" แล้วพี่จะทำยังไงต่อครับ " เด็กหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยืนนิ่ง
" ไม่รู้เหมือนกัน " ร่างบางตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
" งั้นไปบ้านผมก่อนดีกว่าแล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อไป "
" เอ่อ... " ลดาเองก็มีทีท่ากังวลใจเพราะจะให้เธอไว้ใจคนอื่นง่ายๆแบบนี้ก็ดูจะไม่ได้ แต่ในเมื่อตอนนี้เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้ ข้อเสนอของเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอจึงต้องรับไว้
" พี่ไม่ต้องห่วงครับ ที่บ้านของผมเป็นร้านอาหารคนอยู่กันเยอะ อีกอย่างแม่ของผมใจดีมาก " เด็กหนุ่มพูดอย่างเป็นมิตร
" อึ้มตกลง "
" มาครับผมช่วยถือ เดินไปอีกหน่อยก็เป็นบ้านของผมแล้วครับ "
เด็กหนุ่มพาลดามาที่บ้านซึ่งเป็นร้านอาหารอย่างที่บอกเธอแต่แรก แม้ตอนแรกแม่ของเด็กหนุ่มจะดูตกใจที่เห็นลูกชายของเธอเดินข้ามาพร้อมหญิงสาวและกระเป๋าใบใหญ่ จนกระทั่งเขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แม่และคนอื่นๆในร้านฟังทุกคนจึงรู้สึกสงสารเธอจับใจ แต่ถึงอย่างนั้นลดาก็ไม่ได้เล่าเรื่องที่เธอมาหาคนรักที่เป็นถึงรองประธานใหญ่ของตระกูลหย่งให้ทุกคนฟัง ขนาดพนักงานที่นั่นยังไม่เชื่อเธอเลยแล้วคนที่นี่จะเชื่อเธออย่างนั้นหรือ
" ขอบคุณค่ะ " หญิงสาวเอ่ยขอบคุณแม่ของเด็กหนุ่มที่ยกบะหมี่ชามใหญ่มาให้เธอ นี่ก็บ่ายแก่ๆแล้วเธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยทั้งวัน กะว่าจะมากินข้าวเที่ยงกับคนรัก เมื่อคิดถึงเขา...ภาพที่เขาส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวอีกคนก็ผุดขึ้นในความคิด น้ำตาเริ่มเอ่อพ้นขอบตาขึ้นมาอีกครั้ง
" พี่ไม่ต้องกลัว ผมกับแม่ยินดีจะให้พี่อยู่ที่นี่ตามที่พี่ต้องการ " เด็กหนุ่มเอ่ยปลอบประโลมเพราะคิดว่าหญิงสาวคงคิดหนักเรื่องเงินที่ถูกขโมยไป
" ถ้าไม่มีที่ไปก็อยู่ซะที่นี่เลย ไม่ต้องเกรงใจ " หญิงวัยกลางคนเอ่ย
" ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ " ลดาเอ่ยพร้อมน้ำตา
อีกด้าน
รถยนต์คันหรูวิ่งออกจากโรงพยาบาลโดยมีรถของบอดี้การ์ดตามประกบหน้าหลัง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถเหม่อมองออกไปด้านนอกกระจกรถ ความเหนื่อยล้าจากการโหมทำงานหนักทำให้เขาปิดเปลือกตาลง สองเดือนที่ผ่านเขาต้องจากคนรักเพื่อมาช่วยธุรกิจของครอบครัวฝั่งแม่ ตลอดเวลาที่ห่างกันเขาคิดถึงเธอใจแทบขาด อยากจะบินกลับไปหาแต่เพราะคุณลุงของเขาเริ่มสร้างโปรเจคใหม่ทำให้เขาเองแทบจะไม่มีเวลาแม้กระทั่งคุยกับเธอในระยะหลังๆ
เขาตัดสินใจจะเร่งทำงานหนักเพื่อให้เสร็จในเร็ววัน อย่างน้อยก็จะได้มีเวลาบินกลับไปหาเธอบ้างสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ยังดี มือบางของคนที่นั่งข้างๆวางทาบลงบนหลังมือของชายหนุ่มทำให้เขาตกใจเผลอปัดมือเธอออก
" เหนื่อยเหรอคะ " หย่งฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แม้จะรู้สึกผิดหวังกับท่าทีของเขา
" นิดหน่อย " เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้่มให้เธอ อันที่จริงหากเพราะเธอไม่ใช่ลูกสาวของคุณลุงเขาคงไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้าหาตัวได้ใกล้ขนาดนี้ เขากับเธอรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ เขาเองก็เอ็นดูเหมือนกับน้องสาวแท้ๆ พ่อและแม่ของเธอถูกฆ่าตายตั้งแต่เด็กลุงของเขาจึงรับเธอเป็นลูกบุญธรรม
" ชั้นก็บอกพี่แล้ว ว่าให้พักผ่อนเยอะๆก็ไม่เชื่อ "
" เธอก็เห็นว่างานเยอะ "
" งานเยอะก็จริงแต่สุขภาพก็สำคัญนะคะ พี่จะรีบทำไปทำไม งานหน่ะมันไม่หนีไปไหนหรอก " หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางๆ
" เธอจะไปรู้อะไร " ปลาวาฬพูดแล้วก็เบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ใบหน้าของคนรักผุดเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้ง เขาอยากจะกลับไปกอดเธอใจจะขาดอยู่แล้ว
หลังจากกลับจากเยี่ยมพี่ชายที่โรงพยาบาลปลาวาฬก็กลับเข้ามาที่ตึกใหญ่อีกครั้ง ยังมีงานอีกหลายอย่างให้เขาสะสางการที่เขาโหมทำงานหนักก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเขาเองจะได้ไม่ต้องทรมานทนคิดถึงคนรักที่อยู่ห่างไกลกัน
" หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ "
เมื่อทนต่อความคิดถึงไม่ได้ชายหนุ่มจึงหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาคนรักแต่ทว่า...กลับติดต่อเธอไม่ได้ ปลาวาฬกดต่อสายอยู่หลายครั้งแต่ก็เหมือนในครั้งก่อนๆ มือหนาตัดสินใจวางโทรศัพท์ลง เขาคิดว่าเธออาจจะทำงานจนลืมชาร์ตแบตโทรศัพท์ก็เป็นไปได้
ติ๊ดดดๆๆ...เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มือหนารีบคว้ามาเปิดดูเพราะคิดว่าเป็นคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่
" ว่าไงครับแม่ " พอเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความผิดหวัง
" ได้ยินเสียงแม่แล้วต้องถอนหายใจขนาดนั้นเลยเหรอสุดหล่อ แม่โทรมาขัดจังหวะอยู่ใช่มั้ยล่ะ " คุณนวลปรางเอ่ยแซวลูกชาย
" ขัดจังหวะอะไรครับแม่ " แม่พูดอย่างกับเขาอยู่กับลดาอย่างนั้นแหละ ...นี่เขาอยู่คนเดียวชัดๆ
" แหม...ทำเป็นเฉไฉลูกสะใภ้แม่อยู่ไหน ขอคุยด้วยหน่อย แม่โทรหาแล้วไม่ติด "
" แม่พูดเรื่องอะไร ไม่ตลกนะครับ ลดาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง " ชายหนุ่มเอ่ยกับผู้เป็นแม่ แม้ในใจตอนนี้เขาจะเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วก็ตาม
" วาฬ...ลดาขึ้นเครื่องตั้งแต่เมื่อเช้า ป่านนี้น่าจะถึงแล้ว รึจริงๆควรจะถึงตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วด้วยซ้ำไป " เมื่อจับน้ำเสียงของลูกชายได้คุณนวลปรางจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที
" ไม่มีนะครับแม่ ลดาไม่ได้มาหาวาฬ "
" ลดาเค้าอยากไปเซอร์ไพรส์วาฬก็เลยขอร้องไม่ให้แม่บอก แม่ว่าไม่มีอะไรน่าห่วงก็เลยไม่ห้าม แม่ให้ที่อยู่บริษัทเธอไป เพราะอยากให้ลดาไปเซอร์ไพรส์วาฬที่นั่นหน่ะลูก "
" ถ้าเธอขึ้นเครื่องมาแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนล่ะครับ นี่มันก็เย็นมากแล้วนะครับแม่ "
" เกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวแม่ให้แทนเช็คเที่ยวบินของลดาก่อน "
" โอเคครับแม่ เดี๋ยวผมจะลงไปเช็คที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ข้างล่าง " พูดจบชายหนุ่มก็รีบวิ่งออกจากห้องตรงไปยังลิฟท์ เลขาหน้าห้องที่นั่งอยู่กำลังจะเอ่ยปากถามว่าเขาจะไปไหนแต่ก็ไม่ทันเพราะเจ้านายของเธอได้เข้าไปในลิฟท์เสียแล้ว หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจกับท่าทางดังกล่าวเป็นอย่างมาก เจ้านายมาดนิ่งพูดน้อยของเธอวันนี้เป็นอะไร
ติ๊งง... เมื่อลิฟท์เปิดออกสองขายาวรีบก้าวเท้าออกทันที หย่งฟางที่ยืนรอกำลังจะขึ้นลิฟท์เมื่อเห็นเขาก็เตรียมจะเอ่ยถามว่าเขาจะไปไหน ปกติเขายังไม่กลับบ้านเวลานี้นี่
" เอ่อ..พี่ " ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร ชายหนุ่มก็เดินผ่านหน้าของเธอไปอย่างรีบร้อน ด้วยความสงสัยสองขาเรียวจึงหมุนตัวและเดินตามชายหนุ่มไป
" เอ่อ...ท่านรอง " พนักงานสาวที่นั่งกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์ต่างรู้สึกประหม่า พวกเธอไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสอยู่ใกล้กับเจ้านายหนุ่มมากขนาดนี้
" วันนี้มีใครมาชั้นมั้ย ? " เสียงทุ้มเอ่ยถาม
" มาหา...ไม่มีนะคะ " หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางเอ่ยขึ้น
" แต่ มีอยู่คนนึงนะเธอ " หญิงสาวอีกคนแย้งขึ้น
" ไม่มีนะคะ ชั้นนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้า ไม่มีผู้บริหารท่านไหนมาติดต่อขอพบท่านนะคะ " เธอยืนยันคำเดิม
" เธอๆก็ผู้หญิงคนนั้นนั่นไง "
" สรุปว่ามีใครมาหาชั้นมั้ย ใครก็ได้ใครสักคน...ตกลงว่าวันนี้มีมั้ย " ชายหนุ่มระเบิดเสียงดังออกมาทำให้พนักงานที่อยู่บริเวณนั้นตกใจไปตามๆกัน
" เอ่อ... เอ่อ...มีค่ะ มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาท่านรองค่ะ แต่เธอไม่ได้นัดไว้ดิชั้นเลยไม่กล้า...เอ่อ " พนักงานสาวพูดด้วยความหวาดกลัว
" พี่คะ...เกิดอะไรขึ้นคะ " หย่งฟางเดินเข้ามาจับเบาๆที่แขนของเขา
" แล้วตอนนี้เธอไปไหนแล้ว " ปลาวาฬไม่ตอบคำถามของหย่งฟาง ตอนนี้เขากระวนกระวายใจเพราะความเป็นห่วงคนรัก
" มะ ไม่ทราบค่ะ "
ปั้ง...เสียงฝ่ามือหนาฟาดลงบนเคาน์เตอร์อย่างดัง
" ไม่รู้ ไม่รู้ได้ยังไง เธอมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าจะให้ใครหรือไม่ให้ใครพบชั้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้พวกเธอทั้งหมดที่นั่งอยู่ไม่ต้องมาทำงาน วันนี้ไปเซ็นใบลาออกที่ฝ่ายบุคคลได้เลย " พูดจบร่างสูงก็รีบวิ่งออกไปที่ด้านหน้าบริษัท
" ท่านรอง...ท่านรองคะ พวกเรา... " เสียงพนักงานสาวกำลังจะเอ่ยขอร้อง แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว หย่งฟางที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน คนใจเย็นและมีเหตุผลหายไปไหน ผู้ชายเมื่อสักครู่เป็นอีกคนที่เธอไม่เคยรู้จัก เขาพร้อมจะทำลายทุกอย่างตรงหน้าให้พังอย่างราบคาบ
ไม่นานเสียงฝีเท้าหนักก็วิ่งกลับเข้ามา หย่งฟางที่กำลังจะเอ่ยถามก็เป็นอันที่ต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะตอนนี้เขาได้วิ่งผ่านหน้าเธอไปไม่แม้แต่จะเหลียวหลังมอง นิ้วหนากดลิฟท์ขึ้นมายังชั้นบนสุดที่เป็นห้องทำงานของเขา ชายหนุ่มเดินตรงมายังโต๊ะของเลขาสาว
" ติดต่อขอภาพกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่างให้ผมทุกตัว ผมให้เวลา 5 นาที " ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ
" เอ่อ...ท่านรอง " เลขาสาวกำลังจะเอ่ยต่อรองเพราะเวลาเพียงแค่ 5 นาที เธอจะทำได้อย่างไร
" ถ้าคุณทำไม่ได้ ผมจะหาคนใหม่มาทำแทน " พูดจบร่างสูงของเจ้านายหนุ่มก็เดินเข้าห้องไป เลขาสาวถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ วันนี้เจ้านายของเธอเป็นอะไรไป เลขาสาวตีแก้มของตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ เธอต้องรีบทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ไม่ว่าจะอารมณ์ไหนเธอก็รู้ดีว่าคำพูดของเขาเป็นประกาศิต เธอเองยังอยากทำงานที่บริษัทแห่งนี้ ใครๆก็รู้ว่ากว่าจะผ่านการคัดเลือกให้เข้าทำงานได้ต้องแข่งขันกับใครอีกตั้งหลายคน