจนเต็มไปหมด เวลานี้ หมอ พยาบาล ได้แต่นั่งมองตากัน ไม่มีอะไรจะทำ !

    “ พวกท่านทำหน้าเหมือนไม่สบายใจที่รักษาคนไข้หายดีจนหมด”  เสี่ยวเทียนเห็นทุกคนทำหน้าตาแปลก ๆ เลยอดถามไม่ได้

    “ เปล่าเลย พวกเราดีใจ แต่ทำใจไม่ทันกับเหตุการณ์เช่นนี้ มันกระทันหันไปจริงๆ”  ปู่เยี่ยเอ่ยแทนทุกคน

    “ ข้าอายุขนาดนี้ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นน้ำทิพย์สวรรค์ ของอรหันต์น้อยที่มหัศจรรย์พันลึกจริงๆ  ข้าอยากจะขอติดตัวเอาไว้บ้างจะได้ไหม”  หมอเทวะเริ่มขอน้ำทิพย์

    ทำให้ทั้งหมอและทุกๆ คน พยักหน้าอยากได้เช่นกัน

    “ เวลานี้น้ำทิพย์เหลืออยู่อีก ห้าพันขวด พวกท่านสามารถเก็บเอาไว้ได้ คนละไม่เกิน ห้าขวด ที่เหลือเก็บเอาไว้ที่ สำนักแพทย์แห่งนี้ ไว้รักษาผู้ป่วยที่จำเป็น”

    พอเสี่ยวเทียนบอกมอบให้คนละ ห้าขวด ทุกคนต่างดีใจกันใหญ่ แต่ทันใดนั้นเองก็มีกองทหารนับพันนาย ขี่ม้าเข้ามาในสำนักแพทย์ แล้วเข้ามาด้านใน

    “ ใครเป็นเจ้าของสำนักแพทย์แห่งนี้” นายทหารเอ่ยขึ้นมาเสียงแข็ง

    “ ข้าเอง”  กู้ชิงหลิง ก้าวเท้าออกมายืนต่อหน้าทุกคน

    “ แม่นางน้อย พวกเราได้รับคำสั่ง จากท่านแม่ทัพ ให้มาพาแพทย์และคณะทั้งหมด ที่ปรุงยาน้ำทิพย์ รักษาผู้ป่วยราวปฏิหารย์ ไปค่ายทหารเมืองเป่ยฉี เพื่อปรุงยาให้กับทหารของเรา  ขอให้ท่านพาแพทย์ปรุงยาไปกับพวกเราด้วย”

    นายทหารกล่าวจบ สายตาทุกคนต่างหันมามองที่เสี่ยวเทียน เหมือนกับรอคำตอบว่าจะทำอย่างไรดี

    “ แม่นางน้อย ตกลงใครเป็นคนตัดสินใจกันแน่” นายทหารเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ คงต้องให้ ท่านอรหันต์น้อย เป็นผู้ตัดสินใจ ท่านเป็นคนปรุงยาแต่เพียงผู้เดียว”

    กู้ชิงหลิง ต้องโยนปัญหาให้เสี่ยวเทียนตัดสินใจ

    “ อรหันต์น้อย? จากแดนปัจจิมเทวะใช่ไหม”  นายทหารตกใจ พอรู้ว่าใช่ก็เลยรีบมาคารวะเสี่ยวเทียนทันที

    “ ข้าน้อยได้ยินข่าวของท่าน ในใจอยากไปพบท่าน แต่คาดไม่ถึงว่า ท่านอรหันต์น้อยจะมาที่นี่” นายทหารผู้นี้ดีใจยิ่งนัก จนลืมภารกิจเสียสนิท

    “ เอาล่ะ ที่ข้ามาก็เพื่อช่วยคนเจ็บป่วยอยู่แล้ว แต่ปัญหาก็คือ การย้ายเตาหลอมยานั้นคงเป็นเรื่องยาก แล้วทหารที่บาดเจ็บหนักมีมากหรือไม่ พามารักษาที่นี่ได้ไหม?”

    “ ทหารที่บาดเจ็บหนักเคลื่อนย้ายลำบากมีประมาณ หนึ่งพันคน นอกนั้นก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ขอรับ”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น เจ้าเอาน้ำทิพย์สวรรค์ของข้าไปให้พวกเขากินคนละขวด พวกเขาก็จะหายเอง ส่วนพวกที่เหลือถ้าไม่หนักมา ก็พามารักษาที่นี่ก็ได้ เจ้าเห็นไหม ที่นี่ไม่มีใครให้รักษาแล้ว”

    หัวหน้าทหารเพิ่งสังเกตุ ไม่มีคนป่วยเลยสักคนจริงๆ จากนั้นก็ขอดูเตาปรุงยา นานทหารเห็นแล้วจะเป็นลม เพราะมันใหญ่จริงๆ ขนย้ายคงไม่สดวก

    “ เรื่องนี้ข้าจะไปรายงานท่านแม่ทัพ เพื่อทำตามที่ท่านอรหันต์น้อยแนะนำ”  จากนั้นเสี่ยวเทียนก็นำน้ำทิพย์สวรรค์ให้นายทหารไป หนึ่งพันขวด นายทหารก็รีบไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ทัพฟังในทันที

    “ ท่านอรหันต์น้อย นี่ท่านคิดจะช่วยทหารพวกนั้นจริงๆหรือนี่” กู้ชิงหลิงเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ตอนนี้เราเป็นหมอ มีหน้าที่รักษาคนป่วย ใครผิดใครถูก อย่าไปสนใจ ทำไปตามหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ”

    “ แล้วยารักษาที่มีอยู่ หากไม่พอจะทำอย่างไรดี”  กู้ชิงหลิงเอ่ยอย่างหวั่นใจ

    “ ส่วนตัวยาของข้ายังสามารถทำได้ อีก สองหมื่นขวด พวกท่านหาสมุนไพรที่ได้แบบครั้งแรกได้ถึงสองเท่าหรือไม่”

    “ ยากมาก เพราะครั้งที่แล้ว พวกเราไปตระเวณหาซื้อตัวยามาจากทั้งสามดินแดนจนหมด ยกเว้นที่ แดนทักษินไม่ได้ไป”กู้ชิงหลิงเอ่ยตามตรง

    “ ถ้าเช่นนั้น อาจให้ท่านแม่ทัพเป็นคนช่วยจัดการเรื่องนี้” เสี่ยวเทียนอาจต้องโยนภาระเรื่องนี้ให้กับกองทัพ   ทันใดนั้น ก็มีเสียงผู้คนลอยตัวกันเข้ามาในสำนักแพทย์กันสี่ห้าคน เพื่อเข้ามาหา กู้ชิงหลิง

    “ นายหญิงน้อยกู้” ชาวยุทธ์หลายคนเดินเข้ามาแล้วยื่นซองจดหมายแล้วเอ่ยกำชับว่า

    “ เป็นจดหมายเชิญ ให้ท่านเข้าร่วมสังหารนางมารบัวขาวในวันพรุ่งนี้” กู้ชิงหลิงเปิดซองแล้วก็แสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า

    “ ข้ารับทราบแล้ว”

    จากนั้นชายทั้งห้าคน ก็ลอยตัวหายไป เสี่ยวเทียนสงสัยแต่ไม่ทันถามกู้ชิงหลิงก็เอ่ยออกมาว่า

    “ พรุ่งนี้พวกยอดยุทธ์สำนักเซียน ทั้งสองดินแดนกว่าร้อยสำนัก วางแผนจะสังหารนางมารบัวขาว หรือ เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ของสำนักบัวสวรรค์ เหลียนวาวา”

    “ เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ไฉนกลายเป็นนางมารบัวขาวไปได้?”...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน