บทที่ 35
หนึ่งความลับแลกช่วยเหลือ
จางหมิงตั้งใจเล่าความจริงเกี่ยวกับเรื่องความสามารถในการควบคุมสัตว์อสูรของเขาให้อี้หลงเซียนฟัง
เขาทำการเล่าเกี่ยวกับความสามารถในครั้งนี้ให้กับนางฟังโดยระบุใจความว่าความสามารถในการควบคุมสัตว์อสูรของเขาสามารถเพิ่มการควบคุมของสัตว์อสูรได้
หรือเรียกง่ายง่ายว่าเล่าเกี่ยวกับการทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรให้กับอี้หลงเซียนได้ฟัง
นี่คือหนึ่งความลับที่เขานั้นจะมอบให้กับนางจากการที่นางนั้นช่วยเหลือเขาเหตุผลในการที่พูดออกไปมันเองก็มีเหตุผลอยู่
เพราะว่าเจตนาที่อยากจะให้นางช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องราวในครั้งนี้มันก็คือการที่อยากจะให้นางช่วยเขาทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรระดับสามดาว
เพราะแบบนั้นการที่จะให้นางล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับการทำพันธสัญญามันเองก็เป็นสิ่งที่นางจะได้รู้อยู่แล้ว
เพียงแค่บอกนางเร็วขึ้นเท่านั้นซึ่งเรียกได้ว่าการที่นำเอาข้อมูลในส่วนนี้มาบอกกับนางไปถือว่าไม่ได้ไม่เสีย
ถือว่าเป็นประโยชน์เสียด้วยซ้ำเพราะว่าเขานั้นได้การช่วยเหลือจากนางที่สามารถจะทำให้เขาทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรระดับสามดาวได้ง่ายดายมากขึ้น
ในตอนนี้ด้วยกำลังของเขาการประทะกับสัตว์อสูรระดับสามดาวซักตัวนึงแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายง่ายเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกันถ้าได้รับการช่วยเหลือจากอี้หลงเซียนที่มีวรยุทธสูงส่งย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
เพราะเรื่องนี้จึงอยากจะได้การช่วยเหลือจากนางและเมื่อมองเห็นว่านางน่าสนใจในพลังและความสามารถของเขาย่อมสามารถใช้เรื่องนี้มาต่อรองได้
แต่เขาเองก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเพียงแค่บอกไปเบื้องต้นเท่านั้น
หลังจากที่เล่าเกี่ยวกับส่วนนี้ให้ฟังอี้หลงเซียนให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับพลังของจางหมิง
โดยในตอนนี้หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบอี้หลงเซียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ
ก่อนที่นางจะพูดตอบกลับมา “ แล้วเรื่องที่เจ้าอยากจะให้ข้าช่วยเหลือคือ?”
“ สิ่งที่ตัวของข้าอยากจะให้ท่านช่วยเหลือก็คือการที่ช่วยทำให้ข้านั้นสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรระดับสามดาวได้”
เขาทำการบอกเจตนาของตนเองออกไปยังไม่คิดปกปิด
หลังจากที่ได้ยินเจตนาที่แสดงออกมาอี้หลงเซียนพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับทำความเข้าใจบางอย่างคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ “ ถ้าเช่นนั้นก็ได้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ”
จางหมิงแสดงใบหน้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่ได้ยินนางนั้นตอบกลับมาเช่นนั้น
เพราะว่าไม่คาดคิดว่ามันจะง่าดายเช่นนี้ที่จริงแล้วก็ไม่คาดคิดมาก่อนถึงจะตอบรับอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ได้ตอบหรือว่าไม่ได้โต้แย้งอันใดเลยแม้แต่น้อย
อี้หลงเซียนการที่นางสามารถตอบรับเรื่องนี้อย่างง่ายดายเป็นเพราะว่านางนางสนใจ
นางเป็นคนที่มีนิสัยเช่นนี้อยู่แล้วเมื่อสนใจเรื่องใดก็อยากจะรู้เรื่องนั้นให้มากขึ้น
มองเห็นความสามารถของผู้ที่อยู่ด้านหน้ามีความสามารถที่ลึกลับและน่าสนใจแล้วยังบอกว่าสามารถควบคุมสัตว์อสูรเพิ่มเติมได้
แล้วเงื่อนไขที่ถูกยื่นมาเป็นการที่ช่วยเหลือคนผู้นี้สามารถควบคุมสัตว์อสูรระดับสามดาว
มองเห็นว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังที่ตนเองสนใจเลยตอบรับอย่างง่ายดาย
อีกทั้งมันก็เป็นเพราะว่านางนั้นสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสามดาวได้อย่างง่ายดายเพราะแบบนั้นเรื่องนี้มันเองไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเลยแม้แต่น้อย
ตัวของนางนั้นคงจะลงมือเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้แล้ว
เพราะแบบนั้นการที่จะช่วยเหลือในเรื่องนี้และทำให้ตนเองนั้นรู้ในสิ่งที่ตนเองสงสัยมากขึ้นถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
“ ง่ายดายขนาดนี้เลย?”
“ ข้าคิดว่าตัวของข้าเองก็ไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนั้น” เดินทางกลับไปที่ถ้ำก่อนแล้วค่อยสนทนากัน
…
ทั้งสองเดินตรงกลับมาที่ถ้ำที่เป็นที่พักแรมของพวกเขา
เปลวเพลิงถูกจุดสว่างไสวขึ้นอีกครั้งหลังจากที่มันดับไปก่อนหน้านี้ร่างของทั้งสองนั่งอยู่เบื้องหน้ากองเพลิงก่อนที่จะเริ่มทำการสนทนากันอีกครั้ง
“ การเข้าไปภายในป่าแห่งนี้แน่นอนว่าต้องเข้าไปในส่วนที่ลึกกว่านี้ถึงจะพบเจอสัตว์อสูรสามดาวได้ง่ายดายมากขึ้น”
“ เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาอันใดถึงจะเข้าไปภายในภูเขาที่ลึกกว่านี้ข้าก็ช่วยเจ้าได้” นางตอบกลับมาอย่างมั่นใจในกำลังของตนเอง
เป็นเพราะว่าหลังจากที่ได้ยินคำพูดของจางหมิงก็รู้ได้ทันทีว่าเขากังวลว่าจะพบเจอสัตว์อสูรนี่แข็งแกร่งจนทำให้เป็นอันตรายแก่ชีวิต
จากที่มองเห็นนางตอบกลับมาเช่นนั้นเขาจึงพยักหน้าตอบรับกลับไปแล้วก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ถ้าเช่นนั้นก็ตามนั้นพวกเราจะเดินทางเข้าไปในวันพรุ่งนี้”
นี่ถือว่าเป็นการตกลงเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบ
แต่หลังจากพูดคุยเกี่ยวกับการเดินทางเข้าไปภายในป่าที่ลึกกว่านี้ท่านจนเสร็จ
อี้หลงเซียนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าคิดบางอย่างอยู่ภายในใจก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ รู้สึกว่าเจ้าจะพูดว่าเจ้าสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้สินะแล้วในบรรดาสัตว์อสูรสามดาวเจ้าเล็งตัวไหนเอาไว้”
ตอนนี้นางเองก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่านางนั้นสนใจเกี่ยวกับความสามารถนี้
การควบคุมสัตว์อสูรเพียงแค่คิดนางก็สนุกแล้วเพราะว่าอสูรแต่ละตนภายในโลกใบนี้มันมีหลากหลายนับหมื่นนับแสนชนิด
อีกทั้งความสามารถของพวกมันเองก็ไม่ซ้ำกัน
นางจึงรู้สึกสนใจและก็เลยเอ่ยถามขึ้นมา
“ นั่นสินะถ้าถามว่าตัวของข้าสนใจสัตว์อสูรตนใดเป็นพิเศษคงจะไม่มีกระมังในตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรไว้เลย”
ในตอนนี้บอกได้เลยว่าภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
จางหมิงไม่คิดว่าตนเองนั้นจะได้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเร็วๆนี้เพราะแบบนั้นเค้าจึงไม่ได้คิดเอาไว้เลยเพราะว่าการประทะกับสัตว์อสูรระดับสามดาวจำเป็นจะต้องใช้ความแข็งแกร่งมากกว่านี้
แต่ในตอนนี้เมื่อมาถามว่าจะทำพันธสัญญาสัตว์อสูรระดับสามดาวตนไหนดีภายในหัวก็ไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้
ในขณะที่นั่งอยู่และโดนคำถามนั้นเข้าไปจึงแสดงท่าทางคิดหนัก
“ แมงมุมเหล็กเป็นอย่างไร” อี้หลงเซียนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าทำการพูดขึ้นมา
หลังจากที่นางพูดขึ้นมามันก็ทำให้เขานั้นหยุดคิด
จางหมิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองตรงไปที่นาง “ แมงมุมเหล็กอย่างนั้นหรอ?”
“ ใช่แล้วแมงมุมเหล็กเป็นสัตว์อสูรระดับสามดาวที่ข้าคิดว่าความสามารถของมันน่าสนใจเลยทีเดียว” นางผู้เสนอความเห็นออกมาด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ได้ยินนางพูดแสดงความเห็นออกมาเช่นนั้นเขาเองก็กลับมาคิดกับตนเองอยู่ภายในใจ “ ชื่อของสัตว์อสูรที่นางพูดออกมาก็ไม่เลวแมงมุมเหล็กสัตว์อสูรระดับสามดาว”
“ มันเป็นสัตว์อสูรที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากใหญ่กว่าแมงมุมธรรมดาแต่ว่ามีขนาดโตสุดก็เพียงแค่หนึ่งฝ่ามือของมนุษย์โดยมันมีความสามารถพิเศษหลายอย่างมันสามารถพ่นใยที่มีความแข็งดุจเหล็กออกมาได้ไม่เพียงเท่านั้นพิษของมันที่อาบอยู่บริเวณฟันยังสามารถทำให้ร่างกายนั้นระบบประสาทด้านชาได้อีกด้วย”
ในตอนนี้หลังจากคิดอยู่ภายในใจเมื่อได้ยินคำเสนอของนางเขารู้สึกสนใจขึ้นมาในทันที
สัตว์อสูรที่ชื่อว่าแมงมุมเหล็กเป็นสัตว์อสูรที่น่าสนใจเลยทีเดียวโดยตัวของมันนั้นเป็นสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากเป็นสัตว์อสูรประเภทโจมตีสายนักล่า
“ น่าสนใจแต่ว่าการหาแมงมุมเหล็กก็ไม่ใช่ง่ายดายมันเป็นสัตว์อสูรที่ไม่ได้เป็นสัตว์อสูรระดับหายากแต่ว่าการจะพบเจอตัวมันจำเป็นจะต้องพบเจออันตราย”
“ เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่เจ้าต้องการข้าสัญญากับเจ้าแล้วข้าจะนำมันมาให้” นางพูดออกมาอย่างมั่นใจ
แน่นอนว่าสิ่งที่เขากังวลก็คือการพบเจอแมงมุมเหล็กได้มันจำเป็นจะต้องพบเจออันตราย
เพราะว่าสัตว์อสูรประเภทนี้มันจะอาศัยอยู่ภายในรังของมันซึ่งรังของมันแน่นอนว่ามีความอันตรายเป็นอย่างมาก
การที่จะเข้าไปภายในนั้นไม่ได้แตกต่างจากการที่ย่างกายเข้าไปภายในอาณาเขตของสัตว์อสูรเลย
โดยทั่วไปแล้วอ่ะมันเลยเป็นสัตว์อสูรที่ล่าจะได้รับอันตรายมากกว่าสัตว์อสูรประเภทอื่นๆ
แต่ในตอนนี้เมื่อนางทำการกล่าวออกมาว่าจะนำเอามันมาได้แน่นอนว่าเขาเองก็มั่นใจในความสามารถของนาง
จางหมิงพยักหน้าตอบรับกลับไปแล้วก็พูดขึ้นมา “ เช่นนั้นเอาแบบนั้นก็ได้แมงมุมเหล็ก”
“ ดีแมงมุมเหล็ก!!!”
“ แต่ว่าตัวของข้านั้นต้องการสัตว์อสูรสองตัวอีกตัวนึงจะเอาอันใดดี”
“ เรื่องนั้นไม่เห็นจำเป็นจะต้องคิดมากเลยแมงมุมเหล็กยิ่งมีเยอะยิ่งแข็งแกร่ง” นางพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ได้ยินนางพูดออกมาเช่นนั้นเขาเงยหน้าของตนเองเล็กน้อยมองนางแล้วก็ลืมฉุดคิดว่าสัตว์อสูรมันไม่จำเป็นจะต้องทำสัญญาเพียงแค่ตัวเดียว
มันไม่ได้มีข้อกำหนดอันใดเลยที่บอกว่าสัตว์อสูรจะสามารถทำพันธสัญญาได้แค่หนึ่งตัวต่อชนิด
แมงมุมเหล็กเป็นสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งถ้ามันมีจำนวนมากถ้ามันมีสองตัวมันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าตัวเดียว “ นั้นสินะก็เพียงแค่ทำสัญญากับแมงมุมเหล็กทั้งสองตัวก็พอ…”
อี้หลงเซียนยิ้มแล้วตอบกลับ “ ใช่แล้ว!!!งั้นพรุ่งนี้พวกเราจะไปเลย ”
จบบท