ความหนาเหน็บของฤดูหนาวที่ควรจะบาดลึกถึงขั้วหัวใจ กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นอันน่าประหลาด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นยาขื่นๆ ที่คละคลุ้งอยู่ในเรือนร้างอันมืดมิดเมื่อครู่ มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่ลอยมาแตะจมูกในยามนี้กลับเป็กลิ่นหอมสะอาดของผ้าไหมชั้นดี ผสมผสานกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยของเครื่องหอมไม้จันทน์ที่จุดไว้จางๆ
นี่คือ... กลิ่นของความฝันอย่างนั้นหรือ? หรือยมทูตได้นำพาข้ามาสู่โลกหลังความตายที่สงบสุขแล้ว
ไป๋ลี่เซียนคิดในใจอย่างเลื่อนลอย นางรู้สึกราวกับว่าร่างกา1ยที่เคยหนักอึ้งและผอมโซจนแทบไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับเบาสบายและมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่า ความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอกจากการถูกทรมานในชาติก่อนยังคงหลอนหลอน นางจึงรีบขยับตัวและลืมตาโพลงขึ้นทันทีเพื่อสำรวจความจริง
ภาพเบื้องหน้าไม่ได้มืดมิดและหนทึบอีกต่อไป...
แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา ทำให้ภาพของร้านผ้าแพรชื่อดังกลางเมืองหลวง 'ร้านผ้าหรูอี้' ปรากฏชัดเจนอยู่ในครรลองสายตา รอบกายเต็มไปด้วยพับผ้าแพรหลากสีสัน ทั้งสีแดงชาด สีเขียวหยก และสีม่วงอ่อนที่วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ เสียงจอแจของผู้คนและเสียงพ่อค้าแม่ขายร้องเร่ขายของจากถนนด้านนอกดังแว่วเข้ามา เป็สัญญาณยืนยันถึงชีวิตชีวาที่นางไม่ได้ยินมานานแสนนาน
"คุณหนูเ้าคะ! ท่านเหม่อลอยอะไรอยู่หรือเ้าคะ"
เสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับแรงเขย่าเบาๆ ที่แขนเสื้อ ลี่เซียนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นเสียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
เด็กสาวหน้าตากลมแป้น ผิวพรรณผุดผ่อง แม้จะสวมชุดบ่าวไพร่เนื้อหยาบแต่ก็ดูมีสุขภาพดีกำลังยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้า นางคือ 'ชุนเถา'—สาวใช้คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ที่ยอมตายเคียงข้างนางในเรือนร้างแห่งนั้น แต่ในยามนี้ ชุนเถาไม่ได้ผอมโซจนน่าเวทนา และบนใบหน้าของนางก็ไม่มีคราบน้ำตาแห่งความสิ้นหวังแม้แต่น้อย
"ชุน... ชุนเถา?" ลี่เซียนเอ่ยเรียกเสียงสั่นพร่า ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสาป
"เ้าค่ะ! บ่าวอยู่นี่ เหตุใดท่านถึงทำหน้าเหมือนเห็นผีเช่นนั้นเล่าเ้าคะ" ชุนเถาเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นมือมาอังหน้าผากของนายสาว "ตัวก็ไม่ได้ร้อนนี่เ้าคะ หรือว่าท่านจะไม่สบายตรงไหน"
ลี่เซียนไม่ตอบคำถาม นางรีบกวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว สายตาไปสะดุดเข้ากับคันฉองทองเหลืองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์หอมทางมุมห้อง นางผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความเร็วจนชุนเถาใร้องอุทาน แล้วก้าวเท้าฉับๆ ไปยืนอยู่หน้าคันฉองนั้นทันที
ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองเหลืองขัดเงาทำให้ลมหายใจของลี่เซียนขาดห้วงไปวูบหนึ่ง
เงาสะท้อนนั้นคือดรุณีวัยสิบห้าปีผู้มีความงดงามหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตสุกสกาวดั่งผลซิ่ง พวงแก้มมีเืฝาดธรรมชาติริมฝีปากสีแดงระเรื่อราวกับกลีบดอกไม้ ผิวพรรณเนียนละเอียดราวกับไข่มุกชั้นดี ไม่มีร่องรอยความชรา ความเหนื่อยล้า หรือร่องรอยการถูกทุบตีทำร้ายใดๆ ทั้งสิ้น
นี่คือตัวนางเอง... ตัวนางในวัยสิบห้าปี ปีที่ชีวิตของนางยังสดใสและมีความสุขที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวพลาดครั้งใหญ่หลวงด้วยการตกลงปลงใจแต่งเข้าตระกูลเฟิง!
หรือว่า... ข้าไม่ได้ตายแล้วไปนรก แต่์เมตตาให้โอกาสข้าได้ย้อนเวลากลับมาจริงๆ!
หัวใจของไป๋ลี่เซียนเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกและปีติยินดีระคนความเคียดแค้น นางยกมือเรียวเนียนนุ่มไร้รอยแผลขึ้นลูบใบหน้าของตนเองััที่แท้จริงนี้ยืนยันชัดเจนว่านางไม่ได้ฝันไป ชาตินี้... ชาติที่นางต้องตายอย่างอนาถได้ผ่านพ้นไปแล้ว และตอนนี้ นางได้ย้อนเวลากลับมาสู่จุดเริ่มต้นก่อนที่โศกนาฏกรรมทั้งหมดจะอุบัติขึ้น!
"คุณหนูเ้าคะ ท่านเป็อะไรไปเหตุใดจึงร้องไห้ออกมาเล่าเ้าคะ มีใครทำอะไรท่านหรือ" ชุนเถาเห็นนายสาวน้ำตาคลอเบ้าก็ใรีบวิ่งเข้ามาประคอง พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกซับน้ำตาให้ด้วยความภักดี
ลี่เซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนกในอก ดวงตาที่เคยสั่นไหวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ความเยือกเย็นและเด็ดขาด นางคว้ามือของชุนเถากุมไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงยิ่ง
"ชุนเถา... ตอนนี้เป็วันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ปีอะไรกันแน่?"
สาวใช้กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงกับคำถามแปลกๆ ของนายหนู แต่ก็รีบตอบออกไปตามความจริง "คุณหนูเลอะเลือนไปแล้วกระมังเ้าคะ วันนี้คือวันที่สิบห้า เดือนสาม เป็วันที่ท่านนัดหมายกับฮูหยินตระกูลเฟิง เพื่อมาเลือกผ้าแพรสำหรับตัดชุดในพิธีหมั้นที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี่เ้าคะ!"
วันที่สิบห้า เดือนสาม...
คำตอบของชุนเถาราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจของลี่เซียน มันตรงกับ่เวลาที่นางจำความได้แม่นยำ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า นางจะต้องเข้าพิธีหมั้นหมายกับเฟิงจวิ้นอวี้ ชายหนุ่มหน้าเนื้อใจเสือที่ต่อมาจะกลายเป็ผู้ทำลายชีวิตของนางจนย่อยยับ
ในอดีตชาติ วันนี้คือวันที่นางมีความสุขและตื่นเต้นที่สุด นางยอมใช้เงินทองและทรัพย์สินของมารดามาปรนเปรอตระกูลเฟิงด้วยความเต็มใจ เพราะคิดว่าตนเองกำลังจะได้แต่งงานกับบุรุษผู้ประเสริฐ แต่ในยามนี้ เมื่อล่วงรู้ถึงจุดจบอันแสนอัปยศและความโลภไร้ขีดจำกัดของคนตระกูลนั้นแล้ว ความรู้สึกตื่นเต้นยินดีเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ความเกลียดชังและรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"พิธีหมั้นงั้นหรือ..." ลี่เซียนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบจนชุนเถาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับรู้สึกหนาวะเืที่สันหลังอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณหนูเ้าคะ? ท่านพูดว่าอะไรนะเ้าคะ" ชุนเถาเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น รู้สึกว่าคุณหนูของนางในวันนี้ดูแปลกไปเหลือเกิน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเขินอายหรือความสุขของว่าที่เ้าสาวเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยประกายคมกริบราวกับพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ
"ไม่มีอะไร..." ลี่เซียนส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มงดงามแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ข้าแค่คิดว่า... บางทีพิธีหมั้นหมายนี้ อาจจะมีเื่สนุกๆ รอให้เราไปชมอยู่ก็ได้"
ในขณะที่ลี่เซียนกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของกลุ่มคนก็ดังมาจากทางบันไดทางขึ้นร้านผ้าแพรชั้นสอง เสียงนั้นคุ้นหูยิ่งนัก เป็เสียงของสตรีวัยกลางคนผู้สวมอาภรณ์หรูหราประดับอัญมณีแพรรพราว—ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเฟิง และเสียงหัวเราะเยาะหยันที่แสร้งทำเป็อ่อนหวานของเฟิงจวิ้นอวี้ คู่หมั้นตัวแสบของนางในชาติน่องนั่นเอง!
"โอ้ ลี่เซียนลูกรัก เ้ามาเลือกผ้าแพรเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยังลูก" เสียงแหลมเล็กที่แฝงไว้ด้วยความเสแสร้งดังขึ้น พร้อมกับร่างอ้วนท้วนของฮูหยินตระกูลเฟิงที่ก้าวเข้ามาในห้องรับรองพิเศษ โดยมีเฟิงจวิ้นอวี้ในชุดคุณชายเ้าสำราญเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
ในอดีตชาติ ลี่เซียนจะรีบุกเข้าไปต้อนรับด้วยกิริียมารยาทอันงดงาม คอยเอาอกเอาใจและสั่งให้บ่าวไพร่นำชาชั้นดีมารับรอง แต่ในวันนี้... ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ลี่เซียนค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาเยือนทั้งสอง ใบหน้างملากระจ่างประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา แต่แววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าและเ็าเสียจนฮูหยินตระกูลเฟิงที่ก้าวเข้ามาถึงกับชะงักกึก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพุ่งปะทะเข้ามาในอกของฮูหยินตระกูลเฟิง ราวกับว่าดรุณีตัวน้อยตรงหน้าไม่ได้เป็ "ลูกแกะเนื้อหวาน" ที่พวกนางสามารถหลอกใช้และตักตวงผลประโยชน์ได้ตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว
"คารวะท่านแม่... และคุณชายเฟิงเ้าค่ะ" ลี่เซียนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความกระตือรือร้นใดๆ ทั้งสิ้น
เฟิงจวิ้นอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขารู้สึกว่าวันนี้ว่าที่คู่หมั้นของตนมีท่าทีที่แปลกประหลาดไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่เพราะความโลภในสินเดิมและทรัพย์สินของตระกูลไป๋บังตา เขาจึงเลือกที่จะมองข้ามมันไปก่อน แล้วแย้มยิ้มหวานเชื่อมก้าวเข้าไปหาลี่เซียนทันที
"ลี่เซียนน้องรัก เหตุใดวันนี้เ้าจึงดูเหม่อลอยนักเล่า หรือว่าเ้ากำลังตื่นเต้นที่จะได้แต่งเข้าจวนตระกูลเฟิงของเรากันแน่?" เฟิงจวิ้นอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ้าชู้แพรพราว พร้อมกับเอื้อมมือจะเข้ามาจับมือของนางตามนิสัยคุ้นเคย
แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้แตะโดนชายเสื้อ ลี่เซียนกลับเบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สิ่งสกปรกมาััโดนตัว นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเ็าที่ทำให้เฟิงจวิ้นอวี้ชะงักค้างกลางอากาศ
ชุนเถาที่ยืนอยู่ด้านหลังเบิกตากว้างด้วยความใ ไม่คิดว่าคุณหนูของนางจะกล้าแสดงท่าทีห่างเหินและไม่ให้เกียรติคุณชายตระกูลเฟิงต่อหน้าต่อตาเช่นนี้
บรรยากาศภายในห้องรับรองพิเศษพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ฮูหยินตระกูลเฟิงหุบยิ้มทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็บึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ นางส่งเสียงหึในลำคอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตำหนิแกมกดดัน
"ลี่เซียน เ้าทำกิริยาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? จวิ้นอวี้เป็คู่หมั้นของเ้า อีกไม่นานพวกเ้าก็ต้องแต่งงานเป็สามีภรรยาคอยปรนนิบัติกัน การแสดงความสนิทสนมกันย่อมเป็เื่ธรรมดา ไฉนจึงทำตัวเยินยอถือตัวต่อหน้าข้าผู้เป็แม่เช่นนี้เล่า!"
คำพูดเชิงสั่งสอนและกดขี่ที่คุ้นเคยเหล่านี้ ในอดีตชาติเคยทำให้นลี่เซียนรู้สึกผิดและรีบก้มหน้าขอขมา แต่วันนี้... ทุกคำพูดเ่าั้กลับกลายเป็เื่น่าขันในสายตาของนาง
ลี่เซียนเงยหน้าขึ้นสบตาฮูหยินตระกูลเฟิงตรงๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเด่นชัด ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและทรงอำนาจจนคนเป็แม่ผัวถึงกับผงถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความใระคนหวาดหวั่น
"ท่านแม่พูดถูกแล้วเ้าค่ะ... อีกไม่นานพวกเราก็จะได้เป็ครอบครัวเดียวกัน" ลี่เซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าทุกคำที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยความหมายลึกล้ำที่ไม่มีใครคาดคิด "แต่กระนั้น... ก่อนที่พิธีหมั้นหมายอันเป็มงคลนี้จะเกิดขึ้น ข้าคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เราควรจะพูดคุยกันให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อไม่ให้ภายหลังต้องมานั่งเสียใจภายหลังเหมือนกับ... คนโง่บางคน"
"เ้าหมายความว่าอย่างไร?" เฟิงจวิ้นอวี้ขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง
ลี่เซียนปรายตามองชายหนุ่มผู้มักมากในกามตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองเศษขยะข้างทาง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นนั้นบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนทั้งสองตระกูลเฟิง
สนุกแค่นี้ยังน้อยไป... ลี่เซียนคิดในใจอย่างเหี้ยมเกรียม เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น พวกเ้าเตรียมตัวรับมือกับความพินาศที่แท้จริงได้เลย!