
คิม หรือ คิมหันษ์ หนุ่มหล่อ เย็นชา อายุ 32 ปีนิสัยเยือกเย็น ผู้ซึ่งหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเอง
อาทิตย์ หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี ผู้ชายแสนดี อบอุ่น ผู้ที่จะเข้ามาทำให้หัวใจของคุณร้อนเป็นไฟ
รินทร์ หรือน้องรินทร์ อายุ 19 ปี เด็กร่างเล็ก ผิวขาว ผู้ซึ่งหลงรักเพื่อนสนิทของพี่ชายตัวเอง
รักษ์ พี่ชายที่ไม่รู้หัวใจตัวเอง พลักใส่คนที่รักออกไปเพียงเพื่อยังคงคำเพื่อนเอาไว้เพราะแค่ไม่อยากเสียเขาไป
…………
“หึ แล้วใครกันที่บอกว่าจะกลับมาเป็นน้องชายเฮียเหมือนเดิม พูดอะไรไว้แล้วก็หัดทำตามที่พูดไว้ด้วยซิ” เสียงเยือกเย็นถามออกไปอย่างไม่อาจจะระงับความโกรธได้อีก
“เออ ผมมันพูดแล้วทำไม่ได้เองแหละ ก็ใครมันจะไปทำใจได้เร็วเหมือนเฮียกันล่ะ แค่วันเดียวก็ลืมกันได้ง่ายๆ แบบนั่น”
“แต่นี่มันจะปีหนึ่งแล้ว ฉันชักจะหมดความอดทนแล้วนะ”
“โอ้ย อ่ะ ผมเจ็บนะ ” รินทร์ค่อยๆ ทรุดนั่งลงกับพื้นห้อง คนตัวโตกลับกระชากดึงสองแขนเล็กให้ยืนขึ้นมาอีก
“ยอมรับความจริงซักทีซิวะ! ฉัน ไม่ ได้รักเธอ คนที่ฉันรักมีแค่รักษ์คนเดียว เมื่อไหร่เธอจะหยุดทำให้รักษ์เป็นห่วงซักที! เมื่อไหร่เธอจะหยุดรักฉันซักทีว๊ะ!”
“ผมไม่ได้รักเฮียแล้ว”
“ไม่รักแล้วนี่อะไร! เธอมาร้องไห้บีบน้ำตาแบบนี้ทำไม มันจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ รักษ์กำลังเปิดใจให้ฉัน แต่เธอทำมันพังหมดแล้ว”
“ฮึก~ ขอโทษ”
…………
“เฮียรักหนู คำนี้หนูอยากได้ยินไม่ใช่เหรอ”
“รักเหรอครับ….” คิมหันษ์ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาพยักหน้าบอกรินทร์
“ใช่เฮียรักหนูรินทร์”
“ใช่คำนี้ผมเคยอยากได้ยินนะ… แต่ตอนนี้มันสายไปแล้วละคับ” รินทร์สะแยะยิ้มหยันเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันแล้ว
“ทำไมละ บอกเฮียซิ เฮียต้องทำยังไงเราถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนเมื่อก่อนนี้”
“ช่วงเวลาที่ผมร้องไห้คิดถึงคุณทุกวัน คุณไปอยู่ที่ไหนเหรอคับ~ แล้วตอนนั่นที่ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับทำอะไรก็นึกถึงแต่หน้าของคุณ ทุกที่ในบ้านทุกที่ในความทรงจำของเรา ตอนนั่นที่มันมีแต่คุณ คุณไปอยู่ไหนมาวะ ฮึก คุณปล่อยไห้ให้ผมชินชากับการไม่มีคุณอยู่ในชีวิตเองนะ! แล้วตอนนี้พอผมทำใจได้อ่ะ ผมไม่อยากรักคุณแล้ว แล้วคุณจะมาเรียกร้องเอาอะไรจากผมอีก คุณจะกลับมาอีกทำไม!!!! กลับเขามาในชีวิตปมอีกทำไม”
“เฮียขอโทษ”
“เลิกพูดคำนี้ซักทีได้ไหม เพราะผมเบื่อจะฟังคำหลอกลวงของคุณแล้ว!” คิมหันษ์ประคองโอบร่างน้องที่เหมือนคนหมดแรงไว้ด้วยสองมือใหญ่
“แล้วหนูจะให้เฮียทำยังไง~”
“นี่คุณโง่ หรือแกล้งโง่กันแน่ว๊ะ ฮึก หนูพูดถึงขนาดนี้แล้วอ่า ฮึก ออกไปจากชีวิตหนูสักทีได้ไหม ”

