Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่เจ็ดสิบสี่ นักเวทย์สงคราม

    ตอนที่เจ็ดสิบสี่ นักเวทย์สงคราม

    การต่อสู้แบบปาร์ตี้ที่ไม่เกินสี่คนตามแนวมาตรฐานนักผจญภัยหรือมากกว่านั้นไม่มากนัก

    ทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกว่าคาถาที่สามารถใช้ต่อmass คนหมู่มากได้นั้นคือคาถาที่โกงมาก

    หากเราคำนวณตามหลักสถิติการทอยเต๋าและตัวเลข

    ตราบใดที่คนหมู่มากหลายร้อยคนยังโจมตีเข้ามาหาเราเราก็จะตายในที่สุด

    แต่หากมีคาถาที่โจมตีหรือสะกดคนหมู่มากหรือสร้างภูเขาสร้างสายน้ำที่กันไม่ให้คนหมู่มากมาโจมตีเราได้

    ทุกคนในโลกนี้ก็จะมองว่าผู้ใช้เวทย์หรือคาถาต่างๆนั้นคือผู้ทรงพลังเพราะสามารถ

    ทำลายกองทัพ army breaker

    ปรกติแล้วนักเวทย์จบใหม่จะเป็นคนที่สามารถตายได้ด้วยหนูกับแมวแทะหัวไม่ต้องถึงมือก็อบลิน

    แต่นักเวทย์ที่ผ่านการผจญภัยมีประสบการณ์มากขึ้นจะสามารถทำลายกองทัพได้ด้วยคนเดียวนั่นคือความจริงที่ต้องยอมรับ

    นั่นทำให้เรามักจะกำหนดให้นักเวทย์ที่มีคาถาพรรค์นั้นเป็นพวกที่ชอบเก็บตัวในหอคอยของตนเองค้นคว้าวิชาเวทย์อยู่กลางป่ากลางเขาลึกลับ

    หรือมาขายเสื้อผ้าอยู่ในเมืองแล้วแต่ความชอบและนิสัยของนักเวทย์นั้นๆ

    และมักจะมีมุกอีกอย่างหนึ่ง                   

    “นักเวทย์สงครามคือนักเวทย์ที่ติดตามมากับกองทัพมีความสามารถในการต่อสู้เหนือกว่านักเวทย์ธรรมดา”

    เป็นการที่ DM จะบัฟตัวละครนักเวทย์ให้เก่งกว่านักเวทย์ธรรมดาสูงขึ้นไปอีกขั้น

    ว่านี่คือนักเวทย์สงครามนะ

    ไม่ใช่พวกเนิร์ดที่ค้นคว้าตำรานักเวทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสายการต่อสู้ก็อาจจะโกงถึงขนาดติดเกราะใส่ตนเองและร่ายเวทย์ไปได้ด้วยหากDM ซาดิสม์กับผู้เล่นมากพอ

    ทำให้คัลนั้นไม่ได้มองว่าตนเองเป็นคนที่เก่งเวทย์แต่ประการใด

    พอมีความรู้งูๆปลาๆเท่านั้น

    แต่สำหรับนายพลชวาร์ซแล้วมองว่าคัลคือคนที่น่ากลัวมากๆ

    คนที่สามารถสร้างอาวุธให้กับกองทัพได้ขนาดนี้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

    คนประเภทนี้หากมาอยู่ในกองทัพของใคร

    ไม่ต้องถามถึงฝีมือของการต่อสู้แค่การสร้างอาวุธเช่นนี้ก็สามารถเปลี่ยนผลของการรบได้แล้ว

    เขาประเมินความอันตรายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ

    คนอย่างเขาไม่ใช่คนที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เห็นคนที่เพียงแค่พูดก็มีอำนาจครอบงำคนให้คนทำตามได้ยอมตายถวายชีวิตมา

    หัวหน้าโจร ผู้นำดินแดน ผู้นำกบฎต่างๆไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยต่อสู้มา

    แต่คนที่กระทั่งทำให้คนที่มีเสน่ห์ของผู้นำแบบท่านออโรร่าก็ยังลำบากใจเขายังแทบไม่เคยเห็นมาก่อน

    ราวกับว่าคำพูดและการกระทำของคัลนั้นคาดหวังให้แม้แต่ราชินีหรือแม่ทัพหรือเจ้าชายนั้นทำตามที่เขากล่าว

    ราวกับตนเองเป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้แบบวีรบุรุษในตำนาน

    นายพลชวาร์ซสั่นศีรษะ

    ไม่น่าเป็นไปได้ วีรบุรุษในตำนานเป็นของที่หาได้ยากและอย่างที่มีคำกล่าวเอาไว้นั่นล่ะ

    การมีวีรบุรุษในตำนานเกิดขึ้นแปลว่ามันต้องมีหายนะครั้งใหญ่เกิดขึ้นด้วย

    สัญชาตญาณ Instinct ของคัลก็บอกว่านายพลชวาร์ซนั้นไม่ไว้ใจเขาแต่สำหรับคัลแล้วนั้นคือสิ่งที่เขาทำใจไว้ระดับหนึ่งเมื่อต้องข้องเกี่ยวกับพวกขุนนางแล้ว

    ว่าหากพวกผู้นำตุกติก

    เขาจะฆ่าพวกนี้ก่อนและโยนชิ้นส่วนศพของพวกเขาลงไปในวงเวทย์

    Mountain of Crom

    ภูเขาของครอม

    ให้การจะชุบชีวิตต้องใช้คาถาระดับเทพเจ้าDivine เท่านั้นและจะเป็นเทพเจ้าที่ต้องผ่านการโจมตีของครอมไปก่อน

    หากพวกเขาตุกติก

    “ฮาท่านชวาร์ซขอบคุณท่านมากจริงๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเราขนาดนี้ขอหนังสือที่ออกจากมือท่านในเรื่องของการเคลื่อนทัพในบริเวณนี้ได้จะได้ไม่ก่อปัญหาด้านการปะทะกันเองของพวกเดียวกันข้าก็คงคิดว่าเสร็จงานในวันนี้แล้วล่ะ”

    คัลกล่าวขอบคุณนายพลชวาร์ซจากใจจริง

    จะมากจะน้อยนายพลชวาร์ซก็คือคนที่ร่วมมือกันดีมากที่สุดคนหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องBorn to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน ที่คุณอ่าน