ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่607 ข่าวคราว ยุคสมัยจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ส่งแรงกระเพื่อมไหวทั่ว

        จู่ ๆ ฉับพลัน ดาบเล่มยักษ์ ขนาดใหญ่โตมหึมา ส่งกลิ่นอายที่น่าคร้ามเกรงซัดสาด ออกมาอย่างบ้าคลั่ง จู่ๆ ก็แหวกท้องฟ้า ตกมาท่ามกลางทะเลทราย ซินเจียง อย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างชายวัยกลางคนกำยำ เต็มไปด้วยมัดกล้าม ยืนมือไพล่หลังอยู่ปลายส่วนยอดของดาบ ส่งสายตาที่ดุร้าย จ้องมองมายังปราการทมิฬ พร้อมแรงระเบิดออกมากึกก้อง พสุธาสั่นคลอนกัมปนาท
 


        ส่งให้หมู่ชนที่ยืนบนกำแพงปราการสูงเสียดฟ้า เห็นสายตาคู่นั้น ต่างก็ขาสั่นเทา จวนจะยืนไม่อยู่อีกต่อไป รับรู้ได้เลยว่า ชายผู้นั้นยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมหาทวีป แล้วยิ่งได้ยินเสียงเหล่านักรบนับล้านชีวิต ตะโกนชื่อ จักรพรรดิศาสตรา ดังออกมาก้องฟ้า หมู่ชนยิ่งอกสั่นขวัญแขวน รับรู้ได้ถึงพลังที่มากล้น เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาก็เป็นได้แค่มดปลวกเท่านั้น แม้แต่อี้เฉินยังกำฝ่ามือไว้จนแน่น

 


        ไม่กี่ชั่วอึดใจเมฆดำก่อตัวขึ้นมาบนท้องฟ้าสูง หมุนวนอย่างเร็วจี๋ ก่อนจะปรากฏดวงตาสีแดงเพลิงดวงใหญ่ ขึ้นมาท่ามกลางท้องฟ้า ก่อนจะมีแท่นศิลาขนาดใหญ่ พร้อมกับร่างกลุ่มคนอยู่ด้านบน ปรากฏออกมาสู่สายตาผู้คน

 


        อี้เฉินที่เห็น จักรพรรดิสามตา เขาหน้าบูดบึ้งขึ้นมาในทันใด แล้วยิ่งเห็น ลู่ซือจ่านคนโปรดของ จักรพรรดิสามตา พร้อมกับหัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ มาพร้อมชายหนุ่มผมสีแดงเพลิง จ้องมองมาที่ตัวเขาอย่างไม่วางตา อี้เฉินรับรู้ได้เลยว่า ชายผู้นั้นจะต้องเป็น จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ที่ออกคำสั่งไล่ล่าฆ่าสังหาร เขาอย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนจักรพรรดิเพลิง อันหลานจะคลี่ยิ้มออกมากว้าง ส่งออกมาให้อี้เฉิน แล้วเอ่ยพูดพึมพำ “วันนี้ข้าจะหยุดกงล้อแห่งโชคชะตา ตัดสะบั้นหายนะของทวีปมืดลงในวันนี้”



         จักรพรรดิสามตา ส่ายหัวออกมา ไม่คิดว่า จักรพรรดิเพลิง อันหลาน จะยึดติดอยู่กับเด็กหนุ่มเพียงผู้เดียวเฉกเช่นนี้ ราวกับเขาสติฟั่นเฟือน ครั้นปรายตาไปมองอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเลิกสนใจเด็กหนุ่ม แค่นเสียงคำราม ออกมาก้องฟ้า “ผู้ค้า เจ้าจะไม่คิดโผล่หาง ออกมาพูดคุยกับข้า จักรพรรดิโบราณ หน่อยหรือ ในเมื่อ เจ้าฟื้นกลับมาจากความตาย กลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุด ได้อีกครา”

 


        ก่อนเสียงแค่นคำราม จะดังออกมาก้องพสุธา จากท้องฟ้าสูงที่ว่างเปล่า “จักรพรรดิสามตา ดูเหมือนว่าดวงตาที่สามของเจ้า แม้แต่ข้าก็ไม่อาจหลบซ่อนได้สินะ” ฉับพลันที่มิติเกิดการผ่าแยก เป็นช่องโหว่ใหญ่ ร่างชายหนุ่มส่งกลิ่นอายความตายก็ลอยออกมาคละครุ้ง มาพร้อมกับจักรพรรดิ จ้าววังมังกร พร้อมกับบุตรชายทั้งสองของเขา

 


        จักรพรรดิสามตา เอ่ยเสียงเนิบช้า ทว่าเสียดแทงจักรพรรดิแห่งความตายไม่น้อย “ผู้ค้า คราวก่อนเจ้าส่งหัวของจักรพรรดิ 5คนตามสัญญา คราวนี้ท่านคิดจะเอาหัวของจักรพรรดิ ที่ไหนมาแลกกับการล่มสลาย ของดินแดนอีกเล่า หรือเจ้าคิดจะเอาหัวของคนดินแดนจักรพรรดิ มาแลกเปลี่ยนกับข้าอีกครา”

 


       คำพูดที่ดังออกมาก้อง ส่งให้ราชวงศ์เก่าแก่โบราณ ของดินแดนเทพ ต่างก็พากันเดือดดาลบ้าคลั่ง รับรู้ได้ในทันใด ว่ามันต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ยุคสมัยของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นเป็นแน่แท้ ที่ทำให้ดินแดนเทพ ไร้ซึ่งจักรพรรดิโบราณ

 


        แม้แต่อี้เฉินที่รับรู้ ยังกำหมัดไว้จนแน่น เลือดภายในกายของชิงหรั่น เดือดพล่านขึ้นมาในทันใด อยากจะเข้าไปถามจากปากของจักรพรรดิแห่งความตายให้รู้แล้วรู้รอด

 


       จักรพรรดิแห่งความตายที่รับรู้ถึงโทสะของผู้คน เขาปรายตาลงไปมอง ผู้คนที่อยู่เบื้องล่างในทันใด ทว่าเมื่อรับรู้ถึงสายเลือด ที่คุ้นเคย ของชิงหรั่น สายตาของเขาก็วูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว จ้องมองอี้เฉิน อย่างไม่วางตาคู่หนึ่ง แล้วละสายตาจากอี้เฉินไป เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ออกไปหาจักรพรรดิสามตา “คนทวีปมืด ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะไม่รักษาคำพูดเฉกเช่นนี้”

 


      จักรพรรดิสามตา แค่นเสียงคำรามออกมาก้องอีกครา “ข้าจะทำตามข้อตกลงของ เจ้าอีกคราจักรพรรดิแห่งความตาย จากพันธสัญญาเลือดของจักรพรรดิ ทั้ง10 ที่จะไม่รุกรานดินแดนเทพ ..เจ้าคิดเห็นว่าเช่นไรจักรพรรดิชรา อี้เทียนหรง”

 


      ฉับพลันร่างจักรพรรดิอี้เทียนหรง ที่ดูสถานการณ์อยู่ตลอดก็เผยตัวออกมา ทว่าเขามีสีหน้าครุ่นคิดไม่น้อย ‘เหตุใดศัตรูต่างดินแดน ออกมาทำข้อเสนอเฉกเช่นนี้ ราวกับพวกเขามีเป้าหมายบางอย่าง’

 


       แต่ผู้คนบนปราการทมิฬ ต่างก็ตื่นตกใจกันไม่น้อย เมื่อเห็นจักรพรรดิชราอี้เทียนหรง ไม่ได้แก่ชราเฉกเช่น ในยามอดีตอีกต่อไป แถมยังดูทรงพลัง มากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า ส่งให้แววตาของหลายๆ คน เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ในตัวจักรพรรดิอี้เทียนหรง

 


       ทว่าในเสี้ยวอึดใจที่พวกเขาเห็น ฝูงแมลงกลุ่มใหญ่ พุ่งปราดเข้ามาท่ามกลางสมรภูมิรบ ส่งให้ผู้คนที่เห็นกลุ่มควัน ที่ขมุกขมัวของกลุ่มแมลง นับไม่ถ้วนมาพร้อมกลิ่นอายคาวเลือดลอยออกมาคละคลุ้ง

 


      รับรู้ได้เลยว่าเป็นแมลงกินคน ผู้คนต่างก็สูดลมหายใจเข้าไปลึก ไม่เว้นแม้กระทั่ง จักรพรรดิสามตา ที่แค่นเสียง “ชิ” เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน “ตัวยุ่งยากดันเผยตัวออกมาเสียได้ ไอ้คนของจักรวรรดิเหยียน”

 


       พร้อมเสียง “ฆ่า”ที่ดังก้องออกมาจากกลุ่มฝูงแมลง พุ่งปราดเข้าหา จักรพรรดิอี้เทียนหรง ส่งให้ผู้คนบนปราการทมิฬ ถือศาสตราวุธในมือสั่นไหวขึ้นมาน้อยๆ

 


        ก่อนเสียงระฆังจะดังออกมาก้องฟ้า ส่งคลื่นอัดกระแทกกลุ่มควันแมลง ที่ขมุกขมัว ตกลงไปยังพื้นทรายเบื้องล่าง ส่งเสียง ปัง!! ดังออกมาก้องในทันใด แม้แต่ทะเลทรายยังสั่นไหวโยกคลอน พร้อมกับสะพานสายรุ้ง ที่ทอดยาวมาจากดินแดนจักรพรรดิ รายล้อมไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นปรากฏออกมา กับร่างชายหนุ่ม มีระฆังทองขนาดใหญ่ ปรากฏอยู่เหนือศีรษะ

 


        ส่งให้ร่างจักรพรรดิแมลง ต้องถอยร่นกลับไป เผยให้เห็นจักรพรรดิแมลงหญิงสาว ที่กายาสวมใส่ชุดเกาะแมลง แววตาดุร้าย แค่นเสียง “ชิ”ออกมาน้อยๆ ก่อนจะถอยรามือออกไป เมื่อเห็นจักรพรรดิมนุษย์ สืบฝีเท้าลงมาด้วยตนเอง



       รอบด้านต่างก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เมื่อผู้คนระดับสูงของดินแดนจักรพรรดิ สืบฝีเท้าลงมาภายในดินแดนเทพ “หรือว่าพวกเขาคิดจะมาช่วยพวกเรา คนดินแดนเทพกัน”

 

อวิ๋นซีที่เห็นท่านพ่อของเขา เข้ามาแทรกแซง เขาสืบฝีเท้า ขึ้นไปคำนับท่านพ่อในทันใด “ท่านพ่อเหตุใด ท่านถึงลงมาด้วยตัวเองเช่นนี้เล่า”

 


“เจ้าสบายดีนะ อวิ๋นซี5ปีแล้วสินะที่ข้าไม่ได้เจอเจ้า” จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางกล่าวไต่ถาม พลางมองไปเบื้องหน้าด้วยสายตาเคร่งขรึม

 


       ด้านจักรพรรดิศาสตรา จะหัวเราะออกมาก้องฟ้า “ฮ่าๆ ดี..ดี ได้คนดินแดนจักรพรรดิมาเป็นสักขีพยาน ย่อมต้องเป็นเรื่องที่ดี” ครั้นเขาเอ่ยพูดเสียงเรียบ ก็หันปรายตาไปมอง จักรพรรดิแมลงอยู่แวบหนึ่ง ที่ข้างๆ กายของนาง มีสตรีสาวนามว่าหลินจีอยู่ เหมือนว่าหญิงสาวผู้นี้ จะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา

 


       ก่อนจักรพรรดิศาสตรา จะตบฝ่ามือออกไป ท่ามกลางอากาศดังออกมากึกก้องชั้นฟ้า ฉับพลันสนามประลองเป็นตายก็ปรากฏขึ้นมา พร้อมกับร่าง ชายชราถือขวานใหญ่ กระโดด สืบฝีเท้าขึ้นไปด้านบนสนามประลองเป็นตาย เอ่ยแค่นเสียงคำรามออกมาก้อง “พวกเจ้าคนดินแดนเทพ ออกมาต่อสู้เสีย หากเจ้าชนะข้าได้บางที เจ้าอาจยื้อเวลาการล่มสลายของดินแดน ออกไปได้อีกสักระยะ”

 


      รอบด้านครั้นได้ยินต่างก็หน้ามืดทะมึน ก่อนน้ำเสียงหนึ่งจะเอ่ยขึ้นมาก้อง จากนายกอง หนิงหยวนอี้ “ข้ารับคำท้าของเขาเอง พวกเจ้าเปิดม่านพลังออกเสีย”

 


      ในทันใดที่ม่านพลังปราการทมิฬเปิดออก พร้อมกับร่างนายกอง หนิงหยวนอี้ ตรงดิ่งสืบฝีเท้าขึ้นไปด้านบน สนามประลองเป็นตาย บรรพบุรุษชราต้าหมิง แค่นเสียงคำรามออกมาก้องในทันใด “เจ้าได้ยินไม่ชัดเจนเช่นนั้นหรือ ข้าบอกว่าคนดินแดนเทพ ไม่ใช่คนดินแดนจักรพรรดิ ไสหัวลงไปเสีย”

 


        นายกอง หนิงหยวนอี้ เดือดดาลอยู่ไม่น้อย ครั้นปรายตาขึ้นไปหาจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เขาก็ต้องถอยรามือจากไป ยืนข้างๆ จักรพรรดิมนุษย์ ทำได้เพียงมองดูความเป็นไปอยู่ห่างๆ เท่านั้น ในยามนี้ แถมยังรับรู้ถึงสายตาผู้ยิ่งใหญ่หลายคู่ จับจ้องสถานการณ์นี้อยู่

 


       น้ำเสียงหนึ่งกล่าวขึ้นมาดังก้องทั่วปราการทมิฬ “จักรพรรดิอี้เทียนหรง เช่นนั้นขอเป็นชายแก่เยี่ยงข้าแล้วกัน ผู้พิทักษ์ตระกูล อี้ อย่างชายชราอี้ โหวจะขออาสาออกไปต่อสู้เป็นตายเอง”

 


จักรพรรดิชราอี้เทียนหรง เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ส่งปราณจิตออกไปหาชายชราในทันใด “ผู้พิทักษ์ตระกูล อี้ เช่นนั้นขอให้ท่านโชคดี”

 


      ชายชราอี้โหว ครั้นคำนับออกไปให้ จักรพรรดิอี้เทียนหรง เขาเตรียมจะสืบฝีเท้า ออกจากป้อมปราการทมิฬ พร้อมผู้คนตระกูล อี้ มาส่งเขาอีกไม่น้อย แม้แต่อี้เฉินยังรับรู้ได้ ถึงสงครามที่ไม่มีทางชนะ เขาจึงสืบฝีเท้าลงไปหา ชายชราอี้โหวในทันใด

 


“ผู้พิทักษ์ตระกูล อี้ ท่านจะไปจริงหรือ” คำพูดนั้นของอี้เฉิน ทำให้พวก อี้ชิง อี้รั่วจั่งไม่ค่อยสบอารมณ์ในตัวอี้เฉินเท่าใดนัก

 


“เจ้าพูดเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร อี้เฉิน”

 


       ชายชรา ยกฝ่ามือห้ามปรามคนตระกูล อี้ ที่มาส่งเขาในทันใด ก่อนส่งปราณจิตออกมาบอกกล่าวอี้เฉิน “ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นอี้เฉิน แม้ข้าจะใกล้สิ้นอายุขัย เลือดภายในกายเหือดแห้งเข้าไปทุกที ทว่าข้าก็ไม่อยากให้พวกเจ้า  ที่เป็นชนรุ่นหลัง ต้องมาแบกรับภาระที่หนักอึ้งไว้เช่นนี้ ...เจ้าเดินไปส่งข้าได้หรือไม่หนุ่มน้อย”

 


       อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงปราณจิตที่ส่งมา เขาพยักหน้า ยอมรับการตัดสินใจของชายชรา อี้โหว พร้อมกับสืบฝีเท้า ออกไปส่งชายชรา ด้วยตัวของเขาเอง

 


       ทว่าในทันใด ที่ผู้คนต่างดินแดนเห็นใบหน้าอี้เฉินชัดๆ ถนัดตา อายสังหารก็ซัดสาดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มาพร้อมเสียงก่นด่าดังออกมาลั่น โดยเฉพาะเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่

 


       แม้แต่ผู้คนดินแดนเทพ พวกเขายังไม่คาดคิดอี้เฉิน เพียงผู้เดียวจะทำให้พวกศัตรูต่างดินแดน เดือดดาลได้มากถึงเพียงนี้ รับรู้ได้เลยว่าอี้เฉินจะต้องไปสร้างเรื่องใหญ่ให้พวกเขาต้อง ปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างแน่นอน

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน