ภายในห้องบ่มเพาะที่มืดสนิท ร่างของ หลี่ มู่ไป๋ ถูกห่อหุ้มด้วยเส้นแสงสีทองม่วงที่สลับกับไอสีขาวบริสุทธิ์จาก แก่นสารหยกหล่อเลี้ยงวิญญาณ พลังปราณในห้องหนาแน่นจนเกิดเสียงเปรี๊ยะของกระแสไฟฟ้าตลอดเวลา
ในห้วงจิตสำนึก มู่ไป๋กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด แก่นทองคำแห่งอัสนี ของเขากำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันเริ่มขยายตัวและแตกร้าวเพื่อปล่อยให้ "ตัวอ่อน" ของวิญญาณแรกเริ่มถือกำเนิดขึ้น
— อัตราการหลอมรวมจิตวิญญาณ: 65%... ระดับความเจ็บปวดเกินขีดจำกัดที่มนุษย์จะทนได้... ตรรกะสั่งการ: ตัดความรู้สึกทางกายภาพ 90% เพื่อรักษาความเสถียรของพลังงาน —
มู่ไป๋ใช้ความรู้จาก สมุดบันทึก ในการสะกดความเจ็บปวดและบีบอัดปราณอัสนีที่บ้าคลั่งให้ไหลเข้าสู่จุดรวมชีพจร เขาไม่รู้เลยว่าภายนอกกำแพงห้อง เสวี่ย ลั่ว กำลังเผชิญกับอะไร
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวภายนอกเสวี่ย ลั่ว นั่งพิงผนังห้องโถง ลมหายใจของเธอหอบถี่และมีคราบเลือดติดอยู่ที่มุมปาก การต้านทานแรงกดดันของผู้เฒ่าเหวินในตอนที่แล้วทำให้เส้นปราณของเธอเสียหาย เธอรีบกลืนโอสถฟื้นฟูที่มู่ไป๋เคยให้ไว้ และพยายามใช้สายตาเฝ้ามองผ่านช่องว่างของค่ายกล
ภายนอกนั้นเงียบสงัดเกินไป... ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงลม
ทันใดนั้น เธอสังเกตเห็น เงาสีดำ หลายสายเริ่มโอบล้อมที่พักอาศัย พวกเขาไม่ได้มาแบบเปิดเผยเหมือนผู้เฒ่าเหวิน แต่มาแบบ หน่วยลอบสังหาร นี่คือหน่วยเขี้ยวสายฟ้าของตระกูลเทียนหมิง ซึ่งประกอบด้วยผู้ฝึกตนระดับ แก่นทองคำขั้นปลาย ถึงห้าคน!
"ทำลายค่ายกลซ่อนเร้นซะ" เสียงกระซิบที่เย็นเฉียบดังขึ้นจากเงามืด
การพังทลายของปราการเพล้ง!
ค่ายกลซ่อนเร้นชั้นแรกที่มู่ไป๋วางไว้ถูกทำลายลงด้วยยันต์สลายอาคมระดับสูง เสวี่ย ลั่ว สะดุ้งสุดตัว เธอรู้ดีว่าด้วยพลังของเธอเพียงคนเดียว ไม่อาจต้านทานผู้ฝึกตนแก่นทองคำห้าคนได้พร้อมกัน
เธอมองไปยังประตูห้องบ่มเพาะของมู่ไป๋ที่ยังคงปิดสนิท
"ท่านพี่หลี่... ข้าจะถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุด" เสวี่ย ลั่ว กัดฟันสู้ เธอเรียกใช้กระบี่สั้นและโรยผงพิษรอบตัว เตรียมพร้อมสำหรับการสู้ตาย
หน่วยลอบสังหารพุ่งทะลุประตูเข้ามา พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง หนึ่งในนั้นฟาดดาบปราณเข้าใส่เสวี่ย ลั่ว ทันที แรงปะทะส่งร่างของเธอกระเด็นไปกระแทกกับประตูห้องบ่มเพาะของมู่ไป๋
"ในนี้มีใครบางคนกำลังทะลวงระดับ!" หนึ่งในหน่วยลอบสังหารตะโกนขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงปราณอัสนีที่เล็ดลอดออกมาจากรอยแตกของประตู "ฆ่ามันซะก่อนที่มันจะสำเร็จ!"
การตื่นขึ้นของมหาอัสนีในวินาทีที่ดาบของศัตรูกำลังจะฟันลงบนร่างของเสวี่ย ลั่ว และทำลายประตูห้องเข้าไป...
เปรี้ยง!!!!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวจนบ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน ประตูห้องบ่มเพาะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับคลื่นพลังอัสนีสีทองม่วงที่รุนแรงมหาศาลพุ่งกระจายออกมา ราวกับมังกรสายฟ้าที่ถูกปลดปล่อย
ร่างของหน่วยลอบสังหารที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านในพริบตา ส่วนคนอื่นๆ ถูกแรงกระแทกกระเด็นออกไปนอกตัวบ้าน
ท่ามกลางกลุ่มควันและประกายไฟ หลี่ มู่ไป๋ ก้าวออกมาอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาไม่ได้เป็นสีดำอีกต่อไป แต่มีประกายสายฟ้าไหลเวียนอยู่ภายใน กลิ่นอายรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่ง แต่มันคือ ความกดดันระดับวิญญาณแรกเริ่ม (Nascent Soul) ที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ทรงพลังยิ่งกว่าแก่นทองคำใดๆ
มู่ไป๋มองดูเสวี่ย ลั่ว ที่บาดเจ็บอยู่บนพื้น ก่อนจะหันสายตาที่เย็นชาไปยังศัตรูที่เหลือ
"การคำนวณเวลาของข้าคลาดเคลื่อนไป 3 นาที..." มู่ไป๋กล่าวด้วยเสียงที่เรียบเฉียบเหมือนน้ำแข็ง "แต่ผลลัพธ์ในการกำจัดพวกเจ้า... ยังคงเป็น 100%"