การแจกใบปลิวโฆษณาส่งผลต่อยอดขายของร้านค้าสกุลโจวเป็อย่างมาก จวนใหญ่ๆ ต่างก็สั่งซื้อสินค้าและใช้บริการขนส่งด้วยกันทั้งหมด เพราะใน่เทศกาลปีใหม่ แต่ละบ้านต่างก็มีงานล้นมือ เมื่อเห็นบริการของร้านค้าสกุลโจวที่มีทั้งใบปลิวแจ้งส่วนลด มีคนมารอจดคำสั่งซื้อ แถมยังมีบริการจัดส่งให้อีก ถึงจะมีการบวกค่าบริการเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่มันก็ยังช่วยลดภาระและขั้นตอนการทำงานของพ่อบ้านเหล่านี้ไปได้ แล้วพ่อบ้านบ้านไหนจะไม่ยอมใช้บริการนี้กันล่ะ
อีกทั้งค่าบริการขนส่งมีราคาไม่แพง ทำให้มีคนเลือกใช้บริการเสริมนี้เป็จำนวนมาก เจียวเนี่ยนเจินขนส่งของบ้านสกุลเจียวต่างก็เร่งทำงานกันไม่ได้หยุด แม้แต่ท่านอาเจียวตงเองยังต้องออกมาขับรถม้าเพื่อไปส่งของด้วยตัวเองอีกด้วย อีกทั้งวันนี้ยังเป็วันสุดท้ายในการจับจ่ายก่อนที่จะถึงวันปีใหม่ แต่ละคนจึงต้องทำงานแข่งกับเวลากันมากกว่าปกติ
“โอ๊ะ...นี่ไม่ใช่บุตรชายบุญธรรมที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากกองขยะของอดีตเ้าสำนักคุ้มภัยสกุลเจียวหรอกหรือ เหตุใดจึงต้องลดตัวลงมาเป็คนขับรถขนส่งสินค้าเองแล้วล่ะ หรือที่บ้านไม่มีจะกินกันแล้ว โถๆๆ ช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้ เ้าลองแวะไปที่บ้านข้าดูสิ เผื่อว่าจะมีเศษอาหารแบ่งมาให้พวกเ้าได้เอากลับไปกินบ้าง” เสียงน่ารังเกียจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น
เจียวเป่าได้แต่ถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียง ไม่ต้องหันกลับไปมองเขาก็รู้ว่าเสียงนี้เป็เสียงของ ‘เจียวเหิง’ บุตรชายคนรองของ ‘เจียวชิง’ หรือก็คือท่านอารองของเขาที่ใจดำตัดสัมพันธ์กับพ่อบุญธรรมของเขาไปนั่นเอง
การส่งสินค้ารอบนี้ถือเป็รอบสุดท้ายของวันแล้ว ยังมีของที่รอส่งอยู่บนรถอีกเพียงเ้าเดียวเท่านั้นก่อนที่จะเสร็จงาน เจียวเป่าไม่อยากให้งานมีปัญหาและไม่อยากให้สินค้าที่อยู่บนรถได้รับความเสียหาย เขาได้แต่อดกลั้นและข่มโทสะสำหรับคำดูถูกนี้เอาไว้ในใจ เขาหันไปพยักหน้าปรามให้ผู้ติดตามอีกสองคนใจเย็นเอาไว้เช่นกัน
“ข้าเป็ถึงคุณชายรองของสำนักคุ้มภัยสกุลเจียว เหตุใดเมื่อข้าพูดกับเ้าแล้วเ้าถึงกล้าเมินคำพูดของข้า เ้ายาจก เ้าคงคิดว่าเมื่อถูกครอบครัวของเจียวตงรับเป็บุตรบุญธรรมแล้ว สถานะของเ้าก็จะเปลี่ยนไปด้วยล่ะสินะ ชาติกำเนิดคนเราเป็สิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เ้าไม่รู้สิ่งนี้อย่างนั้นหรือ” เจียวเหิงยังพูดต่อ
เจียวเหิงพยักหน้าสั่งให้ลูกน้องไปขวางรถม้าของเจียวตงเอาไว้ เป็อย่างนั้นเจียวตงจึงไม่สามารถหลบเลี่ยงปัญหาที่อยู่ตรงหน้าได้
“คุณชายเจียวช่วยหลีกทางให้ข้าด้วย ข้ายังมีงานต้องทำ” เจียวเป่าพูดเสียงเรียบ
“ถนนเส้นนี้เป็ของเ้าหรือ ข้าจะยืนที่ไหน หรือให้ใครยืนตรงไหนก็ได้ เ้าไม่มีปัญญาเอารถม้าของเ้าผ่านไปได้เอง เ้าจะมาโทษข้าได้อย่างไร”
“แต่เพราะท่านกับคนของท่านยืนขวางอยู่อย่างนี้ มันจึงทำให้พวกข้าผ่านทางไปไม่ได้” เจียวเป่าแสร้งเดินไปเปิดผ้าคลุมท้ายรถเพื่อสำรวจสินค้า แต่เขาได้แอบไปกระซิบบอกผู้ติดตามที่ยืนอยู่ท้ายรถให้วิ่งไปขอความช่วยเหลือกับเ้าหน้าที่ทางการว่ามีอันธพาลมาก่อกวนรถขนส่งสินค้าของสกุลโจว และยังกำชับให้ผู้ติดตามบอกเ้าหน้าที่ไปด้วยว่าสินค้าที่อยู่บนรถนี้เป็สินค้าที่ต้องนำไปส่งที่จวนของ ‘ชวนอ๋อง’ ผู้ติดตามรับคำแล้วรีบแฝงตัวไปกับกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามามุงดูเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนใจ
‘ชวนอ๋อง’ เป็พระอนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เพราะเบื่อหน่ายกับการแย่งชิงอำนาจจึงขออนุญาตฮ่องเต้ออกมาสร้างจวนอยู่ที่เมืองหยินที่อยู่ไกลจากเมืองหลวงแห่งนี้ อันที่จริงที่ชวนอ๋องตั้งใจมาอาศัยที่เหมืองหยินเพราะเมืองหยินมีท่าเรือขนาดใหญ่ เพราะความฝันของอ๋องหนุ่มคือ้าเดินเรือผจญภัยไปยังดินแดนที่อยู่ห่างไกล
ชวนอ๋องไม่ใช่พี่น้องร่วมอุทรจากฮ่องเต้ แต่เขาเป็บุตรที่เกิดจากเสียนเฟย ปีนี้เขามีอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น ซึ่งอายุของเขาเท่ากับอายุขององค์รัชทายาทองค์ปัจจุบัน
ชื่อเสียงของชวนอ๋องไม่ถือว่าโดดเด่น แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปหาเื่กับชวนอ๋องเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรชวนอ๋องก็มีศักดิ์เป็ถึงพระอนุชาของฮ่องเต้ แล้วจะมีใครหน้าไหนกล้าไปหาเื่กับผู้มีบรรดาศักดิ์คนนี้กันเล่า
เจียวเป่ากลับมายืนอยู่หน้ารถม้าอีกครั้งพร้อมกับแสร้งถอนหายใจเสียงดังอย่างกลัดกลุ้ม เพื่อให้ชาวบ้านเห็นใจ “คุณชายเจียว ท่านมาหาเื่ข้าทำไมหรือ ข้าเป็เพียงเด็กกำพร้าที่โชคดีถูกบิดาบุญธรรมรับมาเลี้ยง แล้วทำไมท่านต้องลดตัวลงมาทะเลาะกับข้าด้วยเล่า วันนี้งานของข้าคือต้องส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าทุกคนให้สำเร็จ หากท่านยังมายืนขวางทางอยู่อย่างนี้จะให้ข้าทำงานสำเร็จได้อย่างไร ข้าขอร้องท่านล่ะ หรือจะต้องให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้ามาคุกเข่าต่อหน้า ท่านถึงจะยอมหลีกทางให้ ถ้าเช่นนั้นทุกคนในที่นี้เป็พยานให้ข้าด้วยนะขอรับ ข้าเจียวเป่าเป็บุตรชายบุญธรรมของอดีตเ้าสำนักคุ้มภัยเจียวนามว่าเจียวตง”
เมื่อสิ้นคำแนะนำตัวของเจียวเป่า ผู้คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างหันไปซุบซิบกับคนด้านข้างอย่างทันที การที่นายท่านเจียวตงถูกน้องชายที่เกิดจากอนุตัดสัมพันธ์และยึดสำนักคุ้มภัยสกุลเจียวไปนั้น ทุกคนในเมืองหยินต่างก็รู้กันดี
เจียวเหิงเห็นสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์เขาเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความโกรธและความอับอาย เขาสั่งให้ลูกน้องถอยออกมาจากรถขนสินค้าของเจียวตงเพื่อไปหยิบอาวุธของเขาออกมาจากรถ
“เ้าจะพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ข้าจะให้เจียวตงกับฮูหยินเจียวมาคุกเข่าให้ข้าทำไม เป็เ้าที่มาขวางทางข้า เ้าก็ต้องเป็คนมาคุกเข่าขอโทษข้าสิ”
“คุณชายเจียวเหิง ข้าจะไม่ท้วงที่ท่านเรียกชื่อของท่านอาเจียวออกมาอย่างไม่เคารพ เห็นแก่ที่ท่านอายุยังน้อย แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยังมีเื่ไม่เข้าใจอยู่บ้าง ในเมื่อท่าน้าให้พี่เป่าคุกเข่าขอโทษท่าน อีกทั้งพี่เป่ายังเกิดก่อนท่านอยู่หลายปี ข้าขอถามท่านได้หรือไม่ว่าพี่เป่าทำความผิดใดถึงต้องคุกเข่าขอโทษท่านด้วย” เสียงของโจวหยวนเฉิงดังขึ้น วันนี้เขากับโจวหลี่เฉียงมาเยี่ยมท่านแม่ทัพาุโ อีกทั้งยังนำเหล้าองุ่นมาให้ท่านตามสัญญาด้วย ทีแรก พวกเขาเห็นคนมุงอยู่ตรงจุดนี้ก็คิดจะเดินเลี่ยงผ่าน แต่พอเห็นผู้ติดตามของเจียวเป่าวิ่งออกมาและได้ฟังเหตุผล เขาจึงปล่อยให้ผู้ติดตามไปแจ้งทางการตามที่เจียวเป่าบอก ส่วนเขาสองพี่น้องก็เดินมาดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
ผู้คนที่ยืนฟังอยู่บริเวณนั้นเริ่มวิจารณ์กันเสียงดังขึ้นอีกครั้ง คุณชายเจียวเหิงถึงกับกล้าเรียกชื่อท่านลุงของตัวเองอย่างไม่เคารพ และยังกล้าให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าคุกเข่าให้ ถึงแม้บุคคลนั้นจะเป็เพียงบุตรบุญธรรม แต่ก็ยังถือว่าเป็บุตรของท่านลุงมิใช่หรือ เป็บุตรของท่านลุงก็เท่ากับเป็พี่ชาย ชาวบ้านเริ่มมองเจียวเหิงอย่างไม่พอใจ
“เ้าเป็ใครถึงมายุ่งเื่ของข้า รู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร” เจียวเหิงะโด้วยความโมโหที่มีคนมาขัดขวางการกระทำของเขา
โจวหยวนเฉิงเหลือบตามองบน “เ้ายังไม่รู้ว่าเ้าเป็ใครอย่างนั้นหรือ ได้สิ ข้าเป็คนใจดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกเ้าให้ เ้าก็คือคุณชายเจียวเหิง บุตรชายคนรองของนายท่านเจียงชิง แล้วนายท่านเจียวชิงเป็ใครน่ะหรือ ก็เป็น้องชายที่เกิดจากอนุของท่านอาเจียวตง บุตรชายสายตรงที่ควรจะเป็เ้าของสำนักคุ้มภัยเจียว แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ พ่อของเ้าโลภมาก วางแผนยึดสำนักคุ้มภัยของบุตรภรรยาเอกไป แถมยังซื้อตัวคนงานมีฝีมือไปด้วย เท่านั้นยังไม่พอ พวกเ้ายังบีบบังคับท่านอาเจียวตงขนเอาทรัพย์สมบัติในบ้านไปจนหมด หลังจากนั้นบิดาเ้าก็ทำหนังสือตัดสัมพันธ์กับครอบครัวท่านอาเจียวตงไปอย่างไรเล่า ข้าพูดมาขนาดนี้แล้ว เ้าพอจะรู้หรือยังล่ะว่าเ้าเป็ใคร”
โจวหยวนเฉิงพูดจบ ชาวบ้านที่ยืนอยู่แถวนั้นต่างก็ปรบมือกันเสียงดังด้วยความชอบใจ พวกเขารู้เื่การตัดสัมพันธ์นี้ แต่ไม่มีใครกล้าออกมาวิจารณ์ ในเมื่อมีคนกล้าที่จะออกมาพูด พวกเขาก็ต้องสนับสนุน ในอดีตนายท่านเจียวและคุณชายเจียวตงต่างก็ได้รับความเคารพและมีชื่อเสียงที่ดีในเมืองหยิน เพราะทั้งคู่เป็คนจิตใจดี ในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ สำนักคุ้มภัยสกุลเจียวก็จะออกมาช่วยเหลือชาวบ้านเป็คนแรก
“เ้ากล้าวิจารณ์ครอบครัวข้าอย่างนั้นหรือ เ้าไม่กลัวว่าข้าจะพาคนไปถล่มบ้านของเ้าหรือ ถ้าอยากลองดีกับข้าล่ะก็ ข้าก็จะทำให้เ้าสมหวัง” เจียวเหิงสั่งการลูกน้องทันที “ไปจับพวกมันมาเดี๋ยวนี้ ข้าจะพาพวกมันทั้งหมดไปลงโทษที่บ้าน หากพวกมันขัดขืน พวกเ้าก็จัดการได้เต็มที่โดยไม่ต้องออมมือ เื่ทั้งหมดข้าจะรับผิดชอบเอง”
“เ้าแน่ใจนะว่าเ้าจะรับผิดชอบเื่นี้เองทั้งหมด ถ้าอย่างนั้นข้าขอพูดถึงสิ่งที่เ้าจะต้องรับผิดชอบให้ฟังก่อนก็แล้วกัน เผื่อว่าเ้าจะเปลี่ยนใจ หนึ่งเ้าหาเื่ขู่ทำร้ายพี่เป่า สองเ้าขัดขวางเส้นทางที่จะใช้ขนส่งสินค้าไปยังจวนของชวนอ๋อง สามเ้าอกตัญญูไม่ให้ความเคารพผู้ใหญ่ และข้อที่สี่ เ้าขู่ที่จะทำร้ายข้าและคนของข้า อืม...ตอนนี้ข้าคิดออกแค่สี่ข้อเท่านั้น นี่ยังไม่นับว่าถ้าเ้าส่งคนเข้ามาทำลายสินค้าในรถของชวนอ๋องอีก ข้านึกไม่ออกจริงๆ ว่าเ้าจะรับผิดชอบกับเื่นี้ยังไงไหว” โจวหยวนเฉิงยังยั่วยุต่อ เขาไม่กลัวว่าตัวเองจะได้รับอันตรายเลยสักนิด เพราะอีกเดี๋ยวเ้าหน้าที่ทางการก็คงจะมา ทั้งคนที่ยืนอยู่ข้างเขานี่ก็ไม่ได้มีแค่โจวหลี่เฉียง แต่ยังมีจ้าวตงจื่อและองครักษ์ของจวนท่านแม่ทัพาุโตามมาอีกหลายคน แล้วทำไมเขาต้องกลัวที่จะถูกทำร้ายด้วยล่ะ