อาหารมื้อเย็นในวันนี้รายการอาหารแต่ละจานก็เป็นที่ชื่นชอบของทุกๆคน เพราะต่างก็มีของโปรดของพวกเขากันหมดทุกๆคน แต่จะบอกว่าชอบหมดทุกๆอย่างเลยก็ว่าได้ เพราะอาหารที่ใส่เนื้อสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นแบบนี้ในทุกๆจานไม่ได้ทำกินกันทุกๆวันเสียเมื่อไหร่
ยิ่งเป็นเมื่อก่อนไม่เคยมีในความคิดของคนในหมู่บ้านเลยเพราะมันมีราคาที่สูงมากกว่าที่ชาวบ้านทั่วๆไปจะสามารถหาซื้อมากินในครอบครัวกันได้ นับว่าเป็นครั้งแรกจริงๆสำหรับคนในหมู่บ้านทุกๆคนที่ได้รับอาหารเลิศรสในวันนี้กัน ที่มีคุณสมบัติที่พิเศษต่อระดับพลังธาตุของทุกๆคนถึงแม้จะเป็นเพียงน้อยนิดก็ตามที แต่ก็ถือว่าดีที่สุดสำหรับชีวิตที่ผ่านมาของทุกๆคนในหมู่บ้านแล้ว
“ท่านแม่ อิ่มแล้วหรือเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่
“อือ….เดี๋ยวข้าว่าจะไปดูเด็กๆทางด้านนู้นเสียหน่อย”ท่านแม่
“เดี๋ยวพวกข้าไปดูให้เองก็ได้นะเจ้าคะ ท่านแม่นั่งกินผลไม้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง
“ใช่เจ้าค่ะ พวกข้าไปดูเด็กๆให้เอง”พี่สะใภ้ใหญ่
“ไม่เป็นไร พวกเจ้าดูแลพวกเด็กๆเลยกินข้าวช้า นั่งกินกันต่อไปเลย ข้าไปเดินดูแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ทั้งสองคน
บรรดาสะใภ้ก็ยังคงนั่งกินอาหารมื้อเย็นกันต่อไปบางคนก็เรียบร้อยแล้ว จึงพากันออกไปดูพวกเด็กๆด้วยและตรวจดูรอบๆเพื่อความเรียบร้อยอีกครั้ง
ส่วนท่านแม่เองก็ลุกเดินออกไป โดยมุ่งหน้าไปที่ๆพวกเด็กๆจับกลุ่มนั่งกินอาหารมื้อเย็นกันอีกทางด้านหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ไกลกันมาก อย่างไรเสียนั่งอยู่ตรงทางด้านนี้ก็พอเห็นพวกเด็กๆอยู่ดี
“ครืด….ครืด….”
“หง่ำ…หง่ำ…”
“ยังมีเนื้อติดอยู่ตั้งเยอะนะเนี่ยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ท่านย่าเล็ก อร่อยไหมเจ้าคะ??”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“อือ…หย่อยมากเลยแทะเนื้อติดกระดูกแบบนี้น่ะ เหลนสาวเอาไหมล่ะ มีเนื้อที่เหลือให้พวกเจ้าแทะนะ แกร๊ก..หง่ำ…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แทะเจ้าค่ะ..!!”พวกเหลนสาว
“..............!!!”ท่านแม่
“..............!!!”เหลนชาย
“............!!”คนอื่นๆ
จากที่ว่าพวกผู้ใหญ่บอกว่าเนื้อหมูย่างอสูรหมดแล้ว พอนางเดินมาดูมันก็ยังมีอยู่เพียงแต่ต้องออกกำลังสักนิดหน่อยเพียงเท่านั้นเอง!!
ท่านแม่ตอนเดินมาก็ต้องสะดุดตาไปที่ลูกสาวตัวน้อยเพียงคนเดียวของนางที่กำลังยืนมองซากกระดูกของหมูป่าอสูรระดับเริ่มต้นที่สัตว์อสูรในพันธะของนางนำมาให้
แต่สักพักท่านแม่ก็ต้องตาโต ตกใจจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าเหนี่ยวเหนี่ยว ก้มหน้าไปที่กระดูของหมูป่านั้นเพื่อแทะมันอย่างเอร็ดอร่อย !!
แถมยังไม่พอชักชวนเหลนๆสาวทั้งหลายช่วยกันแทะกันต่ออีกด้วย เลยเห็นเด็กๆรุมกระดูหมูป่ากันและพอเงยหน้าขึ้นมาก็เปรอะเปื้อนหนักยิ่งกว่าเดิน คราบมัน เศษชิ้นเนื้อหมูป่าที่ติดตามแก้ม คาง จมูก หน้าผาก แล้วแต่ว่าผู้ใดจะแทะได้เมามันมากกว่ากัน!!
“ต้องแทะเนื้อออกให้หมดนะเหลนสาว ถ้าทิ้งทั้งๆที่ยังมีเนื้อติดอยู่แบบนี้เสียดายแย่เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนสาวน้อย
“ข้าย่อมจะแทะเนื้อไม่ให้เหลือเจ้าค่ะ เมื่อก่อนที่พวกเราไม่มีแม้แต่เนื้อสัตว์จะกินเลยแม้สักชิ้นเล็กๆ ตอนนี้มีมากมายแต่ว่าพวกข้าจะไม่ทิ้งเศษเนื้อชิ้นเล็กๆแน่นอน”เหลนสาวใหญ่ยายา
“ใช่ๆเจ้าค่ะ”เหลนสาวทั้งหลาย
“ดีมาก พวกเจ้ารู้จักที่จะกินอาหารให้หมดอย่างรู้คุณค่า”เหนี่ยวเหนี่ยว เงยหน้าขึ้นจากกระดูกส่วนขาของหมูป่า เพื่อเอ่ยปากชมพวกเหลนๆเสียหน่อย และก้มหน้าลงแทะเนื้อติดกระดูกอยู่อย่างเมามัน
“มันอร่อยก็ต้องแทะๆนี่แหละ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แผล็บ…..หง่ำ……”
พวกผู้ชายที่เห็นว่าบรรดาพวกผู้หญิงหยุดยืนมองพวกเด็กๆนานแล้ว และยังไม่ยอมพูดอะไรอีกด้วยก็นึกให้แปลกใจกัน พวกท่านเลยลองมาเดินดูกันเองว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า??
“โอ้…ลูกหมา??แทะกระดูก!!”ท่านลุงฉือ
“ลูกหมู แทะกระดูกหมูป่า??!!”ท่านลุงอี้
“เฮ๊ย….ไม่ใช่ทั้งลูกหมา ทั้งลูกหมูนั่นแหละ นั่นมันลูกข้าเองเจ้าเฒ่าอี้ เจ้าเฒ่าฉือ”ท่านพ่อ
“อย่าว่าเลยนะเจ้าเฒ่าหวัง พวกเด็กๆทำท่าได้เหมือนจริงๆล่ะ”ท่านลุงฉือ
“จริงข้าถึงได้เห็นแบบนั้นอย่างไรเล่า”ท่านลุงอี้
“ไม่น่าเชื่อจริงๆ ขาหมูป่าแต่ละขาพวกนี้ไม่ใช่เล็กๆนะพวกเจ้าก็เห็นตอนที่พวกเราชำแหละชิ้นส่วนพวกมันออกมาน่ะ”ท่านพ่อ
“อ้อ…ใช่ข้าจำได้ว่าสภาพเริ่มแรกของขาหมูก่อนย่างเป็นแบบไหน”ท่านลุงฉือ
พวกท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพตอนที่พวกท่านนำขาหมูทั้งสองนี้มาวางเตรียมย่างไว้ว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไรกัน
แต่พอมาตอนนี้สิ่งที่ได้เห็นอีกครั้ง มันแทบจะไม่เห็นเศษเนื้อติดเลย เกลี้ยงจริงๆ พวกเด็กๆพยายามช่วยกันแทะจนเหลือแต่กระดูกของแท้เลย
“นี่ถ้ากระดูกหมูป่าพวกนั้นกินเข้าไปได้ ข้าว่ามีหวังไม่มีเหลือชิ้นส่วนให้เห็นเลยนะ”ท่านลุงอี้
“นั่นน่ะสินะ พวกเด็กๆเล่นกินกันแบบนี้จนข้าเริ่มจะวิตกกังวลขึ้นมานิดๆแล้วสิ”ท่านพ่อ
แต่ทันใดนั้นสายตาคู่หนึ่งที่กำลังพึ่งจะรู้ตัวว่าโดนมองมา ก็ส่งสายตาเป็นประกายแวววับบางอย่างมาให้ จนคนที่ถูกมองรู้สึกขนลุกขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุว่าทำไมกัน
“ทำไมข้าคิดว่าสายตาที่เหนี่ยวเหนี่ยวมองมามันไม่ปรกตินัก”ท่านพ่อ พึมพำออกมาเบาๆ
“นั่นน่ะสิ!!”ท่านลุงทั้งสองคน และไม่นานก็ได้ยินเสียงทักทายจากเหนี่ยวเหนี่ยวถึงทุกๆคน
“ท่านแม่ ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ..พี่ใหญ่ พี่รอง…เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอ่อ……..ยังไม่อิ่มเหรอลูกรัก”ท่านพ่อ
“ยังเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ พี่ใหญ่ พี่รอง มาแทะกระดูกหมูป่านี้ด้วยกันนะเจ้าคะ?? ยังมีที่เหลือให้แทะอีกนะเจ้าคะน่าจะพอสำหรับทุกๆคนเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่จิตใจดีกลัวว่าทุกๆคนจะพลาดของอร่อยในช่วงสุดท้ายจึงรีบชักชวนทุกๆคนมาช่วยกันแทะ
แต่ว่านางไม่ได้มองหน้าตาของแต่ละคนที่ชักชวนเลยว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจกันกับการมาแทะกระดูกหมูป่าร่วมกันกับพวกนาง
“..........!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ พี่ใหญ่ พี่รอง
“คือ…คือ…..!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ พี่ใหญ่ พี่รอง
“พวกเราอิ่มแล้วเด็กๆ!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ พี่ใหญ่ พี่รอง
“ควั่บ…….”แล้วพวกท่านก็รีบหันหลังกลับ ใช้วิชาเดินเร็วอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำเป็นหูตึงเพื่อหลีกเลี่ยงการได้ยินเสียงร้องเรียกจากพวกเด็กๆอีกด้วย
“ฮ่า…ฮ่า….”พวกผู้หญิงพากันหัวเราะกันอย่างเต็มที่กันเลยเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าตั้งแต่ต้นจนจบ
“โอ้….สงสัยว่าท่านพ่อ ท่านลุง พวกพี่ชายข้าคงจะอิ่มกันจริงๆนั่นแหละ พวกเจ้าไม่มีผู้ใดแย่งแทะกระดูกหมูป่านี้แล้วล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฮิ….ฮิ…..”พวกเด็กๆพากันส่งยิ้มที่เประเปื้อนไปด้วยคราบมันหมูย่าง และก้มหน้าก้มตาช่วยกันแทะเศษเนื้อที่ติดตรงกระดูกกันต่ออย่างมีความสุข และเพลิดเพลิน
“เดี๋ยวเตรียมพวกผ้า กับน้ำอุ่นๆมาเตรียมเช็ดหน้า เช็ดปาก เช็ดมือให้พวกเด็กๆกันด้วยล่ะ”ท่านแม่
“ได้เจ้าค่ะ”พวกหลานสะใภ้
“ส่วนผลไม้ กับพวกขนมก็เอามาให้พวกเด็กๆเลยก็ได้นะ”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ ท่านย่า”หลานสะใภ้
กระดูกขาหมูใหญ่ๆทั้งสองขาในตอนนี้ก็เหลือแต่โครงกระดูของจริงแล้ว เนื้อไม่มีหลงเหลือเลยสักนิดเดียว พร้อมกับพวกเด็กๆที่หน้าเปรอะเปื้อนกันทุกๆคน
“แน่ใจแล้วนะว่าจะไม่แทะต่อน่ะเหนี่ยวเหนี่ยว”ท่านแม่ ลองถามอีกครั้งหนึ่ง
“อ้อ..เก็บไปได้เลยเจ้าค่ะท่านแม่ รับรองเลยว่าฝีมือของข้ากับเหลนๆไม่มีพลาดเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จ้ะ..”ท่านแม่
“ท่านแม่ขนมกินได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ??”เหนี่ยวเหนี่ยว
“กินได้แล้วลูก หลานสะใภ้ของเจ้ากำลังช่วยกันยกมาให้ถึงตรงนี้เลย ไม่ต้องเดินไปหยิบเอง”ท่านแม่
“ดีจังเลย ข้ากำลังอยากกินอย่างอื่นพอดีเลย ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านย่าทวด”พวกเหลนๆ
“เฮ้อ….พวกเจ้าเนี่ยนะเรื่องกินนี่ต้องยกให้จริงๆเลย”ท่านแม่ ส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม
“ก็ทั้งอาหาร และขนมท่านแม่กับคนอื่นๆทำอร่อยมากนี่เจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่ เจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ พากันเอ่ยชมอาหารอร่อยๆและขนมที่ถูกปากพวกเขา
ท่านแม่พูดออกมาก็จริงแต่ไม่ได้จริงจังอะไรเลย กลับชอบเสียด้วยซ้ำไปที่พวกเด็กๆกินได้ทุกๆอย่าง แบบมีความสุข ท่านเองที่เป็นทั้งท่านแม่ ทั้งท่านย่าทวดของพวกเด็กๆจะไม่ให้มีความสุขได้อย่างไรกันเมื่อเห็นแบบนี้
ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลากินขนม แน่นอนว่าได้นั่งบนชิงช้าทั้งสองแบบที่ได้ช่วยกันทำขึ้นมาอีกด้วย พอเป็นขนมบรรดาท่านแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรที่จะเล่นไปด้วย
เพราะตอนนี้จะว่าไปแล้วถ้าเป็นเมืองที่มีห้วงเวลาที่ปรกติคงจะเริ่มเห็นท้องฟ้าที่จะมืดมิดไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับเมืองหนิงหวง เมืองที่มีแต่แสงสว่าง ความมืดไม่มี
“ข้าชอบจังเลยที่เมืองหนิงหวงที่พวกเราอาศัยอยู่ ไม่มีความมืดมิดเลย จะเล่นเมื่อไหร่ เวลาใด ก็ได้อีกด้วยเหมือนกับเช้าอยู่เสมอๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงเจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านย่าเล็ก”พวกเด็กๆ
“พวกเราเล่นชิงช้ากันนานๆเลยนะเจ้าคะ อีกสัก 1 ชั่วยาม 2 ชั่วยาม(1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง)เลย”เหลนสาวรองมี่เฟิง
“ย่อมได้อยู่แล้ว ฮิ…ฮิ…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฮิ…ฮิ…”เหลนๆ
“อะแฮ่ม…ว่าอย่างไรนะท่านย่าเล็ก เมื่อตะกี้เจ้าบอกว่าอย่างไรแม่ได้ยินไม่ถนัดเลย”ท่านแม่
“โอ้….ท่านแม่เหนี่ยวเหนี่ยวพูดว่าเล่นได้อีกนิดหน่อย เพราะพวกเราทุกๆคนจะต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ และเตรียมตัวเข้านอนเจ้าค่ะ ใกล้จะถึงเวลานอนพักผ่อนแล้ว เห็นไหมเหนี่ยวเหนี่ยวดูแลเหลนๆดีมากๆเลยนะเจ้าคะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ไหลลื่นไปอย่างรวดเร็ว พูดแบบไม่ติดขัดแม้แต่น้อย
“งั้นเหรอ???”ท่านแม่
“จริงสิเจ้าคะ ใช่ไหมเหลนๆเนอะๆ เดี๋ยวก็กลับบ้านไปนอนกันแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอ่อ…เจ้าค่ะ/ขอรับ”เหลนๆ ที่ก็งงๆกันอยู่ว่าท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว พูดไม่เหมือนที่บอกเมื่อสักครู่นี้เลยแต่ก็ไม่ได้พูดแย้งแต่อย่างใด เพราะพวกเขาเออออตามท่านย่าเล็กเสมอ
“ฟู่…..รอดตัวไปเหนี่ยวเหนี่ยวเอ๊ย..”เหนี่ยวเหนี่ยว ลูบหน้าอกปลอบขวัญตัวเอง ที่เกือบโดนท่านแม่คาดโทษเอาเสียแล้ว
ท่านแม่ที่เดินเลี่ยงออกมาก็รับรู้ว่าเจ้าตัวเล็กนั้นแสบมากขนาดไหนกัน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมา
เมื่อปล่อยให้เด็กๆเล่นชิงช้ากันได้สักพักแล้วก็ถึงเวลาพากันแยกย้ายกลับบ้านกัน เพราะเด็กๆเล็กๆที่เดินไม่ได้และเดินไม่แข็งนั้นพวกท่านแม่ ท่านย่า ท่านยาย ของพวกเขาพากลับไปก่อนแล้ว เหลือแต่พวกเด็กๆที่โตขึ้นมาหน่อยที่ยังคงห่วงเล่นชิงช้ากันอยู่ เล่นกันจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายจริงๆที่พวกผู้ใหญ่อนุญาตให้พวกเขาเล่นกันได้
“เอาล่ะ เด็กๆได้เวลากลับบ้านกันแล้วนะ วันพรุ่งนี้ค่อยมาเจอและเล่นด้วยกันใหม่นะ”ท่านแม่เดินมาบอกพวกเด็กๆ
“ว้า…..”พวกเด็กๆ ส่งเสียงและทำสีหน้าที่พากันบ่งบอกว่ายังไม่อยากเลิกเล่นกันเลยกำลังสนุกสนานกันอยู่
“ท่านแม่….”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่กำลังจะเอ่ยขออะไรบางอย่างออกมาแต่ก็โดนท่านแม่พูดทักคอก่อนเช่นกัน
“ห้ามมีการต่อรองใดๆทั้งสิ้นจ้ะ ถึงเวลาต้องแยกย้ายกลับบ้านไปนอนพักผ่อนกันแล้วนี่ก็เลยเวลาล่วงมาถึงยามห้ายแล้วนะ(ยามห้าย (亥:hài) คือ 21.00 - 22.59 น.)เข้าใจไหม??”ท่านแม่
“เข้าใจขอรับ/เจ้าค่ะ”พวกเด็กๆ
ต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านกันเสียที พอได้ล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่สบายตัว สบายใจกันแล้ว เพียงไม่นานก็หลับกันอย่างรวดเร็ว
“ดูสิ หลับกันแล้วและยังจะดื้อดึงอยากจะพากันเล่นต่ออีกนี่มาถึงบ้านไม่เท่าไหร่เองนะ”ท่านแม่
“จริงเจ้าค่ะท่านแม่ ทั้งเล่น ทั้งกินอาหาร กินขนมไปเยอะแยะขนาดนั้น ปรกติก็จะพากันหลับเร็วอยู่แล้ว”พี่สะใภ้ใหญ่
“วันนี้นอนดึกกว่าทุกๆวันที่ผ่านมาด้วย ถือเสียว่าเป็นการชดเชยให้พวกเด็กๆ ได้ร่วมกันกินอาหาร และร่วมกันเล่นด้วยกันนานๆก็ละกัน”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ”สะใภ้ทั้งสอง
“พวกเจ้าก็ไปพักผ่อนกันได้แล้วล่ะ ส่วนที่เหลือจัดเก็บเข้ากำไลมิติของพวกเจ้าไปก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยมาจัดการให้เรียบร้อยกันต่อ เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้วพักผ่อนเถอะ”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
“เจ้าค่ะ ท่านย่า”
พวกผู้ชายที่ยังอยู่ด้านนอกเพื่อจัดการเก็บข้าวของที่เหลือ ต่างก็เริ่มพากันเดินกลับบ้านด้วยเช่นกัน บรรดาพวกผู้หญิงเมื่อจัดการกับพวกลูกๆหลานๆเหลนๆให้นอนหลับได้แล้ว พวกนางก็เตรียมตัวเข้านอนด้วย
เป็นค่ำคืนที่ไม่ใช่ความมืดมิด แต่ก็ทำให้วันนี้เป็นวันที่พิเศษมากๆอีกวันหนึ่งสำหรับคนในหมู่บ้านชานเมือง ที่ครอบครัวของเหนี่ยวเหนี่ยวแห่งตระกูลหวังอาศัยอยู่
************
เด็กๆไปมีวันร่วมกันที่สนุกสนาน และจะเป็นแบบนี้อีกในวันต่อๆไป ความลำบากก็จะค่อยๆจางหายไปมีแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามาภายในหมู่บ้านแห่งนี้