บทที่ 19 จุดอ่อน
หนิงฮวนไม่คิดเลย ว่าถึงตอนนี้แล้วหนิงลั่วจะยังสงบนิ่งได้ขนาดนี้ ถ้าเป็เมื่อก่อนพวกนางต้องทะเลาะกันไปแล้ว นางรู้สึกแปลกใจมาก ทำไมวันนี้หนิงลั่วดูไม่เหมือนเดิม
หนิงฮวนพยายามสะบัดมืออีกฝ่ายออก แต่ไม่เป็ผล มีเพียงใบหน้าของนางที่ขึ้นริ้วสีแดงเพราะความอับอาย
หนิงฮวนเริ่มหงุดหงิด ใช้มืออีกข้างแกะมือหนิงลั่วจนข้อมือเป็อิสระ แต่ก็พบว่าข้อมือของตัวเองถูกบีบจนเป็รอยแดง สียาทาเล็บที่บรรจงทาเมื่อครู่ก็เลอะหมด
“หนิงลั่ว! เ้าทำเล็บของข้าเลอะ เ้าต้องชดใช้ให้ข้า!” หนิงฮวนะโลั่น
“ไม่มีเวลา” หนิงลั่วตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางหยิบตะเกียบมาจัดเรียงชิ้นปลาทอด นางติดนิสัยจากชาติก่อน คือทำอาหาร จะต้องจัดวางให้ดูสวยงามเพื่อไม่ให้เสียรสชาติและความอยากอาหารของผู้ที่กิน
หนิงฮวนถูกเมินจนแทบจะะเิ จึงยื่นมือออกไปหมายจะหยิบปลาทอดขึ้นมากิน แต่ยังไม่ทันได้แตะ หนิงลั่วก็คีบมือของนางด้วยตะเกียบแล้วผลักออกไป ก่อนจะเก็บจานปลาเข้าตู้เก็บอาหาร แล้วหันกลับมามองหนิงฮวน พลางพูดช้าๆ ชัดเจน “หนิงฮวน ข้าขอเตือนเ้าอย่างจริงจัง เื่ที่เ้ารังแกพวกข้ามาตลอด ข้าจะไม่ถือสา แต่จากวันนี้เป็ต้นไป เ้าอย่าคิดแตะต้องใครในบ้านรองของพวกข้าอีก มิฉะนั้น ข้าจะทำให้เ้าต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
“ฮ่าๆๆ! ท่านแม่ ท่านได้ยินที่นางพูดหรือไม่ นางกล้าขู่ข้า! ข้ากลัวจังเลย!” หนิงฮวนหัวเราะเสียงดังลั่น
จากนั้นหนิงฮวนก็ก้าวเข้าไปใกล้หนิงลั่ว พลางกระซิบเสียงเ็า “หนิงลั่ว เ้าคิดจะหลุดพ้นจากข้าหรือ ไม่มีทาง! ข้าจะกดขี่เ้าไปตลอดชีวิต รีบเอาปลาทอดมาให้ข้ากินซะ ข้าหิวแล้ว หากชักช้า ข้าไม่รับประกันว่าตัวเองจะทำอะไรลงไป” นางยิ้มเย้ย เหมือนมั่นใจว่าพวกหนิงลั่วไม่กล้าขัดคำสั่ง
หนิงเวยหน้าซีดรีบพูดขึ้นว่า “น้องสาม อย่ายอมให้นาง! นางเป็บ้าไปแล้ว!”
หนิงลั่วหันไปขยิบตาให้พี่สาวเป็สัญญาณว่า ข้าจัดการเอง
หนิงฮวนที่ไม่เคยถูกใครเมินมาก่อนโกรธจนหน้าแดง “หนิงลั่ว อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรเ้า! ข้าเองก็ทำให้เ้าต้องเสียใจได้เหมือนกัน!”
แต่หนิงลั่วยังคงนิ่งเฉย แววตาของนางเต็มไปด้วยความไม่ยี่หระ จึงยิ่งทำให้หนิงฮวนโมโห
หนิงลั่วพูดขึ้นเสียงเรียบ “ก็ลองดูสิ แต่ก่อนหน้านั้น ข้าจะบอกท่านย่าว่าเ้าเคยขโมยน้ำตาลไปกิน แอบขโมยปิ่นของท่านย่า แล้วใส่ร้ายพี่ใหญ่ข้าว่าเป็คนทำหาย เ้ายังเคยขโมยใบยาสูบของท่านปู่ไปให้ท่านลุงใหญ่ด้วย และยังมีเื่อื่นๆ อีกมากมายที่เ้ากับแม่ของเ้าทำลับหลังท่านย่า เ้าว่าข้าควรจะบอกเื่นี้ให้ท่านย่ารู้หรือไม่”
“เ้าใส่ร้ายข้า! ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้าพูดเื่อะไร ถ้ามีหลักฐานก็เอาออกมาสิ!” แม้หนิงฮวนจะแสร้งทำเป็แข็งกร้าว แต่เสียงของนางกลับสั่นและเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
“เื่พวกนี้ใครทำ ท่านย่าต้องอยากรู้แน่นอน บ้านของเ้าก็อยู่ติดกับบ้านท่านย่า คนจากบ้านรองอย่างพวกข้าเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว หากไม่ใช่พวกเ้า แล้วจะเป็ใคร หรือจะโยนให้ท่านอาสาม แต่เขาก็ไม่ได้อยู่บ้านมานานแล้วนะ หากข้าให้ท่านย่ามาค้นห้องของเ้า เ้าคิดว่านางจะเจอของที่ถูกขโมยไปหรือไม่”
เฉินซื่อกับหนิงฮวนเริ่มหน้าซีด ความกระวนกระวายในแววตาของพวกนางทำให้หนิงลั่วมั่นใจว่าข้อมูลที่นางมีนั้นถูกต้อง
พวกนางทำเื่ชั่วร้ายไว้ไม่น้อยจริงๆ
แต่เื่ที่หนิงฮวนใส่ร้ายหนิงฉยง จะต้องหาหลักฐานให้ได้ เพื่อช่วยพี่สาวตนโตให้พ้นมลทิน
“ท่านแม่ อย่ากลัว! นางแค่ขู่พวกเราเท่านั้น!” หนิงฮวนหันไปกระซิบกับเฉินซื่อ จากนั้นหันกลับมามองหนิงลั่วด้วยแววตาโเี้ “นางสารเลว! ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามาใส่ร้ายผู้อื่น! ข้าจะฉีกปากเ้าเสีย!”
หนิงฮวนเคลื่อนตัวเร็วมาก คงเป็เพราะชินกับการรังแกสองพี่น้องนี้มานาน นางพุ่งเข้าหาหนิงลั่ว หมายจะข่วนหน้าของนางให้ได้
แต่เสี่ยวอู่ย่อมไม่ปล่อยให้หนิงลั่วโดนทำร้าย จึงแอบทำกลอุบายเล็กน้อย หนิงฮวนที่กำลังจะถึงตัวหนิงลั่วเท้ากลับเหยียบเข้ากับท่อนไม้ที่วางอยู่พอดี ร่างของนางเสียหลักลื่นไถลไปข้างหน้า แล้วล้มหน้าคะมำทันที!
“กรี๊ด!” หนิงฮวนกรีดร้องออกมาอย่างเ็ป ครั้นยกมือขึ้นดู ก็พบว่าฝ่ามือของตนถลอกจนเืซึม แต่ที่ทำให้นางโกรธยิ่งกว่าก็คือกระโปรงที่ใส่ขาดแล้ว!
กระโปรงตัวนี้เพิ่งซื้อมาใหม่ นางอ้อนวอนเฉินซื่ออยู่นานกว่าจะได้มา แต่กลับขาดเพราะล้มครั้งเดียว! หนิงฮวนถลึงตาใส่หนิงลั่วราวกับกำลังมองศัตรูที่ฆ่าบิดามารดาตนเอง “หนิงลั่ว! เ้ากล้าผลักข้าหรือ ข้าจะสู้กับเ้าให้ถึงที่สุด!”
หนิงฮวนคว้าท่อนไม้ที่ทำให้นางล้มเหวี่ยงใส่ศีรษะหนิงลั่วเต็มแรง ตั้งใจจะฟาดอีกฝ่ายให้ตาย!
เมื่อเห็นหนิงฮวนออกแรงเต็มที่ หนิงลั่วคิดว่าตนคงถูกตีตายแน่ๆ นางหลับตาปี๋ รู้สึกว่านี่อาจเป็จุดจบของตัวเองแล้ว แต่ทันใดนั้น นางกลับรู้สึกว่าร่างกายถูกแรงบางอย่างกระชากไปด้านข้าง ศีรษะจึงเอนไปอีกทาง ทำให้เลี่ยงท่อนไม้ที่ฟาดลงมาได้อย่างหวุดหวิด!
หนิงเวยใจนหัวใจแทบหยุดเต้น รีบพุ่งเข้ามาแย่งท่อนไม้จากหนิงฮวน
หนิงฮวนที่พลาดเป้ายิ่งโกรธจัด เงื้อมือขึ้นจะฟาดอีกครั้ง คราวนี้ท่อนไม้ฟาดเข้าที่ศีรษะของหนิงเวยเต็มแรง! เืเริ่มไหลออกมาทันที!
หนิงลั่วไม่คิดเลยว่าหนิงฮวนจะทำร้ายหนิงเวย นางไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย รีบตบหน้าหนิงฮวนไปฉาดหนึ่ง ตามด้วยยื่นเท้าไปเตะส่งท้าย!
ร่างของหนิงฮวนลอยออกไปราวกับลูกะุ พุ่งชนประตูที่ใกล้พังอยู่แล้วเข้าเต็มแรง ประตูที่เดิมก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว พอเจอแรงกระแทกขนาดนี้ จึงพังครืนลงมาทันที!
แต่ในขณะที่ประตูกำลังจะล้มทับหนิงฮวน เฉินซื่อรีบพุ่งเข้าไปขวางไว้ ใช้ร่างอวบอ้วนของนางรับแรงกระแทกแทนบุตรสาว!
สุดท้ายผลออกมาเป็ว่า หนิงฮวนไม่เป็อะไรเลย แต่เฉินซื่อกลับาเ็ที่เอว!
“เ้า…เ้ากล้าตบข้าหรือ” หนิงฮวนมองหนิงลั่วด้วยสายตาหวาดกลัวระคนเคียดแค้น อยากพุ่งเข้ามาสู้ต่อ แต่เมื่อเห็นหนิงลั่วยกเท้าทำท่าจะเตะอีก นางก็ไม่กล้าขยับ
ความเจ็บที่ใบหน้ากับความอับอายที่ได้รับทำให้หนิงฮวนร้องไห้ออกมา นางยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง พลางฟ้องเสียงหวาน “ท่านแม่! ดูสิ หนิงลั่วรังแกข้า ท่านต้องตีนางคืนให้ข้านะ!”
แต่เฉินซื่อที่โดนประตูกระแทกเอว กำลังนั่งจับเอวตัวเอง นางเจ็บจนขยับตัวแทบไม่ได้ “ฮวนเอ๋อร์ อย่ามัวแต่ยืนอยู่ตรงนั้น มาช่วยข้าเร็ว! เอวข้า...โอ๊ย เอวของข้าเคล็ดไปแล้ว!”
หนิงฮวนหวังว่ามารดาจะช่วยตนแก้แค้น แต่ตอนนี้มารดากลับกลายเป็ภาระนางเสียเอง จึงปัดมือมารดาออกทันที เฉินซื่อที่พยายามเกาะผนังเกือบล้มลงไปอีกครั้ง!
ขณะที่ฝั่งหนึ่งกำลังชุลมุน ฝั่งหนิงลั่วกำลังห่วงอาการของหนิงเวย นางรีบเข้าไปดูาแบนหน้าผากของพี่สาว “พี่รอง เจ็บมากหรือไม่ ข้าขอดูแผลหน่อย”
หนิงเวยใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แต่ก็ตระหนักได้ว่าหนิงฮวนไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ นางไม่อยากให้เื่บานปลาย จึงยกมือปิดหน้าผากตัวเองไว้ เอ่ยเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็ไร ข้าโดนแค่เบาๆ”
แต่หนิงลั่วรู้ว่าพี่สาวกำลังปิดบัง จึงเอ่ยเสียงเข้มขึ้น “พี่รอง เอามือออก ให้ข้าดูแผลเดี๋ยวนี้!”
“ข้าไม่เป็อะไรจริงๆ” หนิงเวยย้ำ
หนิงลั่วไม่ฟังเสียงพี่สาว นางจับมืออีกฝ่ายออกจากหน้าผาก แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นาแ “นี่เรียกว่าไม่เป็อะไรเช่นนั้นหรือ เืยังไหลอยู่เลย! ท่านดูเองเถอะ!”
ตอนนี้หน้าผากหนิงเวยบวมปูดเป็ก้อนใหญ่จนเห็นได้ชัด ไม่เพียงเป็รอยช้ำสีเขียวม่วงเท่านั้น แต่ยังมีเืไหลออกมาอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าหนิงฮวนลงมือหนักมากแค่ไหน
เมื่อหนิงฮวนเห็นแผลบนหน้าผากของหนิงเวย รวมถึงสายตาของหนิงลั่วที่มองมา นางก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงปากแข็ง ไม่ยอมรับผิด กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น! เ้าดูหน้าข้าสิ ก็ถูกเ้าตบเหมือนกัน! แล้วยังท่านแม่ของข้าที่ได้รับาเ็อีก!”
“หมายความว่าเ้าเป็ฝ่ายที่เสียเปรียบอย่างนั้นหรือ” หนิงลั่วทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่ถูกหนิงเวยคว้าแขนไว้
“น้องสาม ช่างเถอะ พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน หากทะเลาะกันไปมากกว่านี้จะดูไม่ดี รีบทำงานกันเถอะ ท่านย่ากำลังจะกลับมาแล้ว หากนางเห็นว่างานยังไม่เสร็จ มีหวังโดนด่าอีกแน่”
หนิงลั่วจึงหยุดเดิน แล้วพูดกับหนิงฮวนว่า “วันนี้ข้าจะไม่เอาเื่เพราะเห็นแก่พี่รอง แต่หากมีครั้งหน้า ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเ้าได้ใจอีกแน่”
หนิงฮวนยังคงไม่ยอมแพ้ นางยังคงพูดข่มขู่ “หนิงลั่ว อย่าคิดว่าข้าจะกลัวเ้า! หากไม่ใช่เพราะแม่ข้าได้รับาเ็ ข้าจะสู้กับเ้าให้ถึงที่สุดแน่นอน!”
พูดจบ หนิงฮวนก็รีบเข้าไปพยุงเฉินซื่อขึ้นมา เฉินซื่อร้องครวญครางด้วยความเ็ป “โอ๊ย...เอวข้า...ข้าเจ็บไปหมดแล้ว”
หนิงฮวนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโมโห ดุมารดาของตนว่า “พอได้แล้ว! ท่านช่างทำตัวน่าอายจริงๆ! ทำให้ข้าขายหน้าหมด!”
เฉินซื่อได้แต่กล้ำกลืนความเ็ป ไม่กล้าเถียงบุตรสาว
ก่อนจากไปหนิงฮวนยังหันกลับมาจ้องหนิงลั่วด้วยสายตาโเี้ “วันนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ข้าจะจดจำไว้ วันหนึ่งข้าจะเอาคืนเ้าเป็ร้อยเป็พันเท่า!”
แววตาของหนิงฮวนเต็มไปด้วยความอาฆาต เป็สายตาที่น่ากลัวมากทีเดียว หากเป็คนทั่วไปคงต้องหวาดหวั่นไปแล้ว
แต่หนิงลั่วกลับไม่สะทกสะท้าน นางเพียงแค่กระดิกนิ้วเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามาได้เลย พลางยิ้มเยาะ “ก็ดี ข้าจะรอวันนั้น วันที่เ้ากล้ามาล้างแค้นข้า”
พูดจบ หนิงลั่วก็ยกเท้าขึ้นทำท่าจะเตะ หนิงฮวนเห็นดังนั้นก็ใ รีบพยุงเฉินซื่อเดินออกไปทันที
ตลอดทาง เฉินซื่อยังคงร้องโอดครวญ แต่ก็ไม่กล้าต่อว่าบุตรสาวอีก เดิมนางตั้งใจจะด่าหนิงลั่วเช่นกัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาว นางก็กลัวเกินกว่าจะอ้าปากพูดอะไร
หนิงลั่วพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก วันนี้เป็แค่จุดเริ่มต้น ทุกอย่างต้องค่อยเป็ค่อยไป นางยังมีเวลาอีกมากที่จะทำให้คนพวกนั้นได้รับบทเรียน
หนิงฮวนกับเฉินซื่ออาจยังไม่รู้ว่าตอนนี้หนิงลั่วเป็คนที่จดจำทุกความแค้นและต้องทวงคืนทุกอย่างอย่างแน่นอน หากพวกนางรู้ความจริงข้อนี้ ต่อให้มอบหัวใจให้พวกนางสิบดวง พวกนางก็คงไม่กล้ามีเื่กับหนิงลั่วอีก