ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 64 ห้องเช่าทั้งสามห้อง

         วันรุ่งขึ้นที่ห้องทำงาน บรรยากาศยังคงคึกคัก ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรายงานความคืบหน้าของงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ จนกระทั่งช่วงเย็น แสงสุดท้ายของวันสาดส่องเข้ามาในห้อง ขณะที่ทุกคนกำลังทยอยเก็บของเตรียมตัวกลับ เฉินโจวก็เอ่ยเรียกหลิวจื้อหมิงด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไตร่ตรอง

        “หลิวจื้อหมิง นายพอจะรู้จักห้องพักให้เช่าที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัยบ้างไหม? ขอเป็นแบบห้องขนาดกลาง ๆ หน่อย มีที่จอดรถสะดวกสำหรับคนที่มาพักด้วย เรื่องราคาน่ะ เดี๋ยวฉันจะลองเอาไปพิจารณาดูอีกทีว่าไหวไหม”

        หลิวจื้อหมิงที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาเลื่อนลอยราวกับกำลังค้นหาข้อมูลในความทรงจำ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก “เฉินโจว ห้องสเปคแบบที่นายว่ามามันก็มีอยู่หรอก เพียงแต่ฉันไม่มั่นใจว่าตอนนี้จะมีห้องว่างเหลืออยู่หรือเปล่าน่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันลองโทรศัพท์สอบถามให้ก็แล้วกัน ถ้ามีความคืบหน้าอะไรแล้วเดี๋ยวฉันรีบบอกนายอีกที”

        หลังจากพูดคุยกันจบ ก็เหลือเพียงเขากับจื่อซวานหมิงในห้องตามเคย จื่อซวานหมิงที่สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เฉินโจว นายคิดจะย้ายออกจากที่เดิม เป็นเพราะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ บอกฉันได้เลยนะ”

        เฉินโจวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง ผู้หญิงคนนี้เป็นห่วงเขาในทุกเรื่องจริง ๆ แถมยังพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเสมอ หลังจากความรู้สึกตื้นตันจางหายไป เขาก็ตอบกลับเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

         “จื่อซวานหมิง ขอบใจมากนะที่เป็นห่วงผมเรื่องนี้ เหตุผลที่ผมอยากย้าย ก็ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวอะไรกับเจ้าของห้องเช่า หรือเรื่องอื่น ๆ หรอกนะ เพียงแต่ห้องพักของผมตอนนี้มันเล็กเกินไปจริง ๆ ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมควรจะหาที่ใหม่ที่มันกว้างขวางกว่านี้แล้วน่ะ ดังนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนะ”

        จื่อซวานหมิงพยักหน้าช้า ๆ สื่อว่าเข้าใจในเหตุผลของเขา จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันในเรื่องอื่น ๆ จนกระทั่งถึงเวลาที่เฉินโจวต้องไปส่งเธอที่จุดจอดรถของมหาวิทยาลัย หลังจากส่งเธอและกล่าวล่ำลากันเสร็จ เขาก็เดินกลับห้องพักด้วยความระมัดระวังตัว

        หลังจากกลับถึงห้องพักได้ไม่นานนัก โทรศัพท์ของเฉินโจวก็ดังขึ้น ปลายสายคือหลิวจื้อหมิง “เฉินโจว ฉันโทรไปสอบถามมาให้แล้วนะ มีห้องว่างตรงตามสเปคที่นายต้องการอยู่สามห้อง ถ้านายว่างตอนนี้ ก็มาที่หน้ามหาวิทยาลัยได้เลย เดี๋ยวฉันจะพาไปดูห้องทั้งหมด”

        เฉินโจวในตอนนี้ไม่มีธุระอะไรอยู่แล้ว จึงตอบตกลงทันที “โอเค เดี๋ยวฉันรีบไปเลย ไปดูตอนนี้เลยก็ดี ถ้าถูกใจจะได้รีบทำสัญญาเช่า” หลังจากไปพบกับหลิวจื้อหมิงที่หน้ามหาวิทยาลัย ทั้งสองก็ตรงไปยังที่พักใหม่ทันที

        ที่พักใหม่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยยิ่งกว่าที่เขาพักอยู่ในปัจจุบันเสียอีก เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ดูหรูหรา ภายนอกเป็นตึกสูงหลายชั้น มีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง เมื่อเดินเข้าไปในตัวอาคารก็พบกับพนักงานต้อนรับหญิงที่เข้ามาสอบถามความต้องการของพวกเขาด้วยรอยยิ้มสุภาพ

        หลิวจื้อหมิงพูดคุยกับพนักงานให้พาไปดูห้องทั้งสามที่เขาได้ติดต่อไว้ก่อนหน้านี้ พนักงานหญิงเมื่อทราบว่ามีคำสั่งจากผู้จัดการอาคาร ก็เรียกพนักงานอีกคนให้พาพวกเขาขึ้นไปดูห้อง ห้องทั้งสามตั้งอยู่คนละชั้นกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือขนาดของห้องที่ทำให้เฉินโจวรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เตียงนอนดูดีมีคุณภาพ เมื่อเทียบกับที่พักเดิมของเขาแล้ว ราวกับอยู่กันคนละโลก มีห้องน้ำและฝักบัวอาบน้ำส่วนตัว พร้อมเครื่องปรับอากาศติดตั้งภายในห้อง

        เฉินโจวพอใจกับห้องทั้งสามที่ได้ดูมาก หลังจากใช้เวลาตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เลือกห้องที่ถูกใจที่สุด เมื่อทราบราคาค่าเช่ารายเดือน ค่ามัดจำ และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่เขาสามารถรับได้ เขาก็ตกลงทำสัญญาเช่าห้องทันที โดยหลิวจื้อหมิงรับปากว่าจะช่วยจัดการเรื่องเอกสารให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

        เฉินโจวตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ในวันพรุ่งนี้เลย ส่วนห้องพักเดิมนั้นเหลือเวลาอีกเพียงสามวันก็จะครบกำหนดสัญญาเช่ารายเดือนแล้ว เขาจึงตัดสินใจจ่ายค่าเช่าของเดือนนี้ล่วงหน้าไป

        หลังจากจัดการเรื่องห้องพักเรียบร้อยแล้ว เขาก็ชวนหลิวจื้อหมิงไปหาอะไรรับประทานแถวนั้น กินเสร็จก็กล่าวขอบคุณและแยกย้ายกันกลับ เมื่อเดินกลับมาถึงห้องพักที่กำลังจะเป็นคืนสุดท้ายของเขา เฉินโจวก็รู้สึกใจหายอย่างประหลาด ทั้ง ๆ ที่พักอยู่ในห้องนี้มาปีกว่าแล้ว

        เฉินโจวนึกว่าตัวเองจะตื่นเต้นกับการได้ห้องใหม่จนคิดมากและนอนไม่หลับ แต่ที่ไหนได้ เพียงแค่ศีรษะแตะหมอนได้ครู่เดียว เขาก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

        เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ไปรับจื่อซวานหมิงที่จุดจอดรถของมหาวิทยาลัย เฉินโจวรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เมื่อเจอหน้าเธอ เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส “จื่อซวานหมิง ตอนนี้ผมได้ห้องพักใหม่แล้วนะ มันดีกว่าห้องพักเดิมที่ผมอยู่มากเลย”

        จื่อซวานหมิงที่เห็นเฉินโจวในวันนี้ยิ้มแย้มแจ่มใส ก็อดที่จะอารมณ์ดีตามไปด้วยไม่ได้ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดี “งั้นฉันก็ดีใจกับนายด้วยนะเฉินโจว ยังไงตอนที่นายไปพักที่ห้องใหม่แล้ว ก็ถ่ายรูปห้องใหม่ของนายส่งมาให้ฉันดูในแชทบ้างนะ ฉันอยากเห็นห้องใหม่ของนาย”

        เฉินโจวได้ยินจื่อซวานหมิงขอให้เขาถ่ายรูปห้องใหม่ส่งไปให้ดู ก็รู้สึกอบอุ่นใจ เพราะรู้ว่าเธอคงเป็นห่วงว่าห้องใหม่ของเขาจะดีจริงหรือไม่ ดังนั้นเมื่อเขาไปถึงห้องใหม่ เขาจะถ่ายรูปทุกซอกทุกมุมส่งไปให้เธอพิจารณาอย่างละเอียด เขาจึงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “จื่อซวานหมิง เมื่อผมไปถึงห้องใหม่เดี๋ยวจะถ่ายรูปทุกรายละเอียดส่งไปให้คุณดูเลย ดังนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนะ”

        จื่อซวานหมิงได้ยินก็พยักหน้าตอบรับ “อืม” จากนั้นเฉินโจวก็เดินไปส่งเธอที่หน้าอาคารเรียน ระหว่างทางที่เดินไปด้วยกัน เขาก็สังเกตเห็นว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขาอย่างเปิดเผย คนเหล่านี้คงจะรู้สึกอิจฉาเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้จะไม่ชอบใจนัก แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่สามารถควบคุมความคิดและการแสดงออกของคนอื่นได้

        หลังจากนั้น เฉินโจวก็รอเธออยู่ที่บริเวณตึกเรียน เพราะเธอยังมีเรียนในช่วงบ่าย แต่เขาไม่มีเรียน เมื่อหมดคาบเรียน เขาก็ไปรับเธอเพื่อกลับไปยังห้องทำงานด้วยกัน

        เมื่อมาถึงห้องทำงาน ทุกคนก็เริ่มรายงานความคืบหน้าของงานต่าง ๆ และเฉินโจวก็ได้แจ้งข่าวดีกับทุกคนว่า “ตอนนี้บอร์ดเกมล็อตที่สองที่เราผลิตเพิ่มมาอีกห้าหมื่นชุด ใกล้จะหมดสต็อกแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากที่เราจะต้องผลิตล็อตที่สามออกมาอีกแน่นอน และถ้าเราได้ผลิตล็อตที่สาม พวกเราก็จะได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นตามสัญญาที่เราได้เซ็นกันไว้”

        ทุกคนที่ได้ยินก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง นี่ถือว่าเป็นข่าวดีที่น่าตื่นเต้น พวกเขาลุ้นกันว่ายอดขายรวมของบอร์ดเกมที่พวกเขาช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมาจะเป็นอย่างไร จะสามารถทะลุหลักล้านชุดได้หรือไม่... แต่นั่นอาจจะเป็นเป้าหมายที่สูงเกินไป หากยอดขายรวมสามารถแตะหลักแสนชุดได้ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ทุกคนเชื่อมั่นว่าเมื่อล็อตที่สองใกล้หมดจริง ทางบริษัทเปาเติ้งคงกำลังดำเนินการผลิตล็อตที่สามอยู่แล้วอย่างแน่นอน

        เหลียนเริ่นนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ประธานเฉิน ทุกคนคะ! ฉันลืมบอกไปเลยว่ากระแสของบอร์ดเกมของเราในตอนนี้ดังมาก ๆ เลยนะคะ มีคนซื้อไปถ่ายคลิปวิดีโอขณะเล่นกับเพื่อน ๆ หรือคนรู้จัก แล้วนำไปโพสต์ลงในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มากมาย มีคลิปแนวนี้เยอะมาก น่าจะเป็นพันคลิปขึ้นไปได้เลยค่ะ”

        โอ้โห! กระแสตอบรับดีขนาดนี้เลยเหรอ? มีคนถ่ายคลิปการแข่งขันขณะเล่นกันมากมายขนาดนี้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวดีที่สุด ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลย มันเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้บอร์ดเกมของพวกเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

        ดูเหมือนว่ายอดขายหลักแสนคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะสามารถทะลุไปถึงสองแสนชุดได้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนุกที่จะได้ลุ้นกันต่อไป ส่วนเรื่องที่จะทำบอร์ดเกมเป็นการแข่งขันประจำ ก็คงต้องพักโครงการนั้นไปก่อน เพราะเมื่อมีคนซื้อไปเล่นกันเองมากขนาดนี้แล้ว การนำมาจัดแข่งขันอาจจะไม่ดึงดูดความสนใจเท่าที่ควร

        “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ก็เพราะไอเดียอาชีพสุดเจ๋งที่ฉันนำเสนอไปนั่นแหละ ทำให้คนแห่กันมาซื้อไปเล่นเยอะขนาดนี้!” หลิวจื้อหมิงพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ราวกับความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความคิดของเขาแต่เพียงผู้เดียว ทุกคนที่ได้ยินก็ยิ้มแห้ง ๆ เพราะขี้เกียจที่จะโต้เถียงกับหลิวจื้อหมิงในเรื่องนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เขามีส่วนช่วยสร้างสรรค์ไอเดียที่ดีจริง ๆ

        เฉินโจวจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปพูดคุยเรื่องอื่นแทน หลังจากรายงานความคืบหน้าของงานในส่วนอื่น ๆ เสร็จสิ้น เขาก็ได้เตือนให้ทุกคนใช้เวลาว่างไปทบทวนบทเรียนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบไฟนอลที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า

        ทุกคนพยักหน้ารับรู้ การสอบไฟนอลใกล้เข้ามาทุกที ช่วงนี้คงต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบอย่างจริงจัง หากไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ออกมาคงจะไม่ดีนัก ในตอนนี้คงมีเพียงหลิวจื้อหมิงเท่านั้นที่ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีความกังวลใด ๆ เหมือนคนอื่น ๆ

        เฉินโจวจึงบอกให้ทุกคนลดภาระงานที่ทำในช่วงนี้ลงก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแข่งอาหารแม่บ้าน หากไม่มีพวกเขากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด งานอาจจะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นจึงให้งดการดำเนินงานไปก่อน แล้วค่อยกลับมาเริ่มทำใหม่หลังจากสอบไฟนอลเสร็จสิ้น..."

    คล้ายกับเรื่องระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ ที่คุณอ่าน