ตอนที่ 24 ััที่เกิดเหตุ
ชายชุดดําตรงหน้านี้แข็งแกร่ง อย่างน้อยก็แข็งแกร่งกว่ากลุ่มคนชุดดําก่อนหน้านี้มาก
แน่นอนว่านี่เป็เพียงการเทียบกับคนทั่ว ๆ ไป แต่ในสายตาของหลินเยี่ยอีกฝ่ายยังคงเป็แค่มดปลวก
เมื่อชายชุดดําเข้ามาใกล้ หลินเยี่ยยกมือขึ้นโดยใช้พลังเพียงหนึ่งในสิบเพื่อรับมืออีกฝ่าย
"ปัง!"
เขาไม่ได้ออกแรงจริงจังอะไรนัก เพียงแค่ใช้ฝ่ามือตบเบา ๆ ชายชุดดําก็กระเด็นลอยออกไปจนร่วงหล่นนอนหงายอยู่บนพื้น
ชายชุดดำค่อย ๆ พยุงร่างกายขึ้นหลังจากที่พยายามอยู่นาน เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในทั้งหมดาเ็จนต้องกระอักเืออกมาคำโต
เขามองหลินเยี่ยด้วยความระมัดระแวงพร้อมกับลอบหวาดหวั่นอยู่ภายในใจ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดนี้
เมื่อครู่เขาใช้พลังทั้งหมดสู้กับอีกฝ่าย แต่กลับถูกตบกระเด็นอย่างง่ายดาย พลังฝีมือของหลินเยี่ยน่ากลัวเกินไป!
"หรือว่า..."
ชายชุดดําขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเอ่ยปากถาม "หรือว่าแกเป็ปรมาจารย์ยุทธ์ในตํานาน?”
"ฉันไม่ใช่ปรมาจารย์ยุทธ์ที่แกพูดถึง" หลินเยี่ยส่ายหน้าปฏิเสธ
หลายวันมานี้ ยอดฝีมือหลายคนที่ถูกส่งมาต่างพากันเรียกขานเขาว่าปรมาจารย์ยุทธ์
ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่รู้ระดับขั้นบำเพ็ญเพียรทางโลก เช่นนี้จึงไม่เข้าใจว่าปรมาจารย์ยุทธ์อยู่ในระดับไหนกันแน่
เช่นนี้หลินเยี่ยจึงเดินเข้าไปใกล้ เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามชายชุดดำ “แล้วปรมาจารย์ยุทธ์คืออะไร?”
"สำหรับผู้ฝึกตนนั้นแบ่งออกเป็พลังภายนอก พลังภายใน พลังแปรสภาพ และจึงก้าวสู่เขตแดนที่เป็จุดสูงสุด เขตแดนกล่าวได้ว่าคือตัวตนชั้นปรมาจารย์ เป็ตัวตนอันสูงที่สุด" ชายชุดดําดูเหมือนจะเกรงกลัวหลินเยี่ยมากจึงอธิบายออกมาหมดเปลือก
"ที่แท้ก็เป็เช่นนี้" หลินเยี่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ดูเหมือนว่าระบบการฝึกตนทางโลกจะเรียบง่ายมาก คิดว่าชายชุดดําตรงหน้าเขาคงเป็เพียงยอดฝีมือพลังภายนอกเท่านั้น
"จริงด้วย สหายของข้าเคยมาหาเ้าแล้วไม่ใช่หรือ?" ชายชุดดํานึกถึงผู้ฝึกยุทธที่เฉิงหย่งส่งมาก่อนหน้านี้
ผู้ฝึกยุทธหลายคนที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ ก็ล้วนเพื่อแย่งชิงวงแหวนหยกจากหลินเยี่ย
แต่คนเหล่านี้ไม่เคยกลับมา ไม่มีสักคนที่ทำงานสำเร็จและก็ไม่มีใครสักคนกลับไป
"ฉันฆ่าตายหมดแล้ว" น้ำเสียงของหลินเยี่ยสงบนิ่ง เื่ฆ่าคนแบบนี้สําหรับเขาแล้วถือเป็เื่ธรรมดาเหมือนการกินข้าวทุกวัน
เมื่อก่อนเขาเคยเป็เทพนักรบแห่งเซียน และผู้ฝึกเซียนถูกเขาสังหารไปแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ธรรมดาเลย
"ตายหมดแล้ว?"
"ใช่"
"แก... มันเป็ปีศาจ" หัวใจของชายชุดดําสั่นสะท้าน ไม่คิดว่าผู้ฝึกยุทธจํานวนมากจะตายด้วยน้ำมือของหลินเยี่ย
"ไปซะ ครั้งนี้ฉันไม่อยากฆ่าแก"
"ทําไม?"
"ไว้ชีวิตให้แกกลับไปส่งข่าวเฉิงหย่ง บอกเขาว่าต่อไปให้เขาหยุดคิดเื่วงแหวนหยก์อีก ไม่อย่างนั้น..." หลินเยี่ยยังพูดไม่ทันจบ ก็ยื่นมือไปแตะกําแพงข้าง ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
หลินเยี่ยเดินจากไปก็พลันเกิดเสียง "ตู้ม" กําแพงแข็งะเิออกจนฝุ่นลอยคละคลุ้ง
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ชายชุดดําพลันตื่นตระหนก เหงื่อเย็นหลั่งออกเต็มแผ่นหลัง
คิดไม่ถึงว่าหลินเยี่ยจะน่ากลัวขนาดนี้ เช่นนั้นการสังหารเขาคงทำได้ง่ายดายราวกับดีดนิ้ว
ชายชุดดํายืนนิ่งอยู่กับที่ตะลึงอยู่นานก่อนจะหันหลังเดินจากไป เพียงแต่ว่าภายในใจไม่สามารถสงบนิ่งได้เลย
ส่วนหลินเยี่ยก็ออกจากตรอกแล้วขับรถกลับบ้าน
เมื่อเข้าประตูมาก็ได้กลิ่นอาหารเตะจมูก ดูเหมือนว่าหลงซือหยิงกําลังทําอาหารอยู่ในครัว
"ป่าป๊า..."
ยี่ยี่วิ่งเข้ามากอดแขนของหลินเยี่ย แล้วพูดอย่างออดอ้อน "ทําไมป่าป๊าถึงกลับมาช้าจังคะ?”
"ป่าป๊าออกไปหาเงิน จะได้ซื้อของอร่อย ๆ ให้ลูกกินไงคะ" หลินเยี่ยลูบแก้มน่ารักของเด็กน้อย
"ป่าป๊าเหนื่อยแย่เลย"
ยี่ยี่กะพริบตาปริบ ๆ อย่างรู้ความ เด็กน้อยดึงแขนของหลินเยี่ยแล้วพูดว่า "วันนี้แม่ทูนหัวทําของอร่อย ๆ เยอะเลย พวกเราคงจะพุงแตกแน่นอน”
"ปะ... ไปดูกัน" หลินเยี่ยอุ้มร่างเล็กเดินเข้าห้องครัวไป
หลงซือหยิงสวมผ้ากันเปื้อนกําลังยุ่งอยู่กับการผัดอาหาร บนโต๊ะมีอาหารผัดเรียบร้อยหลายจานแล้ว
"หิวกันแล้วใช่ไหม" หลงซือหยิงหันกลับมายิ้ม แล้วรีบผัดอาหารต่อ "รอแป๊บนึงนะ อาหารก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ”
"วันนี้ทำไมทําเมนูอร่อย ๆ เยอะแยะเลย?"
"ฉันเห็นว่า่นี้คุณยุ่งมาก เลยทําอาหารสองสามอย่างให้คุณกินแก้เหนื่อย" ในขณะที่หลงซือหยิงตอบ เธอยังคงยุ่งอยู่กับการผัดอาหารต่อ
คําพูดสองประโยคนี้ทําให้หลินเยี่ยคิดฟุ้งซ่าน
มองด้านหลังของหลงซือหยิงที่กําลังยุ่งอยู่กับการทำอาหาร ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงภรรยาขึ้นมาทันที
เมื่อก่อนตอนที่ภรรยาของเขาอยู่ ปกติเธอมักจะทําอาหารให้เขากิน และจะทําอาหารที่เขาชอบอยู่บ่อย ๆ
่เวลาที่อยู่กับเยว่เหยารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้ ทั้งอบอุ่นมีความสุข ผ่อนคลายและสบายใจ...
ไม่นานหลงซือหยิงก็ผัดอาหารเสร็จแล้ว หันกลับไปมองพบว่าหลินเยี่ยกําลังมองเธอด้วยแววตาลึกซึ้ง
"ตึกตัก!"
สายตานั้นทําให้หัวใจเธอเต้นรัว แก้มแดงระเรื่ออย่างไม่อาจควบคุม เธอจึงกระแอมเบา ๆเพื่อเตือนสติอีกฝ่าย "หลินเยี่ย หลินเยี่ย คุณไม่เป็ไรใช่ไหม?”
"อ้อ ไม่เป็ไร!"
หลินเยี่ยตื่นจากความคิดถึงภรรยาจึงยิ้มเจื่อน ๆ แล้วพูดว่า "เสร็จแล้วเหรอ งั้นเรามากินข้าวกันเถอะ"
พูดจบมือหนึ่งก็อุ้มยี่ยี่ อีกมือหนึ่งก็ถืออาหารเดินออกไป
"หรือว่าเมื่อกี้เป็แค่ภาพลวงตา?" เมื่อมองแผ่นหลังของหลินเยี่ย หลงซือหยิงก็แอบใช้มือทาบอกพึมพำกับตัวเอง
ใช่ มันต้องเป็ภาพลวงตาแน่ ๆ
หลินเยี่ยเป็คนดีมาก เขาเห็นเธอเป็น้องสาวมาตลอด ไม่เคยเกินเลยหรือคิดเอาเปรียบเธอเลย
เมื่อคิดอย่างนั้นแล้ว เธอก็โล่งใจ
จากนั้นทั้งสามคนจึงเริ่มกินข้าว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความสุข ทั้งสามคนกินข้าวพร้อมกับพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย
หลังจากทานอาหารเสร็จ หลงซือหยิงก็ไปที่ห้องครัวเพื่อล้างจานก่อน จากนั้นจึงช่วยยี่ยี่ล้างหน้าล้างตาและกล่อมยี่ยี่เข้านอน
่นี้ที่เยว่เหยาไม่อยู่ หลงซือหยิงก็ทําหน้าที่เป็แม่ของยี่ยี่ เธอทํางานทุกอย่างโดยไม่บ่นสักคำ
หลินเยี่ยเห็นดังนั้นก็จดจําไว้ในใจ รู้สึกซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เธอทำให้ ในใจลอบสาบานว่าจะต้องปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็น้องสาวแท้ ๆ ของตน
เมื่อเห็นว่าหลงซือหยิงพายี่ยี่เข้านอนแล้ว หลินเยี่ยก็กลับไปที่ห้องของตัวเองบ้าง
ค่ำคืนนี้ช่างยาวนาน... กว่าจะผ่านพ้น
วันถัดมา หลินเยี่ยตื่นแต่เช้า เขาขับรถไปทีู่เาเทียนหูเพื่อฝึกตน
แต่เมื่อเดินผ่านป่าไผ่ที่เชิงเขา ก็เจอหลินชิ่งจู๋อีกครั้ง!
หญิงสาวนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ราวกับเจอเื่ที่ทําให้เธอเสียใจมาอย่างไรอย่างนั้น
"โอ้! ในที่สุดก็พบคุณอีกจนได้” พอเห็นหลินเยี่ย หลินชิ่งจู๋ก็รีบลุกขึ้นะโโลดเต้นด้วยความยินดี
"รอฉันทําไม?" หลินเยี่ยมองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวคนนี้มีเื่ร้อนใจ
"คุณไม่รู้หรอกว่าเมื่อวานฉันตามหาคุณทีู่เาเทียนหูตั้งนาน แล้ววันนี้ก็มารอั้แ่เช้า..."
หลินชิ่งจู๋พูดเื่ไร้สาระมากมาย พอเห็นว่าหลินเยี่ยไม่สนใจจึงรีบพูดเข้าประเด็น "เมื่อวานคุณบอกว่าการฝึกหมัดประหลาดจะทําให้คนเป็อัมพาตได้ใช่ไหม?”
"อืม ในที่สุดอาจทําให้เป็อัมพาตและระบบต่าง ๆ ในร่างกายผิดปกติ"
"ถ้าอย่างนั้นปู่ของฉันที่เป็อัมพาตติดเตียงเพราะฝึกหมัดประหลาดนี้ใช่ไหม?"
"ปู่ของเ้า?"
"ใช่" หลินชิงจู๋พยักหน้า อธิบายอย่างอดทนว่า "ตอนข้ายังเด็ก ท่านปู่ของข้ากําลังฝึกหมัดประหลาดนี้จนถึงตอนนี้เขานอนอยู่ติดเตียงเคลื่อนไหวไม่ได้”
"หมัดประหลาดทําร้ายตัวเอง ดูเหมือนว่าปู่ของเ้าจะได้รับาเ็จากการฝึกหมัดประหลาดแน่"