จิรายุเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ่กำลังติดไฟแดงห้าแยกห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สายตาจ้องจอโฆษณาที่กำลังฉายภาพของพี่ชายต่างแม่ซึ่งเป็ทั้งนักแสดงและนายแบบอันดับต้น ๆ ของประเทศ
คิ้วหนาเลิกขึ้นราวกับใช้ความคิดอย่างหนักว่าต้องทำอะไรบ้างถึงจะกลายเป็ที่ยอมรับของคนในครอบครัวที่เกลียดชังเขา ไม่ว่าจะพ่อ แม่เลี้ยง หรือแม่ของตัวเอง คงจะมีก็แต่พี่ชายคนเดียวที่รักและเอ็นดูตัวเขาคอยปกป้องไม่ให้คนอื่น ๆ ดุด่าว่ากล่าว
“แกจะเอาแต่ทำตัวแบบนี้ไปถึงไหน หัดดูพี่ชายของแกบ้างสิ ถ้าวันไหนพ่อไม่รักแกขึ้นมาจะทำยังไง” คนเป็แม่พูดกับลูกชายวัยหกขวบที่กำลังวิ่งเล่นกับลูกสุนัขหน้าบ้าน “ฉันพูดขนาดนี้แล้วแกยังจะทำหูทวนลมไม่ได้ยินหรือไง” เสียงแหลมปรี๊ดตวาดเขาดังลั่นไปทั่ว
นับั้แ่วันที่เขาได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของแม่เลี้ยง มักจะมีสายตาเหยียดหยามว่าเขาเป็ลูกนอกสมรส ลูกชายของผู้หญิงที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินประดับอยู่บนหน้าของเขา
พ่อและแม่เลี้ยงรักและหวงแหน ยกย่องลูกชายคนเดียวของตัวเองอย่างคิรากร ผู้ซึ่งเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทำให้จิรายุนึกถึงคำพูดของแม่ขึ้นมา หากเขาทำให้พ่อภูมิใจในตัวเองไม่ได้ แม่จะไม่อยู่ให้เขาเจอหน้าอีกต่อไป หลังจากนั้น เขาจะกลายเป็หมาหัวเน่าที่ไม่มีใคร้า
เด็กชายตัวน้อยจึงมองพี่ชายที่ใครต่อใครชื่นชม ทิ้งตัวตนที่เคยสดใสไร้เดียงสาตามวัยและเริ่มเลียนแบบเขาทุกอย่าง ทั้งความชอบและความเกลียด ความสามารถ นิสัยใจคอ ไม่ยอมให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องจนคนอื่นจับได้ว่าเขามีอะไรแตกต่างหรือด้อยกว่าพี่ชายคนนั้น
แต่ไม่ว่าจะพยายามทำให้เหมือนมากเท่าไหร่ พ่อและแม่เลี้ยงก็ไม่เคยยอมรับในตัวเขาเห็นเป็เพียงจอมปลอมลอกเลียนแบบอยู่วันยังค่ำ
จนกระทั่งวันหนึ่ง
จิรายุกลับเห็นพี่ชายในมุมที่ไม่คาดคิดมาก่อน คิรากรผู้สมบูรณ์แบบของใครหลายคนกำลังจูบดูดดื่มกับผู้ช่วยผู้จัดการที่เป็ผู้ชายตรงบันไดทางเดินหนีไฟ
สีหน้าเรียบเฉยของเขาจ้องมองด้วยความสงสัย คิดในใจว่า หรือว่าจะต้องเลียนแบบเื่นี้ด้วยนะ แต่สิ่งที่เบี่ยงประเด็นไปกลับเป็ผู้ชายคนนั้นที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ เขามักจะเห็นว่าทำหน้าตานิ่งเฉย ไม่ค่อยแสดงอาการอะไรจนตัวเขานึกอยากรู้ว่าทำไมพี่ชายจึงสนใจคนคนนั้นมากนัก
แต่แล้ว พวกเขากลับเลิกกันในเวลาไม่นานเพราะพี่ชายต้องแต่งงานกับคนที่แม่หมายตาจะให้เป็ลูกสะใภ้
ผู้ช่วยผู้จัดการคนนั้นจึงทำใจไม่ได้แม้จะผ่านมานานแล้ว ได้แต่ดื่มเหล้าเพื่อลืมหน้าแฟนเก่า
จิรายุนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาพอดีเพราะความรู้สึกสงสัยในใจว่าทำไมคนที่อกหักถึงยังทำหน้าเรียบเฉย
กระซิก กระซิก
เขาหันไปมองคนข้างกายทันทีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ พลางยิ้มมุมปากด้วยความเ้าเล่ห์ หัวใจที่เคยว่างเปล่ากลับเต้นตึกตักโดยไม่รู้ตัวพึมพำด้วยสีหน้าตื่นเต้น “สวยชะมัด”
แววตาของเขาเป็ประกาย ท่าทีเปลี่ยนไปในชั่วพริบตาเริ่มชวนอีกฝ่ายดื่มราวกับเป็คนสนิทที่รู้จักกันมานาน หากแต่ในใจกลับวางแผนรวบหัวรวบหางคนตรงหน้าให้อยู่ในกำมือ
ครั้นพาคนเมาเข้าห้องพักโรงแรมได้เรียบร้อย เขาจึงมองใบหน้าอาบน้ำตาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยพลางเลียริมฝีปากตนเอง คิดในใจว่า จากนี้ไป นายเป็ของฉัน นภันต์
นภันต์มีสติเลือนรางจนนึกว่าตัวเองกำลังฝันอะไรลามกอยู่เพราะความเมา เผลอพึมพำออกมา “ทำไมทูต์ถึงได้มาทำอะไรแบบนี้กับผมล่ะครับ แต่ว่าหน้าคุ้น ๆ นะครับ คุณคือจิรายุ น้องชายของเขาไม่ใช่เหรอ”
หากแต่คนตรงหน้าไม่ตอบอะไรกลับไป
“พอแล้วครับ ถ้าทำแบบนี้ ตื่นขึ้นมาแล้วผมจะกล้ามองหน้าคุณได้ยังไงละครับ คุณจิรายุ” นภันต์ร้องห้ามเสียงหลงพลางเอามือดันอกของเขาออกไป
“เรียกฉันว่าเจย์” เขาเอ่ยปากไม่ฟังคำห้ามปรามของอีกฝ่าย ยิ่งเห็นว่าคนใต้ร่างมีน้ำตาก็ยิ่งหลงใหล “ถ้าอยากให้ฉันหยุดก็เลิกร้องไห้สักทีสิ รู้ไหมว่ายิ่งเห็นนายเป็แบบนี้ฉันยิ่งหยุดไม่ได้”
“ก็มันรู้สึกดี... แต่ว่าหยุดก่อน ทำไมความฝันมันเหมือนจริงขนาดนี้” เขาเอ่ยปากไปแบบนั้นแต่สุดท้ายแล้วภาพก็ตัดไปสลบโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวัน
ทันทีที่งัวเงียลืมตาตื่นก็คิดว่าฝันไปแต่กลับััได้ว่าอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนจึงหันไปมอง ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายเป็คนในความฝันก็ยิ่งลนลานตื่นเต็มตาพยายามแกะมือที่โอบกอดไว้แล้วย่องออกไปเงียบ ๆ
ทว่า สองหูกลับได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นฟูมฟาย
“พี่ครับ จะฟันแล้วทิ้งผมไปเหรอครับ คนใจร้าย” เขาหันไปมองทางต้นเสียง เห็นชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนเองห้าปีทำหน้าเศร้าสร้อยไร้เดียงสา น้ำตาไหลเอ่อนองหน้าจ้องมองตัวเองราวกับรอคำตอบ
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” นภันต์รีบตอบออกไป
“พี่เป็คนแรกของผม พรากความบริสุทธิ์ของผมไป พี่ต้องรับผิดชอบผมนะครับ”
คำพูดเ่าั้ทำให้นภันต์คิ้วกระตุก ความทรงจำที่คิดว่าเป็ความฝันเริ่มถาโถมเข้ามา ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คนตรงหน้าพูด พลางบ่นพึมพำในใจว่า เดี๋ยวก่อนนะ คนที่มันบอกไม่ฟังแล้วเอาแต่กระแทกเข้ามา แถมยังขยับไม่หยุดเหมือนคนของขาดมันนายไม่ใช่หรือไง หยุดทำหน้าตาใสซื่อแบบนั้นเลยนะ