เช้าวันใหม่ ยังไม่ทันหมดยามอิ๋น (03:00-04:59) หลี่เยว่ซินก็รู้สึกตัว ถึงแม้เมื่อวานนางจะอ่อนเพลียจะพิธีการต่างๆ มากมาย แต่เพราะว่าแปลกที่ มิใช่ห้องนอนเดิมของนาง อีกทั้งยังเป็คืนแรกที่นางต้องร่วมห้องกับบุรุษ จึงยากที่จะข่มตาหลับสนิทได้
นางพลิกตัวลงจากตั่งตัวที่นางใช้นอน พยายามเก็บผ้าปู หมอน ผ้าห่มต่างๆ เข้าตู้ด้วยเสียงอันแ่เบาด้วยเกรงว่าบุรุษบนเตียงจะตื่นเพราะว่าเสียงนางรบกวน
“ยังมิทันสว่าง ทำไมเ้าตื่นแล้วล่ะ”
เ้าหยางหลงรู้สึกตัวั้แ่ได้ยินเสียงขยุกขยิก ดังมาจากตั่งที่หญิงสาวใช้นอน เขาเองก็มิได้หลับสบายเช่นกัน จึงลืมตามองดูการกระทำของหญิงสาวก่อนที่จะเอ่ยทัก เมื่อเห็นว่านางมิได้มีท่าทีที่จะล้มตัวลงนอนต่อ
“หากใครเข้ามาในห้องแล้วเห็นที่นอนของหม่อมฉัน….เออของข้า ก็คงมิดีใช่ไหมเ้าคะ”
หลี่เยว่ซินตอบกลับ แม้จะยังไม่ชินที่อยู่ๆ สวามีหมาดๆ ของนางก็บอกให้นางพูดด้วยคำสามัญกับเขา
“เ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่า เ้ากับข้ามิได้ร่วมเตียงกัน แล้วผ้าปูผืนนี้เล่าจะทำเช่นใด”
จ้าวหยางหลงย้อนถามนาง แล้วยังหยิบผ้ารองปูผืนน้อยลวดลายประณีตสวยงาม ที่เอาไว้ปูสำหรับเตียงในคืนเข้าหอ สำหรับคู่บ่าวสาวเพื่อดูร่องรอยของพรหมจรรย์
หลี่เยว่ซินเห็นเช่นนั้นก็ใ รีบลงจากตั่งวิ่งไปคว้าผ้าผืนน้อยมาจากมือของจ้าวหยางหลง ก่อนจะเดินหาบางสิ่งบางอย่างในห้องด้วยเสียงอันเบา เพราะเกรงจะทำเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน
“ท่านอ๋องมีกริชหรือไม่เ้าคะ”
“มี จะเอาไปทำสิ่งใด”
“ข้าขอยืมสักประเดี๋ยว มิได้เอามาทำร้ายท่านอ๋องแน่นอนเ้าค่ะ”
จ้าวหยางหลงล้วงกริชที่ถูกซ่อนไว้มุมของหัวเตียง ทหารอย่างเขามักจะเตรียมพร้อมรับมือเสมอ แม้กระทั่งตอนนอน หากเกิดมีผู้ร้ายบุกรุกมา อย่างน้อยก็ยังมีอาวุธไว้ป้องกันตัว
หลี่เยว่ซินรับกริชนั้นมาได้ ก็ปลดปลอกกริชออกเผยให้เห็นคมที่ถูกผู้เป็เ้าของทำการลับและดูแลทำความสะอาดเป็อย่างดี
“นั้นเ้าจะทำอะไรน่ะ!!!”
จ้าวหยางหลงใ รีบความกริชออกจากมืดของหญิงสาวทันทีที่เขาเห็นว่า หญิงสาวพยายามจะใช้กริชกรีดนิ้วตัวเอง
“ก็ถ้ามามามาเจอผ้าผืนนี้ยังสะอาดอยู่ ท่านอ๋องคิดว่าจะไม่มีปัญหาหรือเ้าคะ”
“เ้าก็เลย้าเื เพื่อแสดงว่าเมื่อคืนเราสองคนร่วมเตียงเข้าหอกันแล้ว อย่างนั้นนะหรือ”
“ไม่เพียงเท่านั้นเ้าค่ะ มันยังช่วยยืนยันว่าข้าเสียพรหมจรรย์ให้ท่านเป็คนแรกอีกด้วยเ้าค่ะ”
หลี่เยว่ซินกล่าวประโยคนี้ออกไปก็ให้หน้าแดง แต่โชคดีที่ข้างนอกยังมืด มิเช่นนั้นคนตรงหน้านางเป็ต้องหยอกล้อนางอีกเป็แน่ เื่พรหมจรรย์สำคัญสำหรับคืนแรกของหญิงสาวที่แต่งงานขนาดไหน เหตุใดนางจะไม่เข้าใจ
“แค่นี้พอหรือไม่”
หลี่เยว่ซิน ยังมิทันได้เปิดปากห้าม จ้าวหยางหลงก็ใช้กริชกรีดแขนของตนเองเป็รอย ปล่อยให้เืให้ออกมาก่อนจะถามหญิงสาวตรงหน้า ที่ตอนนี้ได้แต่อ้าปากค้างใกับการกระทำของเขา
“หากเ้าไปรีบเกรงว่าเืข้าจะไหลออกมาเยอะเกินไปเสียก่อน”
จ้าวหยางหลงหยอกเย้าหญิงสาว เพราะเห็นว่านางยังใอยู่มิยอมขยับ อันที่จริงแผลแค่นี้จะนับเป็อะไรได้ ใช่ว่าตัวเขาไม่เคยมี าแที่ใหญ่กว่านี้ในร่างกายของเขามีนับไม่ถ้วน แค่รอยกริชนี้คงนับเป็รอยแมวข่วนเห็นจะได้
หลี่เยว่ซินรีบนำเืมาป้ายไว้บนผ้าปูเตียง แล้วค่อยลองมือทำแผลให้สวามีของนาง เพียงแต่ยังมิทันจะเรียบร้อย เสียงมามาด้านนอกก็ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเข้ามา
หลี่เยว่ซินได้แต่ลนลาน ถอดรองเท้าะโขึ้นไปบนเตียง ห่มผ้าห่มผืนเดียวกับจ้าวหยางหลง ที่ตอนนี้มองการกระทำของนางแล้วให้ประหลาดใจ อีกมือหนึ่งก็ไม่รีบที่จะรีบซุกซ่อน ผ้าพันแผลเอาไว้ในเสื้อของตัวเอง
“ท่านอ๋อง พระชายา บ่าวมาปรนนิบัติ ล้างหน้าแต่งตัวเตรียมตัวเข้าวังเพคะ”
อันที่จริง มามาท่านนี้มิได้มีหน้าที่เช่น ที่นางบอก เพียงแต่นาง้าตรวจสอบการเข้าหอของคู่สามีภรรยาใหม่คู่นี้ เพื่อที่จะได้รายงานแก่เบื้องสูง
“พวกท่านช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พระชายาเถิด เดี๋ยวข้าเปลี่ยนเอง”
เขาบอกปัดทั้งหมดเพียงเพราะว่ามิอยากให้ใครเห็นาแ ที่เขากรีดเมื่อสักครู่ สำหรับเขาปกติอยู่ค่ายทหารก็มิได้มีผู้ใดช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เกากงกงเพียงแค่ยืนอยู่ห่างๆ รอรับคำสั่ง
หลี่เยว่ซินเองก็เช่นกัน เพียงแต่ล้างหน้าแล้วหายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านในด้วยตัวเอง ก่อนจะออกมาให้ผิงผิงและเหล่านางกำนัลทำผมแต่งหน้า สวมชุดสำหรับเข้าเฝ้า
จ้าวหยางหลงและหลี่เยว่ซินเดินออกจากห้องหอ เพื่อขึ้นรถม้าเตรียมเข้าวัง ท่ามกลางสายตาปลาบปลื้มใจของนางกำนัลาุโ ที่เดินมาเห็นร่องรอยบนเตียงนอน
ตำหนักเฉิงเฉียน วังหลวง
“หย่งอ๋องจ้าวหยางหลง และพระชายาขอเข้าเฝ้า”
ขันทีหน้าตำหนักส่งเสียงบอกกล่าวแก่ผู้ที่อยู่ด้านในให้รับทราบ
“ถวายพระพรเสด็จแม่ ทรงพระเจริญพันปี พันพันปี”
“พวกเ้าลุกขึ้นเถิด เหนื่อยมาั้แ่เมื่อวาน วันนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก ลำบากพวกเ้าแล้ว”
หลี่ไทเฮามองบุคคลทั้งสองตรงหน้าแล้วยิ้ม คนหนึ่งคือคนที่พระนางเลี้ยงดูมาั้แ่เกิด เปรียบเสมือนลูกในอก อีกคนคือหลานสาวที่พระนางเอ็นดู ตอนนี้ทั้งสองคนล้วนเป็ฝั่งเป็ฝากันแล้ว
“เสด็จป้าน้ำชาเพคะ”
หลี่เยว่ซิน คุกเข่าเข้าไปใกล้หลี่ไทเฮาพร้อมกับยื่นถ้วยชา อันเป็ธรรมเนียนของลูกสะใภ้หลังแต่งงาน
“ยังจะเรียกเสด็จป้าอีกรึ เ้าเด็กคนนี้”
“เสด็จแม่”
“ขอให้พวกเ้าครองคู่กันตราบชั่วชีวิต รักใคร่กลมเกลียว ดูแลซึ่งกันและกัน มีหลานให้แม่อุ้มเร็ววันนะ และก็ซินเอ๋อร์ แม่ฝากเ้าดูแลพี่เขาด้วยล่ะ
ส่วนเ้า หยางหลง ั้แ่เล็กจนโต แม่อาจจะให้ทุกอย่างแก่เ้าไม่ได้ แต่ลูกสะใภ้คนนี้แม่ตั้งใจเลือกให้เ้าโดยเฉพาะ หวังว่าเ้าจะมีความสุขทั้งวันนี้และวันข้างหน้า ดูแลนางให้ดีด้วยเล่า”
ทั้งคู่หลังจากคารวะน้ำชาแก่หลี่ไทเฮาแล้ว พระนางเพียงแต่ให้รีบกลับตำหนักอ๋องไปพักผ่อน เนื่องจากพระนางยังคงเป็ห่วงคนที่คู่ที่จะพักผ่อนไม่พอ
ตลอดเส้นทางจากวังหลวงถึงตำหนักอ๋อง หลี่เยว่ซินมิได้พูดคุยสิ่งใดกับจ้าวหยางหลง ส่วนเขาเองก็มิรู้จะสรรหาคำพูดใดหรือเื่ใดมาถามนางเช่นกัน บรรยากาศบนลดม้าจึงเงียบจนกระทั่งถึงหน้าประตูตำหนัก
“ถึงตำหนักแล้วเ้าจะทำสิ่งใด”
“ข้ามิเคยมาตำหนักของท่าน มิรู้ว่าต้องรับการคารวะจากชายารองหรือบรรดาอนุของท่านหรือไม่”
หลี่เยว่ซินเองก็พอได้ข่าวว่าจ้าวหยางหลงมิได้มีชายารองหรืออนุ แต่หากนั้นเป็เพียงข่าวลือ ทางที่ดีนางควรจะถามเขาให้แน่ชัด
“ทั้งจวนข้ามีภรรยาเพียงแค่ผู้เดียว ก็คือเ้า มิได้มีอนุหรือเมียบ่าวที่ไหน”
จ้าวหยางหลงเองพอพูดประโยคนี้ออกมา เขาเองก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นกัน เหตุใดเขาต้องรู้สึกโมโหนางอยู่ไม่น้อย ที่นางกล่าวหาว่าจวนของเขาอาจจะมีชายารองหรืออนุ ยิ่งนางตอบรับแค่สั้นๆ ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ
“เ้าค่ะ”
“เ้าอยากให้ข้ารับชายารองหรือ”
“ข้าแล้วแต่ท่านอ๋องเ้าค่ะ หากท่านอยากรับ ข้าก็ยินดีจะจัดเตรียมงานให้”
เขามิน่าหาเื่ให้ตัวเองโมโหแต่เช้าเลย แต่งงานกันเพียงหนึ่งวัน นางก็เต็มใจให้เขารับภรรยาอีก ดูท่าแล้วสตรีเมืองหลวงคงไม่มีผู้ใดใจกว้างเท่านางอีกแล้ว
“แต่ถ้าหากท่านมิอยากรับ ใครกล้ายัดเยียดให้ท่านคงต้องผ่านข้าไปก่อนเ้าค่ะ”
“หา!!! เ้าว่าอะไรนะ”
“หากท่านอ๋องเต็มใจรับชายารอง หรืออนุ ข้าจะมิขัดขวางใดๆ ทั้งสิ้น อันที่จริงข้าก็มิได้ชอบการใช้สวามีร่วมกับผู้อื่นนะเ้าคะ เพียงแต่หากท่านยินยอมข้าก็มิสามารถขัดได้”
หลี่เยว่ซินพูดจบประโยคก็เดินจากไป ทิ้งไว้ให้ท่านอ๋องเ้าของตำหนักยืมอมยิ้มอยู่ลำพัง
ั้แ่ท่านอ๋องรู้จักหลี่เยว่ซินก็มักจะปรากฏรอยยิ้มบนหน้าเสมอ จนแม้แต่เฟยหงยังประหลาดใจ จนอยากหาจิตรกรมาเก็บภาพนี้ แล้วส่งไปให้แม่ทัพซีห่าวและพวกในค่ายแดนเหนือได้ชมเป็บุญตา
หลี่เยว่ซินเดินนำมาที่เรือนตะวันออก ซึ่งรับรู้จากผิงผิงที่บอกว่า ท่านอ๋องให้เกากงกงจัดเตรียมเรือนนี้ไว้ให้นาง นางคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อีกนาน หรืออาจจะตลอดชีวิตหากเ้าของตำหนักมิไล่นางออกไปเสียก่อน
นางเลยรีบมาดูเผื่อมีอะไรตกแต่งมิถูกใจจะได้ปรับเปลี่ยนแก้ไข
“เ้าให้คนยกสำรับมาที่นี่ก็แล้วกัน”
“เพคะ พระชายา”
แม้กระทั่งผิงผิงเองก็ต้องเปลี่ยนคำเรียกขานกับนายหญิงของตน ก่อนจะหันไปสั่งคนครัวให้เตรียมสำรับเช้า
“ท่านอ๋องจะเสวยมื้อเช้าที่เรือนตะวันออกด้วย เ้าให้คนเตรียมของท่านอ๋องมาที่นี่เลย เข้าใจหรือไม่”
เกากงกง หันไปกำชับผิงผิงเพิ่มเติม เมื่อเห็นท่านอ๋องของเขามุ่งหน้ามาที่เรือนนี้ เขาดูแลท่านอ๋องมาเนิ่นนาน ย่อมต้องคาดเดาจิตใจท่านอ๋องได้แน่นอน
“บ่าวให้คนเตรียมสำรับที่เรือนตะวันออกพ่ะย่ะค่ะ หากท่านอ๋องจะเปลี่ยนเป็เรือนกลาง บ่าวจะไปแจ้งห้องครัวใหม่”
“มิต้อง ข้ากินที่นี่แหละ”
ระหว่างร่วมโต๊ะกัน ทั้งคู่มิได้เอ่ยกล่าวคำพูดใดๆ ต่างฝ่ายต่างลงมือรับประทานอาหาร หลี่เยว่ซินมิได้แปลกใจที่จ้าวหยางหลงจะร่วมโต๊ะ เพียงแต่หลังจากที่เขาอิ่มแล้ว เขาก็ควรที่จะจากไปมิใช่หรือ เหตุใดยังมานั่งอยู่ที่เรือนของนางอีก
“ท่านอ๋องมีสิ่งใดจะรับสั่งหรือเ้าคะ”
“ทำไมหรือ!!!” จ้าวหยางหลงเลิกคิ้วถาม
“ข้าเห็นว่าท่าน ยังอยู่ในเรือนนี้ ก็เลยสงสัยเ้าค่ะ”
ตอนนี้จ้าวหยางหลงคงถูกแบ่งอาณาเขตแล้วซินะ อยู่ในบ้านของตัวเอง แต่กลายเป็ว่าเรือนนี้หากเขาจะเข้าออก คงต้องให้เ้าของเรือนอนุญาตเสียก่อน
“ที่ข้าพูดไว้ก่อนหน้านั้นว่า หลังแต่งงานต่างคนต่างอยู่ อันนี้ข้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ นะเ้าคะ”
“ข้ารู้แล้ว” เขามิต้องให้นางมาย้ำเตือนหรอก ดูจากการกระทำของนาง ต่อให้เป็เทพบน์ก็ยังรับรู้
หลี่เยว่ซินยังไม่เข้าใจว่า เหตุใดเขายังคงนั่งอยู่มิได้มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นไปที่ใด
“เรือนนี้เ้าเพิ่งจะย้ายมาอยู่ หากมีสิ่งใดขาดเหลือก็จงบอกข้า หรือไม่ก็บอกเกากงกง”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
หลี่เยว่ซินเห็นว่า พูดไปก็คงมิได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง นางเลยลงมือจัดเก็บสิ่งของกับผิงผิงและบ่าวไพร่ ที่เกากงกงจัดเตรียมไว้ให้
ตอนออกเรือน เสนาบดีหลี่ให้สาวใช้ที่เคยอยู่ในเรือนเก่าของนาง 3-4คน ติดตามนางมายังตำหนักหย่งอ๋องนี้ด้วย ทำให้การจับเก็บข้าวของมิได้ล่าช้าอย่างที่คิด เพราะว่าพวกนางต่างรู้ดีว่าของใช้ของพระชายาควรจะจัดเก็บไว้ที่ใด
สิ่งเหล่านี้สร้างความแปลกใจให้จ้าวหยางหลงยิ่งนัก เพราะตัวเขาคิดว่าหญิงสาวที่แต่งเข้ามา ควรที่จะมีข้าวของเครื่องใช้มากมาย หากแต่ชายาของเขา ส่วนใหญ่ที่นำมาด้วยมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่หีบ เครื่องประดับเพียงเล็กน้อย ที่เหลือเป็หนังสือหรือของสะสมของนาง
“เ้ามีของเพียงเท่านี้หรือ”
“เ้าค่ะ”
จ้าวหยางหลงเห็นข้าวของเครื่องใช้ของนาง จึงหันไปสั่งการเกากงกงอีกครั้ง
“เกากงกง พรุ่งนี้ให้คนของร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับนำของมาให้พระชายาเลือกด้วย”
“ต่อไปนี้ เ้าถือว่าเป็หน้าเป็ตาของตำหนักอ๋องแล้ว ก็ควรที่จะแต่งตัวให้สมฐานะ หากผู้อื่นเห็นเข้า เกรงว่าจะติเตียนที่ข้าดูแลชายาตัวเองมิดีพอ”
“เ้าค่ะ”
หลี่เยว่ซินแอบลอบคิดในใจ ‘หากข้าซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับพวกนี้ ก็ต้องหมดเงินหลายตำลึง มาอยู่ตำหนักท่านก็ต้องใช้เงินตำหนักอ๋องซิ ถึงจะถูกต้อง’ ไหนๆ ก็นึกถึงเื่เงินแล้ว ลองถามดูเลยก็แล้วกัน
“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันขอบังอาจถามเื่เบี้ยหวัดได้ไหมเพคะ”
“หม่อมฉันทราบมาว่า ตำแหน่งพระชายาของท่านอ๋อง เป็สะใภ้หลวง ย่อมได้เบี้ยหวัดทุกเดือน เงินพวกนี้หม่อมฉันจะให้ผิงผิงไปเบิกที่เกากงกงนะเพคะ”
จ้าวหยางหลงรู้สึกขบขันอยู่ในใจ หากพูดเื่เงินทอง ชายาของเขาก็เป็จริงเป็จัง ถึงขั้นรักษามารยาทคำพูดเต็มพิธีการ
“เกากงกง ท่านให้คนส่งเงินเบี้ยหวัดมาให้พระชายาให้ตรงเวลาทุกเดือน อย่าได้ขาดแม้แต่ตำลึงเดียว”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เกากงกงรู้สึกเอ็นดูพระชายาของเขาขึ้นมาทันที เขาอยู่ในรั้วในวังมานาน มารยาหญิงต่างๆ ล้วนเห็นมาหมดสิ้น เพียงแต่เขายังไม่เคยเห็นสตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นพระชายานางนี้ ดูท่าทางท่านอ๋องของเขาก็คงจะพอใจเช่นกัน
“ขอบคุณเ้าค่ะ เกากงกง อีกอย่างวันที่ข้าต้องกลับบ้าน รบกวนท่านช่วยเตรียมของขวัญด้วยนะเ้าคะ ส่วนท่านอ๋อง ข้ามิทราบว่าท่านจะพอสละเวลาไปกับข้าได้หรือไม่ หากมิมีเวลา ข้าสามารถกลับไปคนเดียวได้เ้าค่ะ”
‘ดูการกระทำของนาง เขาสามารถปฏิเสธได้หรือ’ จ้าวหยางหลงได้แต่คิดในใจ มิได้พูดออกมา พอยิ่งได้คุยกับหลี่เยว่ซินตรงหน้าเขาก็รู้สึกว่านางมักมีเื่ให้ประหลาดใจอยู่เสมอ
“ข้าว่าง จะไปกับเ้าด้วย เอาล่ะเ้าเก็บของเถิด ข้าจะไปห้องหนังสือของข้าแล้ว หากมีสิ่งใดเพิ่มเติมก็ให้คนมาแจ้ง หรือบอกเกากงกงได้ทุกเมื่อ”
หลี่เยว่ซินใช้เวลาทำความคุ้นเคยอยู่กับเรือนของตัวเอง เรือนนี้ค่อนข้างถูกใจนางมาก ด้านหลังเรือนรายล้อมด้วยสวนดอกไม้ ยังมีธารน้ำเล็กๆ พร้อมศาลาริมน้ำให้นั่งพักผ่อน นางสามารถใช้เวลา่บ่าย อ่านหนังสือจิบชากินขนมอยู่ที่นี่ได้ตลอด
หากแต่รู้สึกพักสายตาได้เพียงแป๊บเดียว ก็ถูกบ่าวมาตาม ออกไปพบแขกของท่านอ๋อง
..........................................................
ไร้ท์ : ท่านอ๋อง สายเปย์ ^^