บทที่ 14 เผยตัว
ในคืนแรกของการขึ้นบ้านใหม่ครอบครัวของ กู้หลินต่างก็แยกย้ายเข้าอาศัยในบ้านหลังใหม่ของตนเองที่แยกออกเป็สัดส่วนจากบ้านหลังอื่นโดยมีสวนและ บ่อน้ำขนาดใหญ่เชื่อมต่ออยู่ตรงกลาง
บ้านหลังขนาดใหญ่หลังแรกเป็ของผู้เฒ่าและ แม่เฒ่ากู้ บ้านถัดมาซ้ายมือคือบ้านของกู้เฉินส่วนบ้านขวามือคือบ้านของกู้เยี่ย และบ้านอีกฝั่งคนละด้านกับหลังใหญ่คือบ้านของกู้หลิน
บ้านแต่ละหลังกู้หลินให้ลุงจางและช่างจัดทำเครื่องเรือนในแต่ละหลังให้แตกต่างกันตามความเหมาะสมและการใช้งานส่วนในบ้านของตนเอง หญิงสาวให้ช่างทำเครื่องเรือนสไตล์มินิมอลตามแบบสมัยปัจจุบัน
และเมื่อเข้าไปในห้องนอนของตนเองกู้หลินก็นึกภาพให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนกลายเป็สีขาวสะอาดตาแบบที่ตนชื่นชอบ เพียงครู่เดียวห้องนอนเล็ก ก็กลายเป็ห้องนอนสไตล์มินิมอลทั้งเตียงนอนนุ่ม โซฟาบุนวม และตู้เสื้อผ้าโทนสีอ่อน
“แบบนี้ค่อยดูสดใสขึ้นมาหน่อย”
กู้หลินชื่นชมห้องนอนส่วนตัวของตัวเองที่เพิ่งมีั้แ่ข้ามมาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนนุ่มสีขาวพร้อมกับก้าวเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย
ในคืนนั้นกู้หลินเกิดความฝันประหลาดเธอยืนอยู่บนูเาสูงตระหง่านเพียงลำพัง ทันใดนั้นกำไลหยก สีเขียวมรกตก็ส่องประกายระยิบระยับราวกับแจ้งเตือนบางสิ่งจากนั้นภาพของน้ำตกบนูเาขนาดใหญ่ ก็ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้า
“โห...บนูเามีน้ำตกใหญ่ขนาดนี้ด้วยหรือทำไมตามความทรงจำของกู้หลินถึงไม่เคยมีสิ่งนี้ หรือว่าเป็น้ำตกที่ชาวบ้านไม่เคยพบ”
เสียงอุทานอย่างแปลกใจของเธอเพราะั้แ่มาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีน้ำตกบนูเาชาวบ้านยังอาศัยฝนตามธรรมชาติในการเพาะปลูก
กู้หลินมองดูน้ำตกไหลลงมาสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ด้านล่างและไหลทอดเป็สายยาวไปตามลำธารใสลงไปตามหมู่บ้าน
“หรือว่า...กำไลหยกกำลังบอกให้ทำประปาูเาลงไปที่หมู่บ้านอย่างนั้นหรือ”
ในความฝันอันประหลาดหญิงสาวคาดเดาอยู่ ในใจ พลางเพ่งสายตามองตามลงไปในลำธารน้ำใสสะอาดที่ไหลออกจากแอ่งน้ำด้านล่าง
แสงระยิบระยับราวกับดวงดาวปรากฏอยู่ตาม ลำธารสร้างความสงสัยให้กับกู้หลินจนอดไม่ได้ที่จะเดินลงไปดู
พลันสายตาของนางก็สว่างวาบขึ้นด้วยความยินดี
“ว้าว! นี่มันหอยมุกน้ำจืดนี่นา”
หอยกาบสีขาวบริสุทธิ์มากมายกระจายอยู่ภายในลำธารแสงเปลือกหอยส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาว หญิงสาวเดินลงไปในลำธารแล้วหยิบหอยที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา
“หอยกาบใหญ่สวยมันวาวแบบนี้ นอกจากจะใช้เปลือกมาฝังในเฟอร์นิเจอร์ได้แล้ว ยังเอาไปทำเครื่องประดับสวยๆ ได้อีก และบางทีอาจจะเลี้ยงเป็หอยมุกน้ำจืดได้อีกด้วย รวยแล้วคราวนี้อัจฉรา”
กู้หลินสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้าความฝันยังคงติดตา เธอรู้สึกทั้งประหลาดใจและตื่นเต้น เพราะไม่เคยฝันแบบนี้มาก่อน และคิดว่ามันอาจจะเป็เื่จริงจึงคิดจะชวนพี่ชายขึ้นไปบนูเาเพื่อสำรวจ
กู้หลินรีบลุกออกจากห้องแล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำที่เธอให้ลุงจางสร้างภายในบ้านตามแบบห้องน้ำในปัจจุบัน จากนั้นก็แต่งตัวทะมัดทะแมงแบบผู้ชายออกไปที่เรือนใหญ่ของผู้เฒ่ากู้
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของบ้าน ก็เห็น ผู้เฒ่าทั้งสองนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“หลินเอ๋อร์นอนบ้านใหม่สบายดีหรือไม่”
กู้หลินขยับเข้าใกล้ตายายก่อนจะเล่าเื่ความฝันให้ฟังด้วยตาเป็ประกาย
“ข้ามั่นใจว่าท่านเซียนจะต้องมาบอกว่ามีน้ำตกอยู่ทีู่เาชั้นในแน่นอนข้าจึงอยากชวนพี่ใหญ่ขึ้นไปดูด้วยกัน ท่านตาว่าดีหรือไม่”
ผู้เฒ่ากู้ฟังแล้วนั่งคิดยังไม่ได้ตอบหลานสาวเสียงของกู้เยี่ยกับกู้เฉินก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก
“ถ้าหลินเอ๋อร์อยากขึ้นไปูเาแม่กับพี่ใหญ่ของเ้าก็จะขึ้นไปด้วยแม่ไม่วางใจให้พวกเ้าสองคนขึ้นไปตามลำพังหรอกนะ”
กู้เยี่ยที่ยกอาหารออกมาเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินว่า ลูกสาวจะชวนพี่ชายของนางขึ้นเขา
ผู้เฒ่ากู้นิ่งคิดก่อนจะเอ่ยวาจาออกมา
“เอาอย่างนี้ หากหลินเอ๋อร์กับเฉินเอ๋อร์ไปด้วยกันตามลำพังหากมีอันตรายหลานสองคนอาจจะรับมือ ไม่ไหว...ตาจะไปหาอาจารย์หลี่และผู้ใหญ่บ้านแล้วเล่าเื่ความฝันของหลินเอ๋อร์ให้พวกเขาฟัง จากนั้นก็ให้พวกเขาชักชวนผู้ชายในหมู่บ้านขึ้นไปสำรวจเขาด้วยกันถ้าหากไม่มีน้ำตกเหมือนในความฝัน อย่างน้อยพวกเราก็ได้สำรวจต้นไม้ และคงได้ไม้งามๆ ลงมาทำเครื่องเรือนด้วย หลินเอ๋อร์เห็นว่ายังไง”
กู้หลินคิดตามแล้วก็เห็นด้วย พลางคิดชื่นชมความฉลาดรอบคอบของผู้เฒ่ากู้
“ข้าเห็นด้วยกับท่านตา เป็ข้าที่คิดน้อยไปและใจร้อนที่จะชวนพี่ใหญ่ขึ้นไปสองคนโดยไม่คิดถึงอันตรายที่อาจจะมีบนูเาสูง”
กู้เยี่ยเริ่มตักอาหารเช้าให้ทุกคนจากนั้นก็เริ่มกินอาหารอย่างเงียบ ๆกู้หลินมองดูบ้านหลายหลังที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ ก็เพิ่งคิดได้ว่าแม่ของนางอาจต้องรับภาระหนักในการดูแลทำความสะอาดและจัดการงานในบ้านหญิงสาวจึงคิดจะหาคนงานหญิงชายมาช่วยมารดา จึงเอ่ยปากถามผู้เฒ่ากู้
“ท่านตา ตอนนี้บ้านของเรามีขนาดใหญ่หลายหลังหากให้ท่านแม่ดูแลเพียงคนเดียวคงจะเกินกำลัง อีกอย่างเงินทองเราก็พอมีข้าจึงอยากปรึกษาท่านหาคนมาช่วยงานท่านแม่ในบ้านจะดีหรือไม่”
คำถามกู้หลินสร้างรอยยิ้มให้กับผู้เฒ่าทั้งสองและกู้เยี่ย
“หลานอยากได้ทาสอย่างนั้นหรือ”
กู้หลินได้ยินคำว่า “ทาส” ก็ตาตื่นด้วยความใเพราะในสมัยของเธอไม่มีคำนี้มานานแล้ว จึงส่ายหัวปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“ไม่ใช่แบบนั้นท่านตาข้าอยากได้คนมาทำงานไม่ใช่ทาสขายตัวแบบนั้น คนเรามีคุณค่าเท่ากันไม่ควรมีใครเป็นายหรือทาส”
น้ำเสียงจริงจังของหลานสาวบ่งบอกถึงจิตใจเมตตาของนางกู้เยี่ยมองลูกสาวอย่างรักใคร่
“ท่านพ่อ ข้าว่าให้ผู้ใหญ่บ้านบอกคนในหมู่บ้านว่ามีใคร้ามาทำงานกับเราหรือไม่ จะมาอยู่ที่นี่ทั้งครอบครัวเลยก็ได้เรามีบ้านให้อยู่ มีข้าวให้กินทุกมื้อ มีเสื้อผ้าให้และยังจ่ายค่าจ้างให้ทุกเดือนอีกด้วย ข้าว่าคงมีจำนวนไม่น้อยที่อยากมาทำงานกับเราว่าแต่เราอยากได้สักกี่คนดีล่ะ”
ประโยคสุดท้าย กู้เยี่ยหันมาถามลูกสาว
“หากมาทั้งครอบครัวให้แต่ละครอบครัวดูแลบ้านแต่ละหลังก็ได้ท่านแม่พวกท่านจะได้มีชีวิตที่สุขสบายหลังจากลำบากมานานหลายปี”
คำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยของกู้หลินทำเอาทุกคนในบ้านรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาในหัวใจ
หลังเสร็จอาหารเช้าผู้เฒ่ากู้ก็พากู้หลินไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ส่วนกู้เฉินให้แยกไปที่บ้านของอาจารย์หลี่
“ท่านผู้เฒ่า คุณหนูกู้”
เสียงทักทายด้วยความยินดีของผู้ใหญ่บ้านที่กำลังรอให้ชาวบ้านมารวมตัวกันเพื่อมอบหมายงานตามที่ กู้หลินบอกเมื่อวาน
“ท่านผู้นำข้ากับหลานสาวมีเื่มาปรึกษา”
เสียงเคร่งเครียดของผู้เฒ่ากู้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นของผู้ใหญ่บ้าน”
“ท่านบอกมาเลยไม่ว่าเื่ใดข้าพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่”
กู้หลินหันมามองผู้ใหญ่บ้านด้วยสีหน้าจริงจังแล้วเริ่มเล่าเื่ความฝันให้ฟัง
“หลานสาวของข้ามีลางสังหรณ์ที่แม่นยำแม้แต่เห็ดหลินจือที่พบบนูเาในครั้งนั้นก็เป็เพราะความฝันของนาง ดังนั้นข้าจึงอยากขอให้ผู้นำหมู่บ้านชักชวนให้ผู้ชายในหมู่บ้านขึ้นไปสำรวจด้วยกันและถ้าหากไม่เจออะไรก็ไปตัดไม้ตามที่วางแผนไว้ั้แ่แรก”
ผู้ใหญ่บ้านได้ฟังแล้วก็เชื่ออย่างสนิทใจเพราะความร่ำรวยที่ตระกูลกู้มีอย่างรวดเร็วในวันนี้ ก็เพราะลางสังหรณ์ของกู้หลินเขาจึงไม่ลังเลที่จะทำตาม
ส่วนกู้เฉิน เมื่อไปถึงบ้านอาจารย์หลี่เขาก็เล่าเื่ที่กู้หลินฝันให้อาจารย์หลี่กับหลี่เหว่ยฟัง รวมทั้งเื่ที่ ตาของเขากำลังไปหาผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านชักชวนลูกบ้านขึ้นเขาไปสำรวจน้ำตกด้วยกันอีกด้วย
อาจารย์หลี่ฟังแล้วก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย