บทที่ 7
ฉันไม่ได้ตั้งใจ
หมู่บ้าน ’ชูกะพอร์น’ เป็หมู่บ้านเล็กๆติดกับชายป่ารกทึบผู้คนอัธยาศัยดีมีความสงบสุขมาเป็เวลานานแสนนาน หมู่บ้านแห่งนี้ยังได้ถูกยกย่องจากบรรดานักดื่มทั่วสารทิศว่าเป็แหล่งผลิตสุราชั้นเลิศเวลานี้ดูแตกต่างออกไปเมื่อพลังลึกลับได้ทำลายหมู่บ้านจนหายไปครึ่งหนึ่งสร้างความเสียหายั้แ่บริเวณชายป่าเป็แนวยาวไปจนถึงถนนสายหลักชาวบ้านต่างตกอยู่ในสภาพการสูญเสีย ตื่นตระหนก และหวาดกลัว
วันนี้ภายในร้านเหล้าประจำหมู่บ้านดูวุ่นวายเป็พิเศษเนื่องจากมันถูกเปลี่ยนเป็สถานที่หลบภัยชั่วคราวของผู้เคราะห์ร้ายพวกเขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตปกติไม่มีใครคิดว่าจะพบเจอกับเื่ราวเหล่านี้การอพยพอย่างเร่งด่วนยังคงเป็หัวข้อถกเถียงไม่ขาดสายภายใต้กลิ่นอายสิ้นหวังที่ปกคลุมไปทั่วทุกคน
เถ้าแก่ร้านวัยกลางคนเช็ดถูแก้วเหล้าตามหน้าที่ของตนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ตัวเดิมแววตาเหลือบใต้โต๊ะสลับกับ ถุงเหรียญทองถุงใหญ่ที่วางทับรูปวาดสตรีผมหยักศกเอาไว้มูลค่าของเหรียญในถุงมากพอให้เขาเปิดร้านได้อีกนับสิบสาขา เขาไม่คิดมาก่อนว่าเื่ราวจะเลยเถิดเพียงนี้ยิ่งคิดเหงื่อยิ่งไหลไปตามนิ้วมือจนถึงซอกคอจนชุ่ม
เขาคิดไม่ถึงว่าการขายข้อมูลเพียงเล็กน้อยต่อสตรีนามว่าเอสเม่จะทำกำไรได้งามถึงเพียงนี้เขาเหลือบมองบรรดาผู้โชคร้ายด้วยความรู้สึกผิดพร้อมกวักมือเรียกบริกรหญิงประจำร้านสตรีวัยกลางคนสวมผ้ากันเปื้อนรีบเดินไปหาเถ้าแก่ร้านทันทีเขากระซิบเบาๆข้างหูบริกรหญิง แววตาของเธอดูใแต่ก็พยักหน้าตอบรับกับสิ่งที่ได้ยินเธอเดินไปหยุดอยู่กลางร้านยืนเกร็งอยู่พักหนึ่งก่อนพูดสารที่ได้รับออกไป
"ทุกท่าน....โปรดฟังทางนี้..." น้ำเสียงนั้นชัดถ้อยชัดคำผู้คนต่างหันมาจับจ้องที่เธอ
"ต่อจากนี้ ร้านของเราขอปิดกิจการ...นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป" สิ้นเสียงพูดผู้คนภายในร้านหันคุยกันอื้ออึงท่ามกลางความฉงนสงสัย
"เพราะฉะนั้น...ทุกอย่างภายในร้านไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเชิญดื่มกันให้เต็มที่" พูดจบเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหลือบมองเ้าของร้าน ชายวัยกลางคนพยักหน้ายิ้มบางๆเป็การตอบรับ
เขาวางแก้วเหล้าที่ถูกเช็ดเป็มันวาวลงในตำแหน่งของมันก่อนจะเคลื่อนมือไปหยิบถุงใส่เหรียญถุงใหญ่เก็บเข้ากระเป๋าสัมภาระ ถอดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาพับอย่างเป็ระเบียบแล้วเอื้อมหยิบขวดสุราลวดลายแปลกตาที่วางเรียงรายจำนวนหนึ่งพกติดไปด้วย พร้อมก้าวออกจากจุดที่ตนอยู่กับมันมานับสิบปีระหว่างเดินจากไปเขาไม่ลืมที่จะควักถุงเหรียญทองถุงเล็กส่งให้บริกรหญิงประจำร้าน จากเสียงกระทบของเหรียญภายในถุงมีมูลค่ามากกว่าเธอทำงานทั้งปีเสียอีกผู้คนในร้านต่างมองตามชายวัยกลางคนที่ผ่านประตูหายลับไป
ผู้คนในร้านเริ่มลุกไปหลังเคาน์เตอร์หยิบขวดสุราชั้นดีแบบไม่เกรงใจต่างซดดื่มแบบไม่ลังเลหมายจะลืมทุกสิ่งภายใต้สภาวะการสูญเสียคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกทุกคนต่างสาปแช่งโชคชะตาของตนเองกับเหล่าสตรีทรงพลังที่พวกเขาคาดว่าเป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมด
บริเวณเนินเขาติดชายป่า จุติมาแววตาเศร้าสร้อยอยู่ในอ้อมกอดของไอร่าสายตาทั้งคู่มองลงไปยังหมู่บ้านชูกะพอร์นที่ถูกพลังรุนแรงทำลายหมู่บ้านที่เคยสงบสุขจนเหลือเพียงครึ่งเดียว
"ไอร่า..." จุติมาแหงนมองผู้เปรียบเสมือนพี่สาว ที่ตอนนี้สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็แบบนี้...ฉัน...” น้ำตาเอ่ออยู่ใต้ขอบตาของจุติมาด้วยความรู้สึกผิด
“………….”ไอร่ายืนนิ่งใช้ความคิดเพียงชั่วครู่
"ไม่ต้องพูดมาก ไปจากที่นี่กันเถอะ!" เสียงของไอร่าสวนตัดบททันที
"แต่...จูเลี่ยนยังไม่กลับมา..."จุติมาดูไม่ค่อยมั่นใจเพราะคำสั่งเด็ดขาดที่พวกเธอได้รับคือห้ามออกไปไหนเกินกว่าตัวหมู่บ้านเป็อันขาด
"ช่างยัยป้าแก่นั่นสิ! เราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วจากนั้นจะเอายังไงต่อค่อยคิดอีกที"ไอร่าขยี้หัวไปมาพยายามหาทางออก
"ทั้งหมดมันเป็เพราะแกนั่นแหละ! ทุกอย่างมันถึงวุ่นวายขนาดนี้"
จุติมาเบะปากน้ำตาปริ่มอยู่ริมขอบตาเธอพยายามกลั้นมันไว้ให้ถึงที่สุดกับสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น
"เลิกทำตัวอ่อนแอได้แล้ว! ดูสิ่งที่มันเกิด!แกยังมีหน้าลอยหน้าลอยตาอยู่แถวนี้อย่างนั้นเหรอ!" ไอร่าชี้อย่างเดือดดาลไปยังหมู่บ้านจุติมาได้แต่เบือนหน้าหนี
"แล้วไอ้ผลึกบ้าบอนี่มันอะไร! เอามันออกไปซะจะได้จบ!!" ไอร่าเหวี่ยงเด็กน้อยผมแดงลงบนพื้นเปิดเสื้อคลุมด้านหลังหมายจะดึงมันออกมาตามนั้นจริงๆ จุติมาน้ำตาไหลพรากพร้อมเสียงสะอึกสะอื้นอยู่ในลำคอ การกระทำของไอร่าดูไร้สติปนเปกับความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นมาในจิตใจ
ผ่านไปชั่วครู่เด็กสาวผมทองผู้เดือดดาลเหมือนได้สติกลับมาบ้างค่อยๆลดมือถอยร่นออกจากร่างเด็กน้อยที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น ไอร่าทำได้เพียงนั่งกอดเข่านั่งก้มหน้าก้มตาน้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้มมือข้างหนึ่งจิกโคนผมขยำจนผมสีทองดูยุ่งเหยิง
“ยัยเด็กแสบ...ฉัน...ขอโทษ......” เสียงไอร่าสะอื้นเธอรู้สึกเ็ปอยู่ภายในกับการกระทำไม่สนความรู้สึกที่มีต่อคู่กัดของเธอ เด็กน้อยผมแดงไม่ถือสาอะไรทำเพียงส่ายหัวเบาเบาแล้วพยายามเขยิบก้นเข้ามานั่งใกล้ๆยิ่งเข้าใกล้ไอร่ายิ่งสะอื้นหนักกว่าเดิม
"ส่วนฉันก็...แค่...อยากปกป้องไอร่า..." จุติมาซบลงที่ต้นแขนไอร่าพร้อมแหงนมองใบหน้าผู้เปรียบเสมือนพี่สาว
"เงียบไปเลย! เอาตัวเองยังไม่รอดยังจะมาอยากปกป้องคนอื่นอีก อึก ฮือออ" ไอร่าพูดพร้อมรีบปาดน้ำตาเกรงว่าเด็กน้อยผมแดงจะเห็นความอ่อนแอในตัวเธอ
สองมือเล็กๆของจุติมากอดไอร่าไว้แน่นเธอเป็เหมือนสายใยผูกพันเส้นใหญ่ที่ไม่มีวันขาดถึงแม้อายุทั้งสองจะห่างกันเพียงไม่กี่ปีนับั้แ่จุติมาจำความได้นอกจากอาจารย์ก็มีเพียงไอร่าที่ใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันร่วมกันจุติมาจ้องมองไอร่าเสมือนพี่สาวมาโดยตลอด ทั้งความใจดี ความขี้โมโห ไอร่าเป็ที่หนึ่งเสมอถึงเหตุการณ์วันนี้จะเปลี่ยนอะไรไปหลายอย่างไอร่าก็ยังเป็คนเดิมที่เธอรู้จักแม้อนาคตข้างหน้าจะเป็อย่างไรมันไม่สำคัญเท่ากับวันนี้ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่
"เธอกำลังเศร้าอย่างนั้นหรือ?" เสียงแอมบี้ถามไถ่ออกมาจากละอองสีทอง สตรีผมยาวสีแดงสดยืนแน่นิ่งมือแนบกับผนังทรงโค้งกดปลายกรงเล็บจิกแน่นจนเกิดเป็รอยลึกพร้อมกับจ้องมองเหตุการณ์ในอดีตของสตรีผมแดงที่เป็ปัจจุบันของพวกเธอทั้งสองคน
"สิ่งที่เธอพยายามทำมันไม่ได้เปลี่ยนอะไร ยังไงก็แล้วแต่ ‘เอริค’ของเธอตื่นขึ้นแล้วหากไม่รู้จักควบคุมมัน...ก็จะนำพาความหายนะมาสู่ทุกคนที่เธอรักในเวลาอันสั้นเหมือนกับอดีตของเธอที่เคยผ่านมาก่อน" ละอองสีทองกระจายหมุนวนมารวมตัวกันเป็ร่างของเด็กหญิงผมลอนแววตาดูไร้ชีวิต กรงเล็บมือซ้ายของสตรีผมแดงตวัดทำลายที่มาของเสียงในทันทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่มันกลับแหวกผ่านร่างนั้นไปเหมือนคว้าจับอากาศว่างเปล่า
"ความอ่อนแอ ความสิ้นหวัง มันเกิดขึ้นหมุนวนไร้สิ้นสุดตราบใดที่ยังมีเืเนื้อ แต่ทั้งหมดนี้มันอาจเป็ที่มาของความแข็งแกร่งที่เธอมี" แววตาแอมบี้จ้องไปบนใบหน้าแน่นิ่ง แล้วจึงโบกมือเล็กๆหนึ่งทีภาพเด็กน้อยสองคนค่อยๆเลือนหายไปทิ้งไว้เพียงความมืดรอบด้าน
"ซักวันเธอจะหาคำตอบได้ว่าสิ่งที่ควรทำที่สุดคืออะไรหวังว่าสิ่งนั้นจะเพียงพอจะเปลี่ยนปัจจุบันของพวกเรา" แอมบี้ขบตาลงแล้วเดินสวนออกไปอีกทางส่วนสตรีผมแดงไม่สนใจคำพูดเ่าั้ เธอสะบัดผ้าพันคอผืนยาวเดินเข้าสู่ความมืดภายในพื้นที่ทรงกลม
"แอมบี้ แค่รอให้ถึงวันนั้น" รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นมุมปากของเด็กหญิงผมลอนก่อนร่างจะสลายเป็ละอองสีทองหายวับไปกับความมืดเช่นกัน