บทที่ 2 ใช้ชีวิตให้ดีกับคุณลุง
และแล้ว ถังโย่วโย่วก็อยู่ในอ้อมกอดของชางโหยวโดยมีลุงอีกสี่คนห้อมล้อม ภายใต้สายตาของคุณครูจางและทุกคน เธอก็ขึ้นรถหรูคันหนึ่งไป
จากนั้นรถหรูทั้งห้าคันก็ออกเดินทางไปท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คนมากมาย
ในรถ ถังโย่วโย่วใช้มือเล็ก ๆ ของเธอขูดแผ่นรองโต๊ะอย่างแรง
โอ้ะ! หนังวัวชั้นดีนี่นา?
เธอเหยียบพรมปูพื้นรถอีกครั้ง
โอ้โห! นี่มันพรมเปอร์เซียไม่หรือ?
การรวยมากเกินไปช่างร้ายกาจจริง ๆ
"โย่วโย่ว ดื่มน้ำหน่อยเถอะ"
ชางโหยวที่นั่งอยู่ตรงหน้ายิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วส่งแก้วน้ำมะพร้าวมาให้
ถังโย่วโย่วรับน้ำมะพร้าวมาด้วยมือน้อย ๆ ริมฝีปากเล็กสีพีชดูดหลอดทันที รสหวานหอมของมะพร้าวแผ่ซ่านในปากของเธอ "อร่อยมากเลย!"
"ถ้าอร่อยก็ดื่มเยอะ ๆ" ชางโหยวมองเด็กน้อยตัวกลมน่ารักตรงหน้าพลางยิ้มบาง
"ขอบคุณคุณลุงค่ะ"
นี่อาจจะเป็เื่น่ายินดีที่สุดที่ถังโย่วโย่วได้พบเจอใน่ห้าปีหลังจากเธอทะลุมิติมาจากศตวรรษที่ 21
แต่เดิมถังโย่วโย่วเป็เพียงมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งในศตวรรษที่ 21 ปกติแล้วเธอชอบเล่นเกม ดูซีรีส์ ดูการ์ตูน แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งขณะกำลังท่องโลกอินเทอร์เน็ต เธอจะเผลอคลิกไปที่โฆษณาเล็ก ๆ อันหนึ่งแล้วถูกดูดเข้าไปทันที
หลังจากนั้นถังโย่วโย่วก็มาโลกใบนี้
ตอนแรกเธอเป็เพียงทารก ั้แ่เกิดมาเธอไม่เคยมีวันที่ดี ๆ เลยสักวัน
แม่ของเธอถังฮุ่ยหลาน อาศัยความสวยงามของตัวเองใช้ชีวิตอย่างเสรีมาตลอดชีวิต จนกระทั่งอายุเกินสามสิบปีก็ไปพัวพันกับเื่ราวใหญ่โตที่ทำให้เสียชื่อเสียง ติดกับดักของชายคนหนึ่งและให้กำเนิดถังโย่วโย่วออกมา
หลังจากนั้น ครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้วก็มีทารกน้อยเพิ่มมาอีกคน ซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก
ก่อนหน้านี้ถังฮุ่ยหลานอยู่ตัวคนเดียว กินอิ่มคนเดียว ทั้งครอบครัวไม่อดตาย แต่ตอนนี้มีเด็กเพิ่มมาอีกคน เธอจึงคิดตระหนักได้ กลับตัวกลับใจออกไปทำงานเพื่อหาเงินซื้อนมให้ถังโย่วโย่ว เลี้ยงดูถังโย่วโย่วด้วยการเปลี่ยนผ้าอ้อมและป้อนข้าวป้อนน้ำจนอายุห้าขวบ จนวันหนึ่งตรวจพบว่าตัวเองเป็มะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย หมอวินิจฉัยว่าถังฮุ่ยหลานเหลือเวลาอีกไม่นาน
เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะตายและยังมีลูกสาวอีกคน ถังฮุ่ยหลานจึงรู้สึกสำนึกผิดในที่สุด เธอติดต่อกับพี่ชายต่างพ่อทั้งห้าคนซึ่งไม่เคยติดต่อกันมาก่อน เธอ้าฝากฝังถังโย่วโย่วไว้กับพวกเขา เพื่อที่ตัวเองจะได้จากโลกนี้ไปอย่างสบายใจ
สถานการณ์ตอนนี้จึงเป็แบบนี้
ถังโย่วโย่วใช้ดวงตากลมโตกวาดตามองรอบรถ มือน้อยถือน้ำมะพร้าว ขาสั้น ๆ นั่งอยู่บนเบาะหลังเหยียดไปไม่ถึงพื้น
"คุณลุง นี่มันเื่อะไรกันแน่" ในที่สุดถังโย่วโย่วก็ถามด้วยน้ำเสียงอ่อน ๆ
"โย่วโย่ว ลุงชื่อชางโหยว เป็ลุงของเธอ"
"แต่ว่า... ทำไมหนูไม่เคยเห็นลุงมาก่อนเลย..." ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัยเล็กน้อย
"...เพราะลุงคือลูกยายของเธอ เป็ลูกที่เกิดนอกบ้าน" ชางโหยวคิดในใจว่าควรจะอธิบายให้ถังโย่วโย่วเข้าใจอย่างไร แล้วจึงพูดต่อไปว่า "เมื่อสามสิบห้าปีก่อน ตอนนั้นครอบครัวของยายเธอยากจนมาก เพื่อประทังชีวิต ยายของเธอจึงขายไข่ของตัวเองไปห้าใบ"
"..."
ถังโย่วโย่วฟังจนตะลึง
หมายความว่า ตอนนั้นยายของเธอขายไข่ไปห้าใบ และตอนนี้ก็กลายเป็คนใหญ่คนโตและกลับมาช่วยโลกเหรอ?
แม้แต่ละครน้ำเน่ายังไม่กล้าแสดงเื่ครอบครัวแบบนี้เลยนะ!
"พวกเราพยายามติดต่อแม่ของเธอมาตลอด แต่แม่เธอปฏิเสธความช่วยเหลือของพวกเรา ตอนนี้แม่เธอกำลังป่วยหนักนอนติดเตียง จึงฝากฝังเธอไว้กับพวกเรา เธอวางใจได้ ั้แ่นี้ไปพวกเราจะพาเธอกลับไปเมืองหลวง เธอจะได้ใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง"
ถังโย่วโย่ว "..."
เธอพยายามจะทำความเข้าใจคำพูดของชางโหยว แต่ว่า... การพาเธอกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองหลวงนั้นเป็เื่ดีแน่นอน แต่แม่ของเธอจะทำอย่างไรล่ะ?
"คุณลุง แล้วแม่ของหนูล่ะ?"
แม้หมอจะบอกว่าถังฮุ่ยหลานเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว แต่ตอนนี้มีลุงที่รวยทั้งห้าคนนี้ จะช่วยให้มีความหวังมากขึ้นหรือเปล่า ถังโย่วโย่วมองชางโหยวด้วยความคาดหวัง
"...โย่วโย่ว แม่ของเธอ เสียแล้วเมื่อเช้านี้"
"...!?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ น้ำมะพร้าวในมือของถังโย่วโย่วก็ร่วงทันที
ข่าวนี้เป็เหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ
เธอเบิกตากว้างด้วยความใ มันจะเป็ไปได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เมื่อเช้าตอนไปโรงเรียน เธอยังโทรศัพท์หาถังฮุ่ยหลานอยู่เลย แล้วทำไมจู่ ๆ คนถึงได้จากไปเร็วขนาดนี้
เธอสัญญาไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลในวันหยุดสุดสัปดาห์… แล้วทำไม… ทำไมคนถึงตายไปกะทันหันแบบนี้ล่ะ?
"ลุง...ลุงโกหกหนูใช่ไหม"
ดวงตาของถังโย่วโย่วเริ่มน้ำตาเอ่อ เธอเอ่ยเสียงสะอื้น "เป็ผู้ใหญ่ไม่ควรโกหกเด็กนะ"
"โย่วโย่ว มันเป็เื่จริง"
"ฮือ" เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ถังโย่วโย่วก็ร้องไห้ออกมาทันที
แม้ว่าเธอจะข้ามมิติมาและไม่เคยมีวันดี ๆ เลย แต่แม่ของเธอนั้นดีกับเธอมาก ่เวลาห้าปีที่อยู่กับถังฮุ่ยหลาน แม้ว่าครอบครัวจะยากจน แต่ถังโย่วโย่วก็มีความสุข ในศตวรรษที่ 21 ถังโย่วโย่วเติบโตมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่เคยได้ััความรักของครอบครัวมาก่อน แต่ตอนนี้ผู้หญิงคนเดียวที่เคยให้ความรักแบบครอบครัวกับเธอ หลังจากฝากฝังเธอไว้กับลุงทั้งห้าคนก็จากไปเสียแล้ว
แม้ว่าถังโย่วโย่วจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว เพราะแม่เป็มะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย เธอเข้าใจว่ามันเป็โรคที่รักษาไม่หาย แต่ก็ยังรับความจริงว่าถังฮุ่ยหลานจากไปเร็วขนาดนี้ไม่ได้
"ไม่ร้อง ๆ โย่วโย่วไม่ร้องนะ หมอบอกว่าตอนที่แม่ของเธอเสีย แม่เธอจากไปอย่างสงบ แม่เธอยังเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ด้วย ตอนนี้จดหมายยังอยู่ที่โรงพยาบาล พวกเรามาไปดูหน้าแม่เธอเป็ครั้งสุดท้ายด้วยกันนะ แล้วลุงจะพาเธอกลับเมืองหลวง..."
ชางโหยวยื่นแขนออกไป อุ้มถังโย่วโย่วเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก
เมื่อเห็นเ้าตัวน้อยร้องไห้ ชางโหยวก็รู้สึกราวกับหัวใจของเขากำลังจะละลาย เขารีบปลอบโยนด้วยน้ำเสียงแ่เบา ส่วนถังโย่วโย่วร้องไห้โฮ ๆ ไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
รถหรูห้าคันมาถึงโรงพยาบาล ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วเดินเข้าโรงพยาบาลพร้อมกับชายหนุ่มอีกสี่คนที่เดินตามมาด้วย
ห้องเก็บศพของโรงพยาบาล
ถังโย่วโย่วได้เห็นถังฮุ่ยหลานเป็ครั้งสุดท้ายและรับจดหมายที่เธอเขียนถึงลูกสาว
ในจดหมายมีเพียงประโยคเดียว
‘โย่วโย่วอยู่กับคุณลุงนะ ใช้ชีวิตให้ดี แม่รักลูกเสมอ’
หลังจากอ่านจดหมาย ถังโย่วโย่วก็ร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง
ต่อมา ชางโหยวซื้อสุสานเสมือนให้กับถังฮุ่ยหลานที่เมืองชิงเฉิง หลังจากที่เห็นถังฮุ่ยหลานถูกฝังเรียบร้อยแล้ว ถังโย่วโย่วจึงขึ้นเครื่องบินส่วนตัวกับชางโหยวไปยังเมืองหลวง
บนเครื่องบิน ชางโหยวได้แนะนำลุงอีกสี่คนให้ถังโย่วโย่วรู้จัก ลุงทั้งห้าคนมีตัวตนดังต่อไปนี้
ชางโหยว ผู้เป็เ้าของธุรกิจขนาดใหญ่
ไป๋ฉี เ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์
เสี่ยเทิง ผู้บัญชาการระดับสูงของรัฐบาลกลาง
ผู่จิ่ง ผู้นำด้านการนำเข้าและส่งออกอัญมณี
และคนที่มีตำแหน่งพิเศษที่สุด หัวหน้าโรงฝึก ซือจื่อเจวี๋ย
คุณลุงสี่คนแรกนั้นถังโย่วโย่วเข้าใจดีว่าพวกเขาล้วนเป็ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล และมีหน้ามีตาในสังคม
แต่ลุงคนที่ห้า หัวหน้าโรงฝึกมันคืออะไรกัน?
ชางโหยวเห็นความสงสัยของถังโย่วโย่ว เขาจึงพูดว่า "โย่วโย่ว เธอไม่ต้องกังวลเื่อิทธิพลของพวกลุงหรอก พอเธอกลับไปเมืองหลวง พวกเราทั้งห้าคนจะดูแลเธอเป็เวลาหนึ่งเดือน เธอสามารถเลือกไปอยู่บ้านลุงคนไหนก็ได้ อ้อ แน่นอนว่า ไม่ว่าเธอจะเลือกไปอยู่บ้านลุงคนไหน พวกเราก็จะปฏิบัติกับเธอเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ทั้งนั้น"
ถังโย่วโย่ว "...อะ...โอเคค่ะ"