ผมเดินทางในป่าแห่งผู้วายชนม์มาได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วคาดว่าอีกประมาณสามถึงสี่วันจะสามารถพ้นเขตของป่าไปได้ การเดินทางของผมราบรื่นดีไม่มีปัญหา.......ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะทำไมรอบข้างผมตอนนี้มันถึงได้น่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ล่ะเนี่ยรอบข้างมืดลงอย่างมากจนการรับรู้เวลาผิดเพี้ยน ทั้ง ๆที่เป็ตอนกลางวันแต่กลับไม่มีแสงแดดเลย ต้นไม้สูงใหญ่หนาแน่นขึ้นมากกว่าเดิม
ผมคุมบังเหียนต่อไปเรื่อยๆ ข้างตัวมีตะเกียงหนึ่งดวงคอยให้ความสว่าง อยู่ดี ๆอากาศก็หนาวขึ้นอย่างเฉียบพลัน
“ฮัดชิ้ว~~~~”
หนาวจังแฮะทันใดนั้นผมก็สังเกตเห็นว่าเส้นทางข้างหน้ามีความผิดปกติทางที่ผมใช้อยู่นั้นเลี้ยวไปในทางที่เข้าไปในป่าลึกยิ่งขึ้น มันไม่ใช่เส้นทางเพื่อออกไปนอกป่า
“หลงทาง....งั้นหรอ”
ผมพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น
(แต่ทางที่ผ่านมาก็ดูปกติดีนี่)
(หรือจะเป็ทางลัด?)
(ควรกลับสินะ)
(แต่เรามาไกลเกินไปแล้วนะ.....)
ผมเถียงอยู่กับความคิดของตัวเอง
บทสรุปที่ได้คือ.......เราจะไปต่อผมสรุปเอาเองว่าถ้ามันมีเส้นทางแบบนี้ก็แสดงว่าคงมีคนเคยใช้มาก่อน ลุยโลด!!!
รถม้าเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางนั้น รอบข้างมืดลงยิ่งกว่าเดิม ความมืดที่ดูผิดปกติปกคลุมไปทั่วบริเวณ
(ฉันคงไม่ได้คิดผิดหรอกนะ.....)
หลังจากที่เวลาผ่านไปสักพักปลายทางที่รอผมอยู่คือถ้ำที่ดูยังไงก็กับดักชัดๆ แต่ผมก็ยังเดินเข้าไปน่ะนะ.......
ผมลงจากรถม้าพร้อมถือตะเกียงไว้ในมือเดินเข้าไปสำรวจถ้ำอย่างช้า ๆ
ภาพที่ผมเห็นคือเหรียญทองงจำนวนมากกระจัดกระจายริมผนังถ้ำมีทั้งดาบ สร้อยคอ กำไล สมบัติมากมายถูกรวบรวมไว้ในที่แห่งนี้แต่น่าแปลกที่ผมไม่คิดจะหยิบของพวกนั้นแม้แต่น้อย ........เพราะผมรู้ถึงสาเหตุที่ไม่ควรหยิบแล้วยังไงล่ะ
ปลายสายตาของผมมีัสีดำตัวหนึ่งกำลังจ้องผมอย่างไม่ละสายตาเกล็ดของมันสะท้อนแสงไฟเป็เงาสวยงาม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไม่สวยงามเลยสักนิดมันน่ากลัวแบบสุด ๆ เลย
“เอ่อ.......สวัสดีครับ”
“มนุษย์งั้นหรอ”
“ครับ....มนุษย์ตัวเป็ๆ เลยครับ......”
เท่าทีผมรู้นี่คงจะเป็หนึ่งในสายพันธุ์ั หรือเปล่านะ
“กล้ามากนะที่มาถึงถิ่นของข้าอย่างนี้”
“ผมแค่หลงทางเองนะครับ.....”
“ปฏิเสธไปก็เท่านั้นทำตัวโง่ไม่เคยเปลี่ยนพวกมนุษย์”
ว่าใครโง่กันเ้าันี่
ขณะผมกำลังด่าัตัวนั้นในใจวงเวทย์ก็ปรากฏขึ้นมาในอากาศ!! นั้นเป็เทคนิคขั้นสูงจากการนำเอา การร่าย มารวมกับ สัญลักณ์เวทย์ผลลัพธ์คือวงเวทย์ที่จู่ ๆ ก็ปรากฎขึ้นมาในอากาศแบบนั้น
ผมจะซวยแล้วใช่มั้ยเนี่ย!?
“โซ่ตรวนจิญญา”
ัตัวนั้นพูดออกมาอย่างนั้นแล้วบางอย่างก็โผล่ขึ้นมาจากพื้น บางอย่างที่ไม่สามารถจับต้องได้ทะลุผ่านตัวผมบางอย่างที่คล้ายโซ่กำลังรัดิญญาของผมแบบที่ไม่ยอมปล่อยให้หนีไปได้
......ทันใดนั้นโซ่แบบเดียวกันก็ไปรัดเ้าันั่นเช่นกัน.......
“เอ๊ะ?”
“เอ๊ะ?”
ทั้งผมและัตัวนั้นต่างก็ส่งเสียงออกมาด้วยความงงงวยทำไมเ้านั่นถึงได้โดนเวทย์ของตัวเองเล่นงานด้วยล่ะ?
อ่อ....ผมนึกออกแล้ว....เสื้อคลุมของผมสลักสัญลักษณ์เวทย์ชนิดสะท้อนกลับเอาไว้......ลืมไปเลยแฮะ
“อุปกรณ์เวทย์มนต์อย่างนั้นหรอไม่เบานี่เ้ามนุษย์”
ัเอ่ยปากขึ้นมาเราทั้งคู่อยู่ในสภาพขยับไม่ได้.........ต้องทำอะไรต่อเนี่ย!?
“………”
“ไม่ต้องห่วงผลของมันจะหายไปในหนึ่งชั่วโมง”
เห้อ~~~~ผมค่อยโล่งใจหน่อย ซะเมื่อไหร่ล่ะ! แค่ยืดเวลาตายออกไปอีกหนึ่งชั่วโมงไม่ใช่เรอะ!?
ระหว่างที่กำลังตกอยู่ภายใต้ผลของเวทย์มนต์เ้าัตัวนั้นจะไม่สามารถใช้เวทย์อะไรได้ตรวนิญญาเป็เวทย์ขั้นพิเศษที่จะทำให้ผู้ที่โดนไม่สามารถหนีไปได้ถ้าพยายามใช้เวทย์มนต์ิญญาจะถูกรัดแน่นยิ่งขึ้นจนความเ็ปมหาศาลถูกส่งผ่านมาถึงร่างกายสติคงจะถูกพรากไปอย่างง่ายดาย
เราจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งแล้วเ้าัก็พูดขึ้น
“ว่าแต่เ้าเข้ามาในเขตแดนของข้าได้ยังไง?คนธรรมดาข้ามแขตแดนเวทย์ที่ข้ากางไว้ไม่ได้หรอกนะ?”
“......ผมแค่เดินหลงเข้ามาน่ะ.....ครับ”
“เดินหลงเข้ามาอย่างนั้นหรอหรือว่าเขตแดนของข้าพลังเริ่มอ่อนลงเส้นทางเลยถูกเปิดออก”
ัตัวนั้นทำท่าคุยอยู่คนเดียวจังหวะนี้ผมไม่ควรยุ่งสินะ
“หรือว่าเ้าเป็พวกของกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็เฟิร์สวันอย่างนั้นสินะ”
“เอ่อ....ไม่ใช่ครับ”
“หึข้าก็คิดอย่างนั้นแหละเฟิร์สวันตัวจริงไม่อ่อนแอขนาดเ้าหรอก”
“ตัวจริง?”
“พวกมนุษย์โง่เขลาคงอยากลืมเื่ของพวกเขาล่ะสิคงจะคิดว่าพวกเขาเป็ความอัปยศของมนุษย์อย่างพวกเ้า แต่สำหรับเผ่าพันธุ์อื่นจะให้พวกเราลืมเื่พวกนั้นคงจะยากเกินไป”
มังตัวนั้นเริ่มเล่าต่อ ว่าแต่ ........ ทำไมเล่าถึงมาเล่าเื่ให้กันฟังอยู่หรอครับ?
“พวกเรายังจำได้ดีถึงพลังที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้ พลังที่มากเกินไปสำหรับมนุษย์พลังนั้นฝากรอยแผลไว้ให้โลก โลกของข้าและเพื่อนร่วมรบอีกมากมาย.................ในาเมื่อ500 ปีก่อน”’
“าเมื่อ500 ปีก่อน พวกนั้นโผล่ออกมา.......กลุ่มมนุษย์ที่ไม่ควรถูกเรียกว่ามนุษย์แค่ปริมาณพลังเวทย์ในตัวก็มากกว่าของาาเอลฟ์ าาปีศาจ ราชินีภูติรวมถึงาาัรวมกันเสียอีก นั่นแค่ของคน ๆ เดียว .......คน ๆเดียวเท่านั้นในจำนวนพวกเขาสิบเอ็ดคน แต่ละคนยังมีปริมาณพลังพอ ๆ กันทุกคนแค่เื่นี้ก็พอที่จะทำให้ทุกคนกลัวจนตัวสั่น”
ัตัวนั้นเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ
“พวกเราไม่มีแม้แต่ทางสู้.......ก่อนจะได้เริ่มขยับตัวสติของเราก็หายไปแล้ว.....”
ัตัวนั้นหยุดเล่าอยู่พักหนึ่งเหมือนใช้เวลาเพื่อทำใจที่จะเล่าต่อไป
“ไม่มีใครรู้จักไม่มีใครรู้ว่าพวกเขา้าอะไรกันแน่ สิ่งเดียวที่พวกเขาทำในาคือ ทำลายทำลาย ทำลาย แล้วก็ทำลาย”
“แล้วผู้กล้าก็คงเป็คนหยุดพวกเขาสินะครับ....”
“มนุษย์ช่างโง่เง่าไม่เคยเปลี่ยนผู้กล้างั้นหรอ ยังเป็ของเล่นให้าาปีศาจไม่ได้ด้วยซ้ำ จะมีปัญญาที่ไหนไปหยุดสิ่งที่เหมือนร่างอวตารของเทพเ้าอย่างเ้าพวกนั้น”
ผมเงียบและฟังต่อไป
“.........หลังจบาพวกเขาก็แค่หายไปหายไปเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่เกือบจะทำลายโลกนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ความสูญเสียกินบริเวณทั้งทวีปทวีปของเหล่าั............”
ที่เธอมาอยู่ในทวีปมนุษย์ก็เพราะอย่างนั้นเองหรอ
“แล้วตอนนี้ทวีปัเป็ยังไงบ้างหรอครับ?”
“ฟื้นฟูขึ้นมาแล้วน่ะสิการก่อสร้างดำเนินไปด้วยดี เศรษฐกิจก็กำลัง.......ทำไมข้าต้องเล่าให้เ้าฟังด้วยล่ะ”
“นั่น.....น่ะสิครับฮ่า ๆ ๆ”
“หึเ้าพวกที่อ้างว่าเป็ชนเฟิร์สวันดูยังไงก็ของปลอม”
เ้าัทำท่าทางมั่นใจในคำพูด
“เ้ายังไม่ได้ตอบคำถามของข้าว่าทำไมถึงเข้ามาที่นี่ได้?”
“ก็บอกว่าผมไม่รู้ไงครับ.......”
คุณัจ้องผมด้วยสายตาน่ากลัวแล้วเธอจึงถอนหายใจออกมา
“เห้อ~~~~~~~~เขตแดนของข้าอ่อนลงจริง ๆ งั้นหรอ”
บรรยากาศรอบตัวของัตัวนั้นเปลี่ยนไป
“ทีจริงกะจะจับด้วยโซ่ตรวนิญญาแล้วคู่ให้หนีไปแต่ข้าดันมาติดอยู่ด้วยนี่สิ ควรทำยังไงต่อล่ะเนี่ย เห้อออออ”
มัน....เป็อย่างนั้นเองหรอครับ
“โอ๊ะผลของโซ่ตรวนิญญาเริ่มหายไปแล้ว ถ้ามันหายไปแล้วก็รีบกลับไปซะเ้ามนุษย์”
“ผมชื่อโบนาเลียครับ....ไม่ใช่เ้ามนุษย์.....ครับ”
ผมเผลอหลุดปากไปหน่อยขอโทษครับคุณั
“งั้นหรอข้าไม่ค่อยสนใจหรอกนะ------แต่ในเมื่อเ้าแนะนำตัวแล้วข้าจะบอกชื่อของข้าให้แล้วกัน”
คุณัเขาพูดว่าอย่างนั้นน่ะ
“คัลล่า------คัลล่า คอตท์ เจนนาบาล หนึ่งในตระกูลั”
!!!!ัตัวนั้นบอกว่าหนึ่งในตระกูลัหรอ พูดว่าอย่างนั้นสินะ
ถ้าเป็หนึ่งในตระกูลัล่ะก็คือตัวตนที่สุดยอดของเผ่าัสินะ
ตอนที่ผมกำลังตื่นใอยู่ภายในใจผลของโซ่ตรวนิญญาก็หายไปแล้ว
ัตังนั้นแปลงร่างเป็สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์หรือควรบอกว่ากลับคืนร่างเดิมดี?
เผ่าัมีลักษณะที่คล้ายมนุษย์อยู่แล้วพวกัที่เห็นลักษณะเหมือนกิ่งก่าั์ติดปีกก็เปรียบเสมือนสัตว์เลี้ยงของเผ่าัเท่านั้นเองพวกนั้นเกิดจากการกลายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาบพลังเวทย์เฉพาะตัวของเผ่าัเข้าไปและวิวัฒนาการเป็สิ่งมีชีวิตที่แข่งแกร่งขึ้นเราเรียกพวกนั้นว่า สายพันธุ์ั แล้วถ้าพูดถึง ตระกูลั ล่ะก็คือเผ่าัที่เกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษ เป็ตัวตนพิเศษที่เกิดมาเพื่อเป็ผู้ปกครองอนึ่งในโลกนี้ยังมีอีกหลายตระกูล อย่างเช่น ตระกูลภูติ ตระกูลจอมมาร
ลักษณะภายนอกของเธอเป็ผู้หญิงสวยทีเดียวเส้นผมสีดำเงางามสะท้อนแสงไฟเป็ประกาย ั์ตาสีดำสนิทจนดูน่ากลัว ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูอ่อนเธอสูงประมาณไหล่ของผม ร่างกายดูบอบบางแต่..มีตรงที่หนึ่งที่ไม่บางล่ะนะ....ช่างมัน ๆ ผมจะไม่ยอมถูกรูปลักษณ์ภายนอกหลอกหรอกนะว่าอ่อนแอน่ะ!
“รีบไปซะสิ”
เธอกอดอกมองผมส่งสายตาบอกว่ารีบๆ ออกไปจากบ้านฉันซะที
เมื่อเป็แบบนั้นผมเลยหันหลังและกำลังจะเดินออกจากถ้ำแต่มันมีสิ่งหนึ่งที่กวนใจผมอยู่
“แล้ว----ทำไมตระกูลั ถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ล่ะครับ?”
ผมหันหลังกลับไปถามด้วยความสงสัย
“ก็บอกว่าให้รีบไปไง!”
“ครับ!”
ผมรีบหันกลับไปวิ่งออกจากถ้ำด้วยความรวดเร็ว
หลังจากออกมาจากถ้ำแล้วผมก็มองเห็นถนนอีกเส้นที่ไม่เห็นตอนผ่านมาเมื่อกี้ทางออกจริงคงเป็ทางนั้นสินะ
ผมขึ้นไปบนรถม้าและเตรียมตัวจะออกเดินทางต่อขณะที่รถม้ากำลังเริ่มขยับอีกครั้ง สายตาของผมก็หันหลับไปมองที่ถ้ำ
“คัลล่างั้นหรอ”
หลังจากนั้นผ่านไปอีกสามวันผมก็เดินทางออกจากป่าได้โดยสวัสดิภาพ