ตอนที่1 พ่อไม่กล้าไม่เป็นไรเดี๋ยวจีบแทน
เมื่อความต้องการของแต่ล่ะคนแตกต่างกับความเป็นจริงในทุกๆ ครั้งที่ต้องเข้าร่วมสาวสวยอย่างแบมบี้ที่เพื่อนๆ รู้จักเป็นอย่างดีก็คือทายาทเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแต่เมื่ออยู่ตามลำพังกับเพื่อนๆล่ะ“โอ๊ยยยยยยย....หิวๆ ...จะให้หิ้วท้องรออีกนานม๊ะคุณบ่อโศก...” แบมบี้เอ่ย“แหม! แหม! แหม! แห๊ม! ...รอนิดรอหน่อยทำเป็นบ่น....จะให้พาไปทานร้านไหนเนี่ย....” บ่อกี้คือเพื่อนสาวที่เข้าใจเธอดีแล้วสนิทกันมากแบมเป็นบุตรสาวคนเดียวเธอไม่ได้ชอบชีวิตที่สวยหรูแต่ทุกอย่างเธอคิดว่ามันคือหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบแต่ความจริงเธอก็ตัวเหมือนทอมบอยคนหนึ่งเรียนจบปริญญาโทรตั้งแต่อายุเพียง22ปีเท่านั้นแถมจบจากต่างประเทศด้วย“หาร้านกินแถวพัทยาดีกว่า...อยากกินอาหารทะเลสดๆ ...” แบมเอ่ย“แหม๊ๆๆ ...แม่คุ๊ณหิวมาก...แต่เลือกที่กินไกลแท้.....” บ่อกี้พูดเสียงสูง“ก็อยากกินนิ...จะไปด้วยม๊ะ...” แบมเอ่ยถาม“ไม่ไป...” บอกี้ตอบเสียงดังชัด“ไม่ไปตบอ่ะ....เลือกเอา...” แบมถาม“ตบแล้วฉันก็ไม่ต้องไปใช่ม๊ะ...” บ่อกี้ถาม“เปล่า...ตบแล้วก็ต้องไป....เลือกเอาจะไปแบบไม่เจ็บตัวหรือจะไปแบบสวยๆ จ้ะ...” แบมเอ่ยถาม“เห้ออออ...เพื่อนฉัน...อืมๆๆ ...ไปก็ได้ขอครับเชิญ...” บ่อกี้ปรับเสียงเข้มแล้วเดินดิ่งเปิดประตูรถให้เธอก้าวเข้าไปนั่งอย่างมีมาดนายหญิงผู้เกรียงไกรแล้วเขาก็ไปนั่งข้างๆ โดยที่มีแหนมบอดี้การ์ดขับไปให้“อื้อๆ ...คุณพ่อคร๊าบบบบ...อื้อๆ ...” เด็กชายร้องไห้ตามคุณพ่อที่จะออกไปทำงาน“อย่าร้องไห้แบบนะครับลูก....เดี๋ยวเย็นๆ คุณพ่อพาไปเที่ยว....” รพีภัทรบอกลูกชาย“คร๊าฟฟฟ...” หนุ่มน้อยยิ้มแม้น้ำตายังไหล“แหนมลงไปกินด้วยกันนะ...เพื่อนรักฉันไปสั่งอาหารเตรียมพร้อมโดยที่ไม่ต้องถามเพราะรู้ใจจริง.....” แบมเอ่ย“ครับๆ ...ผมไปหาที่จอดรถแล้วจะตามไปครับ....” แหนมเอ่ยจบเธอก็ปิดประตูรถเดินตรงไปหาเพื่อนที่นั่งรอในร้าน“มาแล้วแม่ทูนหัว...เชิญนั่งตามสบายเลยย่ะ....” บอกี้พูดเสียงสูงทำตัวตามสบายแบบที่นางเป็นโต๊ะอาหารเต็มไปด้วย ปู กุ้ง หอยนางรม“นี่หล่อนฉันจะกินปู....” แบมหันไปสั่งบ่อกี้เพื่อนรู้ใจ“เจ้าค่ะรอแป๊บๆ ....” บ่อกี้ทำหน้าที่ผู้แกะเนื้อปูซึ่งก็เป็นอีกหน้าที่ประจำโดยไม่ต้องสั่ง“แหนมๆ ...ทางนี้ๆ ...มาๆ นั่งเลยๆ ....อาหารเยอะมาก กินให้หมดเลยนะ...” แบมพูดกับแหนม“อ้าววว...แล้วฉันล่ะย่ะไม่เรียกกินแต่ใช้ให้แกะเนี่ย...” บ่อกี้ถาม“โอ้ๆ ...ก็ทำให้ฉันก่อนสิ...บอกให้สอนฉันแกะเธอก็ไม่ยอมเองแล้วจะมาว่าฉันเพื่อ....” แบมเอ่ย“อะๆ ....ทานหมดแล้วค่อยแกะเพิ่ม....” บ่อกี้แกะเนื้อปูให้เธอสามตัวเต็มจาน“ขอบคุณเจ้าคร๊าาา....” แบมลากเสียงยาววววสามคนนั่งในร้านอาหารอย่างสบายใจสาวสวยหุ่นดีคิดเหรอว่าเธอจะกลัวอ้วนไม่มีอ่ะกินจนอิ่มแล้วก็พิงหลังหลับตาพักผ่อนรออาหารย่อยแล้วถึงจะคิดว่าจะไปไหนดีแต่เมื่อกำลังจะเข้าสู่ภวังค์ลึกเสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับไทยมุ่ง“เสียงอะไรอะ...ใครเป็นไรแหนม...” แบมถามเมื่อเห็นแหนมวิ่งกลับมา“ออ....ทางนั่นมีคนเมายาใช้มีดจี้คอเด็กน้อยคนหนึ่งนะครับ...เรารีบกลับเถอะ...” แหนมเอ่ย“พาไปดูหน่อย....” แบมเอ่ยจบเธอก็วิ่งนำไปก่อนแล้ว“คะๆ ...เอ่ออออออ...โอ๊ยยยยย....อันตรายอย่าไปใกล้นะ.....” บ่อกี้ร้องตามแต่ไม่ทันเธอแหวกไทยมั่งไปยืนตรงหน้า“เฮ้....ใจเย็นๆ ก่อนนะอย่าทำร้ายเด็ก....อยากได้อะไรบอกมาสิ...เดี๋ยวหาให้...” แบมเอ่ยถาม“อย่าไปถามให้มากความเลยมันเมายาบ้า....” ชาวไทยมุ่งตอบแทน“ห่ะ....เมายาเหรออออ...” แบมเอ่ยแล้วคิดแผนได้“เฮ้.....ให้ฉันไปเป็นตัวประกันแทนเด็กได้ม๊ะ....ดูสิร้องเด็กร้องไห้แล้ว....” แบมถาม“ไม่ได้นะๆ ....นี่แน่...” บ่อกี้วิ่งเข้ามาห้ามแต่เธอก็ไม่ฟัง“อย่าเข้ามานะ....ไม่งั้นเด็กตายแน่ๆ ...อย่านะ....” คนเมายาเอ่ย“บ่อกี้จะตามมาทำไมออกไปสิ...” แบมหันมาดุเพื่อน“แต่ว่าเธอ.....” บ่อกี้จะพูดแต่ถูกสายตาของเพื่อนรักส่งคำตอบทำให้เขาต้องขยับตัวกลับออกไป“ไม่เป็นไรๆ ...ฉันไม่มีอาวุธอะไรเลยดูสิ....สงสารเด็ก...คุณให้ฉันไปเปลี่ยนเด็กเถอะ....” แบมพูดเจรจาแล้วเข้าไปใกล้ๆ จนคนเมายายอมแต่ตำรวจรูปหล่อร้องห้ามแต่ถูกบ่อกี้กระซิบบอกเบาๆ “นี้ๆ คุณตำรวจเชื่อใจเพื่อนฉัน...” “เอ่อออออ...แต่มันอันตรายนะ...” รพีภัทรเอ่ย“รอดูเอาสิ...พูดมากเจ็บคอ....ดูนางเอาเองเถอะ...ไม่แน่จริงไม่กล้าเข้าไปแบบนั้นหรอก....” บ่อกี้เอ่ยแม้ความรู้สึกในใจก็ห่วง“เฮ้...ปล่อยเด็กไปดิ...จับฉันคนเดียวก็พอ...น้องสาวรีบไปหาผู้ใหญ่เพื่อความปล่อยภัยนะ....” แบมเอ่ยบอกเด็กน้อยเมื่อคนเมายาจับเธอแล้วปล่อยเด็กเมื่อเด็กไปถึงตำรวจเธอก็จัดการจับมีดแล้วพลิกตัวจับคนร้ายแบบง่ายดาย“โอ๊ย...” คนเมายาได้แค่ร้องเมื่อถูกเธอล็อกจับแขนขัดหลังแล้วตำรวจก็เข้าจับกุมแทนเธอ“โอ๊ยแม่คู๊ณณณ..แม่ทูนหัว...สมองอ่ะคิดให้มากกว่านี้หน่อยดิฉันเครียดเจ้าค่ะ....” บ่อกี้เอ่ยเมื่อแบมเพื่อนรักเดินหางออกมา“โอ๊ยยยยย...เหมือนจะหิวอีกแล้วอ่ะ....สงสัยต้องหาอะไรยัดปากอีกแล้ว....บ่นจัง....” แบมเอ่ย“อะไรๆ ....กินไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยนะ....กลับเถอะๆ ....” บ่อกี้เสนอ“อะกลับก็กลับ...แหนมไปเอารถมา....” แบมเอ่ยแล้วก็เดินตามแหนมไปแต่ตำรวจกลับตรงเข้ามาหา“สวัสดีครับคุณ....เมื่อสักครู่คุณคือฮีโรช่วยเด็กไว้...ทางเราขอเชิญคุณไปให้การที่โรงพักก่อนได้หรือเปล่าครับ...เพราะทางญาติของเด็กอยากขอบคุณๆ ที่ช่วยเหลือนะ....” รพีภัทรเอ่ย“เห้ออออออ....ยังไม่ได้ทำอะไรเลย...นั่นเป็นผลงานของตำรวจฉันก็แค่เข้าไปเปลี่ยนตัวเด็กน้อยนั่นเฉยๆ ....ไม่ไปๆ ....ง่วงโอ๊ยยย....บ่อกี้รถมายัง...” แบมเอ่ย“ใกล้ถึงแล้วเจ้าคร๊าาาา....แหนมเอารถออกมาแล้ววววว....” บ่อกี้เอ่ย“เอ่อออ...ขอตัวนะง่วง...บ๊าย...” แบมหันมาบอกตำรวจเมื่อบ่อกี้ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เธอขึ้นไปนั่งหลับก่อน“คุณตำรวจเราไม่สะดวกไปกับคุณหรอก...เพื่อนฉันไม่ชอบออกหน้าออกตาอะไรที่ช่วยได้เราก็ยินดีช่วย...คุณกลับไปเถอะ...” บ่อกี้เจรจากับตำรวจแล้วขึ้นรถแหนมก็ขับออกไปจอดตรงวิวที่สวยงามแม้แต่บ่อกี้ยังไม่ถามว่าจอดรถทำไมยามพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าลำแสงก็สวยตัดกับน้ำทะเลยามเย็นคนหลับยังรู้สึกแปลกค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองตามเพื่อนก็พบความสวยเงียบสงบเลื่อนกระจกรถลงฟังเสียงคลื่นลมทะเลซัดเข้าฝั่งรู้สึกอยากเดินเล่น“ไปไหนๆ ...” บ่อกี้ถามเมื่อเธอกำลังเดินอย่างคนไร้วิญญาณ“เห้ออออ...อากาศแถวนี้ดีจังทะเลมีคลื่นแบบนี้ลมก็เย็นดี...รู้สึกสบาย....” แบมตอบแล้วยืนกอดอกมองทะเลอันกว้างไกลส่วนบ่อกี้กับแหนมก็หาผ้ามาปูรองนั่งส่วนแบมก็มองไปรอบๆ พบหนุ่มน้อยกำลังวิ่งเล่นคนเดียวเธอกำลังคิดว่าทำไมถึงกล้าให้เด็กเล็กๆ อายุประมาณสามขวบออกมาวิ่งเล่นคนเดียวไม่กลัวเลยหรือไง“หนุ่มน้อย...คุณพ่อคุณแม่ไปไหนแล้วมากับใครครับ....” แบมตัดสินใจเดินเข้าไปถาม“อื้อๆ ...คุณพ่อไปทำงานครับหนูๆ หนีออกมาวิ่งเล่นคนเดียวครับ....เด็กชายตอบเต็มเสียง“แล้วชื่ออะไรครับ...” แบมถาม“ชื่อๆ ...ชื่อน้องโปสเตอร์ครับ...” โปสเตอร์ตอบ“น้องโปสเตอร์ไม่กลัวน้ำทะเลหรือครับ....” แบมถาม“ไม่กลัวๆ ....โปสเตอร์แอบหนีออกมาบ่อยๆ แล้วครับ....” โปสเตอร์ตอบแม้จะยังพูดไม่ชัดแต่ก็พอฟังรู้เพราะความน่ารักทำให้สองคนคุยกันอย่างสนุกจนลืมเวลาบ่อกี้ก็ดันหลับแหนมก็หาซื้อน้ำเตรียมไว้รอ“โปสเตอร์ออกมานานแบบนี้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงแล้วกลับบ้านดีกว่ามั๊ย....” แบมรู้สึกกังวลแทนพ่อแม่เด็ก“โปสเตอร์ไม่มีคุณแม่หรอกครับ...พี่สาวคนสวยเป็นคุณแม่ให้น้องโปสเตอร์ได้หรือเปล่าครับ....” โปรเตอร์ถามอย่างไร้เดียงสาเด็กน้อยอายุแค่นี้แต่กลับมีความคิดที่โตกว่าอายุทำให้แบมเองยังยิ้มได้“ได้สิ...แต่ทำไมสุดหล่อถึงรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงล่ะ...” แบมถาม“ก็คุณแม่มีกลิ่นตัวที่หอมไม่เหมือนคุณแม่นี่ครับ....” โปสเตอร์ตอบ“กลิ่นตัวเหรออออ...เด็กน้อยอายุยังไม่เท่าไรกลับแยกกลิ่นตัวได้แบบนี้แสนรู้จริง....” แบมเอ่ย“คุณพ่อเป็นตำรวจน้องโปสเตอร์ก็ต้องเรียนรู้แบบตำรวจสิครับ....” โปสเตอร์เอ่ย“แล้วทำไมอยากให้ฉันเป็นคุณแม่...ไม่กลัวว่าฉันใจร้ายเหมือนยักษ์เหรอออ....” แบมถาม“คุณแม่จะใจร้ายไงครับ...โปสเตอร์เคยเห็นคุณแม่ออกทีวีบ่อยๆ ด้วยนะ...” โปรเตอร์เอ่ย“นี่เธอ...หนุ่มน้อยฉลาดมีหลักการจริงๆ ....ก็ได้ๆ งั้นฉัน....” แบมยังพูดไม่จบ“ต้องคุณแม่สิครับเราตกลงกันแล้วนะ....” โปสเตอร์เอ่ย“ห่ะ! ....แล้วฉันไปรับปากเธอตั้งแต่เมื่อไรกัน...” แบมถาม“ไม่รู้แหละโปสเตอร์รู้สึกอบอุ่นเวลาที่พี่คนสวยกอด...ดังนั้นต่อไปโปสเตอร์ก็จะเรียกคุณแม่ว่าคุณแม่คร๊าฟฟฟฟฟ....” เด็กน้อยเอ่ยแล้วก็ลุกวิ่งกลับบ้านหน้าตั้งแต่ก็หยุดแล้วหันกลับมาบ๊ายๆ ด้วยรอยยิ้ม“เด็กคนนี้ฉลาดน่ารักจริงๆ ...คอยดูนะให้ฉันเห็นเธอเมื่อไรหนุ่มน้อยฉันจะอุ้มเธอกลับบ้านคอยดู....” แบมเอ่ยเมื่อหนูน้อยวิ่งหายไปท้องฟ้าก็มืดสนิทเดินกลับมายังรถก็พบบ่อกี้กำลังหลับเสียงกรนนี้ดังไปไกลเชียว“เห้ออออ...แล้วจะกลับตอนไหนดี....ดูสินางดันหลับ...” แบมเอ่ยกับแหนมที่กลับมาเห็นพอดี“ก็แบบนี้ไงครับ......” แหนมเอ่ยจบก็ร้องตะโกน“ไฟไหม้ๆ ....ไฟไหม้แล้ววววว....หนีเร็วววววว....” “ห่ะ! ๆ .....ไฟไหม้ที่ไหน....ยัยแบมบี้หนีเร็ววววว....” บ่อกี้ลุกแล้วตะโกนหาเพื่อน“หึๆ ...บ่อกี้....เธอฝันอะไรเนี่ย...ตื่นได้แล้วขึ้นรถกลับบ้าน....” แบมเอ่ยแล้วเธอก็ประตูรถเข้าไปนั่งรอ“อ้าววว...ไฟไม่ได้ไหม้เหรออออ...แต่เมื่อกี้ได้ยินเสียงใครตะโกนว่าไฟไหม้อ่ะ...เห้อออออ...” บ่อกี้บ่นไปเก็บของไปแล้วตามขึ้นรถที่แหนมขับพากลับบ้านสองวันต่อมา“บ่อกี้...ฉัน...ทำไมฉันรู้สึกขี้เกียจแบบนี้นะ....ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ...” แบมเอ่ย“ไม่ได้ๆ ...เธอต้องไปเดินห้างกับฉันสิ...ดูสิวันนี้ฉันแต่งตัวสวยรวยเว้อแบบนี้ไปเดินเป็นเพื่อนกันเถอะนะ....” บ่อกี้เอ่ย“โอ๊ยยย...แม่นางคนสวยแต่รวยนะฉันย่ะ....ไปก็ได้ขอแต่งตัวแป็บ...” แบมเอ่ยแล้วเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่ก็ยินนิ่งหลับต่อ“เห้...อย่าบอกนะว่าขณะยืนหล่อนก็หลับได้นะ....โอ้ววว...แม่ค๊ณณณณณณณณ...” บ่อกี้เดินตามไปดูเธอหลับจริง“โอ๊ยยย...ก็ฉันอยากนอนต่ออีกไม่ได้เหรออออ....” แบมตอบ“ไม่ได้ๆ ...วันนี้ฉันอยากซ๊อปเป็นเพื่อนที่ดีอย่าขัดใจเจ้สิคร๊าาาา....ไปๆ ...เดี๋ยวพาแวะหาของอร่อยให้กิน...” บ่อกี้ประเลาะ“อืมมม....ห่ะ! ...ของอร่อยเหรออออ...ว้าววว...พูดถึงก็หิวเลย...แป๊บหนึ่งจริงๆ ....” แบมเอ่ยแล้วรีบแต่งตัว“เฮ้ๆๆ .....โอ้โน๋วววว....ฉันว่าเธอควรจะอาบน้ำก่อนดีมั๊ย...” บ่อกี้เอ่ย“ไม่ทันแล้วหิว...” แบมเอ่ย“ไม่ได้ๆ ...อย่าทำตัวสกปรกดิ....ไปๆ เพื่อเจอผู้ดีจอมปลอมฉันขี้เกียจฟังเขานินทาเธออ่ะ...นะๆ อย่างไรก็ควรจะชำระล้างร่างกายเพราะสภาพจิตใจจะได้ดีขึ้น...” บ่อกี้เอ่ยเธอก็รีบเข้าหายตัวไปนานเกือบครึ่งชั่วโมงนั้นยังถือเป็นเรื่องปกติของเธอห้างใหญ่แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเดินตามบ่อกี้ปิดท้ายด้วยแหนมบอดิ้การ์ดกล้ามใหญ่ดข่นทุกครั้ง“เฮ้! ....นั่นคุณแม่คนสวยนี่น๊าาาา...” โปสเตอร์เห็นแบมไกลๆ ก็จำได้วิ่งฝ่าผู้คนมากมายมาจนใกล้ถึงแบมแต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ได้เพราะเธอกำลังพูดคุยกับคนที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้ดี...“คุณแม่คร๊าฟฟฟฟฟ...คุณแม่...ทางนี้ๆ ....” โปสเตอร์ตะโกนเรียก“เรียกใครอ่ะลูก....หึ้...” รพีภัทรถามลูกชาย“นั่นไงคุณแม่คนสวยโปสเตอร์เห็นแล้วววว...ว้าวคุณแม่แต่งตัวสวยจัง...” พูดจบหนุ่มน้อยก็วิ่งฝ่าผู้คนไปจับมือแบมแล้วเขย่าจนเธอต้องนั่งลงมองดูเด็กชายดีๆ ท่ามกลางสายตาของผู้ดีที่รู้จักเธอ“หนูน้อย...เธอเรียกฉันว่าแม่เหรอออออ...แต่ฉันนนนนน...อืมมมม...ฉัน...เรารู้จังกันด้วยเหรอออ....” แบมถามแล้วก็มองจนนึกออกแล้วก็อุ้มเด็กชายขึ้นมามองหน้าชัดๆ “โปสเตอร์ไงคร๊าฟฟฟ....เรารู้จักกันที่ทะเลไง...พี่คนสวย....” โปสเตอร์แนะนำตัว“อออออ...น้องโปสเตอร์ฉันจำเธอได้แล้ววววว....พ่อหนุ่มน้อย....วันนี้คงไม่แอบขับรถหนีมาเองใช่อ่ะ...” แบมถาม“ปะๆ เปล่าครับ....โปสเตอร์มากลับคุณพ่อ...แต่วันนี้คุณแม่คร๊าฟฟฟ...โปสเตอร์ขอหอมคุณแม่ได้มั๊ยครับ....” โปรเตอร์ถาม“ห่ะ! ...หนุ่มน้อยเธอนี่เจ้าชู้แต่ตั้งตัวเท่านี้เลยเหรอออออ...รู้หรือเปล่าว่าคนที่อุ้มเธอนะเป็นใคร...” บ่อกี้ถาม“เป็นคนสวยแล้วใจดีไง...แล้วจะเป็นใครก็ชั่ง...ตอนนี้เธอคือคุณแม่ของผม...” โปรเตอร์เอ่ย“ห่ะ! ....นี่คุณหนูไปแอบมีลูกตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย...แล้วใครเป็นพ่อ....บ้าบ่อจริง...” พวกผู้ดีต่างก็พากันจับกลุ่มนินทาเธอไปทั่วเพียงเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่เธออยู่ตรงนี้พ่อแม่ของเธอก็มายืนตรงหน้าแล้วเธอก็ยังไม่รู้ตัวยังคงพูดคุยกับหนุ่มน้อยอย่างสนุกพ่อของโปสเตอร์ก็ไม่สามารถเข้ามาได้เพราะมีบอดิ้การ์ดล้อมเธออยู่“นี่แบมบี้....เด็กคนนี้เป็นลูกเต้าใคร....แล้วทำไมถึงได้เรียกหนูว่าแม่...บอกพ่อมาสิ...” บิดาถาม“อ้าววว...คุณพ่อคุณแม่...มาได้ไง..."แบมตอบ
"ช่วยตอบคำถามพ่อก่อน..."บิดาถาม
"เอ่อออ...หนุ่มน้อยคนนี้แบมเจอที่ทะเลเมื่อสองสามวันก่อนนะคะ...พอดีคุยกันถูกคอนางก็เลยเรียกแบมว่าแม่นะคะ...” แบมอธิบาย“แล้วก็ให้เรียกงั้นรึ....” มารดาเสริม“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ค่ะ...แบมโอเค....ใช่ม่ะสุดหล่อ...” แบมเอ่ย“คร๊าฟฟฟฟ...คุณแม่...” โปสเตอร์เอ่ยแล้วกอดคอแบมแน่น“เห้ออออ...แล้วพ่อแม่เด็กไปไหนอ่ะ...ทำไมปล่อยลูกวิ่งพล่านแบบนี้...” บิดาถามแล้วมองหา“หนุ่มน้อยคุณพ่อล่ะ....กลับไปหาคุณพ่อก่อนนะ...” แบมเอ่ย“แล้วคุณแม่จะไปไหน...จะทิ้งโปสเตอร์แล้วก็หายไปอีกหรือคร๊าฟฟฟ....ไม่เอาๆ ...อื้อออออ...อื้อๆ ...” โปสเตอร์ร้องลั่นแล้วยิ่งกอดเธอแน่นจนเธอนั้นต้องกอดแล้วบอกเหตุผลแต่หนุ่มน้อยก็ไม่ยอมบิดารู้สึกไม่สบายใจเลยต้องตะโกนถามหาพ่อเด็ก“ใครเป็นผู้ปกครองเด็กเข้ามา....” “ผมครับๆ .....” หนุ่มหล่อเมื่อมีโอกาสเข้าไปหาลูกก็รีบแสดงตัวทันที“เขาเป็นพ่อของเธอจริงหรือเปล่าหนุ่มน้อย...” แบมถาม“คร๊าฟๆ ...นั่นคุณพ่อของหนูเอง...” โปสเตอร์ตอบแบม“แหนมให้เขาเข้ามา....” แบมสั่งแหนม“โปสเตอร์ไปกับคุณพ่อเร็ว.....” หนุ่มหล่อเรียกลูกชาย“ไม่เอาๆ ....อื้อๆๆ ....คุณแม่ช่วยด้วยช่วยด้วย...” โปสเตอร์ร้องไห้ง้อแงลั่นห้างแล้วยังกอดเธอไว้แน่น“ตายละ...แบมบี้....เธอดูสิหนุ่มคนนี้หล๊อหล่อ...แต่หน้าคุ้นๆ แฮะ....” บ่อกี้ทรุดตัวลงถามใกล้ๆ เพื่อน“เหรออออ...คุ้นเหรอ...ไม่มั้ง...หล่อนเนี่ยเห็นผู้ชายแล้วตาโตเป็นนกฮูกเลยนะย่ะ...ให้มันน้อยๆ หน่อย...” แบมดุเพื่อน“แบมบี้...ลูกรู้จักเขาหรือเปล่า....” บิดาถาม“ห่ะ! ....มะๆ ไม่ค่ะคุณพ่อ...จริงๆ นะคุณแม่แบมบอกไปแล้วเมื่อสองสามวันก่อนแบมไปเที่ยวทะเลบังเอิญได้เจอหนุ่มน้อยคนนี้จริงๆ ค่ะ....” แบมอธิบาย“บ่อกี้...ที่คุณแบมพูดเรื่องจริงหรือเปล่า....” มารดาหันมาถามบ่อกี้ที่กำลังกระซิบกระซาบกับแบมบี้อยู่จนเธอสะดุ้ง“บ่อกี้....” เสียงดุเข้มนั้นทำให้บ่อกี้สะดุ้ง“คะคร๊าาาา...คุณแม่....ที่คุณหนูพูดเป็นเรื่องจริงคร๊าาาา....” บ่อกี้ตอบ“แหนมว่าไง.....” บิดาถามแหนมอีกคน“จริงๆ ขอครับ....ก่อนหน้านั้นคุณหนูอยากทานอาหารทะเลสดๆ ...ก็เลยให้ผมพาไปที่นั่นแล้วบังเอิญได้คุยกับหนุ่มน้อยนั้นครับ....” แหนมตอบเสียงหนักแน่น“แล้วไอ้หนุ่มนั่นล่ะ....รู้จักมั๊ย....” มารดาถาม“เอ่ออออ...ไม่รู้จักครับ.....อ้ออออ...นึกออกแล้ว...คุณตำรวจใช่หรือเปล่าครับ....” แหนมตอบแล้วหันไปถามหนุ่มหล่อ“ครับๆ ...ผมเป็นตำรวจ....เอ่ออ....งั้นก็แสดงว่าคนที่เข้าไปขอเปลี่ยนตัวประกันก็คือเธอ....” พีรภัทรหันไปถามแล้วชี้มือไปที่แบมบี้ที่กำลังสนใจเล่นกับหนุ่มน้อยที่กอดไว้แน่นนั้น“ห่ะ! ....นายพูดใหม่สิ....ลูกสาวฉันไปขอเปลี่ยนตัวประกันอะไร....” บิดาซักถาม“เอออออ...เรื่องเล็กน้อยนะคะคุณพ่อคุณแม่....อื้อๆ ...ไม่มีอะไร....” แบมตอบแทนแล้วเล่นลิ้นนิดหน่อย“เรื่องเล็กน้อย....นี่....บ่อกี้กับแหนมสองคนนี้ทำไม่ยอมให้ลูกสาวคนเดียวของฉันไปเสี่ยงอันตราย...” มารดาดุ“แบบนี้คงต้องหาบอดิ้กาด์รพร้อมสักสิบคนแล้วมั้ง....” บิดาเสริม“โอ๊ย...” แบมทรุดตัวนั่งลงกับพื้นแล้วทำหน้าเครียดหนุ่มน้อยก็ยังคงกอดแน่นไม่ยอมปล่อย“คุณแม่คร๊าฟ...คุณแม่โปสเตอร์หิวนม....” โปสเตอร์เอ่ย“ห่ะ! .....” แบมถึงกับตกใจหันมามองเด็กน้อยที่กอดคอ“หิวก็กลับบ้านกัน...เดี๋ยวคุณพ่อแวะร้านไอศกรีมอร่อยๆ ที่ลูกชอบด้วยดีม่ะ....” พีรภัทรโอ้ลูก“จริงเหรอครับ...” โปสเตอร์ถามพ่อ“จริงๆ ....พ่อพาไปจริงๆ ...มาหาพ่อก่อนเร็ว....รบกวนพี่เขามากไปแล้ว....” พีรภัทรบอกลูกชาย“คนนี้ไม่ใช่พี่นะ...แต่เป็นคุณแม่...คุณแม่....” โปสเตอร์เอ่ย“ต๊ายล่ะ....โอ๊ยยยย....เอาไงล่ะคราวนี้...แบมบี้คิดดิคิด.....” บ่อกี้กระซิบถาม“ไม่รู้ๆ ...เอาตัวรอดเองแล้วกัน....” แบมบี้เอ่ย“ห่ะ! ....อย่าทิ้งฉันนะย่ะ...แม่คุณแม่ทูนหัว....ขอร้องงงง.....พาฉันไปด้วยยย....นะๆ ...” บ่อกี้กะพริบตาถี่ๆ อย่างอ่อนวอนแบมก็แค่ยิ้มตอบเท่านั้น“เออออ...คุณพ่อคุณแม่คร๊าาาา....ไงแบมขอไปส่งหนุ่มน้อยคนนี้กลับบ้านก่อนดีกว่าแล้วลูกจะรีบกลับบ้านเลยคร๊าาาา...” แบมเอ่ยแล้วก็ลุกเมื่อหนุ่มน้อยปล่อยมือจากคอแต่ก็ยังกอดขาของเธอไว้แน่น“ดูสิ...สงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะแอบจีบลูกสาวฉันอยู่ใช่มั๊ย...” บิดาก้มหน้าลงมาลูบศีรษะหนุ่มน้อยอย่างเอ็นดู“ดูสิ...ยืนก็ยังกอดขาแน่นเชียว...หนูน้อยปล่อยมือจากลูกสาวฉันนะ....” มารดานั่งลงพูดด้วย“ก็หนูชอบพี่คนสวยนี่ครับ...อยากพา...พาพี่สาวคนสวยกลับบ้านไปด้วย...อนุญาตได้หรือเปล่าครับ...” แม้จะยังพูดไม่ชัดเจนแต่แววตานั่นดูจริงจังมาก“แม้...ฉันมีลูกสาวคนเดียวปล่อยให้ไปปล่อยกับพ่อหนุ่มจะปลอดภัยหรือเปล่าล่ะ...” มารดาถามต่อ“รับรองด้วยเกียรติของลูกผู้ชายครับ...มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม...เอ่ออ...ไม่ให้ต่อมคร๊าฟฟฟ...” หนุ่มน้อยรับปาก“เดี๋ยวๆ ...มากไปแล้ว...ไอ้ที่บอกว่ามดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมนะฉันหรือเธอ....” แบมก้มหน้าลงถาม“อืมมม...ก็ต้องหนูสิคร๊าฟฟฟ....” โปสเตอร์ตอบ“อ้าววว...ทำไมล่ะ...” แบมแกล้งถาม“ก็มีคุณแม่ดูแลมดแมลงไงครับ...โปสเตอร์ก็หลับสบาย...” โปสเตอร์เพียงเด็กใสๆ ทำให้ผู้คนต่างหัวเราะมีรอยยิ้มจนบิดามารดาต่างก็เริ่มเอ็นดูเด็กชาย
ติดตามความซนของโปสเตอร์ด้วยนะครับ