ครั้นคนงามจากไปไกลแล้ว มู่เลี่ยงหรงพบขลุ่ยหยกสลักงดงามเลาหนึ่งตกอยู่ตรงที่นางนั่งคุกเข่าเมื่อครู่เขาก้มลงเก็บขึ้นมาแล้วพิจารณาขลุ่ยเลานี้อย่างละเอียดพบว่าเป็ขลุ่ยหยกสลักที่สร้างอย่างประณีตงดงาม
หยกสีเขียวน้ำงามเรียบลื่นเปล่งประกายเขาจึงไม่ได้ที่จะลองเป่าดูสักครั้ง แต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลยท่านอ๋องหนุ่มจึงลงความเห็นว่าผู้ที่สร้างขลุ่ยเลานี้น่าจะไม่ใช่ช่างฝีมือธรรมดาเสียแล้ว
“แปลกจริง ทำไมไม่มีเสียงซิ่นเฉิงเ้ารู้จักขลุ่ยแบบนี้หรือไม่” มู่เลี่ยงหรงเอ่ยถามทันใดนั้นองครักษ์ในชุดสีเทาที่เร้นกายอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้น
“เรียนท่านอ๋องนี่ต้องเป็ขลุ่ยหยกพลิ้วพราย หนึ่งในงานสร้างของปรมาจารย์ไป่หลงจิวไม่ผิดแน่”
“หากเป็ของปรมาจารย์ขลุ่ยโลกันต์ย่อมต้องเป่าแบบธรรมดาไม่ได้สินะ”
“ท่านอ๋องทรงปรีชาผู้น้อยพอจะทราบมาว่าต้องใช้กำลังภายในควบคู่ไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
มู่เลี่ยงหรงลองทำตามคำแนะนำของซิ่นเฉิงปรากฏว่ามีเสียงออกมาจริงๆ แต่ไม่ไพเราะเอาเสียเลยหากจะเป่าให้ได้ดีคงต้องเรียนรู้เคล็ดลับและฝึกฝนอย่างตั้งใจเป็เวลานานพอดู
“เ้ารู้ได้ยังไงว่านี่คือขลุ่ยหยกพลิ้วพรายแล้วทำไมมันถึงมาอยู่กับคุณหนูตระกูลเยี่ยนได้ หากขลุ่ยนี้ต้องใช้กำลังภายในเป่าเราเกรงว่ามันจะเป็อาวุธ”
“เรียนท่านอ๋องเื่คุณหนูเยี่ยนเป็ศิษย์ของไป๋หลงจิวไม่ใช่ความลับแต่อย่างใดขลุ่ยเลานี้เขาทำขึ้นให้นางโดยเฉพาะและกระหม่อมไม่เคยได้ยินว่าบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่ใช้วิชาขลุ่ยโลกันต์ได้”
“ไม่เคยได้ยินก็ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้เ้าประมาทเกินไปแล้ว”
“กระหม่อมตรวจสอบความปลอดภัยภายในงานโดยมิได้ละเลยแม้แต่น้อย การแสดงนี้ถูกแจ้งไว้อย่างเปิดเผยตอนอยู่เมืองหานจีคุณหนูเยี่ยนก็แสดงเพลงขลุ่ยพลิ้วพรายแล้วหลายครั้งอีกทั้งนางเรียนแค่วิชาดนตรีไม่ได้เรียนวิชาขลุ่ยโลกันต์ถึงต้องใช้กำลังภายในแต่ก็เพียงเล็กน้อยเพื่อความไพเราะกังวาน”
“ซิ่นเฉิงนางอาจจะรอเวลาที่เหมาะสมเช่นวันนี้อยู่ก็ได้ หากเกิดอะไรขึ้นเ้ารับผิดชอบไหวหรือ”
“กระหม่อมมั่นใจว่าตรวจสอบละเอียดแล้วที่สำคัญวิชาขลุ่ยโลกันต์ต้องใช้ขลุ่ยโลกันต์บรรเลงเท่านั้นในเมื่ออาวุธร้ายแรงได้ถูกผนึกไปแล้ว ไป่หลงจิ่วก็รับสอนเพียงวิชาดนตรีธรรมดามานานหลายปีทางราชสำนักเองก็จับตาดูเขาไม่ห่าง”
“เ้าแน่ใจรึ แต่เราคงจะนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้”ชายหนุ่มไม่อยากประมาท หากเกิดเื่ร้ายในงานเลี้ยงคงไม่ดีแน่ “เ้าไปยกพิณหวนคำนึงมาให้เราเดี๋ยวนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ” ซิ่นเฉิงทะยานหายไปทันที
มู่เลี่ยงหรงตั้งใจแล้วว่าจะต้องตรวจสอบเยี่ยนเยว่ฉีอีกครั้งถึงในใจจะรู้สึกหวั่นไหวต่อนางบ้างแล้วแต่สำหรับเขาความปลอดภัยของฮ่องเต้คือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็อันดับแรก
ท่านอ๋องหนุ่มจ้องขลุ่ยหยกสีเขียวในมือพลางครุ่นคิดคุณหนูเยี่ยนคงเริ่มตามหาของสิ่งนี้แล้ว เขาจึงเหน็บขลุ่ยไว้ข้างเอวภายใต้เสื้อคลุมแล้วตรงกลับเข้าไปในงานเลี้ยงทันที
บุรุษผู้สูงศักดิ์เดินไปคิดแผนการไปก่อนอื่นจะต้องหาทางคืนขลุ่ยหยกให้นางเสียก่อนอาจจะต้องใช้อุบายเพื่อเข้าใกล้สตรีผู้นั้น เพื่อตรวจสอบวรยุทธ์และท้ายที่สุดเขาจะต้องแทรกแซงการแสดงของนางเสีย เมื่ออยู่ใกล้กันยามบรรเลงเพลงหากเกิดเหตุร้ายเขาย่อมแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที
ข่าวลือที่ว่าเยี่ยนหยางเจวี๋ยจะถวายตัวบุตรสาวให้ฮ่องเต้คงมีมูลอยู่บ้างดีที่พระเชษฐาคิดจะส่งนางเข้าจวนฉินอ๋องแทน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกแปลกๆ
‘วันนี้ข้าเป็อะไรไปนะ’
ั้แ่เกิดมามู่เลี่ยงหรงไม่เคยรู้สึกสนใจสตรีใดเป็พิเศษไม่เคยหัวใจเต้นโครมครามถึงเพียงนี้นี่เพิ่งได้พบนางเพียงครู่เดียวกลับรู้สึกอยากใกล้ชิดสนิทเสน่หา
แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เหตุใดเมื่อเขาพบหญิงสาวที่พอจะทำให้หัวใจหวั่นไหวได้บ้างนางก็ดันมาเป็ศิษย์ของปรมาจารย์ขลุ่ยโลกันต์แห่งยุทธภพเสียอย่างนั้น
ตอนนี้แม่ทัพใหญ่รักษานครคุมกำลังหนึ่งแสนรอบเมืองหลวงบุตรชายทั้งสองก็มีฝีมือไม่ธรรมดาหากเยี่ยนหยางเจวี๋ยผูกสัมพันธ์กับพวกกังฉินเห็นทีบัลลังก์คงสั่นะเื
เช่นนี้เองสินะพระเชษฐาจึงต้องส่งถางซือเซินมาหาเขา
ด้วยตำแหน่งไคกั๋วกงเยี่ยนหยางเจวี๋ยย่อมไม่ยินดีให้บุตรสาวเป็เพียงพระสนม หรือพระชายารองของผู้ใด
ดังนั้นตำแหน่งฉินหวางเฟยจึงเหมาะสมที่สุด
เมื่อกระจ่างแจ้งในพระประสงค์ของฮ่องเต้แล้วมู่เลี่ยงหรงจึงคิดกลับไปบอกแผนการให้แก่อัครเสนาบดีจอมเ้ากี้เ้าการ
คิดแล้วให้รู้สึกหงุดหงิดพระเชษฐากับสหายของเขาทำไมต้องทำให้เื่ยุ่งยากเพียงเอ่ยปากบอกมาตามตรงแต่แรกก็สิ้นเื่ หรือบางทีอาจเป็เพราะคำขอของตนเองกระมัง
‘เสด็จพี่ ข้าอยากยกตำแหน่งพระชายาเอกให้สตรีที่รักชอบ’
คิดมาถึงตรงนี้ มู่เลี่ยงหรงก็ไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่าการตัดสินใจยอมรับเื่การแต่งงานกับเยี่ยนเยว่ฉีเขาทำไปเพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ หรือเป็เพราะ้าโฉมงามกันแน่
ยามนี้เื่เดียวที่ท่านอ๋องหนุ่มเป็กังวลหากเยี่ยนเยว่ฉีเป็ผู้สืบทอดวิชาต้องห้าม เขาก็จำเป็ต้องกำจัดนางอย่างช่วยไม่ได้หวังเพียงว่าไป่หลงจิวจะรักษาข้อตกลงกับราชสำนักไม่ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้บุตรีท่านแม่ทัพใหญ่
‘สตรีนางนี้ช่างสร้างความยุ่งยากเสียจริงถ้าข้าพบว่าเ้าสามารถใช้เพลงขลุ่ยโลกันต์ได้ล่ะก็ข้าฉินอ๋องจะบั่นศีรษะของเ้าด้วยตัวเอง แต่หากว่าเ้าเป็ผู้บริสุทธิ์เยี่ยนเยว่ฉีเอ๋ย...เ้าก็จะกลายเป็หวางเฟยของข้าตลอดไป’