“เจฟฟฟฟ เหม่ออะไรเนี่ย” มือของไทเลอร์โบกผ่านหน้าของเจฟไปมาด้วยความสงสัย ั้แ่เลิกคลาส ทั้งสามคนพากันเดินมาที่ร้านชาบูร้านโปรดของไทเลอร์กับจินนี่ ทว่าการที่เจฟเงียบมาตลอดทางทำให้อีกสองคนใจไม่ดี คิดว่าเพื่อนตัวสูงอาจไม่ชอบชาบูแล้วไม่กล้าบอกหรือเปล่า
“เปล่าครับ” เจฟตอบพร้อมกับยิ้มบาง ๆ กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ไทเลอร์กังวลน้อยลง
“เจฟนี่พูดน้อยจังเลยน้า ถ้าพูดเก่ง ๆ กว่านี้หน่อยสาว ๆ คงติดตรึม” จินนี่หมายความอย่างที่พูดจริง ๆ เพราะขนาดไม่ค่อยพูดยังเป็ที่กล่าวขานในกลุ่มสาว ๆ ว่าหล่ออย่างกับไม่ใช่คน ตอนนี้ก็ผ่านมาร่วมเดือนแล้วที่เรียนกับเจฟมา พวกเขาสนิทกันอย่างรวดเร็ว ถึงแม้เจฟจะไม่พูดอะไร แต่ตาหวาน ๆ ของเขามันสื่อออกมาทุกอย่าง ไม่ว่าจะสุข ตื่นเต้น หรือสนใจกับสิ่งใหม่ ๆ และไทเลอร์ก็เห็นทุกอย่างในดวงตาคู่นั้นเช่นกัน
บางทีเห็นเป็หูกระดิกดิ๊ก ๆ กับหางหมาเวลาที่ตื่นเต้นด้วย
ทั้งสามเดินมาถึงร้านชาบูชื่อดัง พนักงานเดินมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วยื่นเมนูแผ่นใหญ่แจกทั้งสามคน ซึ่งมีรายการให้เลือกมากมาย จนร่างสูงก็แอบงงงวย
“เลือกน้ำซุปได้สองรสชาติค่ะ ขอแนะนำเป็หม่าล่ากับต้มยำกุ้งนะคะ”
“เจฟกินหม่าล่ากันเนอะ เขาบอกว่าเด็ดมากกก” นิ้วเรียวของจินนี่จิ้ม ๆ รูปให้เจฟดู ส่วนไทเลอร์ทำหน้าตื่นเต้นเหมือนหมาเวลาเห็นเ้านายกลับมาบ้าน…แล้วใครจะไปกล้าขัด
“งั้นอีกอันลองต้มยำกุ้งนะ ของไทยดังมาก ๆ” จินนี่เสริม
“เจฟรู้ไหมว่าทำไมเรามากินร้านนี้” ไทเลอร์เริ่มชวนคุยอีกครั้งเมื่อเห็นว่าสีหน้าเจฟดูไม่ค่อยดีั้แ่สั่งอาหารเมื่อกี้ ก็เลยชวนคุยสร้างบรรยากาศเสียหน่อย
“ทำไมเหรอครับ”
“ตอนเด็ก ๆ เราเคยหลงทาง ก็เดินมาเรื่อย ๆ แหละ แต่ไม่มีคนช่วยเลยนะ เราหิวมากเลยเดินตามกลิ่นหอม ๆ จนมาถึงหน้าร้านนี้ แล้วเจอพี่คนนึง สูงมากกก หล่อมากกกด้วย พาเราไปส่ง จะว่าไปพี่คนนั้นหน้าตาคล้าย ๆ เจฟเลยอะ แต่เราคิดไปเองมั้ง ตอนนั้นเราเพิ่งแปดเก้าขวบเอง เจฟก็ต้องตัวเท่าเราดิ”
เซอัสนั่งมองเพื่อนสนิทที่กำลังกินชาบูด้วยใบหน้าแดงก่ำ หลังและใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ แล้วก็หัวเราะเสียงดังลั่นร้าน ซึ่งมีเพียงเจฟคนเดียวที่ได้ยิน
รำคาญมันว่ะ
“เจฟทำไมไม่บอกล่ะว่ากินเผ็ดไม่ได้” สองเพื่อนรักที่นั่งฝั่งตรงข้ามหน้าหงอยอย่างรู้สึกผิดที่ไม่ใส่ใจเพื่อนใหม่ให้ดีกว่านี้ หน้าแดง ๆ ของเจฟทำเอาไทเลอร์และเพื่อนสาวกินต่อไม่ลง
“ไม่เป็ไร...แฮก...แฮกครับ”
“เ้านี่มันสุด ๆ ไปเลยฮ่า ๆ ๆ” วันนี้เซอัสมาในชุดสูทสีฟ้าที่มั่นใจว่าหล่อกว่าเจฟเป็ไหน ๆ เขาแอบมานั่งร่วมโต๊ะด้วย แล้วเย้าแหย่เพื่อนสนิทอย่างขำขัน
“หุบ...ปาก” เจฟกัดฟันพูดให้เบาที่สุด ก่อนพนักงานจะรีบนำบิงซูมาเสิร์ฟเพื่อช่วยดับความเผ็ดร้อนในปาก
ระหว่างนั่งรอบิงซูถ้วยที่สอง อาการเผ็ดของเจฟก็ดีขึ้นแล้ว แต่ไทเลอร์บอกว่ายังอยากกินบิงซูอีก จินนี่จึงสั่งมาเพิ่มให้ แล้วชายหนุ่มเล่าให้เจฟฟังว่าที่พวกเขากินเยอะเป็เพราะเมื่อวานไปเล่นกล้ามมาที่ยิมมา ด้วยอยากล่ำบึ้กแบบเจฟ จนทั้ง เหนื่อยทั้งหมดแรง ส่วนเทรนเนอร์ก็โหดมาก เลยต้องมากินบิงซูเพิ่มพลัง
เมื่อเล่าจบ ไทเลอร์ก็ได้เห็นเจฟขำออกมาเป็ครั้งแรก[JN3]
“ผู้ช่วยอาจารย์เซกเราชื่ออะไรนะ ที่มาคุยกับเราบ่อย ๆ สวย ๆ อะ”
“อ่อ โซเฟีย" จินนี่หันไปยิ้มกรุ้มกริ่มกับไทเลอร์ ล้อเลียนในเชิงว่า ‘โซเฟียมาจีบไทเลอร์’ จนไทเลอร์ต้องเอาบิงซูยัดเต็มปากเธอถึงจะยอมหยุดพูด วิชาเสรีขับร้องเซกนี้มีโซเฟียมาช่วยสอน ทำให้บรรยากาศในห้องครึกครื้น ผู้ชายในเซกทุกคนต่างรอคอยที่จะได้เรียนวิชานี้
“ได้ข่าวว่าโซเฟียชวนนายไปอัดเสียงที่บ้านเหรอ หืมมม”
“จะบ้าเหรอออ แล้วตกลงจะไปด้วยกันปะ”
“ไม่ไปอะ เขาดูไม่ค่อยชอบหน้า พูดตรง ๆ นะ เซนส์ผู้หญิงน่ะ บอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้แรง”
เซอัสที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะใหญ่ ประมาณว่าหน้าอย่างกับลูกหมาแบบนี้เนี่ยนะจะไปจีบหญิง เขาจะพากันเอ็นดูมากกว่า แล้วมองเพื่อนของเขาที่แววตาประกายสุขอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เพียงแค่ฟังมนุษย์ตัวจ้อยโม้เื่นู้นเื่นี้ให้ฟัง แถมยังมีมุกเห่ย ๆ นั่นอีก
เฮอะ เป็เทพน่ะดีที่สุดแล้ว
เช้าวันเสาร์ของไทเลอร์ โซเฟียบอกว่าให้มาเจอกันที่มหาวิทยาลัยก่อน เขารายงานทุกคนในบ้านเรียบร้อย และทุกคนอนุญาต การอัดเสียงที่ห้องอัดครั้งแรกมันช่างน่าตื่นเต้น ราวกับว่าความฝันของเขาเข้าใกล้ความจริงขึ้นมาอีกนิด เมื่อโซเฟียเดินมาบอกว่า ‘เสียงเราใช้ได้เลยนะ ลองมาอัดเสียงทำเดโมดูไหมล่ะ’ แน่นอนว่าเขาตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิด
รถเก๋งสีดำสี่ประตูเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดพัก จนบ้านของผู้คนเริ่มบางตาลงและกลายเป็ป่ามากขึ้น ไทเลอร์รู้สึกห่วงโซเฟียขึ้นมา พลางคิดว่าผู้หญิงตัวคนเดียวมาอยู่ในที่แบบนี้ได้อย่างไรกันนะ