“ฟู่ววววว ~~ ท่านกามเทพเ้าขา ถ้าจะส่งคนมาจีบก็ช่วยริบคืนพลังพิเศษไปด้วยนะคะ...จะมาให้หนูเห็นอะไรแบบนี้หนูก็รู้หมดนะซิว่าสินค้ามันไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (มอก.) เฮ่อ...เสียดายหน้าตาจริง ๆ”
ฉันถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้พลางนวดขมับ
“นี่แค่คนแรกนะเนี่ย...จะรอดจนจบงานไหมว่ะไอ้หนอนเอ๊ย...!!”
เสียงบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ โดยที่มือก็คว้านคลำหายาดมหงส์เงินกระปุกโตในกระเป๋าเพื่อเอามาดมให้ชื่นใจ ก่อนจะรีบสลัดภาพกล้วยหอมจอมแสบที่จะกลายเป็ฝันร้ายให้ออกไปจากหัวเพื่อรอรับผู้คนที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้...
จนเมื่อฉันไล่ตะเพิด ‘คุณกล้วยหอมจอมแสบ’ ออกไปได้แล้วหลังจากนั้นไม่นานฉันก็ต้องเผชิญเข้ากับวันนรกแตกของจริง เมื่อสิ่งที่ฉันคาดการณ์เอาไว้มันช่างต่างจากเหตุการณ์ตรงหน้าจนอดอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้จริง ๆ
“ตั้งสติเอาไว้นะไอ้หนอน แกต้องรอดออกไปจากดงกล้วยนี้ไปให้ได้นะ...ฟู่ววววว ~~ กล้วยหนอ...เอ๊ย! หยุบหนอ พองหนอ”
ริมฝีปากบางขมุบขมิบประหนึ่งบริกรรมคาถาในขณะที่ดวงตาก็จับจ้องไปยังฝูงชนที่อีกไม่ช้าจะหลั่งไหลเดินตรงมายังจุดที่ฉันนั่งอยู่
(แล้วแม่เอ๊ยยยย...!! อยากจะรู้จริง ๆ เลยว่าใครมันสรรหาหัวข้อมาสัมมนาในมหาวิทยาลัยแบบนี้ว่ะ...ให้ได้เถอะ...แล้วปัญหาพวกนี้มันร้ายแรงถึงขนาดต้องจัดสัมมนากันเลยหรือไง...เฮ้ออออ ~~ จะบ้าตายรายวัน!!)
และในขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องมองไปยังผู้คนที่เริ่มเดินเข้ามาด้วยความประหม่าสมองก็เริ่มก่นด่าบรรพบุรุษคนจัดงานอีกครั้ง อีกทั้งยังอยากจะวาบร่างแล้วกลับไปทึ้งหัวคุณอีแก่พี่เพ็ญให้มันหายคั่งแค้นในใจโทษฐานที่ทำม้ายยย...ทำไมถึงไม่บอกว่าสัมมนาที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นในวันนี้...หัวข้อของงานมันคือ...ขนาดมีผลต่อการหลั่งเร็วหรือไม่...!! เพราะถ้าหากฉันรู้ว่าอีหัวข้อสัมมนามันจะนำพาให้ตัวเองเข้ามาสุ่มเสี่ยงในสถานการณ์โลกาวินาศขนาดนี้แม่จะชิ่งกลับไปกลิ้งลงบันไดวัดอีกสักรอบให้มันรู้แล้วรู้รอดไป...!!
ดวงตากลมใสที่อยู่ใต้แว่นตากรอบหนาช้อนมองขึ้นไป้าอย่างคนเอือมระอาให้กับข้อมูลที่ตัวเองเพิ่งรู้เอาเมื่อกี้นี้แบบสด ๆ ร้อน ๆ หลังจากคุณกล้วยหอมจอมแสบออกไปแล้วเพิ่งมาเอะใจหยิบเอาโบชัวร์ตรงหน้าขึ้นมาดู
(ว่าแต่ไอ้หมอนี่ทำไมต้องทำตัวลึกลับด้วยนะ ทั้งที่ตัวเองต้องมาเป็วิทยากรอยู่แล้วจะทำมาปิดหน้าปิดตาทำไม แต่จะว่าไปถ้ารูปเงานี้คือรูปร่างเขาจริง ๆ หุหุ ก็คงจะแซ่บไม่เบา...คิกคิก)
ฉันมองไปยังรูปในโบชัวร์อีกครั้งพร้อมกับสายตาซุกซนที่อยากรู้ว่าเ้าของรูปร่างแบบนี้...ส่วนนั้น...จะเป็มะเขือยาวหรือแตงกวาเฉากันน๊าาาา...
แปะๆๆๆ
“บรึ๊ยยยย...ไอ้หนอนคิดอะไรอยู่ อย่าให้รูปลักษณ์มันมาลวงตาเราได้อีกอย่างวันนี้ยังไงก็คงไม่รอดต้องได้เห็นอีกจนได้แน่...ฮึบ! สู้เว้ยต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้นะเว้ย...อย่าได้เมากล้วยจนตาลายอ้วกแตกตายซะก่อนล่ะ”
และหลังจากที่ฉันได้ให้กำลังใจตัวเองเป็รอบที่ร้อยแล้วในวันนี้ ฉันก็เตรียมพร้อมที่จะฝ่าดงกล้วยอย่างเต็มที่ ก่อนที่กล้วยแรก...เอ๊ย!!...ผู้ร่วมสัมมนาคนแรกจะเดินเข้ามา
“ผะ...ผมมาลงทะเบียนครับ”
หนุ่มตี๋ทรงเด็กเรียนยกมือขึ้นขยับแว่นเอ่ยพูดด้วยท่าทางเอียงอาย
“ได้ค่ะ เชิญลงชื่อตรงนี้กับรับของที่ระลึกแล้วเข้าไปรอในงานได้เลยนะคะ”
ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มไปตามมารยาท และในจังหวะที่ฉันกำลังจะเอื้อมไปหยิบของที่ระลึกมารอเอาไว้เพื่อให้คนตรงหน้า ลมเ้ากรรมที่ไม่รู้ว่าจะแรงไปไหนก็พัดมาจนกระดาษปลิวถลามาตกตรงข้างมือฉันพอดี...
“อุ๊ย...ขอโทษครับพี่”
“ไม่เป็ไร...อ่ะ!!”
แปะ...
วูบ!!
(คนแรกก็โดนซะแล้ว...ไอ้หนอนเอ๊ยยยย!!)
สวบๆๆ แจ๊ะๆๆ
“แฮ่กๆๆ ทูนหัวอ้ากว้าง ๆ หน่อยซิ ซี๊ดดดดด ~~”
(โอ้โห...แอบแซ่บอยู่นะพ่อหนุ่มเรียน คิกคิก)
ฉันเบ้ปากเล็กน้อยขณะที่รอให้หมอกจางลง เพียงแต่หลังจากที่หมอกจางลงไปแล้วภาพที่ฉันเห็นก็เล่นเอาฉันอึ้งกิมกี่ตาค้างไปเลยทีเดียว
“นะ...นี่มัน...”
ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังกิจกรรมตรงหน้าตาไม่กะพริบ
“อู้ววววว...ดูดดีจริง ๆ แบบนี้พี่ต้องสมนาคุณให้สักหน่อยแล้ว”
เสียงครวญครางที่มีพร้อมกับภาพคมชัด 4K เช่นเคยทำให้ฉันได้เห็นการกระทำของคนตรงหน้าชัดเจน
“เปิดโลกให้ไอ้หนอนอีกแล้ว...”
ฉันพูดพร้อมกับมองภาพของหนุ่มเรียนที่กำลังนั่งจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยที่มือหนึ่งของเขาก็กำลังประคองอุปกรณ์คล้ายกระบอกที่ตอนนี้มันกำลังขยับเข้าออกบีบรัดอวัยวะที่ฉันยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีลักษณะยังไง
“ซี๊ดดดดด...ใกล้แล้วจ้ะเบบี้...อู้วววว เสียวถึงใจสุด”
หนุ่มเรียนที่เชิดหน้าครางกระเส่าจมดิ่งเข้าไปในจินตนาการโดยที่มืออีกข้างที่เหลือก็ส่งไปขยำก้อนซิลิโคนที่มีรูปร่างคล้ายกับหน้าอกของหญิงสาวจนรูปร่างของมันบิดเบี้ยวไปหมด
และหลังจากนั้นเสียงกรีดร้องที่เปี่ยมไปด้วยความสุขก็ท่วมท้นออกมาไม่ต่างกับน้ำสีขาวที่ทะลักล้นกระบอก Sex Toy
“อ๊าาาาส์ ~~”
กระทั่งเมื่อสิ้นเสียงคำรามข้อมูลของขนาดและความละเอียดก็ถูกส่งตรงมาให้เปลืองความจุในสมองของฉันทันที
(ขนาดก่อนยืด...ขนาดตอนยืด...ปลายหนังหุ้มเกือบปิดสนิท สีฐานน้ำตาล สีหัวแดงม่วง) “เอ๊ะ?? แดงม่วง” ฉันอดอุทานถามออกมาไม่ได้ (ความหนาแน่นของขน...โรคแทรกซ้อนไม่มี...กลิ่น...อับผสมปนกลิ่นปัส..ส..า...ว...ะ)
และในขณะที่ข้อมูลก็ยังคงบรรยายสรรพคุณของพ่อหนุ่มเรียนไปเรื่อยไม่หยุด ฉันที่ไม่ได้อยากรับรู้เลยสักนิดก็พยายามส่งกระแสจิตเพื่อให้พ่อหนุ่มเด็กเรียนเรียกฉันให้หลุดออกจากภวังค์สักที
(ทำไมไม่เรียกสักทีว่ะ...เรียกฉันซิเรียกฉัน...ไอ้เด็กนี่เรียกฉันเร็ว ๆ เข้าฉันจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ)
(ภาวะสุ่มเสี่ยง...เนื่องจากช่วยตัวเองไม่หยุดจนหัวช้ำอาจจะทำใ..ห้...)
และในขณะที่ข้อมูลยังคงบรรยายต่อ...
“พี่ครับ...พี่...”
“เฮือก...~~ มะเขือไข่เต่าม่วง…!!”
ฉันที่หลุดออกจากภวังค์มาได้ก็หลุดปากเรียกสิ่งที่เห็นมาเมื่อครู่นี้ออกไปทันที
“ห๊ะ...พะ...พี่ว่าไงนะครับ”
“อะ...เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ พี่แค่คิดว่า่นี้คงต้องงดผักกับหลนเต้าเจี้ยวไปสักพักน่ะ”
“อะ...อ๋อ...ครับ”
สิ้นการตอบรับแบบงง ๆ หนุ่มน้อยตรงหน้าเ้าของมะเขือไข่เต่าสีม่วงก็เดินจากไป ส่วนฉันที่ยังไม่ทันได้หายใจเข้าเต็มปอดคนที่จะเข้ามาร่วมงานสัมมนาคนสองก็เดินเข้ามาพอดี...
และในจังหวะนั้นเอง...