บทที่ 25 เผชิญหน้ากับเฉินฟา
“ปู่คะ ย่าคะ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
แม้ว่าไป๋ปิงจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ปู่กับย่าบอกว่าอยากได้หานชิงอวี่มาเป็หลานเขย แต่เธอก็ยังคงเคารพทั้งคู่จึงไม่กล้าโวยวายและลุกขึ้นพูดแบบนี้แทน
หลังจากนั้นเธอก็เดินออกไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
เมื่อเห็นสิ่งนี้ แม่ของหานชิงอวี่ก็หยิกแขนลูกชายที่กำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะร้องไห้ออกมาด้วยความเ็ป แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็สบตาแม่ของตน
เขาเห็นแม่ที่อยู่ตรงหน้าพยายามส่งสายตาให้ เป็นัยว่าให้เขารีบตามเธอไป
คงไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหมเนี่ย?
พวกเขาเป็นักเรียนชั้นประถมเหรอถึงต้องคอยติดตามกันไปแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ? แค่เข้าห้องน้ำก็ต้องทำหน้าที่เป็ผู้พิทักษ์ดอกไม้ ถ้าได้แต่งงานกันไปจริง ๆ คงไม่ต้องคอยดูแลคนอื่นเพิ่มใช่ไหม?
ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าจะมีเจตนาที่ดี แต่คนอื่นก็อาจไม่รับรู้ หากเขารีบออกไปก็อาจถูกมองว่าเป็คนโรคจิตและถูกไล่กลับทันที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ด้วยว่ามันยากที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของแม่ จึงจำใจลุกขึ้นและเดินออกไป
แน่นอนว่าทันทีที่ออกมาจากห้อง เขาก็ถูกไป๋ปิงที่เดินอยู่ข้างหน้าเห็น
เมื่อเห็นหานชิงอวี่เดินตามมา เธอก็คิดว่าอีกฝ่ายมีความตั้งใจอื่นกับตน จึงดึงเขาไปยังมุมที่เงียบสงบและเริ่มสั่งสอน
“เมื่อบ่ายวันนี้ฉันได้อธิบายให้คุณฟังชัดเจนแล้ว คิดว่าคุณจะยอมแพ้ซะอีก ไม่คิดเลยนะว่าหมอเสี่ยวหานจะข้ามหน้าข้ามตาคุณปู่คุณย่าของฉันขนาดนี้”
“วิธีการของคุณนี่ช่างเลิศล้ำซะจริง ๆ ฉันเพิ่งคุยกับคุณเื่นี้เสร็จในตอนบ่าย พอถึงตอนเย็นคุณก็ขอให้ปู่กับย่ามากดดันฉัน ทำไม? คิดว่าฉันไม่กล้าพูดอย่างต่อหน้าปู่กับย่าใช่ไหม?”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ แก้มของเธอก็เปลี่ยนเป็สีแดงบนใบหน้าที่เ็า ท้ายที่สุดเมื่อเผชิญหน้ากับปู่และย่าของตน เธอก็ไม่กล้าพูดออกมาด้วยความโกรธจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม เธอรีบเปลี่ยนเื่และพูดต่อ
“ฉันเตือนคุณแล้ว อย่ามาคิดอะไรเกินเลยกับฉัน!”
หลังจากนั้น เธอก็หันหลังกลับและเดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่ทิ้งโอกาสให้หานชิงอวี่ได้อธิบาย
หลังจากฟังคำพูดของไป๋ปิงแล้ว หานชิงอวี่ก็รู้สึกเหมือนสุนัขจรจัดข้างถนนที่ถูกคนที่เดินผ่านไปมาเตะและรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
ขณะที่เขาเดินไปที่ห้องน้ำชายก็แอบบ่นเกี่ยวกับข้อเสนอที่แม่มอบให้
ตอนนี้เขาหมกมุ่นอยู่กับมันมากและเชื่อว่าแม่จะให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้แก่ตนได้ เฮอะ… ดีจริง ๆ ตอนนี้ไม่เพียงแค่เขาถูกมองว่าเป็มะเร็งชายแท้[1] แต่ยังถูกคาดโทษอีกด้วย แม้ว่าเขาจะะโลงแม่น้ำหวงโหก็ไม่สามารถล้างมลทินให้ตัวเองได้เลย
หานชิงอวี่อยู่ในห้องน้ำสักพัก เขารู้สึกเสียใจมากขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดก็เดินออกไปข้างนอก
ท้ายที่สุดแม้ว่าจะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองอีกครั้ง ไป๋ปิงก็ไม่สามารถพูดอะไรกับเขาในงานเลี้ยงอาหารค่ำได้ ตราบใดที่รอดพ้นจากมื้ออาหารเย็นครั้งนี้ไป พวกเขาทั้งสองก็จะไม่มีวันติดต่อกันอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อหานชิงอวี่กำลังจะเดินออกจากประตูห้องน้ำก็มีคนเดินสวนเข้ามา ซึ่งทำให้แพทย์หนุ่มอารมณ์เสียลงไปถึงจุดต่ำสุด
เขาเห็นเฉินฟาสวมเสื้อผ้าสีสดใสและเดินก้มหน้าเข้ามาในห้องน้ำ
เมื่อตระหนักว่ามีคนอยู่ตรงหน้า เฉินฟาก็แหงนเงยหัวขึ้นและเห็นว่าเป็หานชิงอวี่ ใบหน้าของเขาก็เปล่งประกายด้วยความดีใจทันที
“หานชิงอวี่ ฉันก็ว่าทำไมจู่ ๆ นายถึงเปลี่ยนคลาสกับหลี่หยาง ที่แท้ก็มาอยู่ที่นี่เอง”
“ใช่แล้ว ฉันได้ยินมาว่ารายได้ที่นี่ค่อนข้างสูงและผู้คนที่นี่ก็เปย์หนักมาก หากนายทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ ทิปที่ได้อาจจจะเท่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเลยก็ได้!”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เอื้อมมือออกไปและตบไหล่หานชิงอวี่
หานชิงอวี่มักจะสวมเสื้อผ้าแบรนด์ราคาไม่แพงเพราะไม่ชอบดึงดูดความสนใจ ดังนั้นแม้จะย้ายมาอยู่ที่แผนกฉุกเฉินมาระยะหนึ่งแล้วก็ไม่มีใครรู้สถานการณ์ในครอบครัวของเขา
เฉินฟาที่ชอบดูถูกคนอื่นรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นคู่แข่งตนสวมเสื้อผ้าธรรมดาทุกครั้งที่เลิกงาน
ตอนนี้เมื่อเขาเห็นหานชิงอวี่เข้าและออกจากร้านอาหารระดับไฮเอนด์เช่นนี้ ก็ยิ้มเยาะเย้ยและล้อเลียนอีกฝ่ายในฐานะพนักงานเสิร์ฟพาร์ทไทม์ที่นี่
เดิมทีตามนิสัยของหานชิงอวี่ เขาจะไม่ใส่ใจกับการเยาะเย้ยระดับต่ำเช่นนี้
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตนเพิ่งจะถูกไป๋ปิงเข้าใจผิด และใน่สองวันที่ผ่านมา เขายังคงเห็นเฉินฟาตามติดอยู่รอบตัวราวกับิญญา
ในเวลานี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะแสร้งทำเป็ััเสื้อผ้าของเฉินฟาแล้วพูดว่า
“วัสดุของชุดนี้ไม่เลวเลยนะ ใส่แล้วคงคืนสินค้าไม่ได้ใช่ไหม?”
“ปกติแล้วในแผนกดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจนายมากนัก แต่ไม่คิดเลยว่าคืนนี้นายจะได้รับการต้อนรับขนาดนี้”
หลังจากพูดแบบนี้ ใบหน้าของเฉินฟาก็สั่นเล็กน้อย
นี่เป็เสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อสำหรับการออกเดตวันนี้จริง ๆ ไม่คิดว่าหานชิงอวี่ตรงหน้าเขาจะพูดเื่เลวร้ายขนาดนี้
เมื่อเห็นการแสดงออกของเฉินฟาเปลี่ยนไป หานชิงอวี่ก็แสร้งทำเป็รู้แจ้งในทันใดและพูดต่อ
“นาย นายไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็เป็ด*[2]ใช่ไหม?”
“เฉินฟา ไม่สำคัญหรอกว่านายจะมีความ้าอยู่ในใจหรือเปล่า พูดตามตรง แม้ว่าในแผนกจะไม่มีใครชอบนายก็ตาม และถึงแม้คนอื่นจะคิดว่านายพึ่งพาลุงของตัวเองเพื่อมาทำงานในแผนกก็ตาม แต่นายก็ไม่ควร... เฮ้อ!"
เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว หานชิงอวี่ก็ส่ายหัวด้วยสีหน้าจริงจังและตบไหล่ของเฉินฟาอย่างช่วยไม่ได้ ท่าทางดูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกและเสียใจกับอีกฝ่ายอย่างสุดซึ้ง
อย่างไรก็ตาม ประโยคเหล่านี้ราวกับลูกศรแหลมทำให้เฉินฟาที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกเหมือนถูกลูกศรหลายดอกโจมตีทันที ลมหายใจของเขาค่อย ๆ ถี่ขึ้นและใบหน้าก็แดงก่ำทันที
ความรู้สึกถูกจี้ใจดำนั้นไม่น่าพอใจเลย
“หานชิงอวี่ แกอยากตายเหรอ!”
หลังจากพูดอย่างนั้น เฉินฟาก็ปล่อยหมัดโดยอยากจะโจมตีหานชิงอวี่ตรงหน้า!
ในฐานะแพทย์ ทักษะการสังเกตของหานชิงอวี่นั้นยอดเยี่ยมมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับการกระทำของเฉินฟา หานชิงอวี่ก็เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว ขณะที่ร่างกายของเฉินฟาขยับเล็กน้อย เขาก็พลันสังเกตเห็นได้ทันควัน
ดังนั้นในตอนที่เฉินปล่อยหมัดของเขา หานชิงอวี่ก็หลบไปข้างหลังและทำให้เกิดช่องว่างระหว่างทั้งสองทันที
หมัดของเฉินฟาแรงมากจนเขาไม่สามารถควบคุมความแรงของมันได้ ตอนนี้เขาชกไม่โดนอะไรเลย ในสภาวะแห่งความอับอายและความโกรธ ร่างกายของเขาจึงเคลื่อนที่ไปตามแรงเฉื่อยและพุ่งไปทางโถปัสสาวะ
จากนั้นก็มีเสียงเนื้อกระทบกับเซรามิก ใบหน้าของเฉินฟาพุ่งเข้าไปในโถปัสสาวะที่อยู่ใกล้ ๆ ทันที
แชะ
ขณะที่กำลังมึนงงก็เกิดเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเหนือศีรษะของเขา
เฉินฟาที่เพิ่งหน้ากระแทกโถปัสสาวะเช่นนี้จึงรู้สึกคลื่นไส้ผสมกับความเ็ป
[1] มะเร็งชายแท้ หมายถึง ผู้ชายหัวโบราณที่รักษาค่านิยมแบบปิตาธิปไตย
[2] เป็ด หมายถึง คนที่ให้บริการทางเพศแก่สตรี