“ว่างเปล่า”
เฟยหลงจ้องมองตัวอักษรนั้นแต่เขาก็ยังไม่เข้าใจความหมายของตัวอักษรนั้นอยู่ดีเขาพยายามเปิดไปหน้าต่อไปแต่ก็ไม่สามารถเปิดมันได้
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ท่านผู้อาวุโส ทำไมไม่สามารถเปิดไปหน้าต่อไปได้หรือว่าข้าต้องทำความเข้าใจตัวอักษรในหน้าแรกนี้ให้ได้เสียก่อนจึงจะสามารถเปิดไปหน้าต่อไปได้”
“ก็คงเป็นเช่นนั้นแหละนี่เป็นตำราหมื่นอักษร เป็นตำรายุทธ์ที่ใช้ฝึกทักษะพลังยุทธ์ขั้นสูงในสมัยโบราณหากเจ้าสามารถทำความเข้าใจตัวอักษรทั้งหนึ่งหมื่นตัวได้ความรู้ความสามารถของเจ้าจะไม่มีใครสามารถต่อกรกับเจ้าได้อย่างแน่นอน”
“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นที่ท่านกล่าวว่ามันฝึกฝนได้ยากข้าเริ่มเชื่อท่านแล้วแค่อักษรตัวแรกข้ายังไม่สามารถทำความเข้าใจมันได้เลยอีกทั้งผลึกปัญญาแห่งแสงเองก็ไม่ตอบสนองกับตัวอักษรพวกนี้เลยข้าต้องทำยังไงกันละทีนี้” เฟยหลงเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจ
“ไม่จำเป็นต้องรีบเจ้ายังมีเวลาอีกมาก ค่อย ๆ ศึกษาไป ข้าบอกเจ้าแล้วว่าตำรายุทธ์ยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่การฝึกฝนก็ยิ่งยากต่อการฝึกฝน”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านผู้อาวุโส”
เฟยหลงเก็บตำราหมื่นอักษรไว้ในวิหารเทพสงครามพร้อมกับออกมาจากห้องพักเพราะใกล้เวลาที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นแล้ว เฟยหลงเดินไปตามระเบียงทางเดินเด็กรับใช้ที่ผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงให้มาเชิญเฟยหลงไปร่วมงานเลี้ยงรีบวิ่งตามเฟยหลงไปในทันที
“นายท่านผู้อาวุโสให้ข้าน้อยมาเรียนเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงขอรับ”
“ข้ากำลังจะไปอยู่พอดีเจ้านำทางข้าไปสิ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าท่านผู้อาวุโสจัดงานเลี้ยงที่ใด”
“ขอรับนายท่านเชิญท่านตามข้าน้อยมาทางนี้ขอรับ”
เฟยหลงเดินตามเด็กรับใช้ไปไม่นานเฟยหลงก็มาถึงสถานที่จัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยงอยู่ที่สวนด้านหลังของโรงประมูลเมื่อเฟยหลงมาถึงสถานที่จัดเลี้ยงเขาก็เจอกับสายตาที่จ้องมองเขาด้วยความดูถูกสายตานั้นมาจากคุณชายใหญ่ บุตรชายของเจ้าเมืองนั่นเอง
คนรับใช้เมื่อส่งเฟยหลงเสร็จเขารีบออกไปจากที่นั่นในทันทีเพราะต้องรีบกลับไปเรียนเชิญแขกคนอื่นๆ ที่ผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงได้ให้เขาไปเรียนเชิญมาในงานนี้
เฟยหลงเดินเข้าในภายในงานมีผู้อาวุโสของโรงประมูลหลายคนที่เดินทางมาถึงอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว พวกเขากำลังคุยเอาอกเอาใจอยู่กับคุณชายใหญ่บุตรชายของเจ้าเมืองอยู่เมื่อพวกเขาเห็นสายตาที่คุณชายใหญ่มองไปยังเฟยหลงแล้ว พวกเขารู้ได้ทันทีว่าคุณชายใหญ่ไม่ค่อยพอใจเฟยหลงสักเท่าไหร่
“เจ้าหนุ่มเจ้าเป็นใคร เจ้าเข้ามาในงานนี้มีบัตรเชิญของโรงประมูลประจำเมืองสุ่ยหรือไม่?”
“ข้าน้อยเฟยหลงข้าน้อยไม่มีบัตรเชิญใด ๆ หรอกขอรับแต่ข้าน้อยได้รับเชิญ.....” เฟยหลงพูดตอบกลับด้วยความสุภาพแต่เขายังไม่ทันพูดจบ ผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ตะเบ็งเสียงไม่พอใจใส่เขาทันที
“เจ้าไม่มีบัตรเชิญยังกล้าเข้ามาภายในงานเลี้ยงนี่อีกอย่างนั้นหรือหากเป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมืองเช่น คุณชายตงก็ว่าไปอย่างข้าไม่สนว่าใครจะเชิญเจ้ามา แต่ในเมื่อเจ้าไม่มีบัตรเชิญข้าในฐานะของผู้อาวุโสคนหนึ่งของโรงประมูลประจำเมืองสุ่ยคงต้องขอเชิญเจ้าให้ออกไปจากงานเลี้ยงนี้ ข้าไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนเชิญเจ้ามาในเมื่อเจ้าไม่มีบัตรเชิญ ก็เชิญเจ้าออกไปจากที่นี่ซะ”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเฟยหลงมากนักอีกทั้งเขายังต้องการเอาใจคุณชายตงที่เป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมืองเพื่อหวังจะได้หน้า
“เช่นนั้นข้าคงต้องขออภัยพวกท่านด้วยที่มารบกวนข้าขอตัว”
เฟยหลงพูดพร้อมกับเดินออกไปจากงานเลี้ยง เมื่อเฟยหลงเดินออกมาจากงานเลี้ยงเขามุ่งตรงไปยังทางออกของโรงประมูลในทันทีความจริงเฟยหลงเองก็ไม่อยากจะมางานเลี้ยงอยู่แล้วเมื่อเข้าไปแล้วกลับถูกไล่ออกมาเขาจึงไม่อยากจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอีกต่อไป
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ขอบคุณท่านผู้อาวุโสสามมาก ๆ ท่านเป็นคนที่รู้ใจข้าจริง ๆหากเจ้าหนุ่มนั่นอยู่ในงานเลี้ยงวันนี้ องค์หญิงคงไม่ชายตามองข้าเป็นแน่คู่แข่งของข้าคงมีเพิ่มขึ้นอีกคน ท่านกล้าสนับสนุนข้าข้าจะไม่ลืมท่านอย่างเด็ดขาด”
“ขอบคุณคุณชายตง ท่านไม่ต้องกังวลเจ้าหนุ่มคนนั้นคงได้รับเชิญจากผู้อาวุโสคนใดคนหนึ่งของโรงประมูลแห่งนี้เท่านั้นดูจากการแต่งตัวของเขาแล้วคงจะไม่ใช่คนสำคัญอะไรมากมาย ท่านอย่าได้ใส่ใจมากนักเลย”
เฟยหลงที่เดินออกมาจากสถานที่จัดงานเลี้ยงระหว่างทางที่เดินออกมา เฟยหลงบังเอิญพบกับองค์หญิงเล็กของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยที่กำลังเดินทางมางานเลี้ยงเช่นกันเมื่อนางเห็นเฟยหลงเดินมาด้วยร่างกายที่สูงสง่างาม แม้การแต่งตัวจะเรียบง่าย แต่หน้าตาของเฟยหลงเรียกได้ว่าหล่อเหลาจนผู้หญิงหลาย ๆคนแอบมองอยู่เป็นประจำจึงนางจึงรู้สึกสนใจในตัวชายหนุ่มเดินอยู่ตามลำพัง
นางหยุดอยู่กับที่พร้อมกับมองไปยังเฟยหลงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้นางเมื่อเฟยหลงเห็นดังนั้น เฟยหลงจำนางได้ในทันทีเพราะนางคือคนที่ซื้อโอสถของเขาไปเฟยหลงจึงตรงเข้าไปทักทายนางตามมารยาท
“ขออภัยแม่นางข้าชื่อเฟยหลง แม่นาง ท่านกำลังจะไปงานเลี้ยงสินะ”
“อื่มใช่แล้วหละ ข้าขื่อฟางเซียน ข้ากำลังจะไปงานเลี้ยง ท่านคงไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสินะถึงทำท่าเหมือนกำลังจะออกไปจากโรงประมูลแห่งนี้”
“อ๋อท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงเองก็เชิญข้าเช่นเดียวกันเพียงแต่ข้าพึ่งโดนตะเพิดออกมาจากงานเลี้ยงข้าฝากแม่นางอำลาท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงแทนข้าด้วยก็แล้วกันคงเสียมารยาทเป็นอย่างมากหากข้าไปโดยไม่ได้บอกกล่าวท่านผู้อาวุโส”
“เจ้าไปทำท่าไหนกันถึงได้ถูกตะเพิดออกมาได้ แล้วใครกันถึงได้กล้าไล่คนที่ท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงเชิญมาได้กัน?”
“ท่านอย่าได้ใส่ใจมากนักเลยข้าเองก็อยากจะเดินทางไปเมืองหลวงอาณาจักรเจิ้นสุ่ยอยู่พอดี ดีเสียอีกข้าได้เดินทางเร็วขึ้น”
“อื่ม..... ได้สิ แล้วข้าจะบอกท่านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงให้ แต่ว่าท่านต้องการเดินทางไปยังอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วแม่นางข้าคิดว่าจะไปสมัครเข้าสำนักสักแห่งเพื่อฝึกฝนพลังยุทธ์”
“เช่นนั้นข้าก็ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน”
“ขอบคุณแม่นางมากหากวันหน้าข้าเจอแม่นางอีกข้าจะเลี้ยงท่านเป็นการตอบแทน”
“เจ้าพูดแล้วอย่าลืมเสียหละวันหน้าหากข้าเจอเจ้าอีกที ข้าจะกินจนเจ้าไม่มีเงินจ่ายเลยหละ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ได้สิแม่นาง ขอบคุณแม่นางฟางเซียนมาก โอสถนี้ข้ามอบให้เป็นของขวัญข้าขอตัวก่อน”
เฟยหลงนำโอสถหิมะหยกขาวออกมาขวดหนึ่งพร้อมกับยื่นโอสถขวดนั้นให้กับองค์หญิงฟางเซียน ก่อนที่จะเดินออกจากโรงประมูลไปหลังจากที่ออกจากโรงประมูลเฟยหลงมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรเจิ้นสุ่ยทันที
ทางด้านผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงและเหมยกุ้ย หลังจากที่เสร็จการประมูลพวกเขาต่างยุ่งอยู่กับการจัดการเอกสารกว่าจะเสร็จก็เกือบจะถึงเวลางานเลี้ยงแล้ว
“ท่านปู่ท่านว่าโอสถที่เฟยหลงให้พวกเราเป็นโอสถระดับเจ็ดแล้วสรรพคุณของมันท่านคิดว่ามันจะมีผลอย่างไร?”
ผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงหยิบขวดโอสถที่เฟยหลงให้ออกมาดูเขาเปิดขวดโอสถและเทโอสถเม็ดนั้นออกมาตรวจสอบ แต่เขาก็ไม่ทราบว่าโอสถนี้คือโอสถอะไรผู้อาวุโสเหมยลู่ปิงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบโอสถเม็ดนั้นโยนเข้าปากของเขา
“ท่านปู่ท่านมั่นใจเช่นนั้นหรือว่าโอสถนั่นจะไม่มีผลอะไรมากมายกับตัวท่าน”
“ข้าเชื่อว่ามันต้องมีประโยชน์ต่อข้าและมั่นใจว่าเฟยหลงจะไม่หลอกพวกเราแน่นอน”
เหมยกุ้ยได้ยินดังนั้นเขาจึงหยิบขวดโอสถของเขาออกมาพร้อมกับทานโอสถเม็ดนั้นเข้าไปเช่นเดียวกันกับปู่ของเขาเพียงไม่นาน ร่างกายของทั้งสองเริ่มร้อนขึ้นการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาเห็นได้อย่างชัดเจนถึงกับทำให้ทั้งสองต้องตกตะลึงโดยเฉพาะร่างกายของผู้อาวุโสเหมยลู่ปิง ไม่เพียงแต่เขาจะกลับเป็นหนุ่มขึ้นพลังยุทธ์ของเขากลับเลื่อนระดับไปถึงขั้นวีระชนเลยทีเดียว
“ท่านปู่โอสถนี่มันไม่ใช่โอสถธรรมดา มันสามารถทำให้พวกเรากลับมาเป็นหนุ่มสาวได้อีกครั้ง ท่านปู่โชคดีจริง ๆที่พวกเราได้โอสถนี้มาครอบครอง หากนำไปประมูลต้องมีคนมากมายแก่งแย่งกันเสนอราคาไม่จบสิ้นอย่างแน่นอน”
“ใช่แล้ว โอสถนี่สามารถทำให้ข้ากลับมาเป็นหนุ่มได้อีกครั้งนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นโอสถเช่นนี้ในอนาคตเฟยหลงคงเป็นปรมาจารย์หลอมระดับแปดหรือว่าสูงกว่านั้นอย่างแน่นอนเจ้าต้องทำดีกับเขาเอาไว้ คนผู้นี้จะเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคตอย่างแน่นอน”
“ตอนแรกข้าเองก็ยังไม่เชื่อเขาเท่าไหร่แต่เมื่อได้เห็นสรรพคุณของโอสถพวกนี้แล้วข้าคิดว่าเฟยหลงคงเป็นคนที่มีเบื้องหลังที่สูงมากอย่างแน่นอนท่านปู่พวกเรารีบเตรียมตัวกันได้แล้วงานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว ท่านปู่ท่านดูข้าสิข้ากลับมาเป็นสาววัยยี่สิบแล้ว ไม่รู้ว่าผลของโอสถชนิดนี้จะคงอยู่ได้กี่ปีกัน”
“โอสถชนิดนี้สามารถทำให้ปู่ก้าวข้ามระดับได้เลยทีเดียวปู่คิดว่าอย่างน้อย ๆก็คงทำให้สภาพร่างกายของพวกเราอยู่ในสภาพนี้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบปีอย่างแน่นอน”
“จริงหรือท่านปู่พวกเราทั้งคู่โชคดีจริง ๆ เลยที่ได้รับโอสถพวกนี้โอสถพวกนี้คงใช้สมุนไพรหายากจำนวนมากอย่างแน่นอนพวกเราควรเตรียมของขวัญไปให้เฟยหลงด้วยคงจะดี ข้าเองก็อยากจะถามเขาตรง ๆเช่นกันว่าโอสถนี้จะทำให้ใบหน้าของข้าสวยแบบนี้ไปอีกกี่ปี”
“เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมของขวัญให้เขาก็แล้วกันปู่ขอตัวปรับพลังยุทธ์ให้คงที่ก่อน น่าจะใช้เวลาไม่นานมากนักเจ้าเองก็อย่าลืมปรับพลังยุทธ์ของเจ้าด้วยหละ”
“ข้าเข้าใจแล้วค่ะท่านปู่ข้าเองจะปรับพลังยุทธ์ให้คงที่ก่อน ส่วนของขวัญที่จะให้เฟยหลงข้าคิดว่าจะให้สมุนไพรอายุหมื่นปีเขาสักสองสามชนิด ท่านปู่คิดว่าเป็นยังไง”
“ความคิดของเจ้าไม่เลวเลยเขาเป็นนักหลอมโอสถปู่คิดว่าสมุนไพรเป็นของขวัญที่ดูแล้วเขาน่าจะพอใจมากที่สุดอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นหลานขอตัวก่อน”