“ทำไมพวกคุณต้องคิดจะทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย!!” หญิงสาวจ้องมองคนพวกนั้นด้วยสีหน้าโกรธ ทว่ามันกลับดูน่ารักแทน
กลุ่มคนพวกนั้นกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและจินตนาการว่ากำลังกดร่างของเธออยู่ด้านล่าง อย่างไรก็ตามพวกเขารีบลบความคิดเหล่านั้นทิ้งทันที เพราะคำสั่งจากเบื้องบนบอกว่าให้จับเธอไปแบบเป็นๆ หากพวกเขาทำอะไรเธอล่ะก็คงตายอย่างทรมาน
เมื่อได้ยินหญิงสาวกล่าวแบบนั้นพวกเขาก็หัวเราะด้วยความชอบใจ “ฮ่าๆๆๆ ถ้าไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับชายคนนี้ล่ะก็ ตามพวกเรากับไปซะดีๆ” หัวหน้ากลุ่มแสยะยิ้ม
หญิงสาวมีใบหน้าซับซ้อนก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว “ได้ ฉันจะไปกับพวกคุณ”
โจรู้สึกประหลาดใจจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวคนนี้จะยอมเอาชีวิตของตนแลกให้เขารอดถึงแม้ว่ามันจะไม่จำเป็นก็เถอะ อย่างไรก็ตามมันทำให้เขารู้สึกประทับใจหญิงสาวคนนี้
เธอมาจากตระกูลใหญ่และเปรียบเสมือนเทพธิดาแต่เธอกลับไม่มีท่าทางหยิ่งยโส
ถึงแม้ว่าโจจะสามารถสังหารพวกมันทิ้งได้ทุกคน แต่ต้องไม่ลืมว่าตัวเองเป็นใคร เขาไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ อย่างไรก็ตามถ้าเพียงแค่พาเธอหนีไปไม่นับว่าเป็นอะไร
ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้าวเท้าไปหากลุ่มคนพวกนั้น โจก็ขยับเข้ามาใกล้เธอโดยที่เธอไม่รู้ตัวและคว้าเอวของเธอพร้อมกับวิ่งหายไปจากตรงนั้น เขาไม่ใช้พลังของตนแต่ใช้พลังกายแทนเพราะหากใช้พลังเพื่อระเบิดความเร็วมันจะทำให้ทิ้งร่องรอยของเปลวไฟบนพื้น
อย่างไรก็ตามแค่กำลังกายล้วนๆก็เร็วกว่าคนธรรมดาไม่รู้กี่สิบเท่า
คนกลุ่มนั้นพอได้สติก็พบว่าทั้งสองคนหายไปแล้ว…
“เฮ้ย…พวกมันหายไปได้ยังไงวะเนี่ย ออกตามล่าพวกมันฆ่าผู้ชายทิ้งซะ!!” หัวหน้ากลุ่มตะคอกใส่ทุกคน
มือข้างหนึ่งแบกเจ้าแขนยักษ์ส่วนมืออีกข้างโอบเอวหญิงสาว…ควรจะเรียกว่าหิ้วมากกว่า
หญิงสาวจากตระกูลนกพิลเพิ้ลกำลังตกใจจนตัวแข็งทื่อ เหตุผลหลักๆคือเธอกำลังถูกชายแปลกหน้าหิ้วและอีกเหตุผลคือสภาพแวดล้อมเคลื่อนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
กว่าเธอจะได้สติก็ตอนที่รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังยืนอยู่ใกล้ๆเมือง เมื่อเธอหันไปรอบๆก็ไม่เห็นผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว
……
หลังจากช่วยเธอไปส่งหน้าเมืองเสร็จเขาก็รีบเข้าเมืองไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว โจไม่อยากสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นกับเผ่าพันธุ์ที่ยังไปไม่ถึงยุคท่องอวกาศ
เมืองแห่งนี้มีลักษณะเหมือนเมืองก่อนหน้า มีการแบ่งเป็นเขตต่างๆชัดเจน จากข้อมูลของสหพันธ์จะมีเมืองแบบนี้หลายสิบหลายร้อยเมือง เมืองเหล่านี้ถูกเรียกว่าเมืองป้องกันและมีตัวเลขลงท้ายชื่อ
อย่างเมืองแห่งนี้มีชื่อว่า เมืองป้องกันหมายเลข 47 ยิ่งเมืองป้องกันหมายเลขน้อยลงยิ่งเข้าใกล้เมืองหลวง โจรู้สึกสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับหญิงสาวที่เขาเพิ่งช่วย เธอมาจากเมืองหลวงแต่มาทำอะไรที่แห่งไกลแบบนี้
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องของเขาและไม่ช้าเขาก็ไม่คิดเกี่ยวกับเธออีก
เมื่อเขาเข้ามาในเมืองก็ตกเป็นเป้าสายตา เนื่องจากเขาแบกเจ้าแขนยักษ์เดินโทงๆ คงจะแปลกถ้าเขาไม่ตกเป็นเป้าสายตา และยิ่งเป็นสัตว์ปีศาจระดับ 2 ด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
สัตว์ปีศาจมีการแบ่งหลายระดับ มีทั้งหมด 5 ระดับ
ระดับ 1 จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าคนธรรมดา 3 เท่า ระดับ 2 มีมากกว่า 5 เท่า ระดับ 3 มากกว่า 10 เท่า ระดับ 4 มากกว่า 50 เท่า ระดับ 5 มากกว่า 100 เท่าขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ตามประวัติศาสตร์ของดาวดวงนี้ ระดับ 5 เป็นสัตว์ปีศาจที่น่ากลัวเหนือจินตนาการ ทว่าพวกมันหายสาบสูญไปหลายหมื่นปีแล้ว ส่วนระดับ 4 ก็เช่นกัน แต่มีข่าวลือว่ามีใครบางคนพบเห็นมันแต่ไม่มีใครรู้ว่าใช่เรื่องจริงหรือไม่ ส่วนระดับ 3 ค่อนข้างหายาก พวกมันซ่อนตัวอยู่ในเขตลึกของป่าไม่ก็ในเขา ส่วนระดับ 2 เจอบ้างประปรายแต่ไม่บ่อยนัก ส่วนระดับ 1 เจอได้ง่าย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตกเป็นเป้าสายตาเพราะเจ้าแขนยักษ์เป็นปีศาจระดับ 2 ซึ่งแข็งแกร๋งกว่าคนธรรมดา 5 เท่า!! จำเป็นต้องใช้นักล่ามากประสบการณ์ 10 คน ในการเอาชนะมัน
อย่างไรก็ตามไม่มีใครเชื่อสักคนว่าโจเอาชนะมันได้ง่ายๆด้วยตัวคนเดียว!!
ถึงอย่างนั้นโจก็ไม่สนใจแล้วเดินไปจนถึงอาคารสูงสามชั้น ที่นี่เป็นร้านรับซื้อ
หลังจากนั้น 15 นาทีโจเดินออกมาตัวเปล่าพร้อมกับเงิน 7,000 ซูล สัตว์ปีศาจระดับ 2 หาได้ยากที่จะมีคนล่ามันมาขายได้ จึงทำให้เขาได้เงินเยอะกว่าที่คาดไว้
ด้านหลังของโจพ่อค้ามนุษย์แรคคูนตัวอ้วนยืนถูมือส่งรอยยิ้มให้โจ ในฐานะพ่อค้าเขาเห็นคนมามากมายเมื่อโจเดินเข้าร้านเขาสามารถบอกได้เลยว่า คนๆนี้แข็งแกร่งหรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นชายคนนี้ยังแบกสัตว์ปีศาจระดับ 2 มาอีกด้วย อย่างน้อยๆหากเขาไม่ได้ล่าคนเดียวก็ต้องมีกลุ่มล่าที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน นี่ทำให้เขารู้สึกเกรงใจชายหนุ่ม
อย่างไรก็ตามหากเขารู้ว่าโจจัดการมันด้วยตัวคนเดียวอย่างสบายๆไม่รู้ว่าเขาจะมีปฏิกิริยาเช่นไร
ไม่นานโจเดินมาถึงตึกแถวซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา ที่นี่มีห้องเช่าให้พักเหมือนโรงแรม มีทุกอย่างที่จำเป็นครบครัน ทุกอย่างดูดีไปหมดแต่ราคาก็สูงเช่นกัน ค่าพักต่อคืนอยู่ที่ 80 ซูล หากเป็นคนธรรมดาคงจ่ายไม่ไหว
โจไม่สนใจเรื่องเงินเพราะเมื่อเขาออกจากดาวดวงนี้ไปเงินที่มีมันก็ไร้ค่า
หลังจากจ่ายเงินและรับกุญแจมาเข้าห้อง เขาก็นั่งลงบนเตียงนุ่มๆแล้วกดอุปกรณ์บนข้อมือ
“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง รายงานตามเลขของทีม” โจกล่าว
ไม่นานก็มีเสียงคนตอบกลับ
“ทีมสำรวจที่ 1 สถานการณ์ปกติค่ะ” เป็นเสียงของมายด์
“ทีมสำรวจที่ 2 สถานการณ์ปกติครับ” หลังจากเสียงของมายด์เงียบลงก็มีเสียงของหัวหน้าทีมสำรวจที่ 2 กล่าวรายงาน
ทุกคนค่อยๆรายงานสถานการณ์ให้โจฟัง ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา ทว่าเมื่อถึงทีมสำรวจที่ 42 ต้องรายงานกลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
“ทีมสำรวจที่ 42 สถานการณ์ปกติไหม?” โจกล่าวถามด้วยความกังวล โดยปกติแล้วพวกเขาทุกคนเคร่งครัดอย่างมาก ไม่มีทางที่จะเงียบหายไปเฉยๆมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
หลังจากยังไม่มีการตอบรับโจก็ให้ทีมสำรวจที่ 43 รายงานต่อจนไปถึงทีมสำรวจที่ 44 ก็ครบทุกทีม ขาดแต่เพียงทีมที่ 42 เท่านั้นที่หายไป
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงดังซ่า พร้อมกับเสียงขาดๆหายๆ “ห…หน้า…”
“พวกคุณอยู่ไหน!!” โจเดินไปเดินมาภายในห้องด้วยความกังวล
“ถ…ป…”
แล้วจากนั้นสัญญาณก็ขาดหายไป
โจรีบตรวจสัญญาณล่าสุดที่พวกเขาอยู่เมื่อสักครู่ ตอนที่พวกเขาตอบกลับมาทำให้ตำแหน่งสัญญาณโผล่ขึ้นมา โจดูในแผนที่อย่างรวดเร็วเห็นจุดสีฟ้ากระพริบในที่แห่งหนึ่งซึ่งพื้นที่เป็นสีเทาปนน้ำตาล บ่งบอกว่าพวกเขาอยู่ในพื้นที่กันดารซึ่งมีแต่ดินกับหิน
ระยะห่างจากโจถึงที่นั่นราวๆ 3 พันไมล์!!