ตอนที่ 72 ขุดค้นทักษะ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ลำแสงค่ายกลกระบี่ของเฟิร์สในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่นางพญา
แต่เป็น ...
ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่อยู่ด้านหลัง
ตูม! ตูม! ตูม!
เฟิร์สควบคุมลำแสงกระบี่ให้ลำแสงกระบี่ที่อยู่รั้งท้ายสุดปะทุดันลำแสงกระบี่ด้านหน้า ทำให้ลำแสงนี้มีความเร็วเพิ่มขึ้น
แม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้สูญเสียอำนาจในการทำลายล้าง แต่มันกลับทำให้ลำแสงกระบี่นี้ระเบิดความเร็วได้มากขึ้น มากจนเทียบเท่าความเร็วของแสง
ซูม!
นางพญาที่พยายามจะเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้าย พลันถูกลำแสงกระบี่ทำลายล้างในทันที
ตูมมมมมมมมมม
วินาทีนั้นเองทั้งนางพญาและค่ายกลได้ถูกลำแสงกระบี่ทิ่มแทงจนได้รับความเสียหาย
สำหรับนางพญาบาดแผลอันแหลมคมนี้ไม่มีอำนาจคุกคามที่จะทำให้มันตายได้ แต่สำหรับค่ายกลเคลื่อนย้าย เฟิร์สได้เล็งเป้าไปที่จุดทำลายค่ายกลอย่างแม่นยำ
เขาที่เป็นผู้ใช้อักขระจะไม่รู้จุดอ่อนของค่ายกลได้อย่างไร
ค่ายกลนั้นสลายไปทันที
นางพญารีบฟื้นฟูบาดแผลด้วยพลังพิษแล้วกระโดดหนีไปข้างหลัง
ห้องโถงนี้ไม่ได้มีเพียงทางเข้าเดียว นางพญาหมายจะหลบหนีเฟิร์สไปที่โพลงเหล่านี้
แต่เฟิร์สจะยอมให้มันหนีไปได้อย่างไร
ร่างอันผอมบางถีบอากาศพุ่งทะยานเข้าหานางพญาด้วยความเร็ว
“มาจบเรื่องกันเถอะ!”
ดัชนีกระบี่วิถีที่หนึ่ง!
โจมตีทับซ้อน!
เฟิร์สใช้ดัชนีกระบี่โจมตีออกไปห้าครั้ง
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ทุกๆ การโจมตีของดัชนีกระบี่ล้วนถูกส่วนสำคัญของนางพญา ทำให้มันเสียการทรงตัวและเสียจังหวะในการหลบหนี
แล้วจากนั้นเอง เฟิร์สก็บังคับกระบี่บินทั้งเจ็ดเล่มโจมตีออกไปอย่างรวดเร็ว
กระบี่ทั้งเจ็ดอยู่ในตำแหน่งค่ายกล ทันทีที่เฟิร์สผลักมือออกไป
ค่ายกลนี้ก็เหมือนวังวนกระบี่
กระบี่ทั้งเจ็ดฟาดฟันไปที่ร่างนางพญาราวกับใบมีดของเครื่องบดเนื้อ
ปัง! ปัง! ปัง!
ทุกๆ กระบี่นั้นรวดเร็วมาก
ความเร็วของมันทำให้นางพญาไม่มีความสามารถจะฟื้นฟูร่างกายได้ทัน
พิษทั้งหมดโดยรอบถูกดึงเข้ามารอบตัวนางพญา
แต่ทว่าพิษเหล่านั้นที่สามารถหลอมละลายหินศิลาได้ แต่กลับไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่ของเฟิร์ส
กระบี่เหล่านั้นแท้จริงแล้วคือเข็มทั้งเจ็ดเล่มที่ถูกครอบไว้ด้วยเจตจำนงกระบี่ของเฟิร์ส
เจตจำนงกระบี่แหลมคมยิ่ง มันผลักพิษทั้งหมดให้ออกไป ทำให้พิษเหล่านั้นไม่สามารถแตะต้องตัวเข็มได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกระบี่ทั้งเจ็ดเล่มของเฟิร์สจึงไม่ได้รับผลกระทบจากพิษเหล่านั้น
ตูม! ตูม! ตูม!
ตูมมมมมม
เวลาผ่านไปหลายสิบลมหายใจในที่สุดนางพญาตัวนี้ก็สิ้นฤทธิ์ตายตกไปด้วยกระบี่ทั้งเจ็ดของเฟิร์ส
เศษเนื้อมากมายที่เต็มไปด้วยพิษกระจายไปทุกแห่งหนด้วยการตัดของกระบี่ทั้งเจ็ด
สายตาของเฟิร์สมองไปที่อัญมณีที่มีสีเขียวสว่างออกมาเป็นอันดับแรก
“มณีทักษะ ... ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ฉันตัดสินใจมาที่นี่”
เฟิร์ศยิ้มอย่างดีใจ มือขาวเรียวคว้าอากาศอำนาจอักขระม้วนมณีทักษะและแกนสปีริตของนางพญาเข้ามา
เขาไม่ลังเลที่จะตรวจสอบมณีทักษะเลยแม้แต่น้อย
“ฉันหวังว่าฉันจะได้รับทักษะสนับสนุน”
เฟิร์สคาดหวังที่จะได้รับทักษะสนับสนุนเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ใช้อักขระ สามารถสร้างวงแหวนอักขระอำนวยความสะดวกได้เกือบทุกอย่าง
แต่การสร้างวงแหวนอักขระก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น แถมยังไม่สะดวกในการต่อสู้ ซึ่งแตกต่างจากทักษะที่สามารถเรียกใช้ได้ทันท่วงที
ทันทีที่จิตของเฟิร์สร่อนลงไปยังมณีทักษะ วิถีชี้แนะที่บรรจุอยู่ในมณีทักษะก็ปรากฏออกมา
ใบหน้าของเด็กหนุ่มเผยแววตาที่ยินดี
“อ่า ... ดูเหมือนเทพีแห่งโชคจะฟังคำขอของฉัน”
ทักษะที่บรรจุอยู่ในมณีทักษะเม็ดนี้ก็คือทักษะสายสนับสนุน!
ภายในนั้นบรรจุซึ่งทักษะต้านพิษ สามารถทำให้ผู้ใช้ทักษะกระตุ้นพลังสปีริตให้กลายเป็นเกราะต้านพิษได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
“ทักษะต้านพิษ แม้จะอยู่ในสายสนับสนุน แต่ในด้านการใช้ประโยชน์นับว่ายังไร้ค่าอยู่เล็กๆ เพราะโอกาสที่จะเจอมอนสเตอร์ที่มีพิษนั้นมีอยู่น้อย ทั้งยังมีช่วงเวลาที่จำกัดในการใช้ ไม่ใช่สกิลพาสซิฟที่ติดตัวไปตลอด” เฟิร์สเอ่ยวิเคราะห์ถึงทักษะที่อยู่ในมณี
สำหรับเขาแล้วการใช้อำนาจอักขระสร้างม่านพลังป้องกันเอาไว้ดูเหมือนจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าและสามารถใช้ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งกว่า
หากได้รับทักษะเช่นนี้มา เมื่อมันอยู่ในมือของเฟิร์ส มันจึงเป็นทักษะไร้ค่าอย่างสมบูรณ์
“น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ทักษะแบบติดตัว หากเป็นแบบนั้นอาจจะมีประโยชน์ยิ่งกว่า”
เฟิร์สบ่นพึมพำออกมา ทว่าเวลานั้นก็ราวกับจะมีความคิดดีๆ แล่นเข้ามา
“ใช่สิ มณีทักษะนี้คือวิถีชี้แนะอย่างหนึ่งไม่ใช่หรอ?”
เด็กหนุ่มคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หากเป็นคนทั่วไปพวกเขาจะได้รับทักษะสำเร็จรูปที่อยู่ข้างในนั้นออกมา แต่เฟิร์สนั้นเป็นผู้ใช้อักขระ เขามีความเข้าใจในวิถี
มณีทักษะคืออัญมณีที่บรรจุวิถีชี้แนะเอาไว้ หากเขาสามารถขุดค้นวิถีชี้แนะที่อยู่ข้างในนั้นได้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้รับอะไรที่มากกว่านี้
แต่ก่อนที่เขาจะทำความเข้าใจมณีทักษะที่อยู่ในมือ เฟิร์สนั้นต้องลงมือจัดการกับเหล่ามอนสเตอร์ที่อยู่โดยรอบนี้เสียก่อน รวมทั้งตัวอ่อนที่อยู่ข้างในโพรงทั้งหมดนี้ด้วย
“พวกมันคือแกนสปีริตของฉัน”
ไม่รอช้าเฟิร์สก็ลงมือจัดการกับทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในห้องนี้ทันที
ที่นี่คือขุมทรัพย์ของเขา มันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินหรือทรัพยากรบ่มเพาะที่แข็งแกร่งขึ้นได้
หลายนาทีต่อมาเฟิร์สก็จัดการได้ทั้งหมด แกนสปีริตถูกเก็บกวาดจนเรียบ
การมาในครั้งนี้เขานับว่าได้กำไรอย่างมหาศาล
ตัวตนของเฟิร์สในตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ามีฐานะเทียบเท่ากับเวเนเตอร์ดาราแดงคนหนึ่งก็มิปาน พวกเขาเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องกังวลปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งตอนนี้เฟิร์สเองก็เป็นเช่นนั้น
เขานั้นมีทรัพยากรมากมายที่จะบ่มเพาะให้บรรลุขอบเขตดาราแดง
เพียงแต่นั่นยังไม่ใช่จุดประสงค์ของเขาในตอนนี้เท่านั้น
เมื่อจัดการทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เฟิร์สยังไม่รีบศึกษามณีทักษะก้อนนั้น เขายังแวะที่จะบันทึกเก็บเกี่ยว อักขระสปีริตที่อยู่ภายในผนังถ้ำ และวงแหวนต่างๆ ของเหล่ามอนสเตอร์
ไม่นานเขาก็พบว่าวงแหวนเหล่านี้มีรูปแบบที่ต่างจากอบิสที่เขาเคยเจอก่อนหน้านี้ แต่กลับให้ผลลัพธ์เดียวกัน นั่นคือมันสามารถกระตุ้นเป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ เพียงแต่ค่ายกลเคลื่อนย้ายเหล่านี้ยังไม่สมบูรณ์เหมือนๆ กัน มันจึงเคลื่อนย้ายได้ในระยะสั้นๆ อย่างเช่นพื้นที่ภายในโพลงนี้เท่านั้น
“ดูเหมือนมอนสเตอร์เหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากสิ่งมีชีวิตอีกอารยธรรมหนึ่ง ซึ่งเดม่อนอาจเป็นหนึ่งในนั้น” เฟิร์สคาดเดาบางอย่างออกมา
หลังจากที่เขาละความสนใจออกมาจากวงแหวนอักขระ เขาก็กลับมาจดจ่ออยู่กับมณีทักษะอีกครั้งหนึ่ง
เพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวน เฟิร์สได้วางม่านพลังอักขระป้องกันห้องโถงแห่งนี้เอาไว้
ซึ่งในขณะที่เขาได้ทำเรื่องราวเหล่านี้ โลกภายนอกกลับมีคนหนึ่งที่ร้อนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือสการ์ วอชเชอร์ที่รับจ้างควงเวรของเขานั่นเอง
สการ์รีบเข้าไปแจ้งต่อผู้กองที่รับผิดชอบอบิสแห่งนี้ทันที
แต่ผู้กองกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมากแล้วบอกต่อสการ์ว่าอย่าได้เป็นกังวล เฟิร์สจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าท่าทางของสการ์นั้นดูร้อนใจเป็นอย่างมาก ผู้กองก็ได้เล่าวีรกรรมของเฟิร์สเล็กน้อยออกไป
ทว่าเรื่องราวของเฟิร์สนั้น ไม่ว่าเรื่องใดก็ดูไม่เล็กน้อยทั้งสิ้น
ข้อมูลเหล่านี้หากเป็นบุคคลระดับทั่วไปล้วนยากที่จะได้รับ มีเพียงแต่พวกระดับสูงหรือผู้ที่ลงทุนจ่ายเงินซื้อมาเท่านั้นที่จะได้รับมันมา
ผู้กองตัดสินใจเล่าให้สการ์ฟังเพราะเห็นว่าเขากำลังทำธุรกิจกับเฟิร์ส
เมื่อสการ์ได้ยินเรื่องราว เขาก็รู้สึกเบาใจลงเป็นอย่างมาก แล้วขอตัวกลับไปทำงานในภารกิจตารางของตนเองต่อ
เฟิร์สจึงอยู่ข้างในอบิสแห่งนั้นมากกว่าเจ็ดวันแล้ว และเขายังคงอยู่ที่นั่นต่อไปอย่างไม่รู้เวลา
เด็กหนุ่มนั่งจมจ่อมอยู่กับมณีทักษะ
สติรับรู้ทั้งหมดมุ่งไปที่วิถีชี้แนะสายนั้นเป็นจุดเดียว
เขากำลังขุดค้นวิถีอย่างขมักเขม้น โดยไม่สนใจทุกสิ่งโดยรอบเลยแม้แต่น้อย
ทว่าวิถีใดวิถีหนึ่งจะสามารถศึกษาได้ง่ายดายเช่นนั้นเล่า
หากวิถีชี้แนะในมณีทักษะนี้ไม่ได้มอบทักษะออกมาให้โดยตรง เกรงว่าเหล่ามนุษย์นั้นยากที่จะได้รับทักษะเหล่านี้มา
เฟิร์สในตอนนี้เหมือนผู้ฝืนลิขิตฟ้า เหมือนแฮ็กเกอร์ที่พยายามจะแฮ็กข้อมูลเกินกว่าที่แอดมินกำหนดให้
การขุดค้นของเขานั้นเป็นการลับคมให้กับพลังอำนาจอักขระของเขาเช่นเดียวกัน เพราะวิถีชี้แนะเหล่านี้เป็นแหล่งรวบรวมอักขระสปีริตจำนวนมาก
การขุดค้นมันก็เหมือนกับกำลังตกอยู่ในมหาสมุทรอักขระ
เฟิร์สแทบจะไม่รู้ว่าระหว่างที่เขากำลังขุดค้นวิถีชี้แนะเหล่านี้ ขั้นพลังในศาสตร์อักขระของเขาก็เริ่มเติบโตเช่นเดียวกัน
ทุกอย่างล้วนเป็นเช่นนี้
จนกระทั่งวันหนึ่ง ...
ตอนนั้นเองดวงตาของเด็กหนุ่มพลันเปล่งประกายขึ้นมา
แววตานั้นมีความรู้แจ้งสายหนึ่งวาบแล่น
“สำเร็จแล้ว! ในที่สุดฉันก็สามารถขุดค้นเอาทักษะหนึ่งกลับมาได้!”