3 เดือนผ่านไปผู้คนต่างพากันพูดถึงร้านไก่ทอดของหลี่อวิ๋นเจียวกับฮวาจิ่นไม่มีหยุด ความดังของร้าน คุณภาพอาหารและที่สำคัญไม่ลืมพูดถึงสามีของหลี่อวิ๋นเจียวที่ส่งเสริมอาชีพการงานของภรรยา มักมาช่วยเหลือนางที่ครัวเป็ประจำ ทำให้คนมองเ้าของร้านทั้งสองในแง่ดี เนื่องจากมีไม่มากที่เ้าของร้านจะเป็สตรี อีกทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภออีกด้วย มีผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลมากท่องเที่ยวที่อำเภอเพื่อลองทานชุดไก่ทอดสูตรเด็ดของร้านไก่ทอดฮ่าวชือจ๋าจี
กู้จือเสวี่ยนั้นคอยช่วยงานออกหน้าออกตาจนผู้คนยิ่งพูดถึงเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้กู้จือเสวี่ยแค่มองหน้าหลี่อวิ๋นเจียวก็รู้แล้วว่านาง้าใช้งานเขาไปทำอะไร ปูพื้นหลังคาเขายังทำมาแล้ว เป็อันว่ากู้จือเสวี่ยก็ลงทุนลงแรงไม่น้อยเช่นกัน อีกทั้งกู้เสียวเสี่ยวน้อยที่นับวันยิ่งสนิทสนมกับกู้จือเสวี่ยมากขึ้น ตัวติดกันทุกวัน แม้ความสัมพันธ์กับหลี่อวิ๋นเจียวจะไม่คืบหน้าแต่เขาก็มีความมั่นใจว่านางสามารถเรียกเขาว่าเป็ สหาย ได้อย่างสบายใจ
รวมถึงคนงานทั้งหลายจึงชี้แจงข่าวลือที่มีว่าสามีของหลี่อวิ๋นเจียวคือท่านแม่ทัพกู้จือเสวี่ยที่ตอนนี้ว่างจากการรบมาช่วยฮูหยินทำร้านอาหารที่เป็ความฝันของฮูหยิน เรียกเสียงฮือฮาไปทั่ว แม้จะมีคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างแต่แน่นอนข่าวคราวพวกนี้ยิ่งทวีความโด่งดังของร้านไปในตัว
อีกด้านหนึ่ง เสียงแก้วแตกกระจายพร้อมเสียงกรีดร้องแหลมเล็กของหญิงสาวผู้หนึ่ง
“ไม่จริง ท่านพี่จะไปหานังนั้นได้เช่นไร ไม่จริง ข้าอดทนมานานอนาคตฮูหยินท่านแม่ทัพควรเป็ของๆ ข้า” ท่านหญิงสือนันกรีดร้องจากนั้นจึงนำเศษแก้วที่ตนเองทำแตกหยิบขึ้นมากรีดลงบนหน้าบ่าวที่นำน้ำชามาให้
“อวิ๋นเจียว เ้ากล้าดีอย่างไร ข้าอุตส่าห์ทำดีกับนังแก่นั้น แต่มันที่ไม่เคยทำอะไรเลยกลับได้ท่านพี่ไปครองข้าไม่ยอมแน่” ท่านหญิงสือนันกรีดหน้าบ่าวคนนั้นจนเละด้วยความแค้นใจจึงกระทำกับบ่าวผู้นั้นเหมือนกำลังกรีดหน้าของหลี่อวิ๋นเจียวอยู่จริงๆ จนบ่าวคนนั้นสลบไป
นางต้องหาทางทำลายผู้หญิงคนนั้นให้ได้กู้จือเสวี่ยต้องเป็ของนางเพียงผู้เดียว ตำแหน่งท่านหญิงกลวงๆ ของนางถึงจะมั่นคง
“นำมันไปฝังให้ไกลหูไกลตาข้า” ท่านหญิงสือนันออกคำสั่ง บ่าวคนอื่นได้แต่ก้มตาด้วยไม่ทราบว่าวันนั้นของตนจะมาเมื่อไหร่ ส่วนบ่าวผู้น่าสงสารนั้นแม้จะยังมีชีวิตอยู่หากนางสั่งให้ฝังก็ต้องฝัง น่าเวทนาที่สุด
ในเรือนที่สวยงามมีการตกแต่งอย่างประณีตถ้าเป็พวกผู้ดีที่แท้จริงเมื่อมองเห็นเรือนนี้คงอดดูแคลนไม่ได้แน่ การนำสิ่งของราคาแพงมาวางตั้งกองรวมกัน ไม่ได้ดูสวยงามเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูตลกเหมือนพวกผู้ดีจอมปลอมที่ยามมีก็อยากจะประกาศให้ทุกคนทราบถึงความมั่งคั่งของตน เอาของมาวางกองสุมๆ กันอะไรอย่างนั้น
ฮูหยินผู้เฒ่านอนเอกเขนกนางเอามือกุมศีรษะพลางนวดขมับเบาๆ ขณะที่มีบ่าวค่อยนวดบ่าและขาให้เป็อย่างดี
“ข่าวลือมันแพร่กระจายออกไปขนาดนี้เหมือนไฟลามทุ่งก็ไม่ปานจะให้แม่ทำเช่นไร คนที่แม่หมายมั่นคือท่านหญิงสือนันเพียงผู้เดียว กลายเป็ลูกตัวดีกลับทำงามหน้าเสียได้” ฮูหยินผู้เฒ่ากุมขมับขณะที่กู้เม่ยเอ๋อร์ได้แต่นั่งจิบช้าเงียบๆ
นางเลิกเกลียดหลี่อวิ๋นเจียวนานแล้ว ใจของนางไม่รู้สึกอะไรกับอดีตคู่หมั้นของหลี่อวิ๋นเจียวอีกต่อไปแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงวันแต่งงานของนาง นางจึงยึดหลักความเป็จริงที่ว่าหลี่อวิ๋นเจียวนั้นก็น่าสงสารไม่น้อย หากนางแต่งงานไปแล้วแม่สามีพยายามยัดเยียดผู้หญิงอีกคนให้สามีของนาง นางคงทำใจไม่ได้เป็แน่ เื่แบบนี้ผู้หญิงเท่านั้นที่รู้ดีแต่เหตุใดท่านแม่ถึงไม่เข้าใจ
“ท่านแม่ลูกได้ยินข่าวลืออีกเื่จากท่านหญิงสือนันเ้าค่ะ เห็นนางบอกว่าซือจื่อทำสาวใช้ในเรือนตั้งครรภ์ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน อีกอย่างท่านหญิงก็เป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือนแท้ๆ แต่เื่แบบนี้กลับพูดเื่แออกมาอย่างไม่ละอาย นอกจากตัวท่านหญิงจะเสียหายแล้วตัวลูกก็เสียหายไม่น้อยเช่นกันนะเ้าคะ” กู้เม่ยเอ๋อร์พยายามอดทนมาตลอดแต่เื่ครั้งนี้มันเกินทน
หากซือจื่อทำผิดจริงจนทำสาวใช้ในเรือนตั้งครรภ์ขณะไว้ทุกข์ นางก็คงต้องขอถอนหมั้น แต่ท่านหญิงสือนันคือใคร อาศัยตำแหน่งตนเองพูดจาไม่ดีใส่คนอื่นไปทั่ว คนแบบนี้นางรังเกียจยิ่งนัก
ฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินเื่ที่บุตรสาวเล่าออกมาถึงกับนั่งตัวตรง สีหน้าแดงไปหมดด้วยความโมโห “อะไรนะ จวนป๋อกล้ามากที่ทำเื่เช่นนี้ พวกเ้าไปสืบหาความจริงมา หากเป็ความจริงข้าจะให้จือเสวี่ยไปเอาเื่พวกเขา”
แม้ในหลายๆ เื่ฮูหยินผู้เฒ่าจะพูดด้วยยากแต่หากเื่การรักลูกแล้วละก็นางไม่เคยเห็นใครดีไปกว่าสายเืของตน ในยามที่พวกเรายากจน ท่านแม่ยอมอดมื้อกินมื้อแต่ไม่ยอมให้นางกับกู้จือเสวี่ยอดเลยแม้แต่น้อย จนกู้จือเสวี่ยเจริญก้าวหน้าทางด้านการทหารพวกเราจึงกลับมามีอันจะกินอีกครั้ง
“ท่านแม่เื่แบบนี้ลูกว่าให้พี่ชายจัดการดีกว่านะเ้าคะ พี่ชายรู้ดีที่สุดว่าควรต้องจัดการอย่างไร”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าเห็นด้วย ใช่แล้วเื่แบบนี้กู้จือเสวี่ยรู้ดีที่สุด เขาคือคนที่นางรักที่สุดไม่ต่างจากบุตรแท้ๆ ของตนเอง....
ฝ่ายองค์ชายรองไม่รีรอเดินหน้าหารือกันใหญ่ถึงแผนการต่อไป
“ใช้มันเป็หมากพอหมดประโยชน์ก็ฆ่าทิ้ง” องค์ชายรอบเอ่ยขณะกำลังเล่นหมากกับสวินเส้ามือขวาของเขา
“ดูจากการที่มีคนลอบทำลายรังลับของพวกเราอย่างตรงจุด ไม่แน่ว่าอาจจะเป็คนใกล้ตัวหรืออาจจะเป็คนที่รู้เื่การลอบโจมตีดีที่สุด” สวินเส้าออกความคิดเห็น
ในตอนนี้การเมืองกำลังเข้มข้น รัชทายาทแม้ร่างกายอ่อนแอ และดูโง่งมแต่กองกำลังสนับสนุนเขานั้นมีไม่น้อย พวกนั้นสนับสนุนฮองเฮามาช้านานยากที่จะถอนรากถอน
“เ้าไปสืบมาว่าเ้ากู้จือเสวี่ยอยู่ฝ่ายใคร ถ้าอยู่ฝ่ายเราให้พวกนั้นจัดการตามแผนเดิม หากมันไปอยู่ฝ่ายรัชทายาทให้กำจัดทิ้งซะ” องค์ชายรองออกคำสั่ง
สวินเส้ารับคำ เขารู้แล้วคนที่ขัดขวางไม่ให้เขาเข้าไปรู้จักแม่นางคนงามนั้นคือพวกของกู้จือเสวี่ยนั้นเอง โดยแม่นางผู้นั้นคือ หลี่อวิ๋นเจียว ฮูหยินของกู้จือเสวี่ยนั้นเอง
แม้หลี่ชิงหลวนจะเป็พวกเดียวกับเขา และนางเป็พี่น้องกับหลี่อวิ๋นเจียว แต่ต้องยอมรับเลยว่าทั้งคู่มีหน้าตาที่แตกต่างกันมาก ดูไม่ออกเลยว่ามีพ่อคนเดียวกัน อีกคนดูสง่างาม มีความสามารถ ส่วนอีกคนนั้นต่ำตมจนเขาไม่กล้าออกตัวว่าเคยสนทนากับนางมาบ้าง เขาขยะแขยง ผู้หญิงหลายสามี?
หลี่ชิงหลวนอ่อนหวาน หากแต่มองนานๆ กลับน่าเบื่อถึงความจอมปลอมที่แสแสร้งทำอยู่ ขณะที่หลี่อวิ๋นเจียวนั้นงามอย่างกับนางในภาพวาด กิริยาท่าทางไม่มีแสแสร้ง มองยังไงก็ไม่เบื่อ ช่างต่างกันเสียจริง
สวินเส้ายิ่งคิดถึงหลี่อวิ๋นเจียวเขายิ่งอยากได้นาง ยิ่งอยากแม้จะยังไม่เคยเห็นหน้านางเต็มๆ ก็ตามที แม้เขาจะคิดอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรที่ร้ายแรงจริงๆ
ว่าแล้วเขาก็ขอลาองค์ชายรองก่อนจะไปสั่งงานตามคำสั่งทันที องค์ชายรอง้าเงินทอง เมื่อมีเงินทองการงานจะยิ่งลื่นไหล หน้าที่ของเขาเปรียบได้กับมันสมองขององค์ชายรอง เป็กุนซือผู้ซื่อสัตย์ หากเขาล่มจมเขาก็จะไม่ให้ใครหน้าไหนรอดไปได้