บทที่ 55 ไม่ใช่ทุกคนเลวร้ายไปหมด
“เร็วเข้า เธอกำลังรออะไร ไม่ใช่ว่าเธอแม่นยำมากหรอกหรอ เร็วๆ!!” นักเรียนทุนชายคนนั้นยังคงพูดไม่หยุด เขาเหมือนกับคนเสียสติจนแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาโดยไม่ได้ดูสถานการณ์อะไรเลย
ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย ทั้งๆที่เธอสะบัดแขนของเขาออกไปแล้ว แต่คนยังไม่เลิกก่อกวน มือเรียวของเธอยกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับรั้งคันธนู
ดวงตาของชายหนุ่มแคบลงด้วยความตกใจ เขาผงะถอยหลังไปสองก้าวแล้วมองซูหยวนด้วยความไม่เข้าใจทันที
“เธอ...เธอกำลังทำอะไร”
สุดท้ายที่เขาต้องยอมถอยไป ทั้งหมดนี้เป็นเพราะปลายลูกศรในมือของซูหยวนกำลังเล็งมาที่หัวของเขาแล้วนั่นเอง!!
“นักเรียนทุน นายน่าจะรู้ว่าฉันทำจริง” ซูหยวนพูดรอดฟันของตนเอง เธอกำลังหงุดหงิดได้ที่หลังจากได้เห็นการแสดงของอีกฝ่าย ในขณะที่เธอกำลังตั้งใจทำงาน สิ่งที่เธอไม่ชอบที่สุดก็คือคนที่ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ยังคิดจะรั้งเธอ สร้างปัญหาจนขัดขวางความสำเร็จในงานของเธอ
“อะไร? เธอคิดจะฆ่าฉันหรอ!!” อีกฝ่ายพูดอย่างไม่ยอม ทว่าขาของเขาก็ถอยออกไปอีกหลายก้าว
“ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าฉันยิงพลาดไปทำให้ใครบาดเจ็บได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น...อย่ามากวนฉันตอนที่กำลังต่อสู้อยู่อีก” ซูหยวนข่มขู่ สายตาที่จริงจังของเธอทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัว
ซูหยวนหันไปใช้ศรของตนเองแตะที่กองไฟจนเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกท่วมลูกศร หญิงสาวหันไปยังกระโจมที่พักของนักเรียนทุน ราวกับเข้าใจสถานการณ์...ชายหนุ่มรีบกระโจนออกมา หวังว่าเขาจะขวางทางไม่ให้ซูหยวนลงมือได้
แต่น่าเสียดายที่เขาช้าเกินไป...
ฟิ้ว...
ฟุบ!! ฟู้ม!!
กระโจมที่เก่าจนแทบจะกลายเป็นซากเศษผ้าอยู่แล้วถูกจุดด้วยไฟทันที แมลงปีกแดงกลายพันธุ์ไม่ชอบไฟอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงกระพือปีกบินขึ้นสูงทันที นักเรียนที่กำลังรอจังหวะอยู่ เห็นว่ามันหลบออกมาจากเศษกระโจมแล้วก็รีบโจมตี และโชคดีเป็นของเขา ในที่สุดก็สามารถยิงเข้าที่ปีกของมันได้เสียที!
“ขอบใจมากนักเรียนอัน” เขายังตะโกนบอกเธอหลังจากเห็นว่าเป็นซูหยวนที่ช่วยจุดไฟให้
คนหนึ่งขอบคุณ อีกคนโกรธจนแทบจะกระอักเลือด เดิมทีกระโจมของเขาก็ยังคงเป็นกระโจม เก็บเศษซากพวกนี้ไปก็ยังพอที่จะขายเป็นของเก่าได้บ้าง ทว่าตอนนี้มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว!
“อย่าให้มีครั้งต่อไป” ซูหยวนหันหน้ากลับ เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้านักเรียนทุนคนนี้ยังคิดจะทำอะไรอีก การโจมตีต่อไปจะเป็นหัวของเขาจริงๆ
“แก จำเอาไว้!” อีกฝ่ายกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะกังวลที่ได้สร้างศัตรูไว้เช่นนี้ แต่ซูหยวนไม่เคยกลัวเลย หากใครคิดจะสู้กับเธอ อย่างนั้นก็ต้องพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็นคนที่จะสร้างปัญหาให้เธอได้ก่อน ไม่อย่างนั้น...ระวังว่าจะถูกเธอจัดการเอาได้ซ้ำๆ
เมื่อคนน่ารำคาญถูกหยุดไว้แล้ว ซูหยวนก็หันไปจัดการแมลงปีกแดงที่ตอนนี้กำลังพัวพันกับการต่อสู้อยู่ มันหันไปจัดการกับนักเรียนที่ถือโล่และดาบอยู่ในมือ เขาเองก็มีสภาพไม่สู้ดีนัก
ซูหยวนจำอีกฝ่ายได้ เขาก็คือนักเรียนทุนชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งปกติแล้วซูหยวนไม่ค่อยได้สนใจพวกเขามากนัก ถ้าไม่ใช่เพราะนักเรียนหญิงสามคนชอบเข้ามาหาปัญหากับเธอ ซูหยวนก็คงจะไม่ใส่ใจมากนัก อย่างไรก็ตาม...นักเรียนชายคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนพูดน้อย ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยมีบทบาทมากนักในกลุ่ม
ข้างๆกันก็เป็นนักเรียนทุนอีกคน คนนี้ถือลูกตุ้มเหล็กที่มีหนามแหลม เขาพยายามจะเหวี่ยงไปให้ถึงแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ แต่พวกมันไวมากจนทำให้การเหวี่ยงของเขาดูเชื่องช้าเกินไป นี่ก็เป็นแค่การเล่นตลกโชว์เท่านั้นในสายตาของพวกมัน ถึงอย่างนั้น...นักเรียนทั้งสองก็ไม่คิดจะหนี เห็นจากสภาพร่างกายของพวกเขาแล้ว แต่ยังพยายามต่อสู้ ซูหยวนก็ไม่คิดซ้ำสอง อย่างไรเจ้าแมลงปีกแดงก็เป็นเหยื่อของเธออยู่แล้ว
ฟิ้ว!! ตุบ!!
เพราะนักเรียนสองคนกำลังทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่ออย่างดีให้ ดังนั้นการโจมตีของซูหยวนจึงสามารถเข้าจุดบอดของศัตรูได้ด้วยการโจมตีเดียว เมื่อเห็นร่างของแมลงปีกแดงร่วงหล่นลงมา นักเรียนทุนสองคนก็หันมาหาเจ้าของศร เมื่อเห็นเป็นซูหยวน ทั้งสองคนก็ก้มหัวขอบคุณเธอจากใจจริง
เดิมทีพวกเขากำลังช่วยต่อสู้กับพวกริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์อยู่ แต่จู่ๆก็มีแมลงปีกแดงกลายพันธุ์มาร่วมด้วย มันสร้างความเสียหายให้ไม่น้อย เพราะด้านหลังของพวกเขาไม่มีผู้โจมตีระยะไกลคอยช่วยเลย ดังนั้นทั้งสองคนที่รู้ว่าตัวเองอ่อนแอและไร้ประโยชน์มากที่สุดจึงเคลื่อนไหว
พวกเขาแยกออกมาทั้งๆที่รู้ว่าจัดการแมลงปีกแดงไม่ได้ก็แค่เพราะต้องการจะทำหน้าที่เหยื่อล่อเท่านั้น ในใจล้วนคาดหวังให้นักเรียนที่ยุ่งกับการรับมือแมลงปีกแดงคนอื่นๆจัดการได้แล้วมาช่วยรับมือกับมันเสียที แล้วก็สำเร็จจริงๆ
หลังจากที่แมลงปีกแดงถูกซูหยวนจัดการแล้ว ทั้งสองคนก็ไม่คิดจะพักด้วยซ้ำ ด้านหน้าเพื่อนนักเรียนยังรับมือกับริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์อยู่ นักเรียนคนที่ถือโล่ก็วิ่งเข้าไปเพื่อช่วยรับแรงกระแทกจากการโจมตีทันที เห็นว่าเขาตั้งใจขนาดนี้ ความประทับใจของซูหยวนต่อพวกเขาก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ต้องบอกว่านักเรียนทุนทั้งหลายหวาดกลัวการต่อสู้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว พวกเขาทุกคนมีประสบการณ์แค่เป็นผู้เก็บขยะเหมือนกับเธอนั่นแหละ แถมครอบครัวก็ปลูกฝังความคิดอันต่ำต้อยและอ่อนแอของตนเองไว้ให้ ไม่เหมือนกับพวกคนจากเขตชั้นกลางและเขตชั้นในที่มีความทะเยอทะยานมากกว่า อีกอย่าง...พวกเขาก็ได้เปรียบที่ถูกฝึกฝนร่างกายจนพร้อมแล้ว ไม่เหมือนพวกนักเรียนจากเขตชั้นนอกที่แทบของกินก็ยังไม่มี จะเอาเวลาที่ไหนมาฝึกฝน
ซูหยวนไม่คาดหวังให้พวกเขาแข็งแกร่งเกินใครเพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่ตราบเท่าที่พวกเขาไม่สร้างปัญหาและพยายามอย่างเต็มที่ คนแบบนี้ก็สามารถเป็นเพื่อนร่วมงานกันได้อยู่ เธอไม่ได้มีข้อกำหนดสำหรับเพื่อนร่วมงานสูงมากนัก เพราะเธอมั่นใจว่าตัวเองจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ขอแค่ไม่มีใครสร้างปัญหาเพิ่มให้ก็พอ
แมลงปีกแดงอีก 3 ตัวถูกจัดการได้โดยไม่ยากมากนัก แค่พวกเขารุมโจมตีแบบสุ่มๆยี่สิบกว่าครั้งก็เอามันลงมาได้ ดังนั้นซูหยวนจึงหันไปช่วยโจมตีพวกริเวอร์เร่อร์แทน
เนื่องจากการเคลื่อนไหวของศัตรูรวดเร็วมาก และริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ซูหยวนตัดสินใจเลือกธนูมาฝึกซ้อม แสดงให้เห็นแล้วว่ามันเป็นตัวปัญหาให้ทั้งกับพวกผู้โจมตีระยะใกล้และระยะไกล ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นภาพของนักเรียนทั้งหลายเต็มไปด้วยคราบเลือดและร่องรอยการบาดเจ็บ
แม้จะเป็นแบบนั้น ทว่านักเรียนเหล่านี้หลังจากที่ตั้งหลักได้ พวกเขาก็สามารถจัดการริเวอเร่อร์ทั้งหมดได้อยู่ดี โดยที่ซูหยวนไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยโจมตีด้วยพลั่วของเธอด้วยซ้ำ
“แฮ่ก แฮ่ก ในที่สุดก็จัดการพวกมันได้เสียที”
“จริงด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเราก็ทำได้”
“เท่ากับตอนนี้พวกเรามีแกนพลังงานอยู่ 16 ชิ้นแล้วใช่ไหม ยังเหลืออีก 56 ชิ้นเท่านั้น” นักเรียนทุกคนทิ้งตัวลงนั่งพักทันที พวกสัตว์และพืชกลายพันธุ์ชุดแรกถูกจัดการทั้งหมดแล้ว ส่วนพื้นที่ในค่ายนั้น...เวลานี้ก็ถูกป้องกันอย่างดีโดยผงยาไล่พวกกลายพันธุ์ที่มีนักเรียนบางคนนำตัวติดมาด้วย
ถึงแม้จะบอกแบบนั้น แต่จำนวนผงยาไล่พวกกลายพันธุ์ที่นำมาก็ไม่ได้มีจำนวนมากมายอะไร ทำให้ตอนนี้พื้นที่ปลอดภัยของพวกเขาไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก
นักเรียนที่หมดแรงจากการต่อสู้ก็นั่งพัก ในขณะที่นักเรียนคนได้รับบาดเจ็บก็กำลังรักษาตัว โชคดีที่อย่างแรกที่นักเรียนทั้งหลายนำมาก็คือยารักษา ดังนั้นจึงไม่มีเหตุร้ายแรงไปมากกว่านี้
“เรื่องนี้ต้องขอบคุณนักเรียนทุนอันซูหยวนจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอช่วยจัดการพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์เพื่อถ่วงเวลาให้พวกเรา ตอนนี้ทุกคนคงจะบาดเจ็บกันหมด”
“เมื่อพูดเรื่องนี้ ฉันก็ยังทึ่งกับความสามารถของเธออยู่เลย เดิมทีเห็นว่ามีความสามารถในการใช้ธนูมาก ไม่คิดเลยว่าเธอมีทักษะในการโจมตีด้วย เอ่อ แท่งเหล็กรูปร่างประหลาดนั้นดีกว่าอีก”
“จัดการโคเขาแหลมกลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวสามตัวรวดเดียวเลย ทักษะแบบนี้...ไม่น่าแปลกใจแล้วที่ท่านประธานจางคนนั้นเลือกเธอเข้าองค์กรด้วยตนเองน่ะ”
“จริงด้วยๆ ต่อไปนี้ ถ้าต้องทำภารกิจอะไรอีก ฉันอยากจะอยู่กับนักเรียนทุนอันนะ ฮ่าๆ” เสียงของนักเรียนทั้งหลายต่างผ่อนคลายลงไปมาก พวกเขารู้ดีว่าการที่มีนักเรียนอย่างอันซูหยวนอยู่ในชั้นปีของตนเองนั้นดีแค่ไหน อย่างน้อยๆในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พวกเขาก็มีโอกาสรอดตายไปอีกเยอะ
เมื่อเห็นนักเรียนหลายคนกำลังชื่นชมตนเอง ซูหยวนไม่ได้ดีใจไปกับคำชมนั้น เธอเพียงพยักหน้ารับคำชมด้วยท่าทางปกติ คนอื่นมองดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกดีกับเธอมากขึ้น ทว่า...คนหลายคนที่มีอคติต่อซูหยวนอยู่แล้วย่อมไม่คิดแบบนั้น
“ก็แค่โชคดีไม่ใช่หรือไง”
“ถ้าหากว่าฉันได้รับการสนับสนุนเรื่องอาวุธชั้นยอดเหมือนที่เธอได้รับ ฉันเองก็น่าจะโจมตีได้แบบนั้นเหมือนกัน”
“ใช่ เธอก็แค่โชคดีเท่านั้น ดูสิ พอคิดว่าตัวเองมีความสามารถมาก ก็ต้องการรังแกคนอื่นแล้ว เธอใช้ธนูของตนเองเพื่อข่มขู่อู่ฉวนด้วยนะ”
“ห๊า จริงหรอ? เธอกล้าทำแบบนั้นเลยหรอ”
“ถามเขาเองสิ ตอนนี้เขาก็ยังโกรธอยู่เลย เขายังบอกด้วยว่านังนั่นน่ะใช้ธนูจุดไฟแล้วเผากระโจมที่ใช้ตั๋วทรัพยากรแลกมาราคาแพงเลยนะ”
“เลวร้ายจริงๆ” นักเรียนทุนสามสี่คนจับกลุ่มบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด อันที่จริงพวกเธอต้องการจะวิ่งหนีตั้งแต่แรกแล้ว ทว่าพอวิ่งออกไปกลับพบสัตว์กลายพันธุ์อีกหลายตัวมุ่งหน้ามาทางนี้ สุดท้ายจึงต้องกลับมารวมกลุ่มกับคนอื่นๆอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะเห็นพวกเธอออกไปอยู่ทางออกของเขตล่าแล้วก็เป็นได้
นักเรียนสองคนที่ช่วยกันต่อสู้ได้รับอาการบาดเจ็บไม่น้อยเลย พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจทั้งสี่คนที่อยู่ในอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเนื่องจากไม่ได้เข้าปะทะศัตรูโดยตรง พวกเธอเพียงวิ่งไปวิ่งมาเพื่อหนีเอาตัวรอดเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ยังมีโชคร้ายที่ทำให้โดนลูกหลงจากการโจมตีอยู่บ้าง
“รับไปสิ” เสียงราบเรียบของหญิงสาวดังขึ้น เธอไม่ได้พูดกับนักเรียนสี่คนที่จับกลุ่มนินทาตนเองราวกับคนโง่ ทว่าซูหยวนพูดกับนักเรียนชายสองคนที่ตั้งใจต่อสู้จนสุดความสามารถ
อีกอย่าง ถ้าพูดให้ถูก..เจ้าแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ตัวนั้นก็เป็นเธอที่ไม่ได้โจมตีให้ตกตายแต่แรก ทำให้พวกเขาต้องหันกลับมายื้อเวลาให้นักเรียนคนอื่นๆได้ต่อสู้กับริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์โดยไม่ต้องระแวงหลัง ดังนั้นยาที่ไม่ได้แพงมากมายอะไรนี้ ซูหยวนจึงสามารถมอบให้พวกเขาเพื่อตอบแทนได้
“นี่มัน...”
“ขอบคุณมาก” นักเรียนชายสองคนลังเลอยู่ไม่นานก่อนจะรับยารักษานั้นมา พวกเขารู้ดีว่าถ้าตนเองยังบาดเจ็บแบบนี้ ไม่เพียงทรมานตัวเองเล่นเท่านั้น แต่อาจจะกลายเป็นตัวถ่วงให้คนอื่นในการล่าครั้งต่อไปด้วย
ส่วนยารักษาที่เขาได้รับน้ำใจมาในวันนี้ สักวันที่พวกเขาแข็งแกร่งพอ จะต้องชดใช้คืนให้แน่
“นักเรียนทุนอัน แล้วของพวกเราล่ะ” ซูหยวนที่ให้ยารักษาระดับต่ำกับนักเรียนทุนสองคนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อถูกขวางทางไว้ เป็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาเพื่อทวงสิทธิของตนเอง
ท่าทางของเธอแสดงออกราวกับต้องการจะบอกว่า การที่ซูหยวนให้ยารักษาสองคน แต่ไม่ยอมให้พวกเธอนั้นถือเป็นความผิดร้ายแรง ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องของเธอ ที่อยากจะให้หรือไม่ให้ก็ได้
“โอ้โห กล้าจริงๆเลยนะ กล้าที่จะถามหายารักษาของพวกเธองั้นหรอ นักเรียนทุนฟาง...ฉันยังไม่ลืมหรอกนะที่เธอวิ่งหนีออกไปก่อนใครน่ะ แถมยังล่อสัตว์กลายพันธุ์ให้มุ่งมาทางที่ฉันอยู่ด้วย ไม่ให้แผลเธอสักแผลก็ต้องขอบคุณกันแล้ว นี่ยังหน้าด้านแบบนี้ได้อีกหรอ”
ไม่รอให้ซูหยวนโต้ตอบอะไร เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งที่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ตั้งแต่แรกก็โพล่งขึ้นมา เธอพร้อมแล้วที่จะจัดการกับนักเรียนทุนสารเลวพวกนี้
ก่อนหน้านี้ นักเรียนทุนฝูถูกซูหยวนจัดการไปจนทำให้เงียบปากไปได้บ้าง เวลานี้คงกำลังคิดจนหัวหมุนว่าจะเอาตัวรอดจากกฎหมายได้อย่างไร ที่ตนเองใส่ความนักเรียนอันก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ได้ ดังนั้นต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน เธอก็ยังพยายามจะทำตัวสงบเสงี่ยมเหมือนกับว่าสำนึกผิดได้แล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากนักเรียนฝูแล้ว ก็ยังมีนักเรียนคนอื่นที่คิดว่านักเรียนทุนอันเป็นเหมือนพวกพ้องของตนเอง เห็นเป็นนักเรียนทุนเหมือนกันแล้วคิดว่าจะรังแกได้หรอ?
จริงอยู่ที่นักเรียนทุนอันมาจากเขตชั้นนอก ทว่าในใจของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งนี้ ไม่มีใครรังเกียจอีกฝ่ายเลย กลับกัน...พวกเขามีแต่รู้สึกยกย่องอีกฝ่ายด้วยซ้ำไป ดังนั้นเห็นได้ชัดเจนแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้นักเรียนทุนถูกมองว่าแปลกแยกหรือโดนดูถูกมาก่อน ทั้งหมดเป็นเพราะการกระทำของพวกเขาเองทั้งนั้น!!
………………………………………………………