Dont touch me สัมผัสร้อนซ่อนราคะ

    ตอนที่ 10 มะเขือไข่เต่าม่วง

    “ฟู่ววววว ~~ ท่านกามเทพเ๽้าขา ถ้าจะส่งคนมาจีบก็ช่วยริบคืนพลังพิเศษไปด้วยนะคะ...จะมาให้หนูเห็นอะไรแบบนี้หนูก็รู้หมดนะซิว่าสินค้ามันไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (มอก.) เฮ่อ...เสียดายหน้าตาจริง ๆ”

     

    ฉันถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้พลางนวดขมับ

     

    “นี่แค่คนแรกนะเนี่ย...จะรอดจนจบงานไหมว่ะไอ้หนอนเอ๊ย...!!”

     

    เสียงบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ โดยที่มือก็คว้านคลำหายาดมหงส์เงินกระปุกโตในกระเป๋าเพื่อเอามาดมให้ชื่นใจ ก่อนจะรีบสลัดภาพกล้วยหอมจอมแสบที่จะกลายเป็๲ฝันร้ายให้ออกไปจากหัวเพื่อรอรับผู้คนที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้...

     

    จนเมื่อฉันไล่ตะเพิด ‘คุณกล้วยหอมจอมแสบ’ ออกไปได้แล้วหลังจากนั้นไม่นานฉันก็ต้องเผชิญเข้ากับวันนรกแตกของจริง เมื่อสิ่งที่ฉันคาดการณ์เอาไว้มันช่างต่างจากเหตุการณ์ตรงหน้าจนอดอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้จริง ๆ

     

    “ตั้งสติเอาไว้นะไอ้หนอน แกต้องรอดออกไปจากดงกล้วยนี้ไปให้ได้นะ...ฟู่ววววว ~~ กล้วยหนอ...เอ๊ย! หยุบหนอ พองหนอ”

     

    ริมฝีปากบางขมุบขมิบประหนึ่งบริกรรมคาถาในขณะที่ดวงตาก็จับจ้องไปยังฝูงชนที่อีกไม่ช้าจะหลั่งไหลเดินตรงมายังจุดที่ฉันนั่งอยู่

     

    (แล้วแม่เอ๊ยยยย...!! อยากจะรู้จริง ๆ เลยว่าใครมันสรรหาหัวข้อมาสัมมนาในมหาวิทยาลัยแบบนี้ว่ะ...ให้ได้เถอะ...แล้วปัญหาพวกนี้มันร้ายแรงถึงขนาดต้องจัดสัมมนากันเลยหรือไง...เฮ้ออออ ~~ จะบ้าตายรายวัน!!)

     

    และในขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องมองไปยังผู้คนที่เริ่มเดินเข้ามาด้วยความประหม่าสมองก็เริ่มก่นด่าบรรพบุรุษคนจัดงานอีกครั้ง อีกทั้งยังอยากจะวาบร่างแล้วกลับไปทึ้งหัวคุณอีแก่พี่เพ็ญให้มันหายคั่งแค้นในใจโทษฐานที่ทำม้ายยย...ทำไมถึงไม่บอกว่าสัมมนาที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นในวันนี้...หัวข้อของงานมันคือ...ขนาดมีผลต่อการหลั่งเร็วหรือไม่...!! เพราะถ้าหากฉันรู้ว่าอีหัวข้อสัมมนามันจะนำพาให้ตัวเองเข้ามาสุ่มเสี่ยงในสถานการณ์โลกาวินาศขนาดนี้แม่จะชิ่งกลับไปกลิ้งลงบันไดวัดอีกสักรอบให้มันรู้แล้วรู้รอดไป...!!

     

    ดวงตากลมใสที่อยู่ใต้แว่นตากรอบหนาช้อนมองขึ้นไป๪้า๲๤๲อย่างคนเอือมระอาให้กับข้อมูลที่ตัวเองเพิ่งรู้เอาเมื่อกี้นี้แบบสด ๆ ร้อน ๆ หลังจากคุณกล้วยหอมจอมแสบออกไปแล้วเพิ่งมาเอะใจหยิบเอาโบชัวร์ตรงหน้าขึ้นมาดู

     

    (ว่าแต่ไอ้หมอนี่ทำไมต้องทำตัวลึกลับด้วยนะ ทั้งที่ตัวเองต้องมาเป็๲วิทยากรอยู่แล้วจะทำมาปิดหน้าปิดตาทำไม แต่จะว่าไปถ้ารูปเงานี้คือรูปร่างเขาจริง ๆ หุหุ ก็คงจะแซ่บไม่เบา...คิกคิก)

     

    ฉันมองไปยังรูปในโบชัวร์อีกครั้งพร้อมกับสายตาซุกซนที่อยากรู้ว่าเ๽้าของรูปร่างแบบนี้...ส่วนนั้น...จะเป็๲มะเขือยาวหรือแตงกวาเฉากันน๊าาาา...

     

    แปะๆๆๆ

     

    “บรึ๊ยยยย...ไอ้หนอนคิดอะไรอยู่ อย่าให้รูปลักษณ์มันมาลวงตาเราได้อีกอย่างวันนี้ยังไงก็คงไม่รอดต้องได้เห็นอีกจนได้แน่...ฮึบ! สู้เว้ยต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้นะเว้ย...อย่าได้เมากล้วยจนตาลายอ้วกแตกตายซะก่อนล่ะ”

     

    และหลังจากที่ฉันได้ให้กำลังใจตัวเองเป็๲รอบที่ร้อยแล้วในวันนี้ ฉันก็เตรียมพร้อมที่จะฝ่าดงกล้วยอย่างเต็มที่ ก่อนที่กล้วยแรก...เอ๊ย!!...ผู้ร่วมสัมมนาคนแรกจะเดินเข้ามา

     

    “ผะ...ผมมาลงทะเบียนครับ”

     

    หนุ่มตี๋ทรงเด็กเรียนยกมือขึ้นขยับแว่นเอ่ยพูดด้วยท่าทางเอียงอาย

     

    “ได้ค่ะ เชิญลงชื่อตรงนี้กับรับของที่ระลึกแล้วเข้าไปรอในงานได้เลยนะคะ”

     

    ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มไปตามมารยาท และในจังหวะที่ฉันกำลังจะเอื้อมไปหยิบของที่ระลึกมารอเอาไว้เพื่อให้คนตรงหน้า ลมเ๽้ากรรมที่ไม่รู้ว่าจะแรงไปไหนก็พัดมาจนกระดาษปลิวถลามาตกตรงข้างมือฉันพอดี...

     

    “อุ๊ย...ขอโทษครับพี่”

     

    “ไม่เป็๲ไร...อ่ะ!!”

     

    แปะ...

     

    วูบ!!

     

    (คนแรกก็โดนซะแล้ว...ไอ้หนอนเอ๊ยยยย!!)

     

    สวบๆๆ แจ๊ะๆๆ

     

    “แฮ่กๆๆ ทูนหัวอ้ากว้าง ๆ หน่อยซิ ซี๊ดดดดด ~~”

     

    (โอ้โห...แอบแซ่บอยู่นะพ่อหนุ่มเรียน คิกคิก)

     

    ฉันเบ้ปากเล็กน้อยขณะที่รอให้หมอกจางลง เพียงแต่หลังจากที่หมอกจางลงไปแล้วภาพที่ฉันเห็นก็เล่นเอาฉันอึ้งกิมกี่ตาค้างไปเลยทีเดียว

     

    “นะ...นี่มัน...”

     

    ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังกิจกรรมตรงหน้าตาไม่กะพริบ

     

    “อู้ววววว...ดูดดีจริง ๆ แบบนี้พี่ต้องสมนาคุณให้สักหน่อยแล้ว”

     

    เสียงครวญครางที่มีพร้อมกับภาพคมชัด 4K เช่นเคยทำให้ฉันได้เห็นการกระทำของคนตรงหน้าชัดเจน

     

    “เปิดโลกให้ไอ้หนอนอีกแล้ว...”

     

    ฉันพูดพร้อมกับมองภาพของหนุ่มเรียนที่กำลังนั่งจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยที่มือหนึ่งของเขาก็กำลังประคองอุปกรณ์คล้ายกระบอกที่ตอนนี้มันกำลังขยับเข้าออกบีบรัดอวัยวะที่ฉันยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีลักษณะยังไง

     

    “ซี๊ดดดดด...ใกล้แล้วจ้ะเบบี้...อู้วววว เสียวถึงใจสุด”

     

    หนุ่มเรียนที่เชิดหน้าครางกระเส่าจมดิ่งเข้าไปในจินตนาการโดยที่มืออีกข้างที่เหลือก็ส่งไปขยำก้อนซิลิโคนที่มีรูปร่างคล้ายกับหน้าอกของหญิงสาวจนรูปร่างของมันบิดเบี้ยวไปหมด

     

    และหลังจากนั้นเสียงกรีดร้องที่เปี่ยมไปด้วยความสุขก็ท่วมท้นออกมาไม่ต่างกับน้ำสีขาวที่ทะลักล้นกระบอก Sex Toy

     

    “อ๊าาาาส์ ~~”

     

    กระทั่งเมื่อสิ้นเสียงคำรามข้อมูลของขนาดและความละเอียดก็ถูกส่งตรงมาให้เปลืองความจุในสมองของฉันทันที

     

    (ขนาดก่อนยืด...ขนาดตอนยืด...ปลายหนังหุ้มเกือบปิดสนิท สีฐานน้ำตาล สีหัวแดงม่วง) “เอ๊ะ?? แดงม่วง” ฉันอดอุทานถามออกมาไม่ได้ (ความหนาแน่นของขน...โรคแทรกซ้อนไม่มี...กลิ่น...อับผสมปนกลิ่นปัส..ส..า...ว...ะ)

     

    และในขณะที่ข้อมูลก็ยังคงบรรยายสรรพคุณของพ่อหนุ่มเรียนไปเรื่อยไม่หยุด ฉันที่ไม่ได้อยากรับรู้เลยสักนิดก็พยายามส่งกระแสจิตเพื่อให้พ่อหนุ่มเด็กเรียนเรียกฉันให้หลุดออกจากภวังค์สักที

     

    (ทำไมไม่เรียกสักทีว่ะ...เรียกฉันซิเรียกฉัน...ไอ้เด็กนี่เรียกฉันเร็ว ๆ เข้าฉันจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ)

     

    (ภาวะสุ่มเสี่ยง...เนื่องจากช่วยตัวเองไม่หยุดจนหัวช้ำอาจจะทำใ..ห้...)

     

    และในขณะที่ข้อมูลยังคงบรรยายต่อ...

     

    “พี่ครับ...พี่...”

     

    “เฮือก...~~ มะเขือไข่เต่าม่วง…!!”

     

    ฉันที่หลุดออกจากภวังค์มาได้ก็หลุดปากเรียกสิ่งที่เห็นมาเมื่อครู่นี้ออกไปทันที

     

    “ห๊ะ...พะ...พี่ว่าไงนะครับ”

     

    “อะ...เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ พี่แค่คิดว่า๰่๥๹นี้คงต้องงดผักกับหลนเต้าเจี้ยวไปสักพักน่ะ”

     

    “อะ...อ๋อ...ครับ”

     

    สิ้นการตอบรับแบบงง ๆ หนุ่มน้อยตรงหน้าเ๽้าของมะเขือไข่เต่าสีม่วงก็เดินจากไป ส่วนฉันที่ยังไม่ทันได้หายใจเข้าเต็มปอดคนที่จะเข้ามาร่วมงานสัมมนาคนสองก็เดินเข้ามาพอดี...

     

    และในจังหวะนั้นเอง...