ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 128 รอยยิ้มของเขา เกี่ยวอันใดกับนาง

            ความหรูหราฟุ่มเฟือยบรรยากาศที่สั่นสะเทือนผู้คนเพียงแต่ไม่รู้ว่าบุคคลที่อยู่ในเกี้ยวนั้นเป็นเทพฝั่งใด? มู่จื่อหลิงลอบสงสัยในใจ

            เกี้ยวแปดคนหามก็ยังไม่เท่านี้ฉากนี้กลับน่าตื่นตะลึงเสียยิ่งกว่าเกี้ยวแปดคนหามเสียอีก

            ผู้ที่หามเกี้ยวสง่างามหลังนั้นก็มิได้เป็นคนหามเกี้ยวธรรมดาทั่วไปแต่เป็นสาวใช้หน้าตาสะอาดหมดจดแปดคน

            สาวใช้ทั้งแปดต่างก็แต่งกายด้วยชุดกระโปรงยาวสีขาวเรียบบริเวณเอวพกกระบี่ยาวอันประณีต ห้าวหาญนอบน้อม!

            แม้รูปโฉมจะไม่งามล่มเมืองทว่าทุกคนก็อรชร งามอย่างเรียบๆ ให้ความรู้สึกงดงามสบายตาราวกับเซียนที่อยู่เหนือจากโลกมนุษย์ บริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะ

            แต่สิ่งที่แน่ใจได้ในยามนี้ก็คือคนพวกนี้มาหาหลงเซี่ยวอวี่

            ผู้ที่อยู่ในเกี้ยวเป็นใครกันแน่? สามารถทำให้การกระทำของฉีอ๋องผู้สูงศักดิ์และหยิ่งยโสผิดแปลกไปจากปกติได้?

            ดวงตาที่แยกขาวดำชัดเจนของมู่จื่อหลิงหรี่ลงน้อยๆภายนอกไม่แสดงสีหน้า ทว่าความสงสัยในใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมา

            เกี้ยวหยุดลงห่างจากพวกเขาไม่ไกลมือขาวเรียวก็ยื่นออกมาจากในเกี้ยวเลิกผ้าม่านไหมที่บดบังสายตาขึ้นช้าๆ

            หญิงสาววัยแรกแย้มที่งดงามเยื้องย่างออกมาจากในเกี้ยว

            นางสวมเกาะอกสีขาวลายดอกไม้ตัวนอกเป็นเสื้อคลุมสีขาวบาง พลิ้วไหวดั่งเซียนกระโปรงสีขาวแวววาวราวหิมะต้องแสงจันทร์ ระไปกับพื้น

            ผิวพรรณกระจ่างใสราวหิมะดวงหน้างดงามที่ทาแป้งไว้บางๆ เรือนผมสยายตั้งแต่บริเวณศีรษะยาวไปถึงบั้นเอวไม่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกใดบนโลกใบนี้

            ขนตาดกหนางอนขึ้นน้อยๆ ราวกับพัดดวงตานั้นแวววาวพร่ามัวราวกับถูกปกคลุมด้วยไอน้ำอีกชั้นหนึ่งเพียงคลี่รอยยิ้มก็สั่นไหวใจผู้คน

            การเคลื่อนไหวงดงามที่แผ่ความอ่อนช้อยสง่างามและบริสุทธิ์ กระโปรงพลิ้วไหวดั่งเซียนที่ละจากทางโลกกิริยานั้นเพิ่มความสง่างามคล่องแคล่วไปโดยปริยาย

            เป็นสตรีที่งดงามเป็นที่สุดท่าทางดั่งดอกกล้วยไม้ ราวกับความบริสุทธิ์ของสิ่งสวยงามบนโลกใบนี้ไปรวมกันอยู่ที่ตัวนางทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกด้อยกว่า

            ในเวลานี้ นางยืนตัวตรงแหงนศีรษะขึ้นน้อยๆ ใบหน้าสวยสง่าคลี่รอยยิ้มงดงามจางๆมองสองคนที่อิงแอบกันและกันบนอาชาเปินเหลยที่อยู่ไม่ไกล

            พูดความจริงยามนี้ในดวงตานางมีเพียงหลงเซี่ยวอวี่คนเดียวเท่านั้น ดวงตางามพร่ามัวไปด้วยน้ำทว่าราวกับดวงดาว ในความเปล่งประกายดูเหมือนจะฉายแววสิเน่หา

            จากสัญชาตญาณแรกของผู้หญิงแล้วมู่จื่อหลิงก็รู้สึกได้ถึงความรักแวบๆ ในดวงตาคู่งามของสตรีชุดขาวผู้นั้นซึ่งความรักนั้นก็มีให้บุรุษข้างกายนาง

            นางเงยศีรษะขึ้นมองหลงเซี่ยวอวี่โดยไม่รู้ตัวไม่พลาดอารมณ์ใดๆ บนใบหน้าเขาแม้แต่น้อยใบหน้าหล่อเหลาในยามนี้ของเขายังคงเย็นชาราวน้ำแข็งเช่นเดิม

            แต่หากดูให้ดีก็จะเห็นว่าดวงตาเย็นชาที่หยิ่งยโสมาโดยตลอดทอแววเป็นห่วงจางๆความกังวลอันเลือนราง แล้วดูเหมือนจะยังมีความรู้สึกบางส่วนที่นางมองไม่ออกอีก

            แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยอ่านความหมายในดวงตาเขาออกแต่ตอนนี้ต้องขอบคุณสตรีชุดขาวผู้นี้แล้วในที่สุดก็ได้รู้ว่าในดวงตาลุ่มลึกของเขาก็ยังมีความรู้สึก

            แม้จะไม่ได้มองออกทั้งหมดแต่สิ่งเหล่านี้ต้องมิใช่ภาพลวงตา นางก็ได้เห็นจริงๆ

            เห็นหลงเซี่ยวอวี่เป็นเช่นนี้โดยไร้ที่ไปที่มาในใจมู่จื่อหลิงก็ปรากฏความว้าวุ่นบางๆ ทว่าก็ถูกตั้งใจให้เมินเฉยไปทันที

            มู่จื่อหลิงก็กำลังจะแกะมือที่รัดอยู่รอบเอวออกแต่ไม่รอให้นางยื่นมือ นางก็รู้สึกได้ว่าแขนอุ่นร้อนที่พันรอบเอวค่อยๆ คลายออก

            “เป็นเด็กดีรอเปิ่นหวางอยู่ที่นี่”น้ำเสียงหลงเซี่ยวอวี่เรียบเฉย ทว่าดูเหมือนจะเจือแววเคร่งขรึมและห่วงใย

            ไม่รอให้มู่จื่อหลิงตอบรับหลงเซี่ยวอวี่ก็เหยียบไปในอากาศ ทะยานกายไปยังบริเวณที่สตรีชุดขาวอยู่

            เพราะสตรีชุดขาวคนนั้นเขาถึงได้กระวนกระวายเช่นนี้เพราะสตรีชุดขาวคนนั้นถึงได้ปล่อยให้นางที่ไม่ได้ขี่ม้าอยู่เพียงลำพังบนหลังม้าที่ตัวสูงใหญ่

            เขาร้อนรนเช่นนี้เพราะรีบไปพบสตรีผู้นั้นเขาร้อนรนเช่นนี้เพราะ...ใส่ใจนาง

            ที่แท้หลงเซี่ยวอวี่ที่เย็นชาไร้ความรู้สึกก็ใส่ใจสตรี!

            มู่จื่อหลิงรู้สึกอึดอัดในหัวใจเหมือนกับว่าหายใจได้อย่างลำบาก เป็นความทรมานที่บรรยายออกมาไม่ได้

            อาชาเปินเหลยยืนนิ่งๆ ไม่ขยับเขยื้อนและไม่ได้เป็นเพราะการจากไปของผู้เป็นนาย เพราะบนหลังยังมีคนที่ยังกระสับกระส่ายไม่สงบสุข

            มู่จื่อหลิงหลับตาช้าๆสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความผิดปกติในใจลงมองประเมินสองคนไม่ไกลด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            ราวกับว่าหลงเซี่ยวอวี่ไปถึงข้างกายสตรีชุดขาวนั้นในชั่วพริบตาเขายืนหันหลังจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขา

            เงาด้านหลังของเขาสูงโปร่งสูงศักดิ์และหยิ่งยโส เหมือนปกคลุมไปด้วยแสงสว่างระยิบระยับชั้นหนึ่ง  แวววาวราวกับเทพก็มิปานทำให้คนอดแหงนมองไม่ได้

            ในชั่วขณะที่หลงเซี่ยวอวี่ร่อนกายลงตรงหน้านางรอยยิ้มบนใบหน้างดงามก็ยิ่งเพิ่มความเย้ายวนขึ้นไปอีก

            นางยิ้มบางๆ ด้วยความนุ่มนวลแยกตัวจากโลกมนุษย์ ราวกับว่าเมื่อสรรพสัตว์ในโลกได้เห็นรอยยิ้มที่งดงามเพียงนี้ก็รู้สึกอยากเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัวชื่นชมความงามของนาง และยินดีมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้

            ทั้งสองคนยืนตรงข้ามกันฝ่ายชายรูปงามเป็นหนึ่งไม่มีสอง ฝ่ายหญิงงามล่มเมือง คู่สวรรค์สร้าง พสุธารังสรรค์ประหนึ่งเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดในโลก

            ภาพที่ประณีตงดงามไร้ที่ติเช่นนี้ทำให้สรรพชีวิตโดยรอบถูกกันออกและเล็กลงเองโดยที่ไม่รู้ตัว

            เมื่อเทียบกับคนคู่นั้นแล้วเสื้อผ้าของมู่จื่อหลิงขาดวิ่น เรือนผมยุ่งเหยิง ชุดสีขาวเปลี่ยนเป็นชุดสีโลหิตต่อให้คราบโลหิตบนตัวแห้งแล้ว ก็ยังสามารถได้กลิ่นคาวเลือดได้จางๆ

            สิ่งที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวในร่างกายนางก็คือใบหน้าเล็กขาวนวลที่สงบนิ่งอันติดตัวมาแต่กำเนิด

            ต่อให้นางในยามนี้ที่ขี่อยู่บนหลังอาชาสูงใหญ่ก้มลงไปมองกลับเหมือนถูกแสงเจิดจ้าที่อยู่ไม่ไกลบังกลบจนมิด เปลี่ยนเป็นหม่นแสงในชั่วพริบตา

            พูดถึงสองคนนั้น

            สตรีชุดขาวเห็นหลงเซี่ยวอวี่ทะยานกายมาเบื้องหน้านางร่อนลงกับพื้นราวกับเทพเซียนใบหน้างดงามยังคงมีรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าความยินดีในใจกดอย่างไรก็กดเอาไว้ไม่อยู่

            เขาที่สง่างามอย่างยิ่งยวดเช่นนี้ทำให้คนที่พบเห็นตกตะลึง เกิดความชมชอบขึ้นในใจโดยไม่ทันรู้ตัว

            แม้นางจะรู้ว่าใจดวงนี้ของเขาจะไม่ได้เป็นกังวลเพราะนางแต่เมื่อเห็นเขาที่เป็นเช่นนี้ อารมณ์ในใจนางก็ยังอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

            “ท่านอ๋อง” น้ำเสียงอ่อนหวานในดวงตากระจ่างใสเต็มไปด้วยความอ่อนโยนในชั่วพริบตา

            คิ้วกระบี่ของหลงเซี่ยวอวี่ขมวดน้อยๆสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงเย็นชา “เจ้ามาทำไม เกิดเรื่อง?”

            “หลิงหลงมาหาท่านอ๋องย่อมมีข่าวดีมาแจ้งต่อท่านอ๋อง” เยวี่ยหลิงหลงน้ำเสียงอ่อนหวาน ใบหน้าทอรอยยิ้มขนตาที่หนาราวปีกจักจั่นกะพริบขึ้นเบา ยกขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาชุ่มฉ่ำน่าอาดูรจนคนหลงรัก

            นางยิ้มขึ้นมาน่ามองนักดวงหน้างามล่มเมือง ริมฝีปากแดงชุ่มชื้น ผิวพรรณเกลี้ยงเกลางดงามจนทำให้คนหยุดหายใจ งดงามจนหาที่เปรียบมิได้

            ร่างกายของหลงเซี่ยวอวี่ชะงักไปเล็กน้อยดวงตาเย็นชาที่เหมือนเหยี่ยวหรี่ลง นิ่งเงียบอย่างไม่อยากเชื่อ

            หางตาของเยวี่ยหลิงหลงชำเลืองมองบุคคลที่อยู่บนอาชาเปินเหลยไม่ไกลสายตาหลงใหลก็มีความหมายลึกซึ้งที่ใครก็อ่านไม่ออก

            นางก้าวมาหาหลงเซี่ยวอวี่ช้าๆแขนเสลายกผ้าสีขาวบางที่ลากพื้นขึ้น เขย่งปลายเท้า ใช้ประโยชน์จากการเสียหลักจับแขนของเขาเอาไว้ กระซิบอยู่ข้างหูของเขาอย่างสนิทชิดเชื้อ

            ดวงตางามของมู่จื่อหลิงหรี่ลงท่าทางไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย มองพวกเขาอย่างนิ่งสงบ

            ตั้งแต่ชั่วเวลาที่หลงเซี่ยวอวี่ไปหานั้นรอยยิ้มบนใบหน้างดงามก็ไม่เคยขาดหาย มุมปากคลี่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนใกล้ชิด

            คนทั้งสองเต็มไปด้วยความอ่อนหวานเหมือนรู้จักกันมานาน สนทนากันอย่างมีความสุข!

            ในยามนี้สตรีชุดขาวกำลังเอนกายเข้าไปหาหลงเซี่ยวอวี่มือขาวนุ่มนิ่มดึงแขนยาวของหลงเซี่ยวอวี่ด้วยความคุ้นเคย เขย่งปลายเท้าพูดข้างหูของเขาอย่างสนิทสนม

            หลังจากนั้นครู่หนึ่งสตรีชุดขาวก็ปล่อยมือออกอย่างช้าๆ ทว่ายังคงยืนอยู่ข้างกายเขาอย่างสนิทสนม

            จากนั้นหลงเซี่ยวอวี่พูดอะไรสักอย่าง นางก็พยักหน้าหัวเราะคิกคัก นัยน์ตากระจ่างใสหมุนมองคิ้วเข้มยกโค้ง ราวกับดวงจันทร์ในเดือนใหม่ น่าหลงใหลดึงดูดใจคน

            หลังจากเยวี่ยหลิงหลงพูดจบสีหน้าของหลงเซี่ยวอวี่ก็เป็นเช่นเดิม เขาชำเลืองมองนางอย่างเฉยชา“เจ้ากลับไปก่อน”

            นัยน์ตางามของเยวี่ยหลิงหลงลึกซึ้งดั่งผืนน้ำกว้างใหญ่พยักหน้าน้อยๆ ยิ้มจาง งดงามสั่นไหวจิตใจผู้อื่น

            แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยมีถ้อยคำความรู้สึกที่เกินความจำเป็นให้นาง ต่อให้เป็นเช่นนี้นางก็ยังยินดีเป็นความรักใคร่และนับถือ

            หลงเซี่ยวอวี่หันกายกลับมามุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเดินมาหามู่จื่อหลิงช้าๆ

            ในชั่วขณะที่หลงเซี่ยวอวี่หันกายมามู่จื่อหลิงเห็นได้อย่างชัดเจน มุมปากของหลงเซี่ยวอวี่ที่ไม่รู้ว่ายกขึ้นเป็นองศาที่น่ามองตั้งแต่เมื่อใดยังไม่จางหายไป

            ฉีอ๋องที่เย็นชาราวน้ำแข็งหยิ่งยโส...เขายิ้ม!

            นึกไม่ถึงว่าเขายิ้มแล้ว!

            หลงเซี่ยวอวี่ที่ยิ้มขึ้นมาลดความเย็นชาไปหนึ่งส่วนและดูเหมือนจะเพิ่มความอ่อนโยนขึ้นมาหลายส่วน

            รอยยิ้มนี้เสมือนกับแหวกเมฆดำครึ้มจนเห็นจันทร์กระจ่าง ท้องนภากว้างใหญ่ที่มีดวงดาวกะพริบแสงสวยหยาดเยิ้มน่าหลงใหล งดงามจับตา

            การปรากฏตัวของสตรีชุดขาวทำให้ฉีอ๋องที่ผู้อื่นอ่านอารมณ์ไม่ออกในยามปกติเผยอารมณ์ของตนเองออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขาที่เย็นชาไม่เคยยิ้มมาโดยตลอดมุมริมฝีปากยกขึ้นบางๆ

            มู่จื่อหลิงเพียงชำเลืองมองเขาอย่างเฉยเมยเก็บสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว

            ในใจนางปรากฏรอยยิ้มขมขื่นขึ้นมาจางๆโดยไม่รู้ตัว...รอยยิ้มของเขาเกี่ยวอะไรกับนางด้วย?

            ในชั่วขณะที่มู่จื่อหลิงได้เปิดหูเปิดตานี้เองนางก็รู้สึกเหมือนว่ามีสายตาจับจ้องมาที่นาง

            ทันทีที่หันเหสายตาก็สบเข้ากับนัยน์ตาที่งดงามของสตรีชุดขาว เรียบสงบราวผืนน้ำ ดวงตากลมโตรอยยิ้มที่งดงาม กลับทำให้แผ่นหลังของมู่จื่อหลิงราวกับถูกรังสีหนาวเหน็บแทงทะลุความเหน็บหนาวที่ทำให้คนขนลุก

            รอยยิ้มยั่วยุ? ดูถูก? หรือดูหมิ่น?

            มู่จื่อหลิงก็มิได้แสดงความอ่อนแอออกมามองนางด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มสตรีผู้นี้งดงามเหนือโลกิยะดั่งที่นางแสดงออกมาจริงๆ หรือ?

            ในขณะที่มู่จื่อหลิงนึกสงสัยอยู่นั้นก็เห็นริมฝีปากสตรีชุดขาวที่ละกิเลสมนุษย์ขยับอ้าน้อยๆตามมาด้วยเสียงที่ใสดั่งกระดิ่ง

            “ข้าจะรอท่านไปพร้อมกัน!” สตรีชุดขาวคลี่ยิ้มจางราวสายลมบางเบาพัดผ่านขณะมองมู่จื่อหลิงเสียงใสอ่อนหวานดังมาจากในปาก

            เสียงพูดของสตรีชุดขาวที่ดังขึ้นเมื่อครู่มู่จื่อหลิงจึงเข้าใจ หลงเซี่ยวอวี่จะไปกับนางแล้ว และเสียงนี้ต้องการพูดให้นางฟัง

            การตักเตือนที่โจ่งแจ้งเช่นนี้นางทำสำเร็จแล้ว!

            ข้ารอท่าน! ข้า รอท่าน ไปพร้อมกัน!

            ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาจะใกล้ชิดเสียยิ่งกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก

            ไม่รอให้หลงเซี่ยวอวี่เดินมู่จื่อหลิงก็ไถลลงจากหลังม้าด้วยตนเอง

            เหตุเพราะหลังม้าสูงเกินไปนางซวนเซไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ยังไม่ทันยืนมั่นคงก็เข้าไปในอ้อมกอดที่นางทั้งคุ้นเคยทั้งแปลกหน้าในยามนี้

            “ใครให้เจ้าลงมาเอง?” หลงเซี่ยวอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยน้ำเสียงเจือโทสะ

            สตรีโง่ผู้นี้เหตุใดจึงไม่ให้คนอื่นวางใจได้เลยแม้แต่น้อย!

            นัยน์ตาที่หลุบลงของมู่จื่อหลิงฉายรอยยิ้มเย็นเสียดสี

            หึ! ผู้อื่นเตือนชัดเจนเพียงนั้นจะให้นางรอทำอันใดกัน?

            หรือว่าจะต้องรอ? รอให้เขาอุ้มลงอย่างสนิทสนมต่อหน้าสตรีที่เขาใส่ใจหรือ?

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663