ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 129 : พันธนาการใต้บาดาล

    จารึกที่ 129 : พันธนาการใต้บาดาล : ความลับของโซ่ตรวน


    ราตรีกาลมาเยือนเต็มตัว แสงจันทร์วันเพ็ญลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า สาดส่องลงมากระทบผืนน้ำตกมรณะจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับงดงามราวกับภาพวาด ทว่าภายใต้ความงามนั้น คือความมืดมิดที่หนาวเหน็บและเชี่ยวกราก


    ตู้ม!


    เสียงน้ำแตกกระจายเมื่อร่างโลหะหนักอึ้งของ เจ้าสัวทมิฬ กระโดดลงไปในแอ่งน้ำ โดยมี อาเจีย เกาะหลังแน่นราวกับปลิง


    อาเจียแปะ "ยันต์วารีพิทักษ์" (กันน้ำ/หายใจใต้น้ำ) ไว้ที่หน้าผาก ทำให้เกิดฟองอากาศบางๆ ห่อหุ้มศีรษะ


    "หนักชะมัด..." อาเจียบ่นอุบอิบในฟองอากาศ เสียงของเขาอู้อี้ "ดีนะที่เจ้าสัวตัวหนัก ไม่งั้นคงโดนกระแสน้ำพัดปลิวไปแล้ว"


    เจ้าสัวจมดิ่งลงสู่ก้นบ่ออย่างรวดเร็ว ด้วยน้ำหนักของเหล็กไหลอุกกาบาตและแกนปฐพี ทำให้มันยืนปักหลักอยู่บนพื้นทรายใต้น้ำได้อย่างมั่นคง แม้กระแสน้ำวนรอบตัวจะรุนแรงปานพายุหมุน


    ภาพใต้น้ำนั้นน่าตื่นตาตื่นใจและน่าขนลุกไปพร้อมกัน


    แสงจันทร์ส่องลงมาไม่ถึงก้นบ่อ แต่กลับมีแสงสีนวลตาจาก "หญ้าแสงจันทร์" นับสิบต้นที่ขึ้นเรียงรายอยู่บริเวณปากถ้ำใต้น้ำ คอยให้แสงสว่างรำไร


    "เงิน... เงินทั้งนั้น!" อาเจียตาโตเท่าไข่ห่าน


    เขาไต่ลงจากหลังเจ้าสัว พยายามทรงตัวในกระแสน้ำ แล้วเริ่มลงมือถอนหญ้าแสงจันทร์อย่างระมัดระวัง (แต่รวดเร็ว)


    "หนึ่งต้น... ห้าสิบแต้ม... สองต้น... หนึ่งร้อยแต้ม..."


    อาเจียนับเลขในใจอย่างมีความสุข มือไม้คล่องแคล่วราวกับลิงเก็บมะพร้าว


    ในขณะที่อาเจียกำลังเพลิดเพลินกับการเก็บเกี่ยว เจ้าสัว ยืนหันหน้าไปทางปากถ้ำมืดมิด คอยระวังภัย


    แกนกลางสีส้มที่หน้าอกหรี่แสงลงเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตา แต่แขนซ้ายสีดำทมิฬกลับมีปฏิกิริยาบางอย่าง... มันสั่นระริกและปล่อยควันดำออกมาจางๆ ราวกับสัมผัสได้ถึง "พวกเดียวกัน"


    กึง...


    เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นใต้น้ำ ก้องสะท้อนเข้ามาในหูของอาเจีย


    โซ่ตรวนสีดำเส้นยักษ์ ที่ล่ามออกมาจากปากถ้ำ เริ่มขยับเขยื้อน!


    สนิมและตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่บนโซ่ร่วงกราวลงมา เผยให้เห็นอักขระสีแดงเลือดหมูที่สลักอยู่บนเนื้อเหล็ก... อักขระที่ดูชั่วร้ายและโบราณ

    "เฮ้ย..." อาเจียชะงักมือที่กำลังจะเด็ดหญ้าต้นที่เก้า "ทำไมโซ่มันขยับเองได้?"


    "อาเจีย! ถอยออกมา!" เสียงมู่เฉินตวาดลั่นในจิต "ผนึกกำลังคลายตัว! มีบางอย่างกำลังจะออกมา!"


    ยังไม่ทันสิ้นเสียง


    กระแสน้ำที่เคยหมุนวนเป็นเกลียว กลับเปลี่ยนทิศทาง!


    จากที่ไหลวนเฉยๆ กลายเป็น "แรงดูดมหาศาล" พุ่งตรงเข้าไปในปากถ้ำราวกับปากของสัตว์ร้ายที่กำลังสูบลมหายใจ!


    "ว้าก!!" อาเจียตัวลอยละลิ่ว เท้าหลุดจากพื้นทราย ร่างถูกดูดเข้าไปหาความมืดในถ้ำ


    "เจ้าสัว! ช่วยด้วย!"


    เจ้าสัวทมิฬปฏิกิริยาไวสมราคาคุย มันพุ่งตัวเข้ามาคว้าขาอาเจียไว้ด้วยมือขวา แล้วใช้มือซ้าย (แขนมายา) จิกเล็บลงไปในหินผาก้นแม่น้ำเพื่อยึดเกาะ


    ครืดดดด!


    เล็บของเจ้าสัวครูดไปกับหินจนเกิดประกายไฟใต้น้ำ แรงดูดนั้นมหาศาลจนแขนเหล็กของเจ้าสัวเริ่มส่งเสียงลั่น เอี๊ยด...


    "ไม่ได้การ!" อาเจียหน้าเขียว "แรงดูดนี่มันแรงเกินไป! แม้แต่เจ้าสัวก็ต้านไม่ไหว!"


    ทันใดนั้น ดวงตาคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความมืดมิดภายในถ้ำ...


    ดวงตาสีแดงฉานขนาดเท่าล้อเกวียน! มันจ้องมองมาที่อาเจียและเจ้าสัวด้วยความหิวกระหาย


    "เจ้า... ผู้ครอบครองกลิ่นอายบรรพกาล..."


    เสียงทุ้มต่ำที่ไม่ได้ผ่านหู แต่ดังขึ้นในจิตวิญญาณโดยตรง ทำให้เลือดลมของอาเจียปั่นป่วนจนกระอักเลือดออกมาในฟองอากาศ


    "จงมาเป็นเครื่องสังเวย... เพื่อปลดปล่อยข้า!"


    หนวดสีดำทมิฬนับสิบเส้นพุ่งออกมาจากปากถ้ำ! พวกมันไม่ใช่หนวดปลาหมึก แต่เป็น "เงา" ที่ก่อตัวเป็นรูปร่าง


    หนวดเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาพันรอบเอวเจ้าสัว พยายามกระชากให้หลุดจากหิน!


    "ปล่อยนะโว้ย!" อาเจียตื่นตระหนกสุดขีด


    เขาพยายามวาดอักขระโจมตี แต่ในน้ำแบบนี้ พู่กันธรรมดาใช้ไม่ได้ผล หมึกละลายไปกับน้ำหมด


    "ใช้แขนซ้าย!" มู่เฉินแนะนำ "หนวดพวกนี้คือพลังงานด้านลบ... แขนซ้ายของเจ้าสัวมีคุณสมบัติ 'กลืนกิน' และ 'ผ่านวัตถุ'... ใช้มันตัดแรงดูดซะ!"


    อาเจียตั้งสติ รวบรวมสมาธิเพ่งไปที่เจ้าสัว


    "เจ้าสัว! โหมดโอเวอร์ไดรฟ์  ปลดปล่อยพันธนาการ!"


    วูบ!


    แขนซ้ายสีดำของเจ้าสัวระเบิดแสงสีม่วงดำออกมา!


    แทนที่จะดึงรั้งไว้เฉยๆ เจ้าสัวเปลี่ยนแขนซ้ายให้กลายเป็น "ใบมีดแห่งความว่างเปล่า" ขนาดใหญ่ (ด้วยการแผ่พุ่งไอหมอกออกมา) แล้วฟันฉับลงไปที่กระแสน้ำตรงหน้า!


    "ตัดสายน้ำ!"


    แขนซ้ายที่มีคุณสมบัติ "หลิง" (ความว่างเปล่า) ตัดผ่านกระแสน้ำและแรงดูดราวกับตัดเต้าหู้


    กระแสน้ำขาดช่วงไปชั่วขณะ! แรงดูดหายไปในพริบตา!


    "ไป!" อาเจียตะโกน


    เจ้าสัวอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้น ดีดตัวพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำดุจจรวด


    หนวดเงาเหล่านั้นพยายามจะพุ่งตามมา แต่ติดที่ โซ่ตรวน เส้นยักษ์ที่ปากถ้ำกระตุกดึงพวกมันกลับไป!


    อักขระสีแดงบนโซ่เปล่งแสงจ้า เผาไหม้หนวดเงาจนส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน


    กรี๊ซซซซซ!


    ...


    ซูม!


    ร่างของเจ้าสัวและอาเจียพุ่งขึ้นมาเหนือผิวน้ำ กระเด็นไปตกบนโขดหินริมฝั่งอย่างทุลักทุเล


    อาเจียรีบกระชากยันต์กันน้ำออก นอนหอบหายใจสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเหมือนคนตายอดตายอยาก


    "แฮ่ก... แฮ่ก... นึกว่า... จะไม่รอดแล้ว..."


    เขาคลานไปมองที่แอ่งน้ำ


    ผิวน้ำกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง แสงสีแดงจากก้นบ่อจางหายไป เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ส่องกระทบผิวน้ำอย่างเงียบงัน


    "มันคือตัวอะไรกันแน่ท่านปู่?" อาเจียถามเสียงสั่น "แรงกดดันเมื่อกี้... มันเหนือกว่าระดับสร้างรากฐานไปไกลลิบ!"


    "มันคือ 'อสูรผนึก'..." มู่เฉินตอบเสียงเครียด "และดูเหมือนว่า โซ่ตรวนนั่นจะเป็นผนึกของ 'บรรพชนตระกูลหลี่' (ต้นตระกูลของผู้อาวุโสหลี่)... ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมตาแก่นั่นถึงส่งเจ้ามาที่นี่"


    "ทำไม?"


    "เขาไม่ได้ส่งเจ้ามาทดสอบหุ่นเชิด..." มู่เฉินแค่นเสียง "แต่เขาส่งเจ้ามาเป็น 'ตัวล่อ' เพื่อตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของผนึกต่างหาก! ตาแก่เจ้าเล่ห์!"


    อาเจียกัดฟันกรอด "ตาแก่หลี่... กล้าหลอกใช้ข้าเรอะ!"


    แต่เมื่อเขามองลงไปในมือ... หญ้าแสงจันทร์ 12 ต้น ที่กำไว้แน่น (ไม่ยอมปล่อยแม้จะเกือบตาย) ยังอยู่ครบ


    "ฮึ..." อาเจียแสยะยิ้มมุมปาก พลางยัดหญ้าใส่ถุงมิติ


    "เอาเถอะ... ครั้งนี้ถือว่าเจ๊ากัน เพราะข้าก็ได้ของมาครบ... แต่คราวหน้า ข้าจะคิดดอกเบี้ยค่าเสี่ยงตายให้หนักเลย!"


    เขาลุกขึ้นยืน ตบไหล่เจ้าสัวเบาๆ


    "ทำได้ดีมากไอ้ลูกชาย... แขนซ้ายเจ้านี่มันของจริง ถ้าไม่ได้มัน เราคงเป็นปุ๋ยไปแล้ว"


    เจ้าสัวก้มหน้าลงมองแขนซ้ายของตัวเอง ไอหมอกสีดำยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบๆ ราวกับมันเพิ่งได้ "ชิม" พลังงานรสเลิศจากหนวดเงานั้นไปเล็กน้อย


    "กลับกันเถอะ..." อาเจียมองไปที่ทิศทางของหอศัสตรา แววตามุ่งมั่น


    "กลับไปส่งภารกิจ... แล้วไปรีดไถ... เอ้ย ไปรับรางวัลจากตาแก่หลี่กัน!"


    การทดสอบแรกของศิษย์สายในจบลงด้วยการรอดตายหวุดหวิด


    แต่อาเจียหารู้ไม่ว่า... การที่แขนซ้ายของเจ้าสัวได้สัมผัสกับ "เงา" ในถ้ำนั้น ได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างในตัวหุ่นเชิดให้ตื่นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ...

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน