ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 52 เมล็ดปีศาจกลืนใจ


            “ตูม!”

            “ตูม ตูม ตูม…”

            เพลิงอัสนีระเบิดสะเทือนเลือนลั่นท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีแดง

            ทางเหนือของท่าเรือเกิดเหตุการณ์ระเบิดใหญ่เช่นนี้จึงไปปลุกผู้บำเพ็ญเซียนของท่าเรือหลงหยาจำนวนไม่น้อยเพียงแต่สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน ทุกคนเพียงเข้าไปมุงดู แต่ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหว

            ในกลุ่มคนเหล่านี้ลุงเยี่ยนได้สติกลับมาจากความตกตะลึง เขาพุ่งไปทางแสงไฟด้วยสีหน้าซีดขาว

            ……

            “นายน้อย…นายน้อย…” 

            ลุงเยี่ยนพยายามตะโกนออกไปเขาพลิกหาร่องรอยจั๋วอวิ๋นเซียนในซากปรักหักพัง

            เนินเขาแบนราบเป็นหน้ากลองพื้นดินรอบๆ ไหม้ดำ คนธรรมดาไม่มีทางรอดชีวิตได้

            นี่คือผลลัพธ์หลังการระเบิดของลูกปัดเพลิงอัสนีอีกทั้งไม่ได้ใช้เพียงลูกเดียวด้วย สัมผัสถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตไม่ได้เลย

            หรือว่านายน้อยจะ…ไม่!เป็นไปไม่ได้!

            ความคิดลุงเยี่ยนเริ่มสับสนท้ายที่สุดก็คุกเข่าลงพื้นด้วยจิตใจที่แตกสลาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจเขาไม่มีทางเชื่อว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะยอมตายไปพร้อมกับศัตรู และไม่เชื่อด้วยว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะตาย

            ……

            “แคกๆ…” 

            ในฝุ่นควันมีเงาร่างหนึ่งมุดขึ้นมาจากพื้นดินไหม้ดำ

            เมื่อได้ยินเสียงนี้ลุงเยี่ยนได้สติทันทีเขารีบพุ่งตัวเข้าไป

            เขาเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนกำลังนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นเกราะบนร่างพุพังจนไม่เหลือชิ้นดี เนื้อตัวมอมแมม ถึงแม้ดูไปแล้วจะน่าอนาถมากแต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

            “นายน้อยหรือ?” 

            ลุงเยี่ยนรีบเข้าไปพยุงจั๋วอวิ๋นเซียนเขาป้อนโอสถวิญญาณให้เม็ดหนึ่ง หลังจากนั้นก็ทนไม่ไหวที่จะบ่นออกมา “นายน้อย…ท่านบ้าไปแล้วหรือ? ถึงกับใช้ลูกปัดเพลิงอัสนีแล้วก็ไม่ใช่แค่ลูกเดียวด้วย! ยังดีที่ท่านไม่เป็นอะไรมิเช่นนั้นข้าจะไปพบหน้าท่านผู้นำตระกูลได้อย่างไร?” 

            “ไม่เป็นไร ข้าคำนวณมาอย่างละเอียดแล้ว ถึงแม้จะกะทันหันไปบ้าง แต่ก็มิได้เป็นอะไร…” 

            หลายวันมานี้จั๋วอวิ๋นเซียนติดตามลุงเยี่ยนหลบหนีไปทั่วตัวเขาก็มิได้อยู่เฉย ขอเพียงมีเวลาว่างเขาก็จะเรียนรู้มรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงและลุงเยี่ยนก็ถ่ายทอดทุกอย่างที่รู้ให้แก่เขาโดยไม่ปิดบัง ดังนั้นพลังทำลายขอบเขต แม้กระทั่งจุดอ่อนของลูกปัดเพลิงอัสนี จั๋วอวิ๋นเซียนล้วนศึกษามาอย่างครบถ้วน

            ลุงเยี่ยนรู้ว่าตัวเองเถียงไม่ชนะจึงยิ้มอย่างขมขื่น “มิน่าเล่าเมื่อครู่นายน้อยถึงบอกว่าจะรอชำระผลกรรมดูท่าคงจะเตรียมการอยู่นานแล้วกระมัง!”

            “ลุงเยี่ยน ที่นี่มิควรอยู่นาน พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนฟื้นฟูเกือบสมบูรณ์แล้วเขาจึงขี่ล้อเหินเวหาออกมาพร้อมลุงเยี่ยน…

            และในเวลานี้เองมีลำแสงพุ่งเข้ามาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว

            จั๋วอวิ๋นเซียนเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงขมวดคิ้วแน่น “แย่แล้ว! ยอดฝีมือของนิกายเซียนโม่เหมินมาแล้ว! ลุงเยี่ยนรีบหนีเร็ว!”

            เมื่อกล่าวจบจั๋วอวิ๋นเซียนก็ดึงลุงเยี่ยนขึ้นมามุ่งหน้าไปทางท่าเรือหลงหยา

            ……

            มีคำกล่าวไว้ว่าคนหรือจะสู้ลิขิตฟ้า บนโลกนี้ไม่มีใครที่คำนวณทุกอย่างได้อย่างแท้จริง!

            เดิมทีจั๋วอวิ๋นเซียนคิดว่ามีเพียงตระกูลซีโหลวที่เดินทางมาที่นี่คิดไม่ถึงว่าคนใหญ่คนโตของนิกายเซียนโม่เหมินก็ตามมารวดเร็วเช่นกัน

            “ฟุ่บ!”

            เสียงทะลวงผ่านอากาศลำแสงกะพริบไหว

            จั๋วอวิ๋นเซียนกับลุงเยี่ยนกำลังจะบินเข้าท่าเรือแล้วเงาบุรุษวัยกลางคนกลับปรากฏตัวด้านหน้าขวางทางพวกเขาเอาไว้

            “ในเมื่อข้ามาแล้ว จะปล่อยให้พวกเจ้าหนีไปได้อย่างไร?” 

            ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมดำเส้นผมปลิวไสว เขากำลังขี่ล้อเหินจันทร์เสี้ยวส่องแสงหนาวเย็นภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี

            “ผู้อาวุโสโม่เหมิน ซือคงอวี่!”

            ลุงเยี่ยนปกป้องจั๋วอวิ๋นเซียนไว้ด้านหลังเขาจ้องมองบุรุษวัยกลางคนอย่างเย็นชา สายตาแฝงด้วยความเคียดแค้น!

            ซือคงอวี่เป็นยอดฝีมือระดับกำเนิดปราณทั้งยังเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ทำลายสำนักเทียนกงในปีนั้นลุงเยี่ยนไม่มีวันลืมหน้าตาของอีกฝ่ายแน่!

            “ดีมาก! ในเมื่อจำข้าได้ คิดว่าเจ้าคงเป็นเศษเดนของสำนักเทียนกงสินะ…หืม? บริเวณนี้ยังมีกลิ่นระเบิดเพลิงอัสนีด้วยน่าจะเป็นลูกปัดเพลิงอัสนีมิผิดแน่! ดูท่าพวกเสิ่นว่านโหลวจะมิได้โกหกข้า!”

            ซือคงอวี่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวด้วยความพอใจ “ไอ้แก่ เจ้าชื่ออะไรนะ? ส่งมรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงมาเสีย ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” 

            “ไว้ชีวิตหรือ? เกรงว่าจะอยู่ไม่สู้ตายเสียมากกว่า?” 

            ลุงเยี่ยนเม้มปากอย่างดูแคลนแล้วกล่าวเยาะเย้ยตรงๆ “ข้าเป็นศิษย์เฝ้าประตูของสำนักเทียนกง จะมีมรดกสืบทอดได้อย่างไร?” 

            “เหอะเหอะ” 

            ซือคงอวี่มิได้โกรธแต่กลับหัวเราะเขาเอ่ยปากว่า “ศาสตร์ทักษะที่สามารถสร้างลูกปัดเพลิงอัสนีได้มิใช่สิ่งที่คนตัวเล็กจะมีไว้ครอบครอง ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดชัง แต่มิเป็นไรข้าชอบคนที่ไม่ให้ร่วมมืออย่างเจ้า จะได้ลองใช้เมล็ดปีศาจกลืนใจเสียที…” 

            เมื่อกล่าวจบซือคงอวี่พลิกมือหยิบโอสถสีดำเม็ดหนึ่งออกมาลอยอยู่กลางฝ่ามือเงียบๆ

            “เมล็ดปีศาจกลืนใจหรือ?” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนกับลุงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปพวกเขาแอบถือลูกปัดเพลิงอัสนีเอาไว้ลูกหนึ่ง

            ขอเพียงยังมีความหวังหนึ่งในหมื่นพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกเส้นทางตาย แต่ความน่ากลัวของเมล็ดปีศาจกลืนใจ ถ้าถูกฝังในร่างคนคนผู้นั้นจะกลายเป็นทาสเสมือนหุ่นเชิดของอีกฝ่าย ไม่มีความคิดไม่มีอิสระ…นี่ถึงจะเป็นการอยู่ไม่สู้ตายของจริง!

            โม่เหมิน? หมอเหมิน? มิใช่คนดีอะไรจริงๆ!

            เทียบกับการถูกควบคุมมิสู้ทุ่มสุดตัวดีกว่า…นี่ก็คือความกล้าและความรับผิดชอบของชายหนุ่มคนหนึ่ง!

            ลุงเยี่ยนสังเกตเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของจั๋วอวิ๋นเซียนในใจเต็มไปด้วยความชื่นชมและซาบซึ้ง

            “ช้าก่อนซือคงอวี่ ข้าสามารถให้ศาสตร์วิชาที่เจ้าต้องการได้แต่เจ้าต้องปล่อยเด็กคนนี้ไป เขาเป็นผู้บริสุทธิ์” 

            เมื่อได้ยินคำขอของลุงเยี่ยนจั๋วอวิ๋นเซียนมึนงง เขากำลูกปัดเพลิงอัสนีแน่นยิ่งขึ้น

            ซือคงอวี่หัวเราะออกมา “พวกเจ้าคิดว่าข้ามาทำการค้าหรือ? เจ้าเสนอแบบไหนข้าก็ต้องยอมรับหรือ? ไอ้แก่วางใจเถอะ พวกเจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!”

            “เจ้า…” 

            ลุงเยี่ยนฝืนกลั้นความโกรธหันไปกล่าวกับจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “นายน้อยที่จริงแล้วชีวิตของข้า ท่านผู้นำเป็นคนช่วยเอาไว้ มิเช่นนั้นข้าคงตายไปตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อนแล้วข้ามีชีวิตมาเกือบร้อยปีแล้ว เฉยชากับความเป็นความตายแล้ว เสียดายแค่มิอาจแก้แค้นได้แต่ชีวิตของท่านเพิ่งเริ่มต้น…สิ่งที่ต้องสอนท่านก็สอนไปแล้วต่อไปต้องพึ่งตัวเองแล้ว!”

            “ลุงเยี่ยน! นี่ท่าน…” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนจิตใจเริ่มสั่นไหวเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นในใจ

            จากนั้นลุงเยี่ยนยกตัวจั๋วอวิ๋นเซียนปาออกไปด้านหน้า “เรือออกทะเลถูกเตรียมไว้แล้ว ใช้ชื่อของท่านขอแค่เข้าไปในท่าเรือหลงหยาได้ ท่านก็ออกไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว” 

            “วิ่ง! เร็วเข้า…” 

            ลุงเยี่ยนแอบเอายันต์หยกสีดำแผ่นหนึ่งติดร่างของจั๋วอวิ๋นเซียนในเวลาเดียวกันก็จุดระเบิดลูกปัดเพลิงอัสนี

            “ตูม…” 

            เสียงระเบิดดังสะนั่นโลหิตกระจายทั่วท้องฟ้า พลังเพลิงอัสนีบ้าคลั่งฉีกลุงเยี่ยนเป็นฝุ่นผง

            ส่วนที่หน้าอกของจั๋วอวิ๋นเซียนมีแสงยันต์กะพริบวาบเผยเกราะไร้ลักษณ์ที่คุ้มครองเขาเอาไว้จากนั้นถูกคลื่นพลังน่ากลัวผลักออกไปทางท่าเรือ

            เห็นได้ชัดว่าซือคงอวี่คิดไม่ถึงว่าลุงเยี่ยนจะเด็ดขาดเช่นนี้เขารีบป้องกันอย่างไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้นถูกเพลิงอัสนีกลืนกินเข้าไปจนบาดเจ็บสาหัส

            ……

            “ลุงเยี่ยน…” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนโมโหจนตาแทบหลุดออกจากเบ้าสายตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด

            นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นญาติสนิทข้างกายตายไปต่อหน้าต่อตาหลังจากที่มารดาของเขาจากโลกนี้ไปอีกทั้งยังตายเพื่อช่วยเขา

            เขาเกลียดตัวเอง...เกลียดตัวเองที่คิดว่าตัวเองฉลาดเกลียดที่คิดว่าตัวเองเก่ง เกลียดที่เป็นตัวถ่วงคนข้างกายเขาเกลียดที่ตัวเองอ่อนแอ

            “เจ้าหนู อยากแก้แค้นหรือไม่?” 

            ทันใดนั้นมีน้ำเสียงดังในสมองของจั๋วอวิ๋นเซียนโดยมิมีการเตือนล่วงหน้าน้ำเสียงแฝงด้วยความชั่วร้ายและเย็นชา

            ……

                       

             

             

    คล้ายกับเรื่องต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน