เมื่อเทียนิเดินมาถึงร้านหยกนิรันดร์ซึ่งเป็ใหญ่เป็อันดับต้นๆในเมืองเมฆาล่องแห่งนี้โดยที่ร้านหยกนิรันดร์แห่งนี้นั้นเป็กิจการของตะกูลิซึ่งเป็ 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่ของเมืองเมฆาล่องแห่งนี้เช่นเดียวกับ ตระกูลเทียนและตระกูลหลู่ โดยร้านนี้ขายของแทบทุกอย่างที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์้าไม่ว่าจะเป็อาวุธ โอสถหรือวิชายุทธ์ต่างๆ ที่นี่ก็มีอยู่มากมาย แน่นอนว่าวิชายุทธ์ภายในร้านนี้ก็จำกัดอยู่แค่วิชายุทธ์ระดับสามัญขั้นต่ำเท่านั้น และนี่คือจุดมุ่งหมายของเทียนิในการมาเยือนที่นี่ เทียนิเดินเข้าไปภาพในร้านเขาก็ได้พบกับชั้นวางอาวุธและเหล่าโอสถต่างๆที่ถูกบรรจุไว้ในขวดหยกสวยงาม เทียนิมองดูรอบๆพักหนึ่งก็มีพนักงานร้านเดินมาหาเขาเพื่อที่จะแนะนำสินค้าต่างๆภายในร้านให้เทียนิถึงสรรพคุณและราคาโดยที่พวกอาวุธทั่วๆไปจะมีราคาอยู่ที่ 100 เหรียญทองแดง หรือ 1 เหรียญเงิน ส่วนโอสถภายในร้านก็จะมีเพียงแค่โอสถระดับ 9 เท่านั้น ซึ่งเป็ระดับต่ำที่สุด โดยราคาของโอสถชนิดต่างๆก็จะมีราคาที่แตกต่างกันไป มีั้แ่ 20 เหรียญทองแดง ซึ้งเป็โอสถรักษาแผลหรืออาการาเ็ทั่วๆ ไปไปจนถึงโอสถเสริมกาย ซึ่งสามารถช่วยให้จอมยุทธ์ขั้นเสริมแกร่งมีความก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้รวดเร็วขึ้น โดยที่มีราคาอยู่ที่ 10 เหรียญเงินต่อหนึ่งเม็ด เทียนิได้รับทราบราคาของสินค้าพวกนี้แล้วก็กล่าวถามพนักงานถึงวิชายุทธ์
“แล้วพวกวิชายุทธ์อยู่ตรงไหนหรือ”
“วิชายุทธ์เราจะเก็บไว้ที่ชั้นสองของร้านขอรับ ส่วนท่านลูกค้าสามารถเลือกดูรายระเอียดและราคาได้จากหนังสือรายการสินค้าของเราได้เลยครับ ในนั้นมีระบุไว้ครบถ้วน”
พนักงานกล่าวตอบพลางผายมือออกมาแสดงให้เห็นตำแหน่งที่มีหนังสือรายการสินค้าวางไว้และเดินนำเทียนิไปยังตำแหน่งของหนังสือรายการสินค้า แล้วหยิบหนังสือออกมาเล่มหนึ่งแล้วยื่นส่งให้กับเทียนิ เทียนิเห็นดังนั้นก็ยื่นมือไปรับหนังสือรายการสินค้ามาแล้วก็เปิดดู ภายในหนังสือรายการสินค้าก็มีหน้าสารบันซึ่งแสดงรายชื่อของวิชายุทธ์ต่างๆที่แยกเป็หมวดหมู่และระบุหน้าไว้ชัดเจน เทียนิไล่อ่านรายชื่อของวิชาสายจู่โจม ซึ่งชื่อของแต่ละวิชาก็แน่นอนว่า มันช่างฟังดูยิ่งใหญ่อลังการทั้งนั้น มีทั้งหมัดทลายภูผา กระบี่ทะลวง์ ฝ่ามือสลายสลายิญญา ฯลฯ.. ‘ดูมันๆ เป็แค่วิชายุทธ์ระดับสามัญขั้นต่ำ แต่กลับกล้าตั้งยิ่งใหญ่เพียงนี้ หน้าขอเ้าพวกนี้มันจะหนาเกินไปแล้ว เพ้ย ! กระบี่ทะลวง์หรือ ทะลวงตูดเ้าสิไม่ว่า’ แน่นอนว่าเทียงิเพียงแค่คิดแต่ไม่ได้กล่าวออกมาตรงๆ เทียนิมีความคิดว่าวิชาพวกนี้ที่เป็วิชาขั้นสามัญระดับต่ำแต่กล้าใช้ชื่อที่ดูยิ่งใหญ่นั้นล้วนเป็พวกวิชาย้อมแมวขาย เทียนิก็เลิกสนใจวิชาชื่ออลังการพวกนี้แล้วมองหาไปยังวิชาที่มีชื่อธรรมดาๆ เทียนิไล่ดูรายชื่อไปสักพักก็สดุดเข้ากับวิชาหนึ่ง
“วิชาเชิงมวย น่าสนใจดีนี่”
เทียนิดูเลขหน้าของวิชาเชิงมวยในหน้าสารบันแล้วก็พลิกหนังหนือไปยังหน้าที่ระบุไว้ เทียนิได้อ่านข้อมูลคร่าวๆของวิชาเชิงมวยนี้ ซึ่งมันก็เป็วิชาที่แสนจะธรรมด๊า ธรรมดา วิชานี้นับว่าเป็วิชาที่เทียนิในตอนนี้้ามากที่สุด เพราะวิชานี้มันเป็การฝึกพื้นฐานของการต่อสู้ด้วยมือเปล่า มีการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถีบ ในการโจมตี และการ ป้อง ปัด ปิด เปิดในการป้องกัน โดยวิชานี้มีราคาอยู่ที่ 3เหรียญเงิน หรือ 300 เหรียญทองแดงเท่านั้นซึ่งนับว่าเป็ราคาถูกที่สุดในบรรดาวิชายุทธ์เล่มอื่นๆเลย
“ข้า้าวิชาเชิงมวย”
เทียนิบอกความ้าของเขาให้พนักงานร้านรับทราบ หลังจากนั้นพนักงานก็เดินขึ้นไปยังชั้นสองของร้าน ผ่านไปไม่นานเขาก็เดินกลับมาพร้อมก็ตำรายุทธ์ในมือ
“วิชาเชิงมวย ราคาอยู่ที่ 300 เหรียญเงินขอรับ เนื่องจากั้แ่ได้ตำราวิชานี้มาก็ไม่เคยมีใครสนใจจะฝึกมันเลย ทานร้านจึงไม่ได้ทำสำเนาไว้ ท่านลูกค้าแน่ใจว่า้าวิชานี้จริงๆใช่ไหมขอรับ”
พนังงานร้านบอกราคาของวิชาเชิงมวยให้เทียนิรับทราบพร้อมทั้งกล่าวบอกเื่ของวิชานี้ที่ไม่เคยมีใครสนใจจะเลือกมันไปฝึกเลยสักคนให้เทียนิรับทราบด้วยความหวังดี ปกติวิชายุทธ์ต่างๆที่ลูกค้าจะซื้อทางร้านก็จะทำการทำสำเนาก่อนที่จะขายฉบับสำเนาให้แก่ลูกค้า แต่ด้วยความที่วิชานี้มันไม่มีใครสนใจเลยสักคน ทางร้านจึงเลือกที่จะให้เล่มต้นฉบับแก่เทียนิไป เทียนิได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ายิ้มรับ แล้วทำการยื่นเงิน สามร้อยเหรียญทองแดงให้แก่พนักงาน โดยไม่มีความลังเลอยู่เลยแม้แต่น้อย พนักเห็นท่าทางมันใจของเทียนิ ก็ไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก เขายื่นตำราเชิงมวยให้แก่เทียนิพร้อมทั้งรับเงินมา หลังจากได้รับตำราวิชาเชิงมวยแล้ว เทียนิก็เดินออกจากร้านไป พนักงานขายก็เดินมาส่งเทียนิจนออกจากร้านไป หลังจากหน้าเทียนิก็แวะซื้อของกินใส่ห่อหลายอย่าง แล้วเดินออกจากตลาดมุ่งหน้ากลับไปยังศาลเ้าร้าง เมื่อถึงตำแหน่งที่ไร้ผู้คนเทียนิก็จัดการนำของต่างๆที่ซื้อมาใส่ไว้ในช่องเก็บของรวมทั้งตำราวิชาเชิงมวยด้วย ปิ๊ง !!! “ท่าน้าเรียนรู้วิชาเชิงมวยหรือไม่ ” เทียนิิหลุดเดิน เพราะอยู่ๆก็มีเสียงแจ้งเตือนของระบบขึ้นมาและปรากฎเป็ข้อความสีเขียว เรียนรู้ / ปฏิเสธ แม้จะสับสนอยู่บ้างแต่เทียนิก็เลือกเรียนรู้ หลังจากนั้นข้อมูลมากมายก็ไหลเข้าสู่ภายในสมองของเขา เขารู้สึกถึงประสบการณ์การฝึกฝนและทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆในวิชาเชิงมวยนี้เหมือนกับเขาได้ฝึกฝนมาหลายสิบปีจนเชี่ยวชาญ ผ่านไปไม่นานสถานการณ์นี้ก็ได้สิ้นสุดลง เทียนิก็หลับตาทำความเข้าใจและเรียบเรียงข้อมูลมากมากที่เข้ามาในหัวของเขา ผ่านไปไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้น
“ยอดเยี่ยม ! ข้าสามารถสำเร็จวิชาเชิงมวยจนบรรลุขั้นสูงสุดได้ โดยใช้เวลาไม่ถึง ยี่สิบ ลมหายใจ ต้องพูดว่า โดยที่ข้าไม่ต้องเปิดตำราดูด้วยซ้ำ ฮ่า ๆ ๆ...”
เทียนิหัวเราออกมาด้วยความสุขเป็อีกครั้งที่เทียนิได้พบกับความยอดเยี่ยมของระบบ มาถึงตอนนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีก เขาก็จะไม่แปลกใจอีกแล้ว หลังจากนั้นเทียนิก็เรียกหน้าต่างสถานะออกมา เขาพบว่าที่แถวล่างสุดปรากฏข้อความ ชื่อวิชาเชิงมวยขึ้นมา ‘วิชา : เชิงมวย [สามัญขั้นต่ำ] 1/100’
“เอ๊ะ !! 1/100 หรือว่า.... ระบบนี้สามารถเพิ่มระดับให้กับวิชานี้ได้”
ทุกคนต่างทราบกันดีว่าวิชายุทธ์ขั้นสามัญขั้นต่ำนั้นไม่สามารถยกระดับได้ จะมีก็แต่ความสำเร็จในการฝึกฝน แบ่งออกเป็สามขั้น ได้แก่ เริ่มต้น เชี่ยวชาญ และสูงสุด โดยขั้นสูงสุดจะสามารถแสดงอานุภาพของวิชานั้นๆออกมาได้อย่างสูงสุดดั่งชื่อ แต่ก็จะมีพวกอัจฉริยะบางคนที่สามารถยกระดับวิชายุทธ์ขึ้นมาให้มีอานุภาพมากกว่าเดิมแต่นั่นก็ต้องศึกษาและอาศัยประสบการณ์อย่างมากถึงจะทำได้ แต่กับเทียนิที่ตอนนี้เขามีความช่วยเหลือจากระบบ หากเขาสามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ของวิชานี้ได้จนเต็มระบบก็จะทำการยกระดับวิชานี้ให้แก่เขาโดยทันที ซึ่งสิ่งนี้นับว่าเป็ข้อได้เปรียบของเขามากเลยทีเดียว